ก๊าซธรรมชาติ: เปลี่ยนโฉมเศรษฐกิจอิสราเอล
ก๊าซธรรมชาติ: เปลี่ยนโฉมเศรษฐกิจอิสราเอล
ก๊าซธรรมชาติ: เปลี่ยนโฉมเศรษฐกิจอิสราเอล

สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงเทลอาวีฟ
มกราคม 2558

        นับตั้งแต่การสถาปนารัฐอิสราเอลมากว่า 60 ปี อิสราเอลต้องพึ่งพาทรัพยากรธรรมชาติ โดยเฉพาะพลังงาน จากภายนอกประเทศมาโดยตลอด และด้วยเงื่อนไขที่มีประเทศเพื่อนบ้านที่ล้วนเป็นประเทศที่มีทรัพยากรน้ำมันและก๊าซธรรมชาติจำนวนมหาศาล เป็นศัตรูรายล้อม ยิ่งทำให้พลังงานหาได้ยากยิ่ง อิสราเอลจึงต้องพยายามอย่างมากในการค้นคว้าหาแหล่งพลังงานเพื่อให้มีเพียงพอกับความต้องการภายในประเทศ แม้ว่าพลังงานเหล่านั้นจะมีราคาแพงมากมายเท่าไหร่ก็ตาม
ที่ผ่านมา อิสราเอลซื้อก๊าซธรรมชาติจากอียิปต์ ผ่านบริษัท East Mediterranean Gas (EMG) ตามท่อส่งก๊าซผ่านทางแหลมไซนาย พื้นที่ทางตอนเหนือของอียิปต์เชื่อมกับทางใต้ของอิสราเอล อย่างไรก็ตามจากความขัดแย้งในพื้นที่ดังกล่าวที่ทวีความรุนแรงขึ้น ทำให้ในปี 2555 รัฐบาลอียิปต์ได้ยกเลิกสัญญาที่ EMG ได้ทำไว้กับอิสราเอล นอกจากนี้ความขัดแย้งดังกล่าวได้ส่งผลกระทบต่อการส่งก๊าซจากอียิปต์ไปทั่วบริเวณพื้นที่ไซนาย โดยเฉพาะที่ส่งผ่านไปยังจอร์แดน เลบานอน และซีเรีย
จนกระทั่งเมื่อปี 2552 อิสราเอลได้ค้นพบแหล่งก๊าซธรรมชาติแหล่งใหญ่ทางน่านน้ำตอนเหนือของอิสราเอล คือ แหล่งก๊าซ Tamar ซึ่งเป็นแหล่งก๊าซ hydrocarbon แหล่งใหญ่แรกสุดที่ค้นพบในอิสราเอล โดยคาดการณ์ว่า มีปริมาณก๊าซธรรมชาติสำรองจำนวน 10 ล้านล้านลูกบากศ์ฟุต โดยได้เริ่มการผลิตใช้ก๊าซแล้วเมื่อปี 2556
ต่อมาในปี 2553 อิสราเอลก็ได้ค้นพบแหล่งก๊าซอีกแหล่ง นั่นคือ แหล่ง Leviathan ซึ่งเป็นแหล่งก๊าซธรรมชาติที่ใหญ่ที่สุดที่ได้รับการค้นพบในน่านน้ำอิสราเอล และถือเป็นการค้นพบที่สำคัญของแถบทะเลเมดิเตอร์เรเนียน โดยประมาณการว่ามีปริมาณก๊าซธรรมชาติสำรองอยู่ถึง 22 ล้านล้านลูกบาศก์ฟุต ซึ่งเพียงพอต่อความต้องการการใช้พลังงานก๊าซของอิสราเอลอีก 100 ปี โดยคาดการณ์ว่าจะเริ่มผลิตก๊าซฯ ภายในทศวรรษนี้
การค้นพบแหล่งก๊าซที่สำคัญ 2 แหล่งนี้ ได้เปลี่ยนโฉมหน้าอิสราเอล จากการเป็นผู้ “นำเข้า” และพึ่งพาก๊าซธรรมชาติจากประเทศอื่น กลายเป็นผู้ “ส่งออก” ซึ่งจะนำไปสู่อำนาจการต่อรองทางการเมืองของอิสราเอลต่อประเทศเพื่อนบ้านมากขึ้น

        รัฐบาลอิสราเอลได้ประกาศว่า จะส่งออกก๊าซธรรมชาติขายในต่างประเทศร้อยละ 40 ของก๊าซทั้งหมดที่ผลิตได้ ซึ่งในปี 2557 อิสราเอลได้เจรจาสัญญาซื้อขายก๊าซธรรมชาติกับประเทศเพื่อนบ้านแล้ว เช่น อียิปต์ จอร์แดน และปาเลสไตน์ จำนวนการซื้อขายประมาณ 55 พันล้านลูกบากศ์เมตร โดยเมื่อต้นปี 2558 รัฐบาลอิสราเอลได้อนุมัติการสร้างท่อก๊าซจากแหล่งก๊าซของอิสราเอลในเทะลเมดิเตอร์เรเนียนไปยังจอร์แดนแล้ว จำนวน 2 ท่อ คือผ่านทางเหนือและทางใต้ของประเทศ
นอกจากนี้ อิสราเอลจะใช้ท่อส่งก๊าซของเดิมที่ได้ใช้เป็นเส้นทางลำเลียงก๊าซจากอียิปต์มาอิสราเอล โดยจะปรับปรุงท่อก่อนที่จะเริ่มใช้งาน เนื่องจากอิสราเอลเห็นว่า การส่งก๊าซตามท่อก๊าซดังกล่าวเร็วกว่าการสร้างโรงงานผลิตก๊าซธรรมชาติ (Liquefied Natural Gas plants – LNG) ที่อิสราเอล และการผลิตก๊าซที่โรงงาน LNG ในอียิปต์ ทำให้อิสราเอลสามารถเข้าถึงตลาดยุโรปและเอเชียได้ จึงมีนโยบายส่งก๊าซไปตามท่อส่งก๊าซมากกว่าที่จะตั้ง LNG เอง ซึ่งถือเป็นการต่อยอดการลงทุนที่คุ้มค่า อีกทั้งยังสามารถขยายฐานรายได้จากการขายก๊าซได้เพิ่มมากขึ้นด้วย เนื่องจากก๊าซที่ผลิตในอียิปต์จะสามารถส่งขายในภูมิภาคตะวันออกกลางหรือประเทศมุสลิมอื่นได้โดยไม่ต้องเผชิญกับการต่อต้านต่าง ๆ ที่อาจเกิดขึ้นจากประเทศเหล่านั้น
เมื่อปลายปี 2557 อิสราเอลได้เสนอให้ประเทศในยุโรปลงทุนในการสร้างท่อก๊าซจากอิสราเอลไปยังไซปรัสเพื่อส่งก๊าซต่อไปยังกรีซและอิตาลีตามท่อก๊าซเดิมที่มีอยู่ การลงทุนครั้งนี้ จะทำให้ยุโรปลดการพึ่งพาการนำเข้าก๊าซธรรมชาติจากรัสเซียลงไปได้มาก ซึ่งเป็นสิ่งที่ยุโรปเองก็ต้องการ ต้องมาลองดูกันว่ายุโรปจะยอมรับข้อเสนอของอิสราเอลเมื่อไหร่?
เมื่อเดือนธันวาคม 2557 อิสราเอลได้ประกาศการค้นพบแหล่งก๊าซใหม่แหล่งที่ 3 ซึ่งคาดการณ์ว่ามีปริมาณก๊าซสำรองจำนวน 3.2 ล้านล้านลูกบากศ์ฟุต
สำหรับใครที่อาจจะกลัวสถานการณ์ความไม่สงบที่อาจเกิดขึ้นในอิสราเอล ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อการลงทุนหรือผลิตก๊าซธรรมชาตินั้น รัฐบาลอิสราเอลก็ได้ตระหนักถึงปัญหาดังกล่าวและได้มีมาตรการรักษาความปลอดภัยรองรับแล้ว ด้วยการให้กองทัพเรืออิสราเอลออกลาดตระเวนแหล่งก๊าซดังกล่าว รวมทั้งได้จัดซื้อเรือรบสกัดจรวดจากเยอรมนีเพื่อนำมาป้องกันแหล่งก๊าซแล้ว อีกทั้ง ได้จัดให้มีเครื่องบินไร้คนขับที่มีระบบตรวจจับเรดาห์ตรวจลาดตระเวนบริเวณแหล่งก๊าซและท่อส่งก๊าซด้วย
        นอกจากนี้ ยังสามารถมั่นใจได้ว่า แหล่งก๊าซธรรมชาติเหล่านี้จะปลอดภัยจากการโจมตีของกลุ่มก่อการร้าย อาทิ Hamas หรือกลุ่ม Hezbollah อย่างแน่นอน เนื่องจากกลุ่มดังกล่าวไม่กล้าเผชิญหน้าทำสงครามกับกองทัพอิสราเอล อีกทั้งเชื่อว่า ในน่านน้ำของพื้นที่ของกลุ่มดังกล่าวก็มีแหล่งก๊าซธรรมชาติที่อยู่ในทะเลเมดิเตอร์เรเนียนอยู่ โดยไม่ต้องการให้อิสราเอลโจมตี หากตนต้องการจะขุดค้นแหล่งทรัพยากรของตนเช่นกัน
        ปัจจุบันแหล่งก๊าซ Tamar ได้แบ่งสัมปทานระหว่างบริษัทร่วมหุ้นแล้วจำนวน 5 บริษัท ได้แก่ Noble Energy ถือหุ้น 36% Delek Drilling และ Avner Oil Exploration ถือหุ้น 15.6% Isramco ถือหุ้น 28.75% และ Dor Gas ถือหุ้น 4% แต่สำหรับแหล่ง Leviathan รัฐบาลอิสราเอลกำลังทบทวนกฎหมายสัมปทานเพื่อป้องกันไม่ให้บริษัทใดบริษัทหนึ่งได้ประโยชน์แต่เพียงผู้เดียว แต่ต้องการนำรายได้นั้นมาเป็นรายได้ของประชาชนอิสราเอลทั้งประเทศ และจะสามารถช่วยลดราคาการใช้ก๊าซในอิสราเอลลงอีกด้วย
ประเทศที่มีทรัพยากรด้านพลังงานที่มาพร้อมกับการรักษาความปลอดภัยระดับโลกที่เชื่อถือได้ นักลงทุนไทยอาจจะต้องหันกลับมามองอิสราเอลในฐานะ “ตลาดใหม่” อีกครั้ง



แผนที่แหล่งพลังงานก๊าซธรรมชาติของอิสราเอล
ที่มา: http://icmu.nyc.gr/%20Major-new-gas-find-off-Israel%E2%80%99s-Mediterranean-coast?page=1
--------------------------------
5 กุมภาพันธ์ 2558
แหล่งข้อมูล: สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงเทลอาวีฟ

รูปภาพที่เกี่ยวข้อง

Back to the list

More Related

  • รมว. คลัง ของ อส. ประกาศว่า อสังหาริมทรัพย์ของ อส. กำลังอยู่ในสภาวะฟองสบู่ที่กำลังจะแตก เนื่องจากมีอพาร์ทเม้นที่ขายไม่ออกถึง 30,000 หน่วย โดยก่อนหน้านี้ Bank of Israel ก็เคยออกมาเตือนถึงสัญญาณดังกล่าวอยู่เป็นระยะว่า ภัยคุกคามต่อเสถียรภาพทางการเงินประการหนึ่ง คือ ตลาดค้าบ้าน และจากรายงานของ IMF ในปี ค.ศ. 2014  พบว่า ราคาบ้านใน อส. สูงกว่ามูลค่าพื้นฐานที่เป็นธรรมราวร้อยละ 25 ซึ่งสุดท้ายจะมีจุดจบใน 2 รูปแบบ  คือ (1) ราคาบ้านจะค่อยๆ ปรับลดลงมาสู่มูลค่าพื้นฐาน ซึ่งจะส่งผลกระทบระยะยาวต่อ ศก. อส. หรือ (2) ฟองสบู่จะแตกออก ซึ่งคาดว่าจะส่งผลให้ราคาบ้านตกลงมาราวร้อยละ 10 ภายใน 1 ปี แต่ ศก. อส. จะฟื้นตัวภายในระยะเวลาสองปีหลังจากนั้น โดย IMF คาดว่าโอกาสเกิดแบบที่ 2 จะมีเพียง 1 ใน 5 ส่วนเท่านั้นซึ่งสอดคล้องกับ CEO สถาบันอสังหาริมทรัพย์แห่งหนึ่งซึ่งเห็นว่าไม่น่าจะเกิดสภาวะฟองสบู่แตกเช่นกัน ในอีกด้านหนึ่ง Bank of Israel ได้รายงานถึงความต้องการบ้านถึง 30,000-40,000 หน่วย
  • หรืองาน Thailand Friendly Design Expo 2017 ภายใต้แนวคิด Ageing Society: Access for All จะมีขึ้นระหว่างวันที่ 1 - 4 ธันวาคม 2560 ณ ฮอลล์ 1 - 2 อิมแพ็ค เมืองทองธานี บนพื้นที่กว่า 7,500 ตารางเมตร เป็นงานแสดงสินค้า เทคโนโลยี เฟรนด์ลี่ดีไซน์ ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในภูมิภาคอาเซียน เพื่อแสดงนวัตกรรมทางจิตวิญญาณมุ่งสู่ Thailand 4.0
  • ประชาสัมพันธ์งานมหกรรมอารยสถาปัตย์ และนวัตกรรมสุขภาพเพื่อคนทั้งมวล ครั้งที่ 2
  • เป็นที่ทราบกันดีว่า อิสราเอลเป็นหนึ่งในผู้นำการค้าเพชรของโลกที่สำคัญ นอกจากเบลเยี่ยม สหรัฐฯ ฮ่องกง และอินเดีย และยังเป็นศูนย์กลางการค้าเพชรดิบที่ยังไม่ได้เจียระไนด้วย โดยอิสราเอลนำเข้าเพชรดิบ 1 ใน 3 ของการค้าเพชรดิบของโลก และมากกว่าครึ่งหนึ่งของการค้าเพชรและอัญมณีของโลกต้องมาจากอิสราเอล การค้าเพชรและอัญมณีจึงมีบทบาทสำคัญต่อเศรษฐกิจของอิสราเอล
  • รายละเอียดงานแสดงสินค้า/นิทรรศการที่อิสราเอล ปี 2559 - 2560
  • งานแสดงสินค้า BAKE CAKE เป็นงานโชว์ผลิตภัณฑ์จากอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่ม

ประเภทข่าว


แหล่งข้อมูลข่าวเศรษฐกิจ