เศรษฐกิจบราซิลอ่วม การเมืองวุ่น-ว่างงาน-เงินเฟ้อพุ่ง
เศรษฐกิจบราซิลอ่วม การเมืองวุ่น-ว่างงาน-เงินเฟ้อพุ่ง

การขยายตัวทางเศรษฐกิจในปีนี้ของบราซิลมีแนวโน้มจะติดลบ ท่ามกลางความวิตกว่าความตึงเครียดทางการเมืองและค่าเงินเรียลที่ย่ำแย่ในปัจจุบัน จะยิ่งกดดันให้สถานการณ์เลวร้ายลงอีก

ดิอีโคโนมิสต์ ระบุว่า ในวาระการดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีสมัยแรกของนางดิลมา รุสเซฟฟ์ ช่วงปี 2554-2557 เศรษฐกิจบราซิลเติบโตเฉลี่ยเพียง 1.2% ต่อปี ต่ำกว่าประเทศอื่นในภูมิภาคเดียวกัน และต่ำสุดในกลุ่ม "BRICS" หรือ 5 ประเทศตลาดเกิดใหม่ชั้นนำ ที่ประกอบด้วย บราซิล รัสเซีย อินเดีย จีน และแอฟริกาใต้

ปี 2557 เคยเป็นปีที่ชาวบราซิลเฝ้ารอ เพราะได้รับเกียรติให้เป็นเจ้าภาพมหกรรมฟุตบอลโลก แต่ฉากจบกลับไม่สวยหรูอย่างที่หวัง ไม่เพียงทีมแซมบ้าพลาดถ้วยแชมป์ในบ้านตัวเอง แต่ยังสิ้นเปลืองงบประมาณมหาศาลไปกับทัวร์นาเมนต์นี้ โดยได้รับประโยชน์ไม่คุ้มเสีย พร้อมกับข่าวฉาวเรื่องคอร์รัปชั่นในการก่อสร้างสนามกีฬา

การผลาญเงินไปกับฟุตบอลโลกยังส่งผลให้งบประมาณปีที่แล้ว ขาดดุลเพิ่มขึ้น2 เท่า เป็น 6.75% ของจีดีพี และเป็นครั้งแรกนับจากปี 2540 ที่รัฐบาลบราซิลไม่มีเงินพอชำระหนี้

หนี้สาธารณะของบราซิลในปีที่แล้วอยู่ที่ราว 63% ของจีดีพี แม้จะดูไม่สูงมากนักเมื่อเทียบกับหนี้สิน 175% ต่อจีดีพีของกรีซ และ 227% ของญี่ปุ่น แต่เนื่องจากอัตราดอกเบี้ยในบราซิลสูงถึง 12% ทำให้รัฐบาลต้องแบกภาระหนักในการหาเงินมาจ่ายเงินต้นและดอกเบี้ย ประกอบกับขณะนี้เงินเรียลอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ โดยเพิ่งทำสถิติอ่อนค่าต่ำสุดในรอบ 10 ปีเศษเมื่อวันอังคารที่ผ่านมา ทำให้หนี้สินที่กู้ยืมมาจากนอกประเทศพุ่งกระฉูด

การอ่อนค่าของเงินเรียลซ้ำเติมปัญหาเงินเฟ้อ เดือนที่แล้วตัวเลขเงินเฟ้อสูงขึ้น 7.36% ขณะที่เป้าหมายของธนาคารกลางบราซิลอยู่ที่ 4.5% ทำให้ธนาคารกลางตัดสินใจเมื่อวันที่ 4 มีนาคม ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายเป็น 12.75% ซึ่งสูงสุดในรอบ 6 ปี แต่นักเศรษฐศาสตร์มองว่า ไม่เพียงเป็นการเคลื่อนไหวที่ช้าเกินการณ์ แต่ยังเพิ่มต้นทุนการกู้ยืมของภาคครัวเรือนและภาคธุรกิจที่เงินขาดมือด้วย

หลายปีที่ผ่านมา ภาคครัวเรือนเป็นเซ็กเตอร์หลักในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจบราซิล อัตราการว่างงานที่ต่ำผลักดันให้ค่าจ้างแรงงานปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง รายได้ที่สูงขึ้นทำให้ผู้บริโภคบราซิลกู้ยืมได้มากขึ้นตาม ซึ่งช่วยให้ระบบเศรษฐกิจของประเทศยังคงเดินหน้าต่อไปได้ แม้โครงสร้างพื้นฐานด้อยคุณภาพ และภาคอุตสาหกรรมขาดความสามารถในการแข่งขัน

แต่ปัจจุบันภาคครัวเรือนไม่สามารถช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจได้อีกต่อไป เพราะไม่มีการปรับเพิ่มค่าแรง เนื่องจากผลิตภาพแรงงานคงที่ ขณะที่อัตราคนไม่มีงานทำเพิ่มเป็น 5.4% ในเดือนมกราคมที่ผ่านมา นายจ้างจึงไม่จำเป็นต้องใช้ค่าแรงที่สูงเป็นสิ่งจูงใจแรงงานอีกแล้ว

นอกจากปัญหาเศรษฐกิจแล้ว ความตึงเครียดทางการเมืองยังเป็นอีกปัญหาที่รุมเร้าบราซิล โดยเฉพาะ การสอบสวนการทุจริตใน "ปีโตรบราส" รัฐวิสาหกิจน้ำมันยักษ์ใหญ่ของประเทศ ซึ่งมีนักการเมืองเข้าไปพัวพันหลายคน รวมถึงบุคคลใกล้ชิดของนางรุสเซฟฟ์ บวกกับกำไรที่หายไปจากราคาน้ำมันที่ลดลง ล้วนส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจบราซิลไม่น้อย

ยิ่งไปกว่านั้น เริ่มเห็นเค้าลางความขัดแย้งระหว่างนางรุสเซฟฟ์ กับนายโจอาคิม เลวี หัวหน้าทีมเศรษฐกิจและรัฐมนตรีคลัง ที่อาจทำให้แผนฟื้นฟูเศรษฐกิจมีอันต้องสะดุด รวมถึงความฝันที่จะขยายตัวรวดเร็วเทียบชั้นจีนยิ่งห่างไกลออกไป

9 มีนาคม 2558
แหล่งข้อมูล: ประชาชาติธุรกิจออนไลน์
โดย: ศูนย์ธุรกิจสัมพันธ์ กรมเศรษฐกิจระหว่างประเทศ กระทรวงการต่างประเทศ

Back to the list

More Related

  • เมื่อวันที่ 21 กันยายน 2560 สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงบราซิเลีย ได้จัดกิจกรรมสาธิตการประกอบอาหารไทยแก่ผู้แทนร้านอาหารเอเชียในกรุงบราซิเลียจำนวน 10 ร้าน ณ โรงแรม Royal Tulip Brasilia Alvorada กรุงบราซิเลีย โดยมีแม่ครัวประจำทำเนียบเอกอัครราชทูตฯ เป็นวิทยากร ในโอกาสนี้ นายธีระพงษ์ วนิชชานนท์ อัครราชทูตที่ปรึกษา ในฐานะอุปทูต ได้กล่าวเปิดกิจกรรมฯ โดยชี้แจงวัตถุประสงค์ของกิจกรรมฯ ที่ต้องการประชาสัมพันธ์อาหารไทยแท้รสชาติดั้งเดิม รวมถึงวัตถุดิบและเครื่องปรุงไทยให้เป็นที่รู้จักในหมู่ชาวบราซิล ทั้งยังได้กล่าวถึงจุดเด่นและเสน่ห์ของอาหารไทยซึ่งมีชื่อเสียงในระดับโลก<br />
    <br />
    แม่ครัวฯ ได้สาธิตการประกอบอาหารไทย 4 รายการ ได้แก่ ปอเปี๊ยะทอด พะแนงเนื้อ ผัดไทยกุ้งสด และก๋วยเตี๋ยวเนื้อตุ๋น ทั้งนี้ ร้าน Mikami ร้านจำหน่ายเครื่องปรุงและวัตถุดิบสำหรับประกอบอาหารเอเชียที่เป็นที่รู้จักในกรุงบราซิเลียได้ให้การสนับสนุนเครื่องปรุงแก่ สอท. สำหรับจัดกิจกรรมดังกล่าวด้วย<br />
    <br />
    การจัดกิจกรรมดังกล่าวประสบผลสำเร็จด้วยดี โดยผู้แทนร้านอาหารต่าง ๆ ได้ทราบรสชาติและวิธีการปรุงอาหารไทยแท้รสชาติดั้งเดิม ทั้งยังแสดงความสนใจที่จะนำเมนูอาหารไทยไปปรับเพิ่มในเมนูของร้านตน ทั้งนี้ สอท. คาดว่าการจัดกิจกรรมฯ จะช่วยกระตุ้น/สนับสนุนการสร้าง “กระแสนิยมอาหารไทยในบราซิล” โดยเฉพาะในกรุงบราซิเลีย ซึ่งปัจจุบันยังไม่มีผู้ประกอบการร้านอาหารไทยอย่างเป็นกิจจะลักษณะ
  • วันที่ 31 สิงหาคม – 2 กันยายน 2560 นายสุรศักดิ์ สุภารัตน์ เอกอัครราชทูต ณ กรุงบราซิเลียพร้อมด้วยเจ้าหน้าที่สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงบราซิเลีย เดินทางเยือนเมืองโกยาเนีย รัฐโกยาส เพื่อจัดการสัมมนาส่งเสริมการค้า การลงทุนและการท่องเที่ยวไทย – บราซิล ให้แก่สมาชิกสภาหอการค้า สภาอุตสาหกรรม และภาคเอกชนที่เกี่ยวข้องของรัฐ และในโอกาสดังกล่าวเอกอัครราชทูตฯ และคณะได้พบกับผู้ว่าการรัฐโกยาส รวมทั้งหารือกับสมาคมผู้ประกอบการยางพาราเพื่อส่งเสริมความร่วมมือในอุตสาหกรรมการแปรรูปยางพารา นอกจากนั้น สถานเอกอัครราชทูตฯ ยังได้ร่วมกับสภาหอการค้าแห่งรัฐโกยาสจัดงาน Thailand Gala Dinner in Goiás เพื่อประชาสัมพันธ์อาหารไทยในบราซิลด้วย  
  • งานเทศกาลไทยในบราซิลครั้งแรก
  • เอกอัครราชทูตฯ เข้าเยี่ยมคารวะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตร ปศุสัตว์และอาหารแห่งบราซิล
  • ระหว่างวันที่ 8 – 10 สิงหาคม 2560 พลเอก อนันตพร กาญจนรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานและคณะเยือนบราซิล

ประเภทข่าว


แหล่งข้อมูลข่าวเศรษฐกิจ