ฟิลิปปินส์ ร่วมมือ EU ชูสโลแกน การประมงอย่างยั่งยืน
ฟิลิปปินส์ ร่วมมือ EU ชูสโลแกน การประมงอย่างยั่งยืน

เมื่อวันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2558 นาง Lowri Evans, Director-General กรรมาธิการยุโรปด้านประมงและทะเล (DG-MARE) ได้เข้าร่วมสัมมนาแนวทางการทำประมงอย่างยั่งยืน ซึ่งจัดขึ้นที่ Institute for Maritime Affairs and Law of the Sea of University of the Philippines ณ กรุงมานิลา ประเทศฟิลิปปินส์ โดยในโอกาสนี้ นาง Lowri Evans ได้กล่าวสุนทรพจน์ภายใต้หัวข้อ “นิยามของนโยบายประมง EU” (Overview of the EU fisheries policy) ในงานสัมมนาดังกล่าว สรุปสาระสำคัญดังนี้

1. ประเทศฟิลิปปินส์เป็นประเทศที่มีบทบาทสำคัญทางทะเล ซึ่งทะเลเป็นแหล่งอุตสาหกรรมประมงที่ยิ่งใหญ่และเป็นแหล่งรายได้ของชาวฟิลิปปินส์หลายล้านคน เรือประมงของฟิลิปปินส์ออกไปทำประมงในทุก น่านน้ำ ปลาทูน่ากระป๋องจากฟิลิปปินส์ก็มีวางจำหน่ายอยู่ทั่วโลก ตนเชื่อว่า ฟิลิปปินส์เข้าใจถึงความสำคัญของ การทำประมงอย่างยั่งยืน แม้ทรัพยากรสัตว์จะเป็นทรัพยากรที่ใช้แล้วไม่หมดไป (renewable resources) แต่ ถ้าหากขาดการบริหารจัดการประมงที่เหมาะสมก็จะทำให้เกิดปัญหา overfishing และทำให้สัตว์น้ำหมดไปได้

2. นาง Evans กล่าวว่า ทุกประเทศมีส่วนร่วมในการรับผิดชอบด้านตัวเลขและข้อมูลวิทยาศาสตร์ ซึ่งนโนบายประมงต้องตั้งอยู่บนพื้นฐานของวิทยาศาสตร์ เราต้องมีความชัดเจนต่อสถานะของ stock สัตว์น้ำ ก่อนกำหนดปริมาณการจับสัตว์น้ำของชาวประมง หลังจากนั้น จึงจะออกกฎระเบียบที่โปร่งใสและยุติธรรมต่อ ชาวประมง ซึ่งกฎระเบียบจะไม่มีความหมายหากขาดการควบคุมที่เข้มงวด รัฐบาลต้องส่งเสริมให้มีการปฏิบัติ ตามกฎหมายและมีบทลงโทษชาวประมงที่ฝ่าฝืน

ในปี ค.ศ. 2014 EU ได้ปรับปรุงนโยบายประมงร่วม โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้การประมงเกิดความ ยั่งยืนทั้งทางสิ่งแวดล้อม เศรษฐกิจ และสังคม โดยมีหลักการ คือ

  • การจับปลาอย่างเหมาะสมก่อให้เกิดสต็อกปลาที่อุดมสมบูรณ์ (healthier fish stocks)
  • สต็อกปลาที่มีความอุดมสมบูรณ์ก่อให้เกิดการจับปลาที่ได้ปริมาณที่มากขึ้น
  • การจับปลาที่ได้ปริมาณที่มากขึ้นก่อให้เกิดรายได้ที่มากขึ้นแก่ชาวประมงผู้จับปลา
  • รายได้ที่มากขึ้นหมายถึงการก่อให้เกิดการสร้างงานที่มากขึ้นทั้งในทะเลและบนบก โดยเฉพาะอย่างยิ่งชุมชมชายฝั่งทะเล

นโยบายประมงร่วมของ EU อยู่บนพื้นฐานคำแนะนำทางวิทยาศาตร์ โดยนำหลักการของ MSY หรือ maximum sustainable yeild มาใช้ในการจัดการ stock สัตว์น้ำของ EU โดย EU นำนักวิทยาศาตร์และผู้มีส่วน เกี่ยวข้องมาเป็นร่วมเป็นกรรมการในระดับนโยบาย (decision making) ข้อบังคับใหม่ที่เพิ่งออกมาคือการห้าม ทิ้งปลา (discard ban) ซึ่งจะเป็นแรงจูงใจให้ชาวประมงจับปลาเฉพาะที่ต้องการและไม่ทิ้งปลาโดยเปล่าประโยชน์

การบังคับใช้นโยบายและกฎหมายจะสูญเปล่าหากไม่ได้รับความร่วมมือจากทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง ซึ่งในท้องทะเลอื่น ๆ ทั่วโลกก็เช่นเดียวกัน ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องระหว่างประเทศต้องให้ความร่วมมือกันเพื่อให้ stock สัตว์น้ำมีความอุดมสมบูรณ์สูงสุด (maximum healthy level)

3. EU เป็นหนึ่งในผู้นำเข้าสัตว์น้ำรายใหญ่ที่สุดของโลก มีปริมาณนำเข้าสัตว์น้ำสองในสามของปริมาณการบริโภค ทำให้ EU ต้องมีความรับผิดชอบในฐานะรัฐเจ้าของตลาด (Market State) EU ต้องการให้ stock สัตว์น้ำของโลกมีความอุดมสมบูรณ์ และต้องการให้เกิดความมั่นใจว่าสัตว์น้ำที่นำเข้าสู่ตลาด EU มาจาก การทำประมงด้วยวิธีที่ยั่งยืน จึงเป็นที่มาของการออกกฎระเบียบ IUU ในปี ๒๕๕๓ ซึ่งให้อำนาจประเทศสมาชิก ควบคุมไม่ให้มีการนำเข้าสัตว์น้ำที่มาจากการทำประมงผิดกฎหมาย กฎระเบียบ IUU ไม่ใช่เรื่องใหม่ แต่เป็นการ บังคับให้ประเทศที่สามปฏิบัติตามข้อบังคับสากลที่มีอยู่แล้ว วัตถุประสงค์ของกฎระเบียบ IUU ทุกฝ่ายที่มีส่วน เกี่ยวข้อง ทั้งผู้ประกอบการ ผู้ค้า ชาวประมง หรือภาครัฐ มีความรับผิดชอบมากขึ้น ในการปฏิบัติตาม ข้อกำหนดสากลขององค์กรระหว่างประเทศ คือ UN, FAO และ RFMOs ซึ่งต้องปฏิบัติตามในฐานะรัฐเจ้าของธง (Flag State) รัฐเจ้าของท่าเรือ (Port State) รัฐชายฝั่ง (Coastal State) และรัฐเจ้าของตลาด (Market State)

4. EU เริ่มเจรจาถึงปัญหาดังกล่าวกับฟิลิปปินส์ในเดือนมกราคม ๒๐๑๒ ซึ่งต่อมาหลังจากนั้นพบว่า ฟิลิปปินส์ได้พัฒนาตนให้เข้าสู่ข้อกำหนดการทำประมงสากล โดยล่าสุดได้ลงนามในข้อตกลง UN Fish Stock Agreement เพื่อควบคุมการจับสัตว์น้ำจำพวกอพยพย้ายถิ่นและคร่อมเขตทางทะเล ส่งผลให้ขณะนี้ฟิลิปปินส์ก้าว ขึ้นมาเป็นประเทศตัวอย่างด้านการจัดการประมงปลาทูน่าอย่างยั่งยืน ซึ่ง EU ชื่นชมการดำเนินงานของทางการ ฟิลิปปินส์ที่อยู่ในระหว่างจัดทำนโยบายประมงแห่งชาติขึ้นใหม่ และ EU พร้อมที่จะให้ความร่วมมือกับฟิลิปปินส์ ทั้งในระดับสากลและในระดับภูมิภาค เพื่อต่อต้านการทำประมง IUU และส่งเสริมการใช้ทรัพยากรในมหาสมุทรอย่างยั่งยืนต่อไป

23 มีนาคม 2558
โดย: ศูนย์ธุรกิจสัมพันธ์ กรมเศรษฐกิจระหว่างประเทศ กระทรวงการต่างประเทศ กระทรวงการต่างประเทศ

รูปภาพที่เกี่ยวข้อง

Back to the list

More Related

ประเภทข่าว


แหล่งข้อมูลข่าวเศรษฐกิจ