กรณี EU แจกใบเหลืองประมงไทย
กรณี EU แจกใบเหลืองประมงไทย
            
            เมื่อวันที่ 21 เม.ย. คณะกรรมาธิการสหภาพยุโรป (อียู) ได้เผยแพร่เอกสารแถลงข่าวแจ้งว่า ที่ประชุมได้ลงมติภาคทัณฑ์ หรือให้ใบเหลืองกับประเทศไทย ซึ่งเป็นผู้ส่งออกอาหารทะเลรายใหญ่อันดับ 3 ของโลก เพื่อแจ้งเตือนไทยอย่างเป็นทางการต่อกรณีที่ยังไม่มีมาตรการเพียงพอตามกฎระเบียบว่าด้วยการป้องกัน ต่อต้าน และขจัดการทำประมงที่ผิดกฎหมาย ไร้การควบคุม หรือกฎระเบียบ (ไอยูยู) ทั้งนี้ไทยมีเวลาอีก 6 เดือน เพื่อแก้ไขปัญหากิจการประมงผิดกฎหมาย ส่วนเกาหลีใต้และฟิลิปปินส์ ได้ยกเลิกคำเตือนแล้ว หลังจากดำเนินมาตรการที่เหมาะสมในการแก้ไขระบบกฎหมาย และมีนโยบายเชิงรุกในการแก้ไขเรื่องนี้ โดยนายคาร์เมนู เวลลา กรรมาธิการสหภาพยุโรป ด้านสิ่งแวดล้อม กิจการทางทะเล และการประมง ระบุว่า เราขอเรียกร้องให้ไทยเข้าร่วมกับสหภาพยุโรปเพื่อที่จะประสบความสำเร็จในการแก้ปัญหาการทำประมงที่ผิดกฎหมาย โดยอียูจะประสานกับทางการไทยเพื่อปรับปรุงกฎหมายภาคการประมง แต่ถ้าสถานการณ์ของไทยยังไม่มีการพัฒนา สินค้าประมงของไทย ก็จะถูกสั่งห้ามนำเข้าอียู เหมือนกับที่ได้เกิดขึ้นกับกัมพูชา ศรีลังกา กินี และเบลิซแล้ว

            ด้านนายเสข วรรณเมธี อธิบดีกรมสารนิเทศและโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ กล่าวถึงการที่อียู ประกาศให้ใบเหลืองแก่ประเทศไทย จากกรณีการทำกิจการประมงที่ผิดกฎหมาย ว่า แม้การประกาศครั้งนี้เป็นการเตือน โดยยังไม่มีผลต่อการส่งออกสินค้าประมงของไทยไปยังอียู แต่กระทรวงการต่างประเทศขอแจ้งว่าประเทศไทยรู้สึกผิดหวังอย่างยิ่งต่อการตัดสินใจออกประกาศเตือนดังกล่าว ซึ่งสะท้อนว่าอียูไม่ได้ตระหนักถึงความมุ่งมั่นและความก้าวหน้าที่เป็นรูปธรรมของไทย ในการแก้ปัญหาการประมงที่ผิดกฎหมาย หรือไร้ระเบียบ รวมถึงความร่วมมือระหว่างไทยกับอียูในการต่อต้านการประมงผิดกฎหมายที่มีมายาวนาน อีกทั้งไทยขอเรียกร้องให้อียูพิจารณาการดำเนินการของไทยในเชิงเทคนิคตามหลักเกณฑ์ รวมถึงมาตรฐานที่มีความโปร่งใสและเที่ยงตรง อย่างไม่เลือกปฏิบัติ ตลอดจนสอดคล้องกับสถานการณ์ที่แท้จริงในไทย นอกจากนี้ไทยจะสานต่อความร่วมมือกับอียู เพื่อให้ไทยออกจากกลุ่มที่ถูกประกาศเตือน รวมทั้งสามารถแก้ไขและป้องกันการทำประมงที่ผิดกฎหมาย หรือไร้ระเบียบต่อไปในอนาคตได้อย่างยั่งยืน

            นายเสข กล่าวอีกว่า รัฐบาลไทยตระหนักถึงความสำคัญในการรักษาทรัพยากรทางทะเล และกำหนดให้การแก้ไขปัญหาดังกล่าวเป็นปัญหาสำคัญระดับชาติ ที่ต้องแก้ไขโดยความร่วมมือของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งนี้ กรมประมง กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในฐานะหน่วยงานหลัก ได้เป็นผู้นำในการบูรณาการกับหน่วยงานภาครัฐและเอกชนที่เกี่ยวข้อง เพื่อเร่งดำเนินการตามแผนงานหลัก 6 แผนงาน ให้เกิดผลเป็นรูปธรรมอย่างต่อเนื่อง อาทิ การปรับปรุงพระราชบัญญัติ(พ.ร.บ.) การประมงและกฎหมายลำดับรอง การจัดทำแผนระดับชาติในการป้องกัน ยับยั้ง และขจัดการทำประมงผิดกฎหมาย การเร่งจดทะเบียนเรือประมงและออกใบอนุญาตทำการประมง เป็นต้น และรัฐบาลยังคงดำเนินการอย่างแข็งขันในการแก้ปัญหาภายใต้การนำของผู้นำระดับสูงต่อไป


บทวิเคราะห์เพิ่มเติม

           "บรรจง นะแส" นายกสมาคมรักษ์ทะเลไทย วิเคราะห์ให้ฟังต่อว่า ปัญหาการใช้อุปกรณ์ทำประมงผิดกฎหมายของไทยมี 3 จุดด้วยกัน คือ 1.การใช้อวนลาก 2.การใช้อวนรุน และ 3.การใช้เรือปั่นไฟ ทั้งอวนลาก-อวนรุน เป็นเครื่องมือทำปลาที่โหดร้าย เพราะกวาดเอาปลาและสัตว์น้ำทุกชนิดในท้องทะเลขึ้นมาจำนวนหลายร้อยกิโลกรัมภายในครั้งเดียว มีการใช้ตาข่ายถี่กวาดลูกปลากลับมาแบบไม่ยั้งคิด

           "ต่างประเทศไม่ให้ใช้อวนแบบนี้แล้ว แต่เมืองไทยยังอนุญาต ส่วนเรือปั่นไฟก็ผิด เพราะล่อให้สัตว์น้ำมารวมตัวกันก่อนรวบจับขึ้นมา ยุโรปส่งเจ้าหน้าที่มาตรวจ เห็นเลยว่าตามท่าจอดเรือมีเครื่องมือแบบนี้เยอะแยะ รัฐบาลจะแก้ยังไงเพราะเรือพวกนี้เป็นของนายทุนใหญ่ทั้งนั้น พวกเขาพยายามวิ่งเต้นไปทั่ว เพื่อให้ใช้อวนแบบนี้จับปลาไปเรื่อยๆ"

           บรรจง อธิบายว่า ปัจจุบันเรือประมงขนาดใหญ่ไม่ได้เน้นจับ กุ้ง หอย ปู ปลาทะเลตัวใหญ่ๆ มาขายเป็นอาหารทะเลเหมือนสมัยก่อน แต่พวกเขาเน้นจับปลาตัวเล็กๆ มาทำเป็นปลาป่นแปรรูปส่งขายให้อุตสาหกรรมอาหารสัตว์ ยิ่งไปกว่านั้นคือการแอบมาใช้อวนลากในเขตใกล้ชายฝั่ง ซึ่งเป็นแหล่งหาปลาของเรือประมงพื้นบ้าน

           “ธุรกิจประมงเอาเรือขนาดใหญ่มาจดทะเบียนแค่ 5,000 กว่าลำ ที่เหลืออีกเป็นหลายหมื่นลำเป็นเรือประมงเถื่อน อวนขนาดใหญ่ทำให้ปลาและสัตว์น้ำทะเลหลายชนิดสูญพันธุ์อย่างรวดเร็ว ไอยูยูมาตรวจเป็นเรื่องดี เดี๋ยวจากใบเหลืองคงเป็นใบแดง อีก 6 เดือนจะแก้ไขอะไรได้ ถ้าอยากทำให้ถูกต้องตามกติกายุโรป ต้องยกเลิกอวนจับปลาผิดกฎหมาย ดูตัวอย่างจากอินโดนีเซียที่เคยโดนใบเหลือง รัฐบาลประกาศห้ามใช้อวนลากทันที แต่ประเทศไทยเจ้าของเรือยอมหรือเปล่า บริษัทห้องเย็นจะทำยังไง โรงงานอาหารสัตว์ ฟาร์มกุ้ง ทุกอย่างเกี่ยวพันไปหมด เจ้าสัวตัวใหญ่ๆ ทั้งนั้น พวกเรากำลังครอดูว่ารัฐบาลจะแก้ไขยังไง” นายกสมาคมรักษ์ทะเลไทยกล่าว

           “ไอยูยู” คือ “กฎหมายว่าด้วยการต่อต้านการทำประมงที่ผิดกฎหมาย ไม่รายงาน และไร้การควบคุม” (Illegal, Unreported and Unregulated Fishing : IUU) ของคณะกรรมาธิการยุโรปที่บังคับใช้ตั้งแต่ปี 2553 พวกเขาส่งเจ้าหน้าที่พิเศษไปออกสำรวจการทำประมงทั่วโลกว่าถูกต้องตามกฎไอยูยูหรือไม่ ถ้าไม่ถูกต้องก็ห้ามส่งสินค้าอาหารทะเลเข้าไปวางขายในตลาดยุโรป

           ตามขั้นตอนจะเริ่มจากส่งผู้เชี่ยวชาญไปตรวจสอบ ถ้าพบปัญหาจะแนะให้รีบแก้ไข แต่ถ้าประเทศไหนไม่สนใจจะโดน “ใบเหลือง” หรือใบเตือนอย่างเป็นทางการ จากนั้นให้เวลา 6 เดือนเร่งแก้ไขอย่างเป็นรูปธรรม ถ้ามาตรวจใหม่แล้วผ่านเกณฑ์มาตรฐานจะให้ “ใบเขียว” แต่ถ้าเพิกเฉยไม่สนใจก็โดน “ใบแดง” ซึ่งหมายถึงการคว่ำบาตรสินค้าประมงอย่างเป็นทางการ

21 เมษายน 2558 รัฐบาลไทยได้รับการแจ้งจากคณะกรรมาธิการยุโรป ณ กรุงบรัสเซลส์ ว่า ได้ขึ้นบัญชีประเทศไทยเป็นประเทศที่ไม่ให้ความร่วมมือ (non-cooperating country) ในการต่อต้านการทำประมงที่ผิดกฎหมาย ไม่รายงาน และไร้การควบคุม (ไอยูยู)

           พร้อมคำอธิบายเพิ่มเติมว่า เป็นแค่ใบเหลือง ยังไม่มีผลในการคว่ำบาตรสินค้าประมงจากประเทศไทยเข้าสู่สหภาพยุโรป เป็นการนำไปสู่การปรึกษาหารืออย่างจริงจังเพื่อแก้ไขปัญหาการจับปลาผิดกฎหมายของเรือไทย


ทำไมคนยุโรปต้องมาห่วงปัญหาเรือประมงไทยจับปลาอย่างไร ?

           ก็เพราะว่ามีผลสำรวจที่สอดคล้องกันจากนักอนุรักษ์ทั่วโลกว่า หากยังปล่อยให้ทุกประเทศจับปลาโดยใช้เครื่องมือมหาโหดต่อไปเรื่อยๆ อีก 40 ปีข้างหน้าหรือในปี 2050 ปลาและสัตว์ทะเลจะสูญพันธุ์ไปหมด โดยเฉพาะ ฉลาม ปลาดาบ ปลาค็อด ขณะนี้หายจากท้องทะเลไปแล้วกว่าร้อยละ 90 ในแต่ละปีมี “วาฬ” และ “โลมา” ถูกล่าไม่ต่ำกว่า 3 แสนตัว ประเมินว่ามูลค่าเงินจากการทำประมงผิดกฎหมายสูงถึง 1.6 ล้านล้านบาทต่อปี

           ดังนั้นกติกาของ “ไอยูยู” ที่บังคับชัดเจนว่าต้องหยุดยั้ง “การทำประมงผิดกฎหมาย” “ต้องรายงานสัตว์ทะเลที่จับมาได้” และ “ต้องมีการควบคุม” เพื่อส่งเสริมการใช้ทะเลและทรัพยากรทางทะเลอย่างยั่งยืน เพื่อให้ลูกหลานหรือมนุษย์โลกในอนาคตเหลือ กุ้ง หอย ปู ปลาไว้บริโภคบ้าง ไม่ใช่สวาปามจับกินจนหมดเกลี้ยงทะเลในยุคของพวกเรา

           หากรัฐบาลไทยยังคอยแก้ตัวว่า “ใบเหลือง” ที่ได้มานั้น เป็นเพียงการกลั่นแกล้ง หรือแค่ปัญหาเรือประมงผิดกฎหมายไม่กี่ลำ หรือเกี่ยวกับขั้นตอนการจดทะเบียน ฯลฯ

           โดยไม่ตระหนักถึงการแก้ปัญหา “อวนลาก - อวนรุน” เครื่องมือจับปลามหาโหดอย่างจริงจัง

           ยิ่งไปกว่านั้น หากยังไม่ตระหนักว่านี่คือสัญญาณเตือนภัยร้ายแรง “ปัญหาความมั่นคงทางอาหาร” ของมนุษยชาติ

           อีก 6 เดือนข้างหน้าไทยได้ “ใบแดง” อาจเป็นข่าวดีมากกว่าข่าวร้าย...

มาตรการ “ไอยูยู”

           1.รัฐหรือเจ้าของธงเรือ (Flag State Guideline) ต้องจดทะเบียนหรือถอนทะเบียนเรือ รวมถึงเก็บรวบรวมข้อมูลต่างๆ เกี่ยวกับเรือประมง

           2.รัฐท่าเรือ (Port State Measures) ต้องมีระบบตรวจสอบหลักฐานการทำประมงหรือสินค้าประมงว่าถูกกฎหมายหรือไม่ ถ้าพบว่าทำผิดต้องไม่ให้ความช่วยเหลือต่างๆ เช่น ห้ามเติมน้ำมัน ห้ามให้เสบียงอาหาร ห้ามให้ที่พักจอดเรือ ฯลฯ

           3.รัฐชายฝั่ง (Coastal State Measures) ต้องปรับปรุงกฎหมายภายในประเทศเพื่อป้องกันประมงผิดกฎหมายอย่างเคร่งครัด


ท่าทีของรัฐบาลไทย

          รัฐบาลไทยตระหนักถึงความสำคัญในการรักษาทรัพยากรทางทะเลและกำหนดให้การแก้ไขปัญหาการประมงแบบ IUU เป็นปัญหาสำคัญระดับชาติที่ต้องแก้ไขโดยความร่วมมือของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งนี้ กรมประมง กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในฐานะหน่วยงานหลักได้เป็นผู้นำในการบูรณาการกับหน่วยงานภาครัฐและเอกชนที่เกี่ยวข้องเพื่อเร่งดำเนินการตามแผนงานหลัก 6 แผนงานให้เกิดผลเป็นรูปธรรมอย่างต่อเนื่อง ได้แก่
          (1) การปรับปรุงพระราชบัญญัติการประมงและกฎหมายลำดับรอง
          (2) การจัดทำแผนระดับชาติในการป้องกัน ยับยั้ง และขจัดการทำประมง IUU 
          (3) การเร่งจดทะเบียนเรือประมงและออกใบอนุญาตทำการประมง
          (4) การพัฒนาระบบควบคุมและเฝ้าระวังการทำประมง โดยเฉพาะการควบคุมการเข้าออกท่าของเรือประมง
          (5) การจัดทำระบบติดตามตำแหน่งเรือ (Vessel Monitoring System - VMS) 
          (6) การปรับปรุงระบบการตรวจสอบย้อนกลับ (Traceability)

1 พฤษภาคม 2558
แหล่งข้อมูล: ปรับปรุงข้อมูลจาก : เดลินิวส์ออนไลน์,คมชัดลึกออนไลน์,กรมสารนิเทศ

รูปภาพที่เกี่ยวข้อง

Back to the list

More Related

  • โปรตุเกสอาจไม่ใช่ประเทศลำดับต้น ๆ ที่โลกนึกถึงถ้าจะต้องเลือกไปค้าและลงทุน ณ เวลานี้ แต่สำหรับประเทศไทย เป็นจังหวะที่น่าสนใจ ต้นเดือน ก.ค. ศกนี้ กรมยุโรป กระทรวงการต่างประเทศ ชวนไปสำรวจโอกาสในโปรตุเกสด้วยกัน เพราะกำลังจะจะมีการหารือสองฝ่ายที่เรียกว่า การประชุม Political Dialogue ไทย-โปรตุเกส ครั้งที่ 2 ซึ่งจะจัดขึ้นในวันที่ 8 ก.ค. 2559 ที่กรุงลิสบอน เมืองหลวงของโปรตุเกส ไทยอยากผลักดันเรื่องอะไรกับโปรตุเกส เวทีนี้คือโอกาส
  • แรงจูงใจทางด้านภาษีคือแม่เหล็กสำคัญที่รัฐบาลประเทศต่าง ๆ ใช้ดึงดูดนักลงทุนจากต่างชาติ รัฐบาลในอียูหลายประเทศก็เช่นกัน ต่างแข่งขันกันลดภาษีดึงดูดการลงทุน จนเรียกได้ว่ากลายเป็นสงครามภาษีระหว่างประเทศ  หรือ International Tax War แต่ตอนนี้ เอกชนที่ไปลงทุนในอียูคงต้องระวังมากขึ้น เพราะแรงจูงใจทางภาษีที่ได้รับ อาจกลายเป็นดาบสองคมที่ย้อนกลับมาทำร้ายบริษัท หากไม่ได้ตรวจสอบให้ดีก่อนว่า การลดหรือยกเว้นภาษีนั้นผิดกฎการอุดหนุนโดยภาครัฐ  
  • ฟินแลนด์ ประเทศในกลุ่มสแกนดิเนเวีย นอกจากจะเป็นประเทศที่มีชื่อเสียงด้านความสวยงามทางธรรมชาติท่ามกลางบรรยากาศอันหนาวเย็น
  • สหภาพยุโรปได้ออกประกาศ Commission Implementing Decision 2015/1338 of 30 July 2015 amending Decision 2011/163/EU on the approval of plans submitted by third countries in accordance with Article 29 of Council Directive 96/23/EC ซึ่งเป็นการปรับปรุงแก้ไขบัญชีรายชื่อประเทศที่สามที่ได้รับอนุญาตให้นำเข้าสินค้าที่ปลอดสารตกค้่าง
  • เมื่อวันที่ 14 กรกฎาคม 2558 ทางสหภาพยุโรปได้ออกประกาศกฎระเบียบ 2 ฉบับ ซึ่งมีรายละเอียดดังนี้...
  • เมื่อวันที่ ๒๖ มิถุนายน ๒๕๕๘ สหภาพยุโรปออกประกาศกฎระเบียบ Commission Regulation (EU) 2015/1005 of 25 June 2015 amending Regulation (EC) No 1881/2006 as regards maximum levels of lead in certain foodstuffs โดยตีพิมพ์ใน EU Official Journal L 161/9 ซึ่งเป็น การกำหนดระดับค่าอนุโลมตกค้างสูงสุดของสารตะกั่ว (lead) ในสินค้าอาหารที่มีความเสี่ยงต่อการปนเปื้อน อันเป็นการแก้ไขกฎระเบียบเดิม ซึ่งได้แก่ Regulation (EC) No 1881/2006 เพื่อให้สอดคล้องกับผลงานวิจัย ของคณะทำงาน CONTAM Panel ของ EFSA ซึ่งได้ระบุว่า สารตะกั่วที่ได้รับผ่านการบริโภคอาหาร สามารถก่อให้เกิดความเป็นพิษต่อพัฒนาการทางสมองในเด็กเล็ก และก่อให้เกิดโรคหัวใจและหลอดเลือด และ ความเป็นพิษต่อไตในผู้ใหญ่ได้ จึงเห็นควรให้มีการปกป้องกลุ่มผู้บริโภคที่มีความเสี่ยง คือ กลุ่มเด็กเล็กและ ผู้หญิงในวัยเจริญพันธุ์ ดังนั้น ในครั้งนี้ จึงให้มีการปรับค่าอนุโลมตกค้างสูงสุดของสารตะกั่วในสินค้าพืช สัตว์ และสัตว์น้ำบางรายการขึ้นใหม่...

ประเภทข่าว


แหล่งข้อมูลข่าวเศรษฐกิจ