พิชัยยุทธ์ทางการเมือง คู่มือนักลงทุนไทยในพม่า
พิชัยยุทธ์ทางการเมือง คู่มือนักลงทุนไทยในพม่า

การปฏิรูปทางเศรษฐกิจในพม่า ส่งผลต่อการปรับบรรยากาศการลงทุนและการเปิดคลังทรัพยากรมหาศาลเพื่อรองรับกระแสทุนนิยมและโลกาภิวัตน์ที่ถาโถมเข้าใส่เมียนมาร์อย่างต่อเนื่อง

พร้อมกันนั้น การเปลี่ยนผ่านทางการเมืองทั้งการก่อรูปของสถาบันการเมืองใหม่และกระบวนการสร้างสันติภาพ ได้ทำให้การวิเคราะห์การเมืองและเศรษฐกิจเมียนมาร์คาบเกี่ยวพัวพันกันอย่างลึกซึ้ง ซึ่งคงเป็นประโยชน์ไม่น้อย หากนักลงทุนไทยเริ่มคิดเจาะตลาดพม่าผ่านกลยุทธ์ทางการเมือง โดยในบทความนี้ จะขอนำเสนอ 3 พิชัยยุทธ์หลักเพื่อบุกตลาดประเทศดังกล่าว

1. พิชัยยุทธ์ว่าด้วยรัฐและสังคม (State and Society) :

เมียนมาร์สหัสวรรษใหม่ เต็มไปด้วยความร่วมมือและความขัดแย้งระหว่างรัฐและสังคมอย่างเข้มข้น รัฐในที่นี้ หมายถึง หน่วยงานที่มีอำนาจบริหารบังคับใช้กฎหมายหรือถืออาวุธรักษาความสงบเรียบร้อยภายในประเทศ อาทิ รัฐบาลกลาง ทหารและตำรวจเมียนมาร์ ขณะที่สังคม อาจหมายถึง ชุมชน หรือองค์กรอื่น ๆ ที่มิใช่รัฐ เช่น พระสงฆ์ ชาวนา กรรมกร นักศึกษา สื่อมวลชนและชนชาติพันธุ์

ในห้วงปัจจุบัน แม้สายสัมพันธ์ระหว่างรัฐกับสังคมจะกระชับแน่นมากกว่าแต่ก่อน ทว่าความเป็นปฏิปักษ์ต่อกันระหว่างสองภาคส่วน กลับเริ่มปริแยกและเหวี่ยงวงสะวิงมากขึ้น โดยเฉพาะการรวมตัวกันของชาวบ้านเพื่อต่อต้านโครงการสร้างเขื่อนและเหมืองถลุงแร่ของนักธุรกิจจีน จนนำไปสู่กระแสกดดันหรือการประท้วงรัฐบาลเมียนมาร์ โดยขบวนการนักศึกษาและภาคประชาสังคมบางกลุ่ม ซึ่งเริ่มส่งผลต่อบรรยากาศการลงทุนในเมืองที่มีการประท้วง

ดังนั้น นักธุรกิจไทยที่เริ่มเข้าไปสานสายใยอำนาจกับภาครัฐเมียนมาร์ จึงควรตรวจสอบเป้าหมายและผลกระทบการลงทุนของบริษัทตนให้ถี่ถ้วน เพื่อหลีกเลี่ยงการโจมตีจากภาคสังคมพม่าที่เริ่มมีพื้นที่วิพากษ์วิจารณ์นักธุรกิจต่างชาติ หรือเรียกร้องสิทธิเสรีภาพและค่าชดเชยต่าง ๆ มากขึ้น

2. พิชัยยุทธ์ว่าด้วยศูนย์กลางและชายขอบ (Centre and Periphery) :

เมียนมาร์เป็นรัฐที่มีความย้อนแย้งในทางภูมิศาสตร์การเมือง กล่าวคือมีการแบ่งแยกระหว่างดินแดนตอนกลางกับดินแดนชายขอบ ทั้งในเชิงประวัติศาสตร์ ชาติพันธุ์ การเมืองและการพัฒนา โดยขณะที่เมืองสำคัญอย่างย่างกุ้ง และมัณฑะเลย์ มีสัดส่วนประชากรและความเจริญด้านโครงสร้างพื้นฐานในระดับสูง เมืองในรัฐชาติพันธุ์ อย่างลอยก่อ และมิตจิน่า กลับมีดุลประชากรและอัตราความเจริญที่ต่ำกว่าพม่าภาคกลางอยู่หลายระดับ ทั้ง ๆ ที่พื้นที่เหล่านั้นเต็มไปด้วยทรัพยากรธรรมชาติอันมีค่า เช่น ไม้สัก สินแร่ และอัญมณีนานาชนิด

ขณะเดียวกันแม้ปัจจุบัน เมียนมาร์จะมีการก่อตัวของสถาบันรัฐสภา และรัฐบาลประจำภูมิภาคต่าง ๆ อาทิ รัฐสภารัฐฉาน หรือรัฐบาลรัฐมอญ หากแต่อำนาจการตัดสินใจหลายประการกลับอยู่ใต้การควบคุมของรัฐบาลกลางที่กรุงเนย์ปิดอว์ ประกอบกับกองกำลังชนชาติพันธุ์หลายกลุ่ม ยังคงถือควบคุมฐานทรัพยากรตามแนวชายแดน จนทำให้นักลงทุนอาจต้องคิดให้รอบคอบก่อนเปิดตลาดเมียนมาร์ เพื่อจับกระแสดุลอำนาจระหว่างศูนย์กลาง-ชายขอบอย่างถูกจังหวะ

3. พิชัยยุทธ์ว่าด้วยกลุ่มอำนาจและผลประโยชน์ (Power and Interest Groups) :

หลังการเปิดประเทศครั้งใหม่ กลุ่มธุรกิจเมียนมาร์มีอัตราการเติบโตแบบก้าวกระโดด พร้อมกระชับสัมพันธ์กับชนชั้นนำทางการเมือง จนกลายเป็นโครงข่ายผลประโยชน์อันซับซ้อน อาทิ ธนาคารท้องถิ่นกันบอซา (Kanbawza/KBZ) ที่ได้ชื่อว่าเป็นธนาคารเอกชนยักษ์ใหญ่ของเมียนมาร์ โดยมีสาขากระจายอยู่ทั่วประเทศราว 130-140 แห่ง ซึ่งนับเป็นกลุ่มธุรกิจที่มีอิทธิพลต่อการเมืองเมียนมาร์ นับแต่ช่วงรัฐบาลทหารตาน ฉ่วย จนถึงปัจจุบัน ท่ามกลางการเติบโตของกลุ่มทุนเมียนมาร์ที่ค่อย ๆ สยายปีกสร้างสายสัมพันธ์กับทั้งรัฐบาลพม่าและบริษัทต่างประเทศอย่างต่อเนื่อง นักลงทุนไทยอาจต้องหมั่นตรวจสอบโครงสร้างและสายใยอำนาจของนักธุรกิจเหล่านี้ เนื่องจากกลุ่มดังกล่าวอาจเป็นได้ทั้งพันธมิตรและคู่แข่งทางการตลาด

เมียนมาร์ในวันนี้ถือเป็นรัฐที่เริ่มควบรวมกิจกรรมทางธุรกิจกับการเมืองอย่างเหนียวแน่น จนทำให้นักลงทุนไทยอาจเผชิญกับสภาวะติดขัดภายใต้กระแสการเปลี่ยนผ่านการเมืองที่ซับซ้อน

ฉะนั้น จึงหวังว่าพิชัยยุทธ์เชิงรัฐศาสตร์ฉบับกะทัดรัดนี้ คงช่วยเบิกทางให้นักลงทุนไทยสามารถตีฝ่าวงล้อมและบุกตีตลาดพม่าได้อย่างสมใจ



ขอบคุณรูปภาพจาก : ประชาชาติธุรกิจ

10 เมษายน 2558
แหล่งข้อมูล: อาจารย์สาขาเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ศึกษา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
โดย: ดุลยภาค ปรีชารัชช

รูปภาพที่เกี่ยวข้อง

Back to the list

More Related

  • เป็นที่รู้กันว่าไทยเป็นประเทศที่มีความโดดเด่นเรื่องการแพทย์และสาธารณสุขในระดับโลก โดยไทยสามารถดึงดูดผู้ใช้บริการจากทั่วโลกเข้ามารับการดูแลรักษาสุขภาพ โดยเฉพาะผู้มีรายได้สูงจากตะวันออกกลางและญี่ปุ่น นอกจากนี้ การเปิดประชาคม ASEAN จะเป็นตัวเร่งให้โรงพยาบาลในไทยเริ่มตื่นตัวรับกระแสดังกล่าว รวมถึงการขยายสาขาออกไปยังประเทศเพื่อนบ้านอย่างเวียดนาม กัมพูชา และเมียนมา
  • กองทุนการเงินระหว่างประเทศ หรือ IMF ได้คาดการณ์ว่า เศรษฐกิจเมียนมาปีนี้จะเติบโตถึง 8.5% จะเป็นจริงมากแค่ไหน ย้อนดูผลงานทางเศรษฐกิจเมื่อปี 2558 คงจะพอบอกอะไรได้บ้าง
  • ขณะที่เมียนมาร์ได้กลายเป็นประเทศ “เนื้อหอม” สำหรับนักลงทุนทั่วโลก ชื่อ “ทวาย” ก็เริ่มเป็นที่คุ้นหูและหมายปองสำหรับนักลงทุนไทย
  • คนเมียนมาร์เข้าถึงมือถือครบ 100% ใน 6 ปี ผลสำรวจล่าสุดชี้ ชาวเมียนมาร์จะใช้มือถือครบทุกคนใน 6 ปี หลังรัฐบาลเปิดเสรีอุตสาหกรรมโทรคมนาคม
  • การปฏิรูปทางเศรษฐกิจในพม่า ส่งผลต่อการปรับบรรยากาศการลงทุนและการเปิดคลังทรัพยากรมหาศาลเพื่อรองรับกระแสทุนนิยมและโลกาภิวัตน์ที่ถาโถมเข้าใส่เมียนมาร์อย่างต่อเนื่อง
  •         ตลาดอาเซียนถือเป็นตลาดใหม่ที่มีอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจในระดับสูงและรวดเร็ว โดยเฉพาะชาติที่เพิ่งเปิดประเทศอย่าง "เมียนมาร์" ซึ่งเป็นที่จับตามองของนักลงทุนทั่วโลก เพราะเป็นตลาดใหม่ที่มีศักยภาพซึ่งนักลงทุนที่เข้าไปในเมียนมาร์มากที่สุด คือ จีน รองลงมาเป็นญี่ปุ่น และไทยที่มีสัดส่วนใกล้เคียงกัน

ประเภทข่าว


แหล่งข้อมูลข่าวเศรษฐกิจ