"ฟิลิปปินส์" ยังครองเบอร์ 1 เอาต์ซอร์ซโลก ทำเงิน 2 หมื่นล้านต่อปี
"ฟิลิปปินส์" ยังครองเบอร์ 1 เอาต์ซอร์ซโลก ทำเงิน 2 หมื่นล้านต่อปี

เมื่อปีที่แล้ว ฟิลิปปินส์ได้ก้าวมาแทนที่อินเดียในฐานะประเทศอันดับ 1 ของโลก ที่เป็นฐานเอาต์ซอร์ซ ถือว่าเป็นการเติบโตอย่างก้าวกระโดด เนื่องจากฟิลิปปินส์พึ่งเข้าสู่แวดวงการเป็นฐานการทำงานเอาต์ซอร์ซเมื่อ 8 ปีที่ผ่านมาเท่านั้นเอง

รายงานระบุว่า มีประชาชนชาวฟิลิปปินส์ทำงานด้านคอลเซ็นเตอร์ และงานอื่นๆ ให้กับบริษัทในสหรัฐหลายล้านคน ขณะที่ในภาพรวมการเป็นฐานด้านเอาต์ซอร์ซสร้างรายได้ให้กับฟิลิปปินส์เฉลี่ยแล้วราว 25,000 ล้านดอลลาร์ต่อปี คิดเป็นราว 10% ของรายได้ทั้งประเทศ มากพอๆ กับจำนวนเงินที่ชาวฟิลิปปินส์ส่งกลับประเทศในแต่ละปี

ขณะที่บริษัทสหรัฐ ที่เอาต์ซอร์ซการทำงานมายังฟิลิปปินส์ มีทั้งบริษัทใหญ่ เช่น ซิตี้แบงก์ เซฟเวย์ เชฟรอน เอตนา ฯลฯ ไปจนถึงบริษัทขนาดเล็ก เช่น คลินิกรักษาพยาบาลในมลรัฐจอร์เจีย หรือสปาในมหานครนิวยอร์ก ที่ใช้บริการการจัดตารางเวลาให้บริการลูกค้าผ่านทางคอลเซ็นเตอร์ในฟิลิปปินส์ ข้อได้เปรียบอย่างแรกของการเอาต์ซอร์ซงานจากสหรัฐมาอยู่ที่ฟิลิปปินส์คงหนีไม่พ้นเรื่องค่าจ้าง ซึ่งเมื่อเทียบกับการจ้างงานในสหรัฐแล้ว การจ้างแรงงานฟิลิปปินส์ใช้ต้นทุนน้อยกว่าถึง 4 เท่าอยู่ที่ราวเดือนละ 700 ดอลลาร์สหรัฐเท่านั้น

แต่สำหรับชาวฟิลิปปินส์เองแล้วรายได้ในระดับดังกล่าวถือว่าสูงมากเมื่อเทียบกับงานอย่างอื่น เช่น สูงกว่ารายได้ของพนักงานธนาคารถึง 2 เท่า

ความสำเร็จที่เกิดขึ้นของฟิลิปปินส์ยังต้องย้อนกลับไปดูที่การพัฒนาการศึกษา ที่ส่งเสริมการพัฒนาทักษะมาตรฐานเดียวกับสหรัฐ เช่น การบัญชี และกฎหมาย ทำให้บริษัทสหรัฐหลายแห่งรู้สึกปลอดภัยกับการทำงานในรูปแบบที่คล้ายกัน ช่วยเปิดโอกาสให้แรงงานชาวฟิลิปปินส์สามารถทำงานที่หลากหลายมากขึ้น

นอกจากนี้ ฟิลิปปินส์ยังมีวัฒนธรรมคล้ายกับสหรัฐมากกว่าชาวอินเดีย และส่วนใหญ่สามารถสื่อสารภาษาอังกฤษได้ดี หลายคนมีความเข้าใจวัฒนธรรมการบริโภคของชาวอเมริกัน ซึ่งเป็นลูกค้าที่พวกเขาต้องสื่อสารด้วย นอกจากนี้ ยังสามารถรองรับความเครียดที่เกิดจากการทำงานได้มากกว่าด้วย

นางสาวโยฮันนา ออร์กา เปิดเผยกับสำนักข่าวลอสแองเจลิสไทมส์ ว่า เธอเลือกทำงานเป็นคอลเซ็นเตอร์ของธนาคารแห่งหนึ่งในสหรัฐ เนื่องจากสามารถทำเงินได้มากกว่างานอื่นๆ แม้ว่าจะต้องรับโทรศัพท์ของลูกค้าธนาคารชาวอเมริกันที่เกรี้ยวกราดกว่า 100 สายใน 1 วัน

อย่างไรก็ตาม งานดังกล่าวก็ยังทำให้นายจ้างหลายคนปวดหัว เนื่องจากมีอัตราการลาออกจำนวนมากถึง 60% ของแรงงานในธุรกิจเอาต์ซอร์ซ ซึ่งอาจจะสะท้อนถึงความเครียดของพนักงาน แต่ด้วยรายได้ที่มากกว่างานอื่นๆ น่าจะทำให้ธุรกิจเอาต์ซอร์ซของฟิลิปปินส์เติบโตอย่างต่อเนื่องได้อีกหลายปี

19 กุมภาพันธ์ 2558
แหล่งข้อมูล: ประชาชาติธุรกิจออนไลน์
โดย: ศูนย์ธุรกิจสัมพันธ์ กรมเศรษฐกิจระหว่างประเทศ กระทรวงการต่างประเทศ

Back to the list

More Related

ประเภทข่าว


แหล่งข้อมูลข่าวเศรษฐกิจ