ท่องเที่ยวฮาลาลรุ่ง "มาเลย์" ลิ่วเบอร์1 เอื้อมุสลิม
ท่องเที่ยวฮาลาลรุ่ง "มาเลย์" ลิ่วเบอร์1 เอื้อมุสลิม

มาเลเซียขึ้นแท่นประเทศที่ "เป็นมิตร" ต่อนักท่องเที่ยวมุสลิมมากที่สุดของโลก ส่วนไทยมาเป็นอันดับ 20 และอันดับที่ 2 ในกลุ่มประเทศที่ไม่ใช่มุสลิม

รอยเตอร์ส อ้างดัชนีการท่องเที่ยวมุสลิมทั่วโลก (GMTI) จากการสำรวจของมาสเตอร์การ์ดร่วมกับเครสเซนต์เรตติงว่า มาเลเซียเป็นจุดหมายปลายทางที่มีสภาพแวดล้อม รวมถึงสิ่งอำนวยความสะดวกเอื้อต่อนักเดินทางที่นับถือศาสนาอิสลามมากที่สุด จาก 100 ประเทศที่ถูกสำรวจ ตามมาด้วย ตุรกี สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ และซาอุดีอาระเบีย

ส่วนสิงคโปร์มาเป็นอันดับ 1 ในบรรดาประเทศนอกองค์การความร่วมมืออิสลาม (OIC) โดยได้คะแนนสูงในด้านความเป็นมิตรต่อนักท่องเที่ยวเป็นครอบครัว ความปลอดภัย รวมถึงบริการ ไล่หลังมาด้วยไทย สหราชอาณาจักร และแอฟริกาใต้

ทั้งนี้ 40 อันดับแรกในทำเนียบ GMTI มีคะแนนเฉลี่ย 56 คะแนน ขณะที่คะแนนเฉลี่ยของทั้ง 100 ประเทศซึ่งถูกสำรวจอยู่ที่ 43.8 โดยภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิกมีคะแนนเฉลี่ยมากที่สุด 54 คะแนน

ดัชนี GMTI ยังเผยด้วยว่า การท่องเที่ยวแบบฮาลาลเป็นเซ็กเตอร์ที่ขยายตัวอย่างรวดเร็ว ในปีที่แล้วมีนักท่องเที่ยวมุสลิม 108 ล้านคน ใช้จ่ายเป็นมูลค่า 1.45 แสนล้านดอลลาร์ คิดเป็น 10% ของอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวโลก และคาดว่าภายในปี 2563 จำนวนนักเดินทางมุสลิมจะพุ่งเป็น 150 ล้านคน และมูลค่าตลาดขยับเป็น 2 แสนล้านดอลลาร์ หรือ 11% ของการท่องเที่ยวโลก

นักท่องเที่ยวมุสลิมกลายเป็นกลุ่มเป้าหมายที่หลายประเทศพยายามเข้ามาทำการตลาด ท่ามกลางการชะลอตัวของเศรษฐกิจยุโรปและจีน ซึ่งเคยเป็นแหล่งที่มาของนักท่องเที่ยวกลุ่มใหญ่ โดยปัจจัยด้านการท่องเที่ยวที่คนมุสลิมให้ความสำคัญ ได้แก่ มีอาหารฮาลาลวางจำหน่ายทั่วไป มีห้องละหมาดให้บริการ ความปลอดภัยเป็นอีกประเด็นที่มาเป็นลำดับต้นๆ ซึ่งทำให้ประเทศตะวันตกที่มีกระแสต่อต้านอิสลามถูกตัดคะแนน และประเทศแถบเอเชียยึดแถวหน้าใน GMTI

12 มีนาคม 2558
แหล่งข้อมูล: ประชาชาติธุรกิจออนไลน์
โดย: ศูนย์ธุรกิจสัมพันธ์ กรมเศรษฐกิจระหว่างประเทศ กระทรวงการต่างประเทศ

Back to the list

More Related

  • แม้ว่าความสนใจที่จะไปลงทุนในต่างประเทศในปัจจุบัน จะพุ่งเป้าไปที่ประเทศเพื่อนบ้านอย่าง                    เมียนมาร์ ลาว กัมพูชา เป็นหลัก แต่ก็ยังมีอีกหนึ่งประเทศที่ผู้ประกอบการไทยไม่ควรมองข้าม นั่นก็คือ มาเลเซีย
  • ระบบภาษีสินค้าและบริการ GST หรือ Good and Services Tax เป็นระบบภาษีทางอ้อมที่รัฐบาลมาเลเซียได้ประกาศใช้ตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน 2558 โดยจะจัดเก็บทุกครั้งที่มีการชำระเงินเพื่อซื้อขายสินค้าหรือบริการ ในอัตราร้อยละ 6 ของมูลค่าสินค้าหรือบริการนั้นๆ โดยระบบภาษี GST เป็นระบบที่นำมาใช้ทดแทนระบบภาษีการซื้อขายสินค้าและบริการเดิม ซึ่งมีความซับซ้อนในการคำนวณและการจัดเก็บ เนื่องจากมีการเรียกเก็บภาษีจากแหล่งผลิตในหลายอัตรา ซึ่งสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงกัวลาลัมเปอร์ ได้สรุปข้อมูลที่น่าสนใจไว้ ดังนี้...
  • "มาเทรด" กรมส่งเสริมการส่งออกมาเลเซียเชิญชวนเอกชนไทยร่วมงาน MIHAS งานสินค้าและบริการฮาลาล ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลก
  • มาเลเซียขึ้นแท่นประเทศที่ "เป็นมิตร" ต่อนักท่องเที่ยวมุสลิมมากที่สุดของโลก ส่วนไทยมาเป็นอันดับ 20 และอันดับที่ 2 ในกลุ่มประเทศที่ไม่ใช่มุสลิม
  • ท่องเที่ยวมาเลเซียเดินหน้าปั๊มตัวเลขนักท่องเที่ยวจากทั่วโลก ประกาศชู "ความวาไรตี้" ทั้งด้านวัฒนธรรม-แหล่งช็อปปิ้ง ภายใต้แคมเปญ "My Fest 2015" พร้อมนำเสนอ New Event New Attraction" ขายความสดใหม่ คาดปีนี้จำนวนนักท่องเที่ยวแตะ 28 ล้านคน
  • เงินริงกิตเทียบกับเงินดอลลาร์ ร่วงแตะระดับต่ำสุดในรอบ 5 ปีครึ่ง เหตุกังวลราคาน้ำมันลด กระทบเศรษฐกิจมาเลเซีย...

ประเภทข่าว


แหล่งข้อมูลข่าวเศรษฐกิจ