ENVI สนับสนุนการออกกฎหมายให้ฉลากอาหารแสดงแหล่งกำเนิดเนื้อสัตว์ในอาหารสำเร็จรูป
ENVI สนับสนุนการออกกฎหมายให้ฉลากอาหารแสดงแหล่งกำเนิดเนื้อสัตว์ในอาหารสำเร็จรูป
      แหล่งข่าวจาก Food Navigator รายงานเมื่อวันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2558 ว่าสมาชิกรัฐสภายุโรป (MEPs) ได้ลงคะแนนเสียงข้างมาก (480-204 เสียง) ต่อเนื่องจากผลคะแนนสนับสนุนของคณะกรรมาธิการด้านสิ่งแวดล้อม สาธารณสุขและความปลอดภัยด้านอาหาร (ENVI) เมื่อเดือนมกราคม 2558 สนับสนุนการออกกฎหมายบังคับให้ฉลากอาหารแสดงถึงแหล่งกำเนิดของเนื้อสัตว์ที่เป็นส่วนผสมของอาหารสำเร็จรูป

     ผู้ที่ลงคะแนนไม่เห็นด้วยรายหนึ่งให้ความเห็นว่าผู้ประกอบการขนาดกลางและเล็ก (SME) ส่วนใหญ่จะเปลี่ยนแหล่งวัตถุดิบ (Supplier) อย่างน้อยปีละ 3 ครั้งเพื่อรักษาปริมาณและคุณภาพของวัตถุดิบในราคาที่เป็นที่ยอมรับได้ โดยการเปลี่ยนแปลงฉลากอาหารอาจจะส่งผลให้ต้นทุนขยับตัวสูงขึ้น และไม่คิดว่าจะเป็นการป้องกันความผิดพลาดดังเช่นกรณีที่พบส่วนผสมของเนื้อม้าในอาหารเมื่อไม่นานมานี้

     สมาคมการค้า Food Drink Europe (FDE) ซึ่งแสดงท่าทีไม่สนับสนุนมาโดยตลอด และเห็นว่านโยบายดังกล่าวจะส่งผลเสียต่อธุรกิจ ผู้บริโภค และสิ่งแวดล้อมเนื่องจากจะทำให้มีต้นทุนที่เพิ่มขึ้นและอาจจะส่งผลให้เกิดขยะจากอาหาร (Food Waste) เพิ่มมากขึ้น นอกจากนี้ สมาคมของขบเคี้ยวยุโรป (European Snack Association: ESA) ยังแสดงความเป็นห่วงว่ากฎหมายดังกล่าวอาจจะรวมถึงส่วนผสมที่คิดเป็นสัดส่วนส่วนน้อย เช่น ส่วนผสมที่ให้รสชาติของเนื้อสัตว์ในขนมขบเคี้ยว และยังไม่ได้รับทราบว่าจะมีการกำหนดสัดส่วนขั้นต่ำของเนื้อที่นำมาใช้เป็นส่วนประกอบหรือไม่ โดยประเด็นนี้จะถูกยกขึ้นถึงระดับคณะกรรมาธิการยุโรปเพื่ออกเป็นร่างกฎหมายต่อไป

     ในการนี้ สมาชิกจากสหราชอาณาจักรและโฆษกพรรคแรงงานยุโรปเรื่องความปลอดภัยทางอาหาร นาง Glenis Willmott กล่าวว่าคณะกรรมาธิการน่าจะรับฟังคำเรียกร้องของสมาชิกรัฐสภา และปรับใช้มาตรการนี้เพื่อแสดงถิ่นกำเนิดของเนื้อทุกประเภทบนฉลากอาหาร โดยเห็นว่าผู้บริโภคมีสิทธิที่จะรับรู้ถึงที่มาของอาหาร และเพื่อให้เกิดความชัดเจน ไม่ทำให้ผู้บริโภคเกิดความสับสนพร้อมกับยังจะสร้างความมั่นใจให้กลับมาสู่อุตสาหกรรมอาหารอีกครั้งหนึ่ง

     องค์กรผู้บริโภคยุโรป (The European Consumer Organisation: BEUC) แสดงท่าทีสนับสนุนการออกกฎหมายดังกล่าวและกล่าวว่าผู้บริโภคในสหภาพฯ กว่าร้อยละ 90 ต้องการให้เกิดความโปร่งใสในห่วงโซ่อุปทาน โดยประธานของ BEUC นาง Monuiqe Goyen กล่าวว่ามาตรการนี้จะทำให้ผู้ผลิตมั่นใจได้ว่าวัตถุดิบของตนมาจากที่ใดและใส่ไว้บนฉลากได้อย่างชัดเจน และอ้างถึงข้อมูลจาก องค์กรความปลอดภัยทางอาหารของสหราชอาณาจักร (UK’s Food Safety Agency: FSA) หนึ่งในห้าของร้านอาหาร Take away ในสหราชอาณาจักรมีส่วนผสมของเนื้อที่ไม่ทราบแหล่งที่มา

     ทั้งนี้ FDE ได้ออกมาให้ความเป็นเพิ่มเติมว่าเป็นการเดินหน้าไปในทิศทางที่ขัดกับหลักการณ์ตลาดเดียว (Single Market) ของสหภาพฯ และไม่ให้ความยืดหยุ่นต่อห่วงโซ่อุปทาน โดยอ้างว่าวัตถุดิบส่วนใหญ่มาจากหลายประเทศทั้งใน และนอกสหภาพฯ และมีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลาเพื่อรักษาระดับราคาไม่ให้เพิ่มขึ้น รักษาคุณภาพสินค้ารวมถึงปริมาณทั้งในและนอกตลาดยุโรป การบังคับให้ผู้ผลิตจะต้องแสดงถึงแหล่งกำเนิดของเนื้อสัตว์จะทำให้ขั้นตอนการผลิตแตกต่างกันไปตามที่มาแต่ละประเทศซึ่งจะทำให้ความยืดหยุ่นของการสามารถที่จะหาวัตถุดิบจากที่ต่างๆ มีน้อยลง ประสิทธิภาพของห่วงอุปทานลดลง ต้นทุนเพิ่มสูงขึ้น และเพิ่มขยะที่มาจากอาหาร

ขอบคุณรูปภาพจาก: http://www2.thaieurope.net/มาตรการกำกับฉลากแหล่งก-2/
13 มีนาคม 2558
แหล่งข้อมูล: http://www2.thaieurope.net
โดย: สำนักงานพาณิชย์ในต่างประเทศ ณ กรุงบรัสเซลส์

รูปภาพที่เกี่ยวข้อง

Back to the list

More Related

  • โปรตุเกสอาจไม่ใช่ประเทศลำดับต้น ๆ ที่โลกนึกถึงถ้าจะต้องเลือกไปค้าและลงทุน ณ เวลานี้ แต่สำหรับประเทศไทย เป็นจังหวะที่น่าสนใจ ต้นเดือน ก.ค. ศกนี้ กรมยุโรป กระทรวงการต่างประเทศ ชวนไปสำรวจโอกาสในโปรตุเกสด้วยกัน เพราะกำลังจะจะมีการหารือสองฝ่ายที่เรียกว่า การประชุม Political Dialogue ไทย-โปรตุเกส ครั้งที่ 2 ซึ่งจะจัดขึ้นในวันที่ 8 ก.ค. 2559 ที่กรุงลิสบอน เมืองหลวงของโปรตุเกส ไทยอยากผลักดันเรื่องอะไรกับโปรตุเกส เวทีนี้คือโอกาส
  • แรงจูงใจทางด้านภาษีคือแม่เหล็กสำคัญที่รัฐบาลประเทศต่าง ๆ ใช้ดึงดูดนักลงทุนจากต่างชาติ รัฐบาลในอียูหลายประเทศก็เช่นกัน ต่างแข่งขันกันลดภาษีดึงดูดการลงทุน จนเรียกได้ว่ากลายเป็นสงครามภาษีระหว่างประเทศ  หรือ International Tax War แต่ตอนนี้ เอกชนที่ไปลงทุนในอียูคงต้องระวังมากขึ้น เพราะแรงจูงใจทางภาษีที่ได้รับ อาจกลายเป็นดาบสองคมที่ย้อนกลับมาทำร้ายบริษัท หากไม่ได้ตรวจสอบให้ดีก่อนว่า การลดหรือยกเว้นภาษีนั้นผิดกฎการอุดหนุนโดยภาครัฐ  
  • ฟินแลนด์ ประเทศในกลุ่มสแกนดิเนเวีย นอกจากจะเป็นประเทศที่มีชื่อเสียงด้านความสวยงามทางธรรมชาติท่ามกลางบรรยากาศอันหนาวเย็น
  • สหภาพยุโรปได้ออกประกาศ Commission Implementing Decision 2015/1338 of 30 July 2015 amending Decision 2011/163/EU on the approval of plans submitted by third countries in accordance with Article 29 of Council Directive 96/23/EC ซึ่งเป็นการปรับปรุงแก้ไขบัญชีรายชื่อประเทศที่สามที่ได้รับอนุญาตให้นำเข้าสินค้าที่ปลอดสารตกค้่าง
  • เมื่อวันที่ 14 กรกฎาคม 2558 ทางสหภาพยุโรปได้ออกประกาศกฎระเบียบ 2 ฉบับ ซึ่งมีรายละเอียดดังนี้...
  • เมื่อวันที่ ๒๖ มิถุนายน ๒๕๕๘ สหภาพยุโรปออกประกาศกฎระเบียบ Commission Regulation (EU) 2015/1005 of 25 June 2015 amending Regulation (EC) No 1881/2006 as regards maximum levels of lead in certain foodstuffs โดยตีพิมพ์ใน EU Official Journal L 161/9 ซึ่งเป็น การกำหนดระดับค่าอนุโลมตกค้างสูงสุดของสารตะกั่ว (lead) ในสินค้าอาหารที่มีความเสี่ยงต่อการปนเปื้อน อันเป็นการแก้ไขกฎระเบียบเดิม ซึ่งได้แก่ Regulation (EC) No 1881/2006 เพื่อให้สอดคล้องกับผลงานวิจัย ของคณะทำงาน CONTAM Panel ของ EFSA ซึ่งได้ระบุว่า สารตะกั่วที่ได้รับผ่านการบริโภคอาหาร สามารถก่อให้เกิดความเป็นพิษต่อพัฒนาการทางสมองในเด็กเล็ก และก่อให้เกิดโรคหัวใจและหลอดเลือด และ ความเป็นพิษต่อไตในผู้ใหญ่ได้ จึงเห็นควรให้มีการปกป้องกลุ่มผู้บริโภคที่มีความเสี่ยง คือ กลุ่มเด็กเล็กและ ผู้หญิงในวัยเจริญพันธุ์ ดังนั้น ในครั้งนี้ จึงให้มีการปรับค่าอนุโลมตกค้างสูงสุดของสารตะกั่วในสินค้าพืช สัตว์ และสัตว์น้ำบางรายการขึ้นใหม่...

ประเภทข่าว


แหล่งข้อมูลข่าวเศรษฐกิจ