จับตาการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานของโปแลนด์
จับตาการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานของโปแลนด์
            คงปฏิเสธไม่ได้ว่าโครงสร้างพื้นฐานเป็นหัวใจสำคัญของการพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืน เพราะไม่เพียงแต่จะช่วยอำนวยความสะดวกให้แก่ประชาชนในประเทศแล้ว ยังเป็นปัจจัยดึงดูดให้นักลงทุนต่างชาติสนใจเข้ามาลงทุนในประเทศ ซึ่งสำหรับโครงการการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานของโปแลนด์ ศูนย์ธุรกิจสัมพันธ์ กระทรวงการต่างประเทศ ได้รับข้อมูลที่น่าสนใจจากสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงวอร์ซอ (สาธารณรัฐโปแลนด์) เกี่ยวกับการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานต่าง ๆ ของโปแลนด์
    
            โปแลนด์มีแผนพัฒนารถไฟให้มีความทันสมัยและเชื่อมต่อกับเมืองต่าง ๆ ได้อย่างทั่วถึง โดยกลุ่มบริษัท Polskie Koleje Panstwowe หรือ PKP S.A. ของโปแลนด์ได้รับเงินสนับสนุนจากกองทุนยุโรป (EU Fund) ประจำปี 2550-2556 เป็นเงิน 7.6 พันล้านสว็อตตี้ (6.7 หมื่นล้านบาท) เพื่อพัฒนาด้านคมนาคมขนส่งผ่านบริษัทในเครือ โดยจะจัดสรรงบประมาณมากถึง 6.3 พันล้านสว็อตตี้ (5.57 หมื่นล้านบาท) เพื่อปรับปรุงระบบรางรถไฟระยะทาง 1.8 พันกิโลเมตรรวมทั้งจะพัฒนาเส้นทางรถไฟเชื่อมต่อกับท่าเรือเมือง Gdynia ซึ่งตั้งอยู่ริมอ่าวทางภาคเหนือและพัฒนาสถานีรถไฟให้กลายเป็นศูนย์กลางการขนส่งสินค้า ส่วนเงินทุนอีก 1.3 พันล้านสว็อตตี้ (1.14 หมื่นล้านบาท) จะนำไปพัฒนาตู้โดยสารจำนวน 300 ตู้ และจัดซื้อรถไฟจาก NEWAG Group ซึ่งเป็นบริษัทผลิตรถไฟและซ่อมรถบรรทุกสินค้าที่เก่าแก่ของประเทศ เพิ่มอีก 40 ขบวน ไม่เพียงเท่านั้น รัฐบาลโปแลนด์มี “แผนการรถไฟแห่งชาติ” (ปัจจุบัน-ปี 2566) เพื่อสร้างทางรถไฟและจัดซื้อรถไฟใหม่เป็นเงินมากถึง 5.87 หมื่นล้านสว็อตตี้ (5.18 แสนล้านบาท)
 
            รัฐบาลโปแลนด์ยังมีแผนก่อสร้างถนนในประเทศ (ปี 2557-2563) ซึ่งใช้งบประมาณ 9.28 หมื่นล้านสว็อตตี้ (8.19 แสนล้านบาท) เพื่อสร้างถนนใหม่และบำรุงรักษาถนน นอกจากนั้น กระทรวงโครงสร้างพื้นฐานของโปแลนด์มีแผนจะก่อสร้างทางหลวงพิเศษ ระยะทาง 71.6 กม. เพื่อเชื่อมโยงเมืองสำคัญต่าง ๆ อาทิ เส้นทาง Pyrzowice -Czestochowa เส้นทาง Warsaw - Minsk Mazowiecki

            งบประมาณอีกกว่า 9 พันล้านบาท จะถูกนำไปใช้ในโครงการขยายท่าเรือคลังสินค้าน้ำลึกที่เมือง Gdansk ซึ่งจะช่วยให้ท่าเรือแห่งนี้สามารถรองรับสินค้าได้มากถึง 4 ล้านทีอียู ซึ่งหากเปรียบเทียบกับท่าเรือแหลมฉบังของไทย ในปี 2557 ที่ผ่านมา มีตู้สินค้าผ่านท่าประมาณ 6.5 ล้านทีอียู อย่างไรก็ดี รัฐบาลมีแผนจะสร้างท่าเทียบเรือความยาว 600 เมตร เพื่อให้สามารถรองรับเรือขนส่งขนาดใหญ่ที่สุดในโลกขนาด 1.8 หมื่นทีอียูได้ด้วย ซึ่งคาดว่าโครงการก่อสร้างจะแล้วเสร็จภายในกันยายน 2559

            สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงวอร์ซอ กล่าวว่า “โปแลนด์มีพรมแดนติดกับ 7 ประเทศ ได้แก่ รัสเซีย ลิทัวเนีย เบลารุส ยูเครน เช็ก สโลวัก และเยอรมนี ทำให้โปแลนด์มีศักยภาพในการพัฒนาเป็นศูนย์กลาง การขนส่งภายในภูมิภาคได้ในอนาคต”

 

ขอบคุณรูปภาพจาก : http://www.wegointer.com/
5 มีนาคม 2558
แหล่งข้อมูล: สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงวอร์ซอ
โดย: ศูนย์ธุรกิจสัมพันธ์ กรมเศรษฐกิจระหว่างประเทศ กระทรวงการต่างประเทศ

รูปภาพที่เกี่ยวข้อง

Back to the list

More Related

  • โปรตุเกสอาจไม่ใช่ประเทศลำดับต้น ๆ ที่โลกนึกถึงถ้าจะต้องเลือกไปค้าและลงทุน ณ เวลานี้ แต่สำหรับประเทศไทย เป็นจังหวะที่น่าสนใจ ต้นเดือน ก.ค. ศกนี้ กรมยุโรป กระทรวงการต่างประเทศ ชวนไปสำรวจโอกาสในโปรตุเกสด้วยกัน เพราะกำลังจะจะมีการหารือสองฝ่ายที่เรียกว่า การประชุม Political Dialogue ไทย-โปรตุเกส ครั้งที่ 2 ซึ่งจะจัดขึ้นในวันที่ 8 ก.ค. 2559 ที่กรุงลิสบอน เมืองหลวงของโปรตุเกส ไทยอยากผลักดันเรื่องอะไรกับโปรตุเกส เวทีนี้คือโอกาส
  • แรงจูงใจทางด้านภาษีคือแม่เหล็กสำคัญที่รัฐบาลประเทศต่าง ๆ ใช้ดึงดูดนักลงทุนจากต่างชาติ รัฐบาลในอียูหลายประเทศก็เช่นกัน ต่างแข่งขันกันลดภาษีดึงดูดการลงทุน จนเรียกได้ว่ากลายเป็นสงครามภาษีระหว่างประเทศ  หรือ International Tax War แต่ตอนนี้ เอกชนที่ไปลงทุนในอียูคงต้องระวังมากขึ้น เพราะแรงจูงใจทางภาษีที่ได้รับ อาจกลายเป็นดาบสองคมที่ย้อนกลับมาทำร้ายบริษัท หากไม่ได้ตรวจสอบให้ดีก่อนว่า การลดหรือยกเว้นภาษีนั้นผิดกฎการอุดหนุนโดยภาครัฐ  
  • ฟินแลนด์ ประเทศในกลุ่มสแกนดิเนเวีย นอกจากจะเป็นประเทศที่มีชื่อเสียงด้านความสวยงามทางธรรมชาติท่ามกลางบรรยากาศอันหนาวเย็น
  • สหภาพยุโรปได้ออกประกาศ Commission Implementing Decision 2015/1338 of 30 July 2015 amending Decision 2011/163/EU on the approval of plans submitted by third countries in accordance with Article 29 of Council Directive 96/23/EC ซึ่งเป็นการปรับปรุงแก้ไขบัญชีรายชื่อประเทศที่สามที่ได้รับอนุญาตให้นำเข้าสินค้าที่ปลอดสารตกค้่าง
  • เมื่อวันที่ 14 กรกฎาคม 2558 ทางสหภาพยุโรปได้ออกประกาศกฎระเบียบ 2 ฉบับ ซึ่งมีรายละเอียดดังนี้...
  • เมื่อวันที่ ๒๖ มิถุนายน ๒๕๕๘ สหภาพยุโรปออกประกาศกฎระเบียบ Commission Regulation (EU) 2015/1005 of 25 June 2015 amending Regulation (EC) No 1881/2006 as regards maximum levels of lead in certain foodstuffs โดยตีพิมพ์ใน EU Official Journal L 161/9 ซึ่งเป็น การกำหนดระดับค่าอนุโลมตกค้างสูงสุดของสารตะกั่ว (lead) ในสินค้าอาหารที่มีความเสี่ยงต่อการปนเปื้อน อันเป็นการแก้ไขกฎระเบียบเดิม ซึ่งได้แก่ Regulation (EC) No 1881/2006 เพื่อให้สอดคล้องกับผลงานวิจัย ของคณะทำงาน CONTAM Panel ของ EFSA ซึ่งได้ระบุว่า สารตะกั่วที่ได้รับผ่านการบริโภคอาหาร สามารถก่อให้เกิดความเป็นพิษต่อพัฒนาการทางสมองในเด็กเล็ก และก่อให้เกิดโรคหัวใจและหลอดเลือด และ ความเป็นพิษต่อไตในผู้ใหญ่ได้ จึงเห็นควรให้มีการปกป้องกลุ่มผู้บริโภคที่มีความเสี่ยง คือ กลุ่มเด็กเล็กและ ผู้หญิงในวัยเจริญพันธุ์ ดังนั้น ในครั้งนี้ จึงให้มีการปรับค่าอนุโลมตกค้างสูงสุดของสารตะกั่วในสินค้าพืช สัตว์ และสัตว์น้ำบางรายการขึ้นใหม่...

ประเภทข่าว


แหล่งข้อมูลข่าวเศรษฐกิจ