นโยบายของลัตเวียในฐานะประธานคณะมนตรีสหภาพยุโรป
นโยบายของลัตเวียในฐานะประธานคณะมนตรีสหภาพยุโรป
     ลัตเวีย เป็นหนึ่งในสามประเทศของภูมิภาคบอลติก (เอสโตเนีย ลิทัวเนีย และลัตเวีย) ซึ่งอยู่ทางตอนเหนือของทวีปยุโรป ลัตเวียได้เข้าสู่การเป็นสมาชิกภาพของสหภาพยุโรป (European Union) ในปี พ.ศ. 2547 พร้อมกับประเทศในแถบยุโรปตะวันออกรวม 10 ประเทศ ซึ่งในครั้งนั้นเป็นการรับประเทศสมาชิกครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ของสหภาพยุโรป

     ลัตเวียจะเข้ารับตำแหน่งประธานคณะมนตรีแห่งสหภาพยุโรปแบบหมุนเวียนในช่วง 6 เดือนแรกของปี พ.ศ. 2558 คำถามที่น่าสนใจก็คือ ลัตเวียในฐานะประธานจะมีนโยบายอย่างไรในการดำรงตำแหน่งที่มีบทบาทสำคัญนี้ ซึ่ง นรม.และ รมว.กต. ลัตเวียได้แถลงในวาระต่างๆ ว่า ลัตเวียจะมุ่งเน้นประสิทธิผลโดยเป็นไปตามแนวทาง “Competitive Europe, Digital Europe and Engaged Europe” ซึ่งแนวทางดังกล่าว มีสาระสำคัญสรุปได้ดังนี้

         ๑. นโยบายยุโรปเพื่อการแข่งขัน (Competitive Europe) ลัตเวียจะส่งเสริมการลงทุนให้มากขึ้นจากกลไก European Fund for Strategic Investments (EFSI) โดยจะระดมทุนกว่า 315,000 ล้านยูโร ภายในปี พ.ศ.2558 - 2560 โดยมีเป้าหมายที่จะทำให้เศรษฐกิจของอียูขยายตัวอย่างต่อเนื่อง จะมีการเน้นนโยบายในการพัฒนาตลาดของสหภาพยุโรปให้เป็นหนึ่งเดียวและเพิ่มขีดความสามารถในภาคอุตสาหกรรมด้วยการปรับปรุงแก้ไขนโยบายที่เกี่ยวข้องในด้านการเงินและการคลังให้มีเอกภาพในการบริหารเพิ่มมากขึ้น และจะมีนโยบายในการทำให้สหภาพยุโรปเป็นเอกภาพในการจัดการ ด้านพลังงาน โดยมุ่งเน้นการเชื่อมโยงของโครงสร้างพื้นฐานและแหล่งพลังงาน พร้อมสนับสนุนให้พึ่งพาตนเองมากขึ้น

         ๒. นโยบายยุโรปออนไลน์ (Digital Europe) โดยจะเน้นการพัฒนาด้านความปลอดภัยบนพื้นที่ออนไลน์ และจัดทำ “แผนงานความมั่นคงออนไลน์” เพื่อขยายและยกระดับเครือข่ายโทรคมนาคม รวมทั้งจัดระบบฐานข้อมูลรัฐบาลอิเล็กทรอนิกส์ และสร้างระบบและเครื่องมือในการส่งเสริมธุรกิจออนไลน์อันจะนำไปสู่การเพิ่มอัตราการจ้างงานอย่างมีประสิทธิภาพขึ้นในสหภาพยุโรป

         ๓. นโยบายการส่งเสริมบทบาทยุโรปในเวทีโลก (Engaged Europe)  โดยลัตเวียจะเน้นนโยบายขยายผลให้ประเทศเพื่อนบ้านร่วมต่อสู้กับภัยคุกคามของโลก อาทิ เชื้อไวรัสมรณะอีโบลา กลุ่มไอเอส สถานการณ์ความไม่สงบในซีเรีย และยูเครนตะวันออก นอกจากนี้ จะมุ่งความสนใจไปที่ภูมิภาคเอเชียกลางที่ถูกลืมเลือนมานานโดยเฉพาะในประเด็นสิทธิมนุษยชน ตลอดจนสานสัมพันธ์กับสหรัฐฯ ในกรอบการเจรจาการค้าเสรี (Transatlantic Trade and Investment Partnership—TIPP)  สำหรับสถานการณ์ของรัสเซีย ลัตเวียเห็นว่าการคว่ำบาตรรัสเซียเป็นเพียงมาตรการชั่วคราว แต่มิใช่จุดมุ่งหมายสูงสุดทางการทูต และสหภาพยุโรปควรพิจารณาหนทางอื่นที่เหมาะสมในการดำเนินความสัมพันธ์กับรัสเซีย

ที่มา : กองยุโรป 2
ขอบคุณรูปภาพจาก : http://www.europetouch.in.th
23 กุมภาพันธ์ 2558
แหล่งข้อมูล: http://www.europetouch.in.th
โดย: กองยุโรป 2

รูปภาพที่เกี่ยวข้อง

Back to the list

More Related

  • โปรตุเกสอาจไม่ใช่ประเทศลำดับต้น ๆ ที่โลกนึกถึงถ้าจะต้องเลือกไปค้าและลงทุน ณ เวลานี้ แต่สำหรับประเทศไทย เป็นจังหวะที่น่าสนใจ ต้นเดือน ก.ค. ศกนี้ กรมยุโรป กระทรวงการต่างประเทศ ชวนไปสำรวจโอกาสในโปรตุเกสด้วยกัน เพราะกำลังจะจะมีการหารือสองฝ่ายที่เรียกว่า การประชุม Political Dialogue ไทย-โปรตุเกส ครั้งที่ 2 ซึ่งจะจัดขึ้นในวันที่ 8 ก.ค. 2559 ที่กรุงลิสบอน เมืองหลวงของโปรตุเกส ไทยอยากผลักดันเรื่องอะไรกับโปรตุเกส เวทีนี้คือโอกาส
  • แรงจูงใจทางด้านภาษีคือแม่เหล็กสำคัญที่รัฐบาลประเทศต่าง ๆ ใช้ดึงดูดนักลงทุนจากต่างชาติ รัฐบาลในอียูหลายประเทศก็เช่นกัน ต่างแข่งขันกันลดภาษีดึงดูดการลงทุน จนเรียกได้ว่ากลายเป็นสงครามภาษีระหว่างประเทศ  หรือ International Tax War แต่ตอนนี้ เอกชนที่ไปลงทุนในอียูคงต้องระวังมากขึ้น เพราะแรงจูงใจทางภาษีที่ได้รับ อาจกลายเป็นดาบสองคมที่ย้อนกลับมาทำร้ายบริษัท หากไม่ได้ตรวจสอบให้ดีก่อนว่า การลดหรือยกเว้นภาษีนั้นผิดกฎการอุดหนุนโดยภาครัฐ  
  • ฟินแลนด์ ประเทศในกลุ่มสแกนดิเนเวีย นอกจากจะเป็นประเทศที่มีชื่อเสียงด้านความสวยงามทางธรรมชาติท่ามกลางบรรยากาศอันหนาวเย็น
  • สหภาพยุโรปได้ออกประกาศ Commission Implementing Decision 2015/1338 of 30 July 2015 amending Decision 2011/163/EU on the approval of plans submitted by third countries in accordance with Article 29 of Council Directive 96/23/EC ซึ่งเป็นการปรับปรุงแก้ไขบัญชีรายชื่อประเทศที่สามที่ได้รับอนุญาตให้นำเข้าสินค้าที่ปลอดสารตกค้่าง
  • เมื่อวันที่ 14 กรกฎาคม 2558 ทางสหภาพยุโรปได้ออกประกาศกฎระเบียบ 2 ฉบับ ซึ่งมีรายละเอียดดังนี้...
  • เมื่อวันที่ ๒๖ มิถุนายน ๒๕๕๘ สหภาพยุโรปออกประกาศกฎระเบียบ Commission Regulation (EU) 2015/1005 of 25 June 2015 amending Regulation (EC) No 1881/2006 as regards maximum levels of lead in certain foodstuffs โดยตีพิมพ์ใน EU Official Journal L 161/9 ซึ่งเป็น การกำหนดระดับค่าอนุโลมตกค้างสูงสุดของสารตะกั่ว (lead) ในสินค้าอาหารที่มีความเสี่ยงต่อการปนเปื้อน อันเป็นการแก้ไขกฎระเบียบเดิม ซึ่งได้แก่ Regulation (EC) No 1881/2006 เพื่อให้สอดคล้องกับผลงานวิจัย ของคณะทำงาน CONTAM Panel ของ EFSA ซึ่งได้ระบุว่า สารตะกั่วที่ได้รับผ่านการบริโภคอาหาร สามารถก่อให้เกิดความเป็นพิษต่อพัฒนาการทางสมองในเด็กเล็ก และก่อให้เกิดโรคหัวใจและหลอดเลือด และ ความเป็นพิษต่อไตในผู้ใหญ่ได้ จึงเห็นควรให้มีการปกป้องกลุ่มผู้บริโภคที่มีความเสี่ยง คือ กลุ่มเด็กเล็กและ ผู้หญิงในวัยเจริญพันธุ์ ดังนั้น ในครั้งนี้ จึงให้มีการปรับค่าอนุโลมตกค้างสูงสุดของสารตะกั่วในสินค้าพืช สัตว์ และสัตว์น้ำบางรายการขึ้นใหม่...

ประเภทข่าว


แหล่งข้อมูลข่าวเศรษฐกิจ