ADB คาดเศรษฐกิจลาว จะโต 7.3% ในปีหน้า
ADB คาดเศรษฐกิจลาว จะโต 7.3% ในปีหน้า

สำนักข่าววีโอเอ ภาษาลาว รายงานในวันนี้ (21 เม.ย. 2558) ว่า คณะผู้เชี่ยวชาญของธนาคารพัฒนาเอเชีย หรือ ADB ประจำสปป.ลาว คาดการณ์ไว้ว่า เศรษฐกิจของ สปป.ลาวจะขยายตัวเพิ่มขึ้น ราว 7% ในปีนี้ ซึ่งลดลงจากปีก่อนหน้านี้ อยู่ที่ 7.4% และจะเพิ่มเป็น 7.3% ในปี 2559 ตามลำดับ

แม้เศรษฐกิจของ สปป.ลาวจะมีการขยายตัวอย่างช้า ๆ เมื่อเทียบกับปี 2556 แต่ผู้เชี่ยวชาญจาก ADB เชื่อว่า ปัจจัยจากหลาย ๆ ด้านที่ช่วยส่งเสริมให้การเติบโตของเศรษฐกิจ สปป.ลาวเป็นไปอย่างยั่งยืน อาทิ การที่ สปป.ลาวเป็นสมาชิกของประชาคมอาเซียน เพราะสามารถช่วยให้นักท่องเที่ยวและนักลงทุนต่างชาติเข้ามาในประเทศมากขึ้น ซึ่งจะเป็นผลดีต่อการขยายตัวทางเศรษฐกิจ

นอกเหนือจากภาคการลงทุนและการท่องเที่ยว ยังมีภาคพลังงานและภาคบริการ ที่เป็นเครื่องดึงดูดเม็ดเงินลงทุนจากต่างประเทศ ซึ่งจะเห็นได้จากโครงการผลิตกระแสไฟฟ้าจำนวนมากที่เพิ่มขึ้นในช่วงหลายปีที่ผ่านมา

ก่อนหน้านี้ รัฐบาล สปป.ลาวได้วางเป้าหมายการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศประจำปี 2557-2558 นี้ว่า เศรษฐกิจของ สปป.ลาวต้องขยายตัวเพิ่มขึ้นที่ 7.5% ซึ่งการรับประกันว่าอัตราการเติบโตดังกล่าวจะเป็นไปตามแผนการ จำเป็นต้องมีการระดมการลงทุนจำนวนมหาศาลในประเทศ

อย่างไรก็ตาม หากแผนการเติบโตไม่เป็นไปตามเป้าหมายที่ได้วางไว้ แต่อย่างน้อยรัฐบาลก็เชื่อมั่นว่า เศรษฐกิจของประเทศจะโตไปอย่างช้า ๆ แต่ก้าวไปด้วยความก้าวหน้าและความมั่นคง


ขอบคุณรูปภาพจาก ประชาชาติธุรกิจออนไลน์

21 เมษายน 2558
แหล่งข้อมูล: ประชาชาติธุรกิจออนไลน์
โดย: ศูนย์ธุรกิจสัมพันธ์ กรมเศรษฐกิจระหว่างประเทศ กระทรวงการต่างประเทศ

Back to the list

More Related

  • นายสุลิยน พิลาวง หัวหน้ากรมการนำเข้าและส่งออก กระทรวงอุตสาหกรรมและการค้าแห่ง สปป. ลาว   คาดว่า ปี 2561 สปป. ลาว มีมูลค่าการนำเข้าและส่งออก 10,540 ล้านดอลลาร์สหรัฐ คิดเป็นร้อยละ 105 ของแผนงานประจำปี 2561 เพิ่มขึ้นร้อยละ 8.9 เมื่อเทียบกับปี 2560 โดยการส่งออกมีมูลค่า 5,115 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้นร้อยละ 4.6 ทั้งนี้ มีสินค้าส่งออกที่สำคัญ ได้แก่ ไฟฟ้า แร่ทอง ทองแดง ชิ้นส่วนกล้อง เครื่องใช้ไฟฟ้า เครื่องนุ่งห่ม ยางพาราและอื่นๆ และมีตลาดส่งออกสำคัญ ได้แก่ ไทย จีน และเวียดนาม คิดเป็นร้อยละ 87          ของการส่งออกทั้งหมด และการนำเข้ามีมูลค่า 5,424 ล้านดอลลาร์สหรัฐเพิ่มขึ้นร้อยละ 13.2 ทั้งนี้ มีสินค้านำเข้า     ที่สำคัญ ได้แก่ น้ำมันเชื้อเพลิง ยานพาหนะและชิ้นส่วนอะไหล่ เครื่องใช้ไฟฟ้า เครื่องจักรกลและอุปกรณ์ก่อสร้าง และมีตลาดนำเข้าสำคัญ ไทย จีน และเวียดนาม คิดเป็นร้อยละ 88 ของการนำเข้าทั้งหมด โดย สปป. ลาว ยังขาดดุลการค้าประมาณ 310 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
  • เมื่อวันที่ 1 ม.ค. 2562 ได้มีการลงนามบันทึกความเข้าใจ (MoU) ระหว่างองค์การปกครองแขวงอุดมไซกับบริษัทอมตะ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ที่ห้องว่าการปกครองแขวงอุดมไช โดยมีนายคำพัน เผยยะวง ผู้แทนองค์การปกครองแขวงอุดมไช และนายวิกรม กรมดิษฐ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารบริษัท อมตะ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) เป็นผู้ลงนามในบันทึกความเข้าใจดังกล่าว  
  • เมื่อวันที่ 25 ธันวาคม 2562 กระทรวงการเงินแห่ง สปป. ลาว ในฐานะผู้แทนรัฐบาล สปป. ลาว ร่วมกับตลาดหลักทรัพย์ บริษัท หลักทรัพย์ล้านช้าง มหาชน บริษัท หลักทรัพย์ ทคตล - กท จำกัด และบริษัท หลักทรัพย์ ลาว - จีน จำกัด ได้จัดพิธีเปิดการซื้อ – ขายพันธบัตรรัฐบาล อย่างเป็นทางการ (First trading day) เพื่อส่งเสริมและพัฒนาตลาดทุน สปป. ลาว ให้มีความหลากหลาย และอำนวยความสะดวกให้นักลงทุนทั่วไป บุคคล นิติบุคคลทั้งภายในประเทศและต่างประเทศ สามารถแลกเปลี่ยนซื้อ – ขายพันธบัตรผ่านตลาดหลักทรัพย์ลาว โดยมีนางสำเพา เลาสี รองหัวหน้าห้องการกระทรวงการเงินแห่ง สปป. ลาว และนางสายสะหมอน จันทะจัก หัวหน้าสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองหลักทรัพย์ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมพิธีดังกล่าว
  • ในปี 2560 จีนมีมูลค่านำเข้าสินค้าจากทั่วโลก 1.841 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยมูลค่าการนำเข้าของจีนร้อยละ 55.9 มาจากประเทศในทวีปเอเชีย ทั้งนี้ ในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา สิทธิพิเศษด้านการค้ากับจีน ได้สร้างรายรับให้ สปป. ลาว กว่า 200 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
  • นายสมมาด พนเสนา รัฐมนตรีกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมแห่ง สปป. ลาว รายงานต่อที่ประชุมสภาแห่งชาติเกี่ยวกับร่างกฎหมายว่าด้วยที่ดิน ฉบับปรับปรุงว่า เนื่องจากกฎหมายว่าด้วยที่ดินฉบับปัจจุบัน   (ปี 2546) ถูกประกาศใช้มาเป็นเวลา 15 ปี และมีเนื้อหาบางส่วนยังมีช่องว่าง ไม่ครอบคลุม และไม่ชัดเจน เป็นเหตุให้การปฏิบัติตามกฎหมายฉบับดังกล่าวไม่เป็นเอกภาพ จึงมีความจำเป็นต้องปรับปรุงกฎหมายว่าด้วยที่ดิน ฉบับปี 2546 ให้มีเนื้อหาที่ละเอียด ชัดเจน และสอดคล้องกับสภาพการขยายตัวของเศรษฐกิจ - สังคม และมติของคณะบริหารงานศูนย์กลางพรรคว่าด้วยการความคุ้มครองและพัฒนาที่ดิน
  • เมื่อวันที่ 11 ธันวาคม 2561 ได้มีการจัดพิธีลงนามสัญญาสัมปทานโครงการเขื่อนไฟฟ้าน้ำพูน โดยนายคำเลียน พนเสนา รองรัฐมนตรีกระทรวงแผนการและการลงทุนแห่ง สปป. ลาว และนายบุนอู้ม สีวันเพ็ง ประธานสภาบริหารบริษัท น้ำพูนพาวเวอร์ จำกัด เป็นผู้ลงนาม

ประเภทข่าว


แหล่งข้อมูลข่าวเศรษฐกิจ