อามาโซนัส: รัฐที่อุดมสมบูรณ์และมีศักยภาพเศรษฐกิจใหญ่สุดแห่งลาตินอเมริกา
อามาโซนัส: รัฐที่อุดมสมบูรณ์และมีศักยภาพเศรษฐกิจใหญ่สุดแห่งลาตินอเมริกา

“รัฐอามาโซนัสมิได้แค่มีแต่งูอนาคอนด้าและปลาปิรันย่าเท่านั้น” คำกล่าวนี้เกิดขึ้นหลังจากผู้เขียนได้มีโอกาสเดินทางร่วมคณะเอกอัครราชทูต ณ กรุงบราซิเลียและผู้แทนภาคราชการของไทยไปเยือนเมืองมาเนาส์ (Manaus) เมืองหลวงของรัฐอามาโซนัส (Amazonas) เพื่อแสวงหาความ ร่วมมือใหม่ ๆ ระหว่างบราซิลกับไทยระหว่างวันที่ 22 – 28 มีนาคม 2558

รัฐอามาโซนัสเป็นรัฐทางภาคเหนือของบราซิล มีพรมแดนติดกับประเทศเพื่อนบ้าน 5 ประเทศ โดยมีเมืองมาเนาส์เป็นเมืองหลวงของรัฐซึ่งเป็นจุดเชื่อมต่อของแม่น้ำใหญ่ 2 สายคือ แม่น้ำดำ (Rio Negro หรือแม่น้ำสีดำ โดยน้ำในแม่น้ำนี้มีสีดำจริง ๆ ) และแม่น้ำ Solimões (มีสีน้ำตาลขุ่น) ที่มารวมกันเป็นแม่น้ำอเมซอน (Amazon River ที่คนไทยคุ้นชื่อว่ามีความสมบูรณ์ทางธรรมชาติและสัตว์ป่านานาชนิด) มาเนาส์เป็นเมืองท่าที่สำคัญของภูมิภาค แม้ว่าตั้งอยู่ห่างจากมหาสมุทรแอตแลนติกถึง 1,000 กิโลเมตร แต่เรือเดินสมุทรสามารถเข้าถึงได้ผ่านทางแม่น้ำอเมซอน และสามารถติดต่อคมนาคมขนส่งทางอากาศได้ โดยท่าอากาศยานเมืองมาเนาส์เป็นท่าอากาศยานนานาชาติใหญ่เป็นลำดับ 3 ของบราซิลสามารถขนส่งสินค้าในปริมาณมากสุดถึง 1.2 หมื่นตัน/เดือน ส่วนภูมิอากาศมีลักษณะร้อนชื้นเหมือนประเทศไทยซึ่งสามารถปลูกผลไม้เขตร้อน เช่น สับปะรด มะละกอ มะม่วง กล้วยและผลไม้ท้องถิ่นอื่น ๆ ได้เป็นจำนวนมาก

ผู้เขียนมีความประหลาดใจถึงความยิ่งใหญ่ของรัฐนี้เป็นอย่างมาก เมื่อลองพิจารณาจากสถิติต่าง ๆ เช่น รัฐมีพื้นที่ 1.57 ล้านตารางกิโลเมตร ใหญ่กว่าไทยถึง 3 เท่า และมีทรัพยากรป่าไม้ที่อุดมสมบูรณ์ถึง 98% โดยมีทรัพยากรน้ำมากเป็นอันดับ 1 ของบราซิล (บราซิลมีทรัพยากรน้ำเป็นอันดับ 1 ของโลก) แต่มีประชากรอาศัยอยู่เพียง 3.8 ล้านคน และเป็นรัฐลำดับ 3 ในบราซิลที่มีเขตเศรษฐกิจพิเศษทางอุตสาหกรรมการผลิตสินค้าที่หลากหลาย รวมทั้งเป็นแหล่งสำรองก๊าซธรรมชาติที่ใหญ่เป็นลำดับ 2 ของบราซิล และเป็นแหล่งปลาน้ำจืดขนาดใหญ่สุดของประเทศมีปลามากกว่า 3,000 สายพันธุ์ โดยปลาที่นิยมบริโภคมากที่สุด ได้แก่ ปลาช่อนอเมซอน (Pirarucu) และปลา ทัมบากิ (Tambaqui)

ถึงตอนนี้ ผู้อ่านคงแปลกใจว่าทำไมเขตอุตสาหกรรมที่ใหญ่เป็นลำดับ 3 จึงไปตั้งอยู่ในพื้นที่ป่าร้อนชื้นในเขตลุ่มแม่น้ำอเมซอนได้ ผู้เขียนจึงศึกษาข้อมูลเพิ่มเติม โดยรัฐอามาโซนัสมีศักยภาพเศรษฐกิจสูงมากเพราะมีนโยบายให้เมืองมาเนาส์เป็น Free Trade Zone หรือ Zona Franca de Manaus ในภาษาโปรตุเกส จึงทำให้เป็นจุดดึงดูดการค้าการลงทุนจากบริษัทต่างชาติ เนื่องจากมีการยกเว้นภาษีสินค้าที่ผลิตในเขตอุตสาหกรรมและให้สิทธิประโยชน์อื่น ๆ ส่งผลให้มาเนาส์เป็นแหล่งผลิตสินค้าอุตสาหกรรมที่หลากหลาย อุตสาหกรรมหลัก อาทิ โรงงานทำอุปกรณ์และชิ้นส่วนคอมพิวเตอร์และเครื่องไฟฟ้า รถจักรยานยนต์ เครื่องดื่มประเภทน้ำหวานเข้มข้น (หัวเชื้อน้ำหวาน) เครื่องสำอางและการต่อเรือ เป็นต้น ในปี 2012 รัฐอามาโซนัสมีผลิตภัณฑ์มวลรวม (GDP) ประมาณ 2.4 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ

แล้วเมืองมาเนาส์มีความเกี่ยวเนื่องกับธุรกิจของไทยอย่างไรบ้าง เราจะมาพบคำตอบนั้นในตอนจบของบทความชิ้นนี้ในสัปดาห์หน้า

29 เมษายน 2558
แหล่งข้อมูล: สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงบราซิเลีย
โดย: ศูนย์ธุรกิจสัมพันธ์ กรมเศรษฐกิจระหว่างประเทศ กระทรวงการต่างประเทศ

รูปภาพที่เกี่ยวข้อง

Back to the list

More Related

  • โครงการสานต่อความร่วมมือด้าน Fashion Design และ Creative Design เพื่อส่งเสริมความร่วมมือด้าน Creative Economy ระหว่างไทย-บราซิล
  • เมื่อวันที่ 5 พฤษภาคม 2561 สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงบราซิเลีย ร่วมกับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย และสำนักงานที่ปรึกษาด้านวัฒนธรรมของสภารัฐเซาเปาลู จัดงานเทศกาลไทย (Festival da Tailândia) ณ พื้นที่ลานจอดรถของสภารัฐเซาเปาลู ซึ่งเป็นกิจกรรมประชาสัมพันธ์ประเทศไทยที่มีกลุ่มเป้าหมายเป็นสาธารณชนบราซิลในวงกว้าง<br />
    <br />
    กิจกรรมภายในงานประกอบด้วยการสาธิตการไหว้ครูและมวยโบราณโดยคณะนักมวยจากค่ายลานนาไฟท์ติ้ง ซึ่งเยือนบราซิลภายใต้โครงการเผยแพร่กีฬามวยไทยในต่างประเทศของกระทรวงฯ การจัดแสดงผลงานนวัตกรรมผ้าไทยโดยนักออกแบบไทยซึ่งเยือนบราซิลภายใต้โครงการเทศกาลไทย 4.0 การสาธิตการประกอบอาหารไทยโดยนางสาวยุคนธร เทพบุตร เชฟชาวไทยที่มีชื่อเสียงจากรายการ Masterchef ของบราซิล การจัดแสดงผลไม้ไทยคุณภาพดีจากตลาด อตก. เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้ร่วมงานชิมผลไม้ไทย การประชาสัมพันธ์ข้าวสารและข้าวเหนียวไทย โดยนำขนมไทยที่มีส่วนผสมของข้าวเหนียวไทยให้ผู้ร่วมงานชิม อาทิ ข้าวเหนียวมะม่วงและข้าวเหนียวถั่วดำ การออกร้านจำหน่ายอาหารไทย เบียร์สิงห์ เครื่องดื่มชูกำลังคาราบาว และเครื่องปรุงอาหารไทย นอกจากนี้ ยังมีบริการนวดแผนไทย และการออกบูธประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยวไทยด้วย<br />
    <br />
    ในโอกาสนี้ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยได้สนับสนุนบัตรโดยสารเที่ยวบินไป – กลับนครเซาเปาลู – กรุงเทพฯ พร้อม package tour กรุงเทพฯ 2 คืน และเชียงใหม่ 2 คืน รวม 1 รางวัลสำหรับการชิงโชคด้วย<br />
    <br />
    มีชาวบราซิลเข้าร่วมงานกว่า 2,000 คน โดยถือเป็นโอกาสเผยแพร่ “ความเป็นไทย” ในทุกมิติแก่ชาวบราซิล ทั้งนี้ นครเซาเปาลูเป็นเมืองธุรกิจที่ใหญ่ที่สุดในลาตินอเมริกา มีจำนวนประชากรมากกว่า 12 ล้านคน
  • เอกอัครราชทูตไทยนำแม่ครัวสาธิตการทำอาหารไทยในเมือง Belo Horizonte รัฐ Minas Gerais บราซิล
  • เมื่อวันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2561 นายสุรศักดิ์ สุภารัตน์ เอกอัครราชทูต ณ กรุงบราซิเลีย ได้เข้าร่วมการเปิดงานเทศกาลอาหารไทย ณ ร้านอาหารของสภาผู้แทนราษฎรบราซิล ในกรุงบราซิเลีย ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่27 กุมภาพันธ์ –2 มีนาคม 2561<br />
       <br />
    งานเทศกาลอาหารไทยดังกล่าวเป็นการต่อยอดจากกิจกรรมจัดการสอนการทำอาหารไทยแก่พ่อครัว / แม่ครัวชาวบราซิลเมื่อวันที่ 1 – 2 กุมภาพันธ์ 2561 โดยพ่อครัว / แม่ครัวชาวบราซิลของสถาบันอาหารNational Commercial Apprenticeship Service (SENAC) ได้ทำอาหารไทย ร่วมกับอาหารท้องถิ่นวางบนโต๊ะบุฟเฟต์บริการแก่ลูกค้าซึ่งมีประมาณ 300 คนต่อวันซึ่งถือว่าได้รับความสำเร็จสมตามเป้าประสงค์อย่างดียิ่งเพราะมีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และข้าราชการบราซิล นักการทูตต่างชาติ และชาวบราซิลเข้ารับประทานอาหารไทย อันเป็นการสร้างความตระหนักรู้อาหารไทยตามนโยบายครัวไทยสู่ครัวโลกและการเพิ่มยอดการสั่งซื้อเครื่องปรุงและวัตถุดิบไทยในบราซิล

ประเภทข่าว


แหล่งข้อมูลข่าวเศรษฐกิจ