"ทิฟฟานี่" ติดหล่มพิษค่าเงิน "จิวเวลรี่หรู" แดนปลาดิบยอดลดฮวบ
"ทิฟฟานี่" ติดหล่มพิษค่าเงิน "จิวเวลรี่หรู" แดนปลาดิบยอดลดฮวบ
     ที่ผ่านมาการที่แบรนด์ต่าง ๆ เช่น เครื่องใช้ไฟฟ้าทั้งเกาหลีและญี่ปุ่นต่างหันไปจับกลุ่มลูกค้าในตลาดบน อาจทำให้ดูเหมือนว่าผู้บริโภคกลุ่มนี้ไม่ได้รับผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจมากนัก แต่ล่าสุดได้มีสิ่งที่บ่งชี้ว่าสถานการณ์อาจไม่เป็นเช่นนั้นทั้งหมด

     ล่าสุดแบรนด์อัญมณีและเครื่องประดับสัญชาติอเมริกัน "ทิฟฟานี่" ได้ออกมาประกาศว่าอาจต้องปรับลดการคาดการณ์ในปีนี้ลงจากเดิมที่คาดว่าจะเติบโตเพียงหลักเดียวอยู่แล้ว หลังจากยอดขายรวมทั่วโลกในช่วงเดือนพ.ย.-ธ.ค.ลดลง 1% ส่งผลให้ราคาหุ้นของแบรนด์ลดลงทันที 15% ซึ่งนับว่าเป็นการลดที่รุนแรงที่สุดนับตั้งแต่เหตุก่อการร้ายวันที่ 11 ก.ย. 2001
สำนักข่าว "บลูมเบิร์ก" รายงานว่า สาเหตุหลักที่ยอดขายของทิฟฟานี่ลดลงมาจากปัญหาค่าเงินดอลลาร์สหรัฐที่แข็งค่าขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทำให้ยอดขายในต่างประเทศโดยเฉพาะในประเทศญี่ปุ่นที่สถานการณ์ไม่ดีอยู่แล้วลดลงไปมากกว่าเดิม รวมถึงยังส่งผลให้ยอดขายจากนักท่องเที่ยวที่เข้ามายังอเมริกาลดลงตามไปด้วย

     โดยในรายงานเดือนพ.ย.-ธ.ค.2014ของบริษัทระบุว่ายอดขายในประเทศญี่ปุ่นลดลง8%ซึ่งบริษัทอ้างว่าเป็นผลจากสภาพเศรษฐกิจที่ทำให้ชาวญี่ปุ่นจับจ่ายใช้สอยน้อยลง ซึ่งเมื่อรวมกับผลกระทบเรื่องค่าเงินดอลลาร์ที่แข็งขึ้น ทำให้ยอดขายในตลาดนี้มีมูลค่า 113 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ลดลง 16% มากที่สุดในทุกตลาด

     ส่วนในตลาดสหรัฐแม้ยอดขายรวมจะเท่ากับปีที่ผ่านมา แต่ยอดขายเปรียบเทียบร้านเดียวกันลดลง 1% สะท้อนถึงความผันผวนของตลาดอเมริกา โดยเมื่อรวมเม็ดเงินทั้งหมดแล้วในตลาดอเมริกาบริษัททำรายได้ไป 554 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และยังคงเป็นตลาดใหญ่ที่สุดของบริษัทคิดเป็น 49% ของรายได้รวม

     สำหรับตลาดอื่นอย่างเอเชีย-แปซิฟิกและยุโรปนั้น การเติบโตในสิงคโปร์และจีนช่วยให้ยอดขายรวมของภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิกเติบโต 7% อยู่ที่ 210 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ส่วนในยุโรปมีการเติบโตในตลาดหลัก ช่วยให้มียอดขาย 133 ล้านดอลลาร์สหรัฐเติบโต 1% เมื่อรวมกับพื้นที่อื่น ๆ แล้ว บริษัทมียอดขายรวม 1.02 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ สาขาทั้งหมด 296 แห่ง เพิ่มขึ้น 10 สาขาจากปี 2013
"โดโรธี ลัคเนอร์" นักวิเคราะห์จาก Topeka Capital Markets ในนิวยอร์กแสดงความเห็นว่า แม้ยอดขายในต่างประเทศจะลดลง แต่สิ่งที่ทิฟฟานี่ต้องสนใจจริง ๆ คือ ยอดขายในอเมริกาที่ตกลง ทั้งที่แนวโน้มเศรษฐกิจและตลาดหุ้นของสหรัฐช่วงปลายปีจะเป็นขาขึ้น ซึ่งน่าจะทำให้ช่วงคริสต์มาสและปีใหม่เป็นไฮซีซั่นของแบรนด์

     พร้อมกันนี้ยังได้ชี้ถึงความท้าทายของทั้งทิฟฟานี่และแบรนด์สินค้าไฮเอนด์สัญชาติอเมริกันในปี2015นี้อีกด้วยเริ่มจากเทรนด์การจับจ่ายของชาวอเมริกันที่เริ่มหันไปหาสินค้าราคาถูกจากดิสเคานต์สโตร์และซูเปอร์มาร์เก็ตมากขึ้นเพราะยังรู้สึกไม่มั่นใจในเศรษฐกิจเห็นได้จากยอดขายช่วงเทศกาลของธุรกิจกลุ่มนี้ในขณะที่ห้างสรรพสินค้าอย่างเซียกำลังไล่ปิดสาขา

     ในขณะเดียวกันแม้หลายแบรนด์จะหนีไปพึ่งรายได้จากตลาดต่างประเทศแต่ค่าเงินดอลลาร์ที่สูงขึ้นทำให้สถานการณ์ย่ำแย่ไม่แพ้กัน กรณีของทิฟฟานี่ที่ยอดขายจากยุโรปซึ่งเพิ่มขึ้น 4% แต่เมื่อรวมปัจจัยค่าเงินแล้วเหลือการเติบโตเพียง 1% รวมถึงรายได้จากญี่ปุ่นที่ค่าเงินทำให้ติดตัวแดงเพิ่มจาก 8% เป็น 16% เช่นเดียวกับแอปเปิลที่ต้องเพิ่มราคาซอฟต์แวร์ในตลาดต่างประเทศชดเชยส่วนต่างค่าเงิน

     ไม่เพียงเรื่องค่าเงินเท่านั้นที่เป็นปัญหาการพึ่งพาตลาดต่างชาติมากเกินไปก็ส่งผลร้านเช่นกันโดยเฉพาะตลาดญี่ปุ่นที่เป็นแหล่งเงินของแบรนด์สินค้าหรูหลายรายในอดีตแต่ในขณะนี้ญี่ปุ่นกำลังเผชิญภาวะเศรษฐกิจถดถอยทั้งจากภาษีมูลค่าเพิ่มที่สูงขึ้นและการเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุสำหรับทิฟฟานี่ที่มีร้านในญี่ปุ่นถึง 54 สาขา จากทั้งหมด 296 สาขา นับว่าเป็นปัญหาที่ต้องเร่งแก้ไข

     นอกจากนี้ ในส่วนของทิฟฟานี่เอง การตลาดของแบรนด์ยังเป็นอีกหนึ่งที่มาของปัญหา เนื่องจากคอลเล็กชั่น Tiffany T ที่เปิดตัวไปเมื่อปี 2014 โดยมีจุดขายเรื่องดีไซน์เน้นวัสดุโลหะมีค่า แต่ไม่มีอัญมณีเป็นส่วนประกอบ เนื่องจากต้องการเน้นกลุ่มผู้หญิงที่ซื้อเครื่องประดับเป็นของขวัญให้ตนเอง ซึ่งแม้บริษัทอ้างว่าไลน์สินค้า Tiffany T นั้นทำยอดได้น่าพอใจ แต่อีกด้านหนึ่งก็ส่งผลกับไลน์สินค้าอื่นของบริษัท โดย "โอลิเวอร์ เชน" นักวิเคราะห์ของบริษัทการเงินและการลงทุน Cowen & Co. กล่าวว่า ไลน์สินค้า Tiffany T นั้นกระตุ้นให้เกิดความนิยมในเครื่องประดับทอง พร้อมกับดึงเม็ดเงินไปจากเครื่องประดับกลุ่มเน้นอัญมณีจนเกิดเป็นปัญหางูกินหางในแบรนด์

     ดูเหมือนว่าพิษจากสภาวะเศรษฐกิจและการเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุจะเริ่มกระจายวงออกสู่หลายกลุ่มธุรกิจมากขึ้นเรื่อยๆจนแม้แต่สินค้าหรูที่มีฐานลูกกระเป๋าหนักยังได้รับผลกระทบอย่างเลี่ยงไม่ได้


ขอบคุณรูปภาพจาก : ประชาชาติธุรกิจออนไลน์

    
26 มกราคม 2558
แหล่งข้อมูล: ประชาชาติธุรกิจออนไลน์
โดย: ศูนย์ธุรกิจสัมพันธ์ กรมเศรษฐกิจระหว่างประเทศ กระทรวงการต่างประเทศ

รูปภาพที่เกี่ยวข้อง

Back to the list

More Related

  • จากตอนที่แล้วเราได้ทำความรู้จักกับกฏหมาย Trade Facilitation and Trade Enforcement Act of 2015    (TFTEA 2015)  ซึ่งให้อำนาจกับเจ้าหน้าที่ศุลกากรสหรัฐฯ ในการห้ามนำเข้าสินค้าที่ผลิตโดยแรงงานผิดกฎหมายซึ่งรวมถึง แรงงานบังคับ (Forced Labor) แรงงานที่ผลิตโดยนักโทษ (Prison Labor) และ แรงงานขัดหนี้ (Indentured Labor) เข้าสู่ตลาดสหรัฐฯ โดยเป็นการสกัดกั้นการนำเข้าสินค้าในลักษณะเป็นรายบริษัท และมิใช่รายประเทศ
  • เมื่อกลางปีนี้สหรัฐฯได้ปรับให้ไทยอยู่ใน Tier 2  Watch List ในรายงานสถานการณ์การค้ามนุษย์ของกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ (รายงาน TIP Report) ประจำปี 2559 หลังจากปรับลดระดับให้ไทย อยู่ใน Tier 3 เป็นเวลาสองปีติดต่อกัน  ซึ่งเป็นสัญญาณว่าสหรัฐฯเล็งเห็นว่าไทยเรามีพัฒนาการในการแก้ไขปัญหาการค้ามนุษย์และปัญหาแรงงานผิดกฎหมายที่ดีขึ้น  
  • กระทรวงเกษตรสหรัฐฯ รายงานยอดจำหน่ายสินค้าเกษตรอินทรีย์ในสหรัฐฯ ขยายตัวเพิ่มขึ้นสองหลักเกือบทุกปีนับตั้งแต่ปี 2533 และยังมีแนวโน้มขยายตัวอย่างต่อเนื่องในอนาคต โดย The Nutrition Business Journal ได้รายงานว่า นับตั้งแต่เกิดวิกฤตเศรษฐกิจปี 2551 อัตราการขยายตัวของยอดขายสินค้าเกษตรอินทรีย์ในสหรัฐฯ เพิ่มขึ้นเกินร้อยละ 10 ทุกปี ตลาดสินค้าเกษตรอินทรีย์ในสหรัฐฯ มีมีมูลค่ากว่า 3.7 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 1.3 ล้านล้าน บาท) ในปี 2558
  • สหภาพแรงงานอุตสาหกรรมเหล็กอเมริกาเหนือ (The United Steelworkers Union: USW) ได้ยื่นคำร้องต่อ International Trade Commission ขอไต่สวนการทุ่มตลาดและการอุดหนุนสำหรับสินค้ายางรถบรรทุกขนาดกลางและรถโดยสารของจีนในตลาดสหรัฐฯ ตามมาตรา 701 และ 731 ของกฎหมายภาษีศุลกากรอีกครั้ง หลังจากที่ USW เคยได้รับชัยชนะในการเรียกร้องให้ลงโทษสินค้ายางรถยนต์และรถบรรทุกขนาดเบาที่นำเข้าจากประเทศจีนมาแล้วในปีที่ผ่านมา
  • เมื่อสหรัฐฯ ลดข้อบังคับด้านการท่องเที่ยวให้กับคิวบา เจ้าของธุรกิจและผู้ให้บริการในอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวมีความต้องการที่จะเป็นรายแรกที่ได้ดำเนินธุรกิจ โดยเฉพาะผู้ให้บริการเรือข้ามฟาก (Ferry) ทางการท่าเรือไมอามีเร่งหารือแนวทางการสร้างอาคารผู้โดยสารชั่วคราวที่ท่าเรือไมอามีเพื่อรองรับผู้ประกอบการที่ต้องการให้บริการเรือข้ามฟากไปยังคิวบา
  • นับเป็นโอกาสให้ชาวไทยสัญชาติอเมริกันใช้ประโยชน์จากหน่วยงานสหรัฐฯ ที่มีการส่งเสริมการลงทุน สร้างธุรกิจให้แก่บริษัทของชนกลุ่มน้อย เว็บไซต์ MBDA ได้รวบรวมข้อมูลที่จำเป็นตั้งแต่ขั้นตอนการเริ่มทำธุรกิจ โครงสร้างที่เหมาะสมกับธุรกิจของตน การเขียนแผนธุรกิจ การขอใบรับรองกิจการที่สามารถขอได้จากหน่วยงานท้องถิ่นและหน่วยงานรัฐบาลกลาง
    <br />

ประเภทข่าว


แหล่งข้อมูลข่าวเศรษฐกิจ