อุตสาหกรรมฮาลาล – ธุรกิจที่น่าจับตามองของบราซิล
อุตสาหกรรมฮาลาล – ธุรกิจที่น่าจับตามองของบราซิล
           บราซิลเป็นหนึ่งในผู้ผลิตอาหารฮาลาลที่ใหญ่ที่สุดในโลก มีโรงงานอุตสาหกรรมฮาลาลมากกว่า 300 โรงงานที่ได้รับการรับรองมาตรฐานอาหารฮาลาล จากข้อมูลสถิติของสมาคมมุสลิมแห่งบราซิล (Brazilian Muslim Association) บราซิลมีประชากรที่เป็นมุสลิมประมาณ 1.5 ล้านคน ส่วนใหญ่อาศัยอยู่ในรัฐ São Paulo, Paraná, Mato Grosso do Sul และ Rio Grande do Sul แม้จะมีจำนวนประชากรมุสลิมเพิ่มขึ้นในบราซิล แต่ในท้องตลาดกลับไม่มีผลิตภัณฑ์ที่ประทับตรารับรองมาตรฐานอาหารฮาลาลมากนัก ในความเป็นจริงแล้วผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ เหล่านี้ที่ผลิตในบราซิลจะถูกส่งออกไปยังประเทศมุสลิมในตะวันออกกลางซึ่งเป็นประเทศที่มีกำลังซื้อสูง
บราซิลส่งออกผลิตภัณฑ์ฮาลาลมากกว่า 1.5 พันล้านเหรียญสหรัฐในปี ค.ศ. 2012 ส่วนใหญ่เป็นสัตว์ปีกและเนื้อสัตว์ ระหว่างปี ค.ศ. 2002 - 2012 การส่งออกอาหารฮาลาลของบราซิลเพิ่มขึ้นมากกว่าร้อยละ 400 ในสัดส่วนของรายได้และร้อยละ 70 ในสัดส่วนของปริมาณ ปี ค.ศ. 2013 บราซิลส่งออกสินค้าฮาลาลมากเป็นลำดับ 3 ของโลกรองจากจีนและสหรัฐอเมริกา ดังนั้น การส่งออกอาหารฮาลาลของบราซิลจึงเป็นที่น่าจับตามองของโลก โดยเฉพาะสินค้าจำพวกอาหารซึ่งส่วนใหญ่เป็นเนื้อสัตว์และสัตว์ปีก (ผลิตภัณฑ์สินค้าฮาลาลมิได้อยู่ในรูปแบบลักษณะอาหารเพียงอย่างเดียว แต่ยังมีผลิตภัณฑ์ยารักษาโรค เครื่องสำอาง ผลิตภัณฑ์ที่ได้รับการแปรรูปจากหนังสัตว์และการบริการต่าง ๆ ฯลฯ)
  
            สถิติรายงานประจำปี ค.ศ. 2013 ของ Arab – Brazilian Chamber of Commerce การส่งออกผลิตภัณฑ์อาหารจากบราซิลไปยังประเทศในภูมิภาคตะวันออกกลางมีสถิติที่สูงมากเป็นประวัติการณ์คือ17 ล้านตัน มีเนื้อสัตว์ น้ำตาล และธัญพืช เป็นผลิตภัณฑ์ที่ส่งออกสูงสุดตามลำดับ ร้อยละ 33 ของการส่งออกผลิตภัณฑ์ที่ได้จากเนื้อของบราซิลทั้งหมดเป็นผลิตภัณฑ์ที่ได้รับการรับรองมาตรฐานอาหารฮาลาล บราซิลส่งออกเนื้อสัตว์ปีก 1,792 ล้านตันและเนื้อ (ส่วนใหญ่เป็นเนื้อวัว) อย่างน้อย 318,000 ตันในรูปแบบอาหารฮาลาล สำหรับปี ค.ศ. 2015 คาดว่า การเจริญเติบโตของภาคอุตสาหกรรมการส่งออกเนื้อสัตว์ฮาลาลจะสูงขึ้นถึงร้อยละ 66 ตามที่นาย Fernando Sampaio กรรมการบริหารของ Brazilian Meat Exporters Association (Abiec) ได้กล่าวไว้
  
            ตลาดหลักสำหรับการส่งออกผลิตภัณฑ์อาหารฮาลาลของบราซิลจะอยู่ในตะวันออกกลาง เอเชียและประเทศมุสลิมในแอฟริกา บรรดาประเทศผู้นำเข้าหลัก ได้แก่ ยูเออี อียิปต์ อิหร่าน ซาอุดีอาระเบีย อิสราเอล เลบานอน และลิเบีย ยูเออีเพียงประเทศเดียวคิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 15 ของผลิตภัณฑ์อาหารฮาลาลทั้งหมด จึงทำให้เป็นประเทศอาหรับที่มีหุ้นส่วนการค้ากับบราซิลที่ใหญ่ที่สุด ทั้งนี้ บราซิลยังมีสัดส่วนการเป็นผู้ส่งอาหารฮาลาลให้ดูไบมากกว่าครึ่งหนึ่งของการนำเข้าเนื้อสัตว์ในปี ค.ศ. 2013 จำนวนร้อยละ 53 ของส่วนแบ่งตลาด    


ปัจจัยความสำเร็จ        

            ปฏิเสธไม่ได้เลยว่า ปัจจุบันบราซิลเป็นหนึ่งในคู่ค้าหลักของประเทศมุสลิม คุณภาพต่าง ๆ ของผลิตภัณฑ์สินค้าจากบราซิลได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวาง บราซิลได้ “ปักหมุด” ในประเทศโลกมุสลิมโดยใช้คุณภาพและมาตรฐานของผลิตภัณฑ์ที่มีการใช้กระบวนการผลิตอย่างเคร่งครัดและยึดมั่นตามหลักปฏิบัติมุสลิม รวมถึงการจัดใส่ในบรรจุภัณฑ์ที่น่าสนใจและการกำหนดราคาที่ไม่สูงนักได้ช่วยส่งเสริมความสัมพันธ์ทางการค้าระหว่างภูมิภาคต่าง ๆ กับบราซิลมากขึ้น นอกจากนี้ บราซิลยังร่วมมือกับชาวมุสลิมพัฒนาสุขาภิบาลและความปลอดภัย ทั้งหมดนี้เป็นผลจากระเบียบแนวทางที่สร้างขึ้นในปี ค.ศ. 1970 ที่ประเทศที่จะส่งออกผลิตภัณฑ์อาหารฮาลาล นอกจากจะมีกระบวนการและวิธีการต่าง ๆ ที่ถูกต้องเคร่งครัดแล้ว คุณสมบัติที่ดีและถูกสุขลักษณะของแรงงานก็สำคัญยิ่ง ทำให้สามารถประกันความน่าเชื่อถือให้แก่ผู้บริโภคในโลกมุสลิมได้

            การรับรองมาตรฐานอาหารฮาลาลของบราซิล มีสถาบัน Brazilian Islamic Center for Halal Food Stuff (Cibal Halal) ทำหน้าที่ตรวจสอบและกำกับดูแลเพื่อให้สินค้าที่ผลิตเพื่อการส่งออกมีคุณภาพตามมาตรฐานฮาลาล โดย Cibal Halal จะตรวจสอบทุกขั้นตอนการผลิต มีการส่งผู้เชี่ยวชาญออกไปตรวจสอบที่บริษัทหรือโรงงานต่าง ๆ ที่ผลิตสินค้าอย่างใกล้ชิด รวมถึงการพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรมอย่างต่อเนื่อง ปัจจุบัน Cibal Halal สามารถตรวจสอบสินค้าในห้องทดลองว่าเป็นสินค้าที่มีส่วนผสมหรือสังเคราะห์จากสุกรหรือไม่ เนื่องจากสินค้าบางรายการ เช่น น้ำหอมบางยี่ห้อหรือเครื่องสำอางบางประเภทอาจมีส่วนผสมที่ทำจากหมู

            ปัจจัยความสำเร็จอีกประการหนึ่ง ก็คือ การเป็นที่ยอมรับขององค์กรมุสลิมทั่วโลก เช่น องค์กร Federation of Muslim Association in Brazil (FAMBRAS) ได้รับการยอมรับจากองค์กร Certification ด้านอาหารมุสลิมทั่วโลก โดยเฉพาะกระบวนการตรวจสอบที่มีความเป็นวิทยาศาสตร์และกระบวนการควบคุมการผลิตอาหารทุกขั้นตอนอย่างเคร่งครัดตามวิถีปฏิบัติของมุสลิม ทั้งนี้ FAMBRAS ได้รับการยอมรับจากองค์กรหลายประเทศทางตะวันออกกลางแล้ว ยังมีอีกหลายประเทศในอาเซียนด้วย เช่น Jakim (มาเลเซีย) Majis Ugama Islam (สิงคโปร์) Alawkaf Ministry (อียิปต์) และ Majlis Ulama (อินโดนีเซีย)

            อย่างไรก็ตาม บราซิลเผชิญอุปสรรคในการส่งออกผลิตภัณฑ์อาหารฮาลาลไปยังบางประเทศในตะวันออกกลาง อาทิ ซาอุดีอาระเบียได้คว่ำบาตรการนำเข้าเนื้อจากบราซิลตั้งแต่เดือนธันวาคม ค.ศ. 2012 มีสาเหตุจาก ”โรควัวบ้า" ในปี ค. ศ. 2010 แม้ภายหลังการตรวจสอบต่อมาจะมีข้อมูลว่าเป็นข้อมูลที่บิดเบือนก็ตาม องค์การอนามัยโลกของสัตว์ (OIE) พิสูจน์แล้วว่าเนื้อจากบราซิลไม่มีโรควัวบ้าปนเปื้อน แต่อินโดนีเซียก็ยังไม่อนุญาตให้มีการนำเข้าสัตว์ปีก (เนื้อไก่) จากบราซิล ทั้ง ๆ ที่รัฐบาลบราซิลได้เจรจาต่อรองและพยายามที่จะเปิดตลาดอินโดนีเซียมานานกว่าหกปีแล้วก็ตาม

            นอกจากบราซิลจะเป็นหนึ่งในผู้ส่งออกของตลาดฮาลาลที่มีการแข่งขันสูงในวงการตลาดฮาลาลโลกไม่ว่าจะเป็นจีน สหรัฐอเมริกา ไทย อาร์เจนตินา หรือชิลี บราซิลจึงหันไปหาโอกาสใหม่ โดยแสวงหาตลาดใหม่และการให้บริการผลิตภัณฑ์ใหม่ เช่น การสร้างตลาดฮาลาลใหม่ในรัสเซีย และการร่วมมือกับมาเลเซียซึ่งเป็นหนึ่งในตลาดที่น่าสนใจที่สุด เพราะมาตรฐานที่สูงของมาเลเซีย จึงทำให้ผู้ผลิตต่าง ๆ ของผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมฮาลาลมาเลเซียสนใจเป็นหุ้นส่วนกับผู้ผลิตบราซิลในการผลิตอาหารและผลิตภัณฑ์ฮาลาล ทั้งนี้ บราซิลต้องใช้ประโยชน์จากการเป็นผู้ส่งออกสัตว์ปีกและเนื้อฮาลาลที่มีจำนวนสูงเป็นลำดับต้น ๆ ของโลก รวมทั้งมีการรักษาคุณภาพและมาตรฐานที่สูงและอำนวยความสะดวกในการส่งออกซึ่งน่าจะส่งผลให้บราซิลเป็นผู้นำการส่งออกผลิตภัณฑ์ฮาลาลอันดับหนึ่งของโลกได้ต่อไป


ข้อเสนอต่อภาคเอกชนและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องของไทย

             หน่วยงานที่เกี่ยวข้องของไทยควรให้ความสนใจและศึกษารูปแบบความสำเร็จของบราซิลในฐานะที่ไม่ใช่ประเทศมุสลิม (Non-Muslim Country) ที่ประสบความสำเร็จในการส่งเสริมอาหารฮาลาลสู่ตลาดโลก

            ทั้งนี้ เจ้าของธุรกิจหรือผู้ประกอบการกิจการฮาลาลอาจแสดงความสนใจผ่านกระทรวงการต่างประเทศ หรือสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงบราซิเลีย โดยกระทรวงการต่างประเทศอาจพิจารณานำคณะผู้ประกอบการฮาลาลจากประเทศไทย หรือผู้เชี่ยวชาญด้านผลิตภัณฑ์อาหารฮาลาลเยือนบราซิลเพื่อแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และหารือส่งเสริมความร่วมมือเช่นเดียวกับที่บราซิลมีกับมาเลเชียได้ ทั้งนี้ หน่วยงานหรือภาคเอกชนที่สนใจสามารถติดต่อขอข้อมูลได้โดยตรงที่  thaiembbrazil@gmail.com หรือ bic.mfa@gmail.com



5 กุมภาพันธ์ 2558
แหล่งข้อมูล: สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงบราซิเลีย
โดย: ศูนย์ธุรกิจสัมพันธ์ กรมเศรษฐกิจระหว่างประเทศ กระทรวงการต่างประเทศ

รูปภาพที่เกี่ยวข้อง

Back to the list

More Related

  • เมื่อวันที่ 5 พฤษภาคม 2561 สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงบราซิเลีย ร่วมกับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย และสำนักงานที่ปรึกษาด้านวัฒนธรรมของสภารัฐเซาเปาลู จัดงานเทศกาลไทย (Festival da Tailândia) ณ พื้นที่ลานจอดรถของสภารัฐเซาเปาลู ซึ่งเป็นกิจกรรมประชาสัมพันธ์ประเทศไทยที่มีกลุ่มเป้าหมายเป็นสาธารณชนบราซิลในวงกว้าง<br />
    <br />
    กิจกรรมภายในงานประกอบด้วยการสาธิตการไหว้ครูและมวยโบราณโดยคณะนักมวยจากค่ายลานนาไฟท์ติ้ง ซึ่งเยือนบราซิลภายใต้โครงการเผยแพร่กีฬามวยไทยในต่างประเทศของกระทรวงฯ การจัดแสดงผลงานนวัตกรรมผ้าไทยโดยนักออกแบบไทยซึ่งเยือนบราซิลภายใต้โครงการเทศกาลไทย 4.0 การสาธิตการประกอบอาหารไทยโดยนางสาวยุคนธร เทพบุตร เชฟชาวไทยที่มีชื่อเสียงจากรายการ Masterchef ของบราซิล การจัดแสดงผลไม้ไทยคุณภาพดีจากตลาด อตก. เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้ร่วมงานชิมผลไม้ไทย การประชาสัมพันธ์ข้าวสารและข้าวเหนียวไทย โดยนำขนมไทยที่มีส่วนผสมของข้าวเหนียวไทยให้ผู้ร่วมงานชิม อาทิ ข้าวเหนียวมะม่วงและข้าวเหนียวถั่วดำ การออกร้านจำหน่ายอาหารไทย เบียร์สิงห์ เครื่องดื่มชูกำลังคาราบาว และเครื่องปรุงอาหารไทย นอกจากนี้ ยังมีบริการนวดแผนไทย และการออกบูธประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยวไทยด้วย<br />
    <br />
    ในโอกาสนี้ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยได้สนับสนุนบัตรโดยสารเที่ยวบินไป – กลับนครเซาเปาลู – กรุงเทพฯ พร้อม package tour กรุงเทพฯ 2 คืน และเชียงใหม่ 2 คืน รวม 1 รางวัลสำหรับการชิงโชคด้วย<br />
    <br />
    มีชาวบราซิลเข้าร่วมงานกว่า 2,000 คน โดยถือเป็นโอกาสเผยแพร่ “ความเป็นไทย” ในทุกมิติแก่ชาวบราซิล ทั้งนี้ นครเซาเปาลูเป็นเมืองธุรกิจที่ใหญ่ที่สุดในลาตินอเมริกา มีจำนวนประชากรมากกว่า 12 ล้านคน
  • เอกอัครราชทูตไทยนำแม่ครัวสาธิตการทำอาหารไทยในเมือง Belo Horizonte รัฐ Minas Gerais บราซิล
  • เมื่อวันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2561 นายสุรศักดิ์ สุภารัตน์ เอกอัครราชทูต ณ กรุงบราซิเลีย ได้เข้าร่วมการเปิดงานเทศกาลอาหารไทย ณ ร้านอาหารของสภาผู้แทนราษฎรบราซิล ในกรุงบราซิเลีย ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่27 กุมภาพันธ์ –2 มีนาคม 2561<br />
       <br />
    งานเทศกาลอาหารไทยดังกล่าวเป็นการต่อยอดจากกิจกรรมจัดการสอนการทำอาหารไทยแก่พ่อครัว / แม่ครัวชาวบราซิลเมื่อวันที่ 1 – 2 กุมภาพันธ์ 2561 โดยพ่อครัว / แม่ครัวชาวบราซิลของสถาบันอาหารNational Commercial Apprenticeship Service (SENAC) ได้ทำอาหารไทย ร่วมกับอาหารท้องถิ่นวางบนโต๊ะบุฟเฟต์บริการแก่ลูกค้าซึ่งมีประมาณ 300 คนต่อวันซึ่งถือว่าได้รับความสำเร็จสมตามเป้าประสงค์อย่างดียิ่งเพราะมีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และข้าราชการบราซิล นักการทูตต่างชาติ และชาวบราซิลเข้ารับประทานอาหารไทย อันเป็นการสร้างความตระหนักรู้อาหารไทยตามนโยบายครัวไทยสู่ครัวโลกและการเพิ่มยอดการสั่งซื้อเครื่องปรุงและวัตถุดิบไทยในบราซิล
  • ระหว่างวันที่ 17 – 19มกราคม 2561 นายสุรศักดิ์ สุภารัตน์ เอกอัครราชทูต ณ กรุงบราซิเลียนำทีมประเทศไทยเยือนกรุงปารามาริโบ ประเทศซูรินาเม เพื่อส่งเสริมความสัมพันธ์ด้านการค้า การลงทุนและการท่องเที่ยวระหว่างไทยกับซูรินาเม<br />
       <br />
    สถานเอกอัครราชทูตฯ ได้รับความร่วมมือจากสภาหอการค้าและอุตสาหกรรมแห่งซูรินาเมสนับสนุนการจัดงานสัมมนาและประชาสัมพันธ์ประเทศไทยในซูรินาเม โดยมีนักธุรกิจสนใจเข้าร่วมงานสัมมนาดังกล่าวประมาณ 100 คน ภายหลังการบรรยายของทีมประเทศไทยนักธุรกิจชาวซูรินาเมสนใจสอบถามและร่วมกิจกรรมการเจรจาธุรกิจ ตลอดจนชมสินค้าไทยที่ได้นำมาแสดงโดยบริษัทผู้นำเข้าของซูรินาเม <br />
       <br />
    ปี 2560 การค้าทวิภาคีระหว่างไทย –ซูรินาเม มีมูลค่าประมาณ 15 ล้านดอลลาร์สหรัฐ  โดยอาหารไทย สินค้าและวัตถุดิบ เครื่องปรุงไทยได้รับความนิยมเป็นอย่างยิ่งในซูรินาเม

ประเภทข่าว


แหล่งข้อมูลข่าวเศรษฐกิจ