"เมียนมาร์"ขึ้นแท่นคู่แข่งไทย จับตา"อุตฯสิ่งทอ"
"เมียนมาร์"ขึ้นแท่นคู่แข่งไทย จับตา"อุตฯสิ่งทอ"
        "เมียนมาร์ " เป็นอีกประเทศที่น่าลงทุนในอุตสาหกรรมสิ่งทอและเครื่องนุ่งห่ม สำหรับผู้ประกอบการที่พยายามมองหาฐานการผลิตเพื่อเพิ่มโอกาสทางการค้าและรักษาความอยู่รอดของธุรกิจ และคงปฏิเสธไม่ได้ว่าเมียนมาร์มีความน่าสนใจในฐานะแหล่งลงทุนแหล่งใหม่ที่มีศักยภาพสูงในกลุ่มอาเซียน จากการที่นักลงทุนไทยและต่างชาติ พยายามหาช่องทางเข้าไปทำการค้าการลงทุน เนื่องจากเล็งเห็นศักยภาพ และทิศทางพัฒนาการเชิงบวกของเมียนมาร์หลังเปิดประเทศ

       เดอะโกลบอลนิวไลท์ออฟเมียนมาร์ หนังสือพิมพ์ทางการของเมียนมาร์รายงานว่า ประเภทของสิ่งทอที่ได้รับความนิยมทั้งภายในประเทศและต่างประเทศ ได้แก่ ผ้าฝ้าย ซึ่งปัจจุบันมีราคาที่สูงขึ้นมาก

       4 ปัจจัย สำคัญที่เป็นสาเหตุทำให้ราคาผ้าฝ้ายแพงขึ้นกว่าเมื่อก่อน ได้แก่ ระดับการผลิตที่ต่ำลง, ราคาของวัตถุดิบที่สูงขึ้น,ระบบการขนส่งคมนาคมที่ย่ำแย่ และขาดแคลนแรงงานที่มีทักษะ นายหม่า ฟู อี๊ เต็ง ศิลปินสิ่งทอจากกลุ่มทานตะวันกล่าว

       นอกจากนี้ นายหม่ากล่าวถึงค่านิยมที่เพิ่มขึ้นของอุตสาหกรรมผ้าฝ้ายแบบดั้งเดิม อีกทั้งยังเป็นสินค้าที่สามารถสร้างกำไรสูงในเมียนมาร์ ซึ่งเห็นได้อย่างชัดเจนตั้งแต่ปีก่อน แม้ราคาของผ้าฝ้ายจะมีราคาสูงขึ้น

       แต่ยอดการค้าที่ผ่านมาปรากฏชัดว่า ผ้าฝ้ายแบบดั้งเดิมยังเป็นที่ต้องการ และคาดว่าจะเป็นที่นิยมของประชาชนมากขึ้นในอนาคตอันใกล้นี้

       สำหรับ นายอู ถั่น ตัน (U Than Tun) เจ้าของธุรกิจที่มันฑะเลย์แสดงความคิดเห็นว่า ในอนาคตมีความเป็นไปได้ว่าราคาสิ่งทอแบบดั้งเดิมอาจมีโอกาสที่จะปรับลดลงได้ เนื่องจากภาคอุตสาหกรรมของผู้ประกอบการท้องถิ่นมีศักยภาพเพิ่มขึ้นนั่นเอง

       ยิ่งกว่านั้น ครูผู้สอนของโรงเรียนสอนทอผ้าของรัฐ เปิดเผยถึงจำนวนตัวเลขที่เพิ่มสูงขึ้นของประชากรวัยหนุ่มสาวที่ให้ความสนใจวิชาการเรียนการสอนเกี่ยวกับการทอผ้าและการย้อมสีผ้า ขณะนี้รัฐบาลเมียนมาร์ได้อนุมัติให้เปิดโรงเรียนฝึกสอนการทอผ้าเพิ่มทั้งหมด 14 แห่ง รวมทั้งโรงเรียนการฝึกวิชาชีพโดยเปิดการเรียนการสอนเป็นหลักสูตร 6 เดือน หรือ 12 เดือน เพื่อมุ่งส่งเสริมคนรุ่นใหม่ที่สนใจเรียนรู้การทอผ้า ย้อมผ้า รวมถึงการออกแบบสินค้าที่เกี่ยวข้องกับผ้าฝ้าย โดยทางโรงเรียนพร้อมที่จะพัฒนาและถ่ายทอดความรู้ความเชี่ยวชาญให้มากขึ้น

       แต่ปัญหาที่เมียนมาร์ยังต้องเผชิญอยู่คือ ขาดแคลนบุคลากรที่มีความรู้ความเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน เพื่อร่วมกันพัฒนาผู้ประกอบการท้องถิ่นและบุคคลอื่นๆ ที่สนใจ

       ขณะที่ นางฟู่ เอ่ย เต็ง หนึ่งในเจ้าของธุรกิจสิ่งทอในเมียนมาร์ เธอมองว่า รัฐบาลต้องให้ความสำคัญกับการจัดตั้งโรงเรียนเพิ่มทักษะการทอผ้าและย้อมสีผ้าแบบธรรมชาติ และควรเพิ่มแรงจูงใจต่อการเรียนการสอนด้วยการเปิดระดับปริญญาโท สำหรับวิชาชีพดังกล่าว เพื่อรับรองบุคลากรที่มีศักยภาพในการทำงานหลังเรียนจบ ซึ่งใบประกาศนียบัตรถือเป็นสิ่งสำคัญอย่างมากสำหรับผู้ประกอบการสิ่งทอ เนื่องจากปัจจุบันคนที่มีความเชี่ยวชาญทั้งด้านการทอผ้าและย้อมสีผ้าแบบธรรมชาตินั้น มีเพียง 10 คนต่อ 1 บริษัทเท่านั้น

       นอกจากนี้ นางฟู่ยังเรียกร้องรัฐบาลให้ยกเว้นภาษีสิ่งทอสำหรับกิจการขนาดเล็ก รวมถึงการรักษาคุณภาพและเสถียรภาพของราคาสินค้าให้มาตรฐานเดียวกันทั่วประเทศ เนื่องจากราคาสิ่งทอที่ยังไม่ได้มาตรฐานนั้นมีส่วนทำให้ความสามารถในการแข่งขันบนเวทีโลกด้อยลง รวมถึงอุปสรรคสำคัญอย่างการนำเข้าสินค้าราคาถูกจากต่างประเทศด้วย

       สำหรับคนท้องถิ่นในเมียนมาร์ เสื้อผ้าที่นำเข้าจากต่างประเทศจะเป็นที่ดึงดูดใจได้มากกว่าเสื้อผ้าที่ผลิตในประเทศ แม้สินค้าสิ่งทอจากเมียนมาร์ส่วนใหญ่จะส่งออกไปยังประเทศญี่ปุ่นและสหรัฐ และเมื่อไม่นานมานี้ เกาหลีใต้เริ่มให้ความสนใจสินค้าสิ่งทอแบบดั้งเดิมของเมียนมาร์ แต่รัฐบาลก็พยายามผลักดันการบริโภคสินค้าภายในประเทศให้มากขึ้น เพื่อลดค่าใช้จ่ายจากการนำเข้าสินค้าของต่างประเทศ

       สิ่งที่น่าหนักใจสำหรับอุตสาหกรรมสิ่งทอของไทย หากเมียนมาร์เพิ่มดีกรีความร้อนแรงภาคการผลิตและประสบความสำเร็จในการพัฒนาภาคอุตสาหกรรมสิ่งทอและเครื่องนุ่งห่มให้ดีขึ้นได้ จะสามารถดึงเม็ดเงินลงทุนจากต่างประเทศได้อย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะค่าแรงที่ยังอยู่ในระดับต่ำมาก ซึ่งอาจจะทำให้เมียนมาร์ก้าวเข้าสู่การเป็นคู่แข่งที่มีแนวโน้มเติบโตอย่างก้าวกระโดดทัดเทียมกับสินค้าไทย เฉกเช่นเวียดนามในระยะที่ผ่านมา งานนี้หากไทยยังนิ่งนอนใจไม่เร่งฝีมือฝีเท้าคงเจอทางตันในไม่ช้า
19 มกราคม 2558
แหล่งข้อมูล: ประชาชาติธุรกิจออนไลน์

Back to the list

More Related

  • เป็นที่รู้กันว่าไทยเป็นประเทศที่มีความโดดเด่นเรื่องการแพทย์และสาธารณสุขในระดับโลก โดยไทยสามารถดึงดูดผู้ใช้บริการจากทั่วโลกเข้ามารับการดูแลรักษาสุขภาพ โดยเฉพาะผู้มีรายได้สูงจากตะวันออกกลางและญี่ปุ่น นอกจากนี้ การเปิดประชาคม ASEAN จะเป็นตัวเร่งให้โรงพยาบาลในไทยเริ่มตื่นตัวรับกระแสดังกล่าว รวมถึงการขยายสาขาออกไปยังประเทศเพื่อนบ้านอย่างเวียดนาม กัมพูชา และเมียนมา
  • กองทุนการเงินระหว่างประเทศ หรือ IMF ได้คาดการณ์ว่า เศรษฐกิจเมียนมาปีนี้จะเติบโตถึง 8.5% จะเป็นจริงมากแค่ไหน ย้อนดูผลงานทางเศรษฐกิจเมื่อปี 2558 คงจะพอบอกอะไรได้บ้าง
  • ขณะที่เมียนมาร์ได้กลายเป็นประเทศ “เนื้อหอม” สำหรับนักลงทุนทั่วโลก ชื่อ “ทวาย” ก็เริ่มเป็นที่คุ้นหูและหมายปองสำหรับนักลงทุนไทย
  • คนเมียนมาร์เข้าถึงมือถือครบ 100% ใน 6 ปี ผลสำรวจล่าสุดชี้ ชาวเมียนมาร์จะใช้มือถือครบทุกคนใน 6 ปี หลังรัฐบาลเปิดเสรีอุตสาหกรรมโทรคมนาคม
  • การปฏิรูปทางเศรษฐกิจในพม่า ส่งผลต่อการปรับบรรยากาศการลงทุนและการเปิดคลังทรัพยากรมหาศาลเพื่อรองรับกระแสทุนนิยมและโลกาภิวัตน์ที่ถาโถมเข้าใส่เมียนมาร์อย่างต่อเนื่อง
  •         ตลาดอาเซียนถือเป็นตลาดใหม่ที่มีอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจในระดับสูงและรวดเร็ว โดยเฉพาะชาติที่เพิ่งเปิดประเทศอย่าง "เมียนมาร์" ซึ่งเป็นที่จับตามองของนักลงทุนทั่วโลก เพราะเป็นตลาดใหม่ที่มีศักยภาพซึ่งนักลงทุนที่เข้าไปในเมียนมาร์มากที่สุด คือ จีน รองลงมาเป็นญี่ปุ่น และไทยที่มีสัดส่วนใกล้เคียงกัน

ประเภทข่าว


แหล่งข้อมูลข่าวเศรษฐกิจ