วิทย์ดันผลไม้ฉายรังสีเข้าออสเตรเลีย-นิวซีแลนด์
วิทย์ดันผลไม้ฉายรังสีเข้าออสเตรเลีย-นิวซีแลนด์
        นายพิเชฐ ดุรงคเวโรจน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (วท.) กล่าวว่า ล่าสุดประเทศออสเตรเลียและนิวซีแลนด์เป็นตลาดใหม่อีก 2 แห่งที่ติดต่อนำเข้าผลไม้ไทยที่ฉายรังสี โดยนำร่องที่ลำไยและลิ้นจี่

        ทั้งสองประเทศนี้ตั้งกำแพงกีดกันทางการค้าสูงมาก ผ่านเงื่อนไขเข้มงวดในการนำเข้าผลไม้มากมาย กระทั่งสหรัฐอเมริกาไฟเขียวผลไม้ฉายรังสีจากไทย จึงมีผลให้เงื่อนไขการค้าของทั้งคู่คลายตัวลง ปี 2557 ส่งผู้เชี่ยวชาญมาตรวจเยี่ยมและรับรองกระบวนการฉายรังสีของศูนย์ฉายรังสี ภายใต้สถาบันเทคโนโลยีนิวเคลียร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ สทน. จากนั้นตรวจรับรองสุขอนามัยของลำไยและลิ้นจี่ช่วงปลายปีที่ผ่านมา

         "ปัจจุบันกระบวนการต่างๆ เกี่ยวกับการฉายรังสีเป็นที่ยอมรับจากออสเตรเลียและนิวซีแลนด์แล้ว เหลือเพียงผู้ประกอบการไทยจะต้องยื่นขอมาตรฐานการปฏิบัติทางการเกษตรที่ดี (Good Agriculture Practice, GAP) ซึ่งเป็นเงื่อนไขที่สองประเทศนี้กำหนด พบว่ามีผู้ประกอบการหลายรายให้ความสนใจเพราะถือเป็นตลาดใหม่ที่ดีมานด์สูง คาดว่าปีนี้ลำไยและลิ้นจี่ฉายรังสีของไทยจะพร้อมส่งไปขายในสองประเทศนี้" นายพิเชฐกล่าว

        ความพยายามแก้ปัญหาการกีดกันการนำเข้าอาหาร สมุนไพรและผลไม้ส่งออกไทยในตลาดสหรัฐและยุโรปด้วยเทคโนโลยีนิวเคลียร์นี้ โดยเฉพาะเมื่อเปิดตลาดใหม่ในประเทศที่ไม่เคยนำเข้าผลไม้ไทยมาก่อนได้ คาดจะทำให้มูลค่าการส่งออกผลไม้ไทยเพิ่มเป็น 2.3 พันล้านบาทจากปี2557 ที่มีมูลค่าราว 1 พันกว่าล้านบาท

นางสาวอรรจยา มาลากรอง ผู้จัดการศูนย์ฉายรังสี สทน. กล่าวเสริมว่า สหรัฐยังมีแผนเพิ่มการนำเข้าผักและผลไม้สดไทย อาทิ ส้มโอ ฝรั่ง มันหรือเผือก ขณะนี้ กำลังพิจารณาความเสี่ยงของโรคและแมลง

        ทั้งนี้ การส่งออกผลไม้สดในหลายประเทศต้องเผชิญกับมาตรการกีดกันการนำเข้า เนื่องจากปัญหาแมลงศัตรูพืชที่ปะปนในผลไม้ เกรงว่าจะกลายเป็นเอเลี่ยนสปีชี่ส์ในประเทศนั้นๆ กระทั่งปี 2550 มีความร่วมมือระหว่างกระทรวงการเกษตร โดยกรมวิชาการเกษตร, สำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ (มกอช.) และศูนย์ฉายรังสี สทน. เพื่อแก้ปัญหาดังกล่าว

        “สหรัฐสนใจผลไม้ไทย เมื่อศึกษาวิธีต่างๆ ในการกำจัดแมลงผลไม้พบว่า การฉายรังสีสามารถกำจัดแมลงได้ทุกชนิด จึงตกลงใจที่จะใช้วิธีการฉายรังสีนำร่องในผลไม้สด 6 ชนิดคือ ลำไย ลิ้นจี่ มังคุด เงาะ สับปะรดและมะม่วงสุก ต่อมาเพิ่มอีก 1 ชนิดคือ แก้วมังกร”
18 กุมภาพันธ์ 2558
แหล่งข้อมูล: กรุงเทพธุรกิจออนไลน์

รูปภาพที่เกี่ยวข้อง

Back to the list

More Related

  • จากตอนที่แล้ว เราได้ทำความรู้จักกับเส้นทางเศรษฐกิจสายอาเซียนหรือ GMS Economic Corridors ซึ่งเป็นเส้นทางคมนาคมสายสำคัญที่ช่วยสร้างความเชื่อมโยงกับประเทศทั้งในและนอกภูมิภาคอาเซียน GMS Economic Corridors ใช้เป็นเส้นทางสำหรับขนส่ง กระจายสินค้า ลำเลียงวัตถุดิบ อีกทั้งรองรับนักท่องเที่ยวที่มีจำนวนเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ตามความพร้อมของโครงสร้างพื้นฐานและระบบสาธารณูปโภคเพียงอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอต่อการเชื่อมโยงอย่างมีประสิทธิภาพ แต่ยังต้องอาศัยความเชื่อมโยงด้านกฎระเบียบ (Software Connectivity) เพื่ออำนวยความสะดวกและลดขั้นตอนการขนส่งที่ซับซ้อนลงจากที่เป็นอยู่
  • ปัจจุบัน ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนหรือ ASEAN Economic Community เป็นหัวข้อที่ถูกกล่าวถึงในทุกแวดวง และในขณะเดียวกัน เรามักจะได้ยินคำว่า GMS Economic Corridors อยู่บ่อยครั้ง จนหลายคนตั้งคำถามว่า GMS Economic Corridor คืออะไร และมีความสำคัญอย่างไรต่อการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศไทยและภูมิภาคอาเซียน วันนี้เราจะมาทำความรู้จักกับเส้นทางเศรษฐกิจสายสำคัญ ๆ เหล่านี้ให้มากยิ่งขึ้น
  • การประชุมสุดยอดกรอบความร่วมมือเอเชีย (Asia Cooperation Dialogue) หรือ ACD จะกลับมา ที่ประเทศไทยอีกครั้ง ต้นเดือนตุลาคม 2559 และครั้งนี้จะเป็นครั้งแรกที่ ACD เปิดเวทีภาคเอกชน ภายใต้ชื่อ ACD Connect โดยมีจุดประสงค์หลักคือส่งเสริมการเชื่อมโยงการเงินในภูมิภาคเอเชีย เพื่อส่งเสริมให้เกิดความร่วมมือด้านนโยบายระหว่างประเทศสมาชิกเพื่อการขยายตัวในด้านการค้าและการลงทุนในภูมิภาค
  • เทรนด์ “รักษ์” สุขภาพ กำลังแรงไปทั่วโลก สะท้อนจากที่ผู้คนหันมาออกกำลังกายและบริโภคอาหารปลอดสารพิษและเป็นประโยชน์ต่อสุขภาพ ทางเลือกหนึ่งของผู้บริโภคกลุ่มนี้ คือ “ผลิตภัณฑ์เกษตรอินทรีย์” ที่ปลูกโดยปราศจากการใช้ยาฆ่าแมลง และไม่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ
  • “โมร็อกโก” เป็นที่รู้จักในฐานะประเทศน่าเที่ยวแห่งหนึ่งของโลก แต่ในแง่โอกาสทางเศรษฐกิจ น้อยคนที่จะรู้ว่า โมร็อกโกเป็นอีกหนึ่งประเทศที่มีศักยภาพ ด้วยตลาดภายในประเทศกว่า 30 ล้านคน และการเป็นประตูบานสำคัญสู่ตลาดการค้าการลงทุนแอฟริกา

ประเภทข่าว


แหล่งข้อมูลข่าวเศรษฐกิจ