ริงกิตร่วงต่ำสุดรอบ 5 ปีครึ่ง
ริงกิตร่วงต่ำสุดรอบ 5 ปีครึ่ง
     เงินริงกิตเทียบกับเงินดอลลาร์ ร่วงแตะระดับต่ำสุดในรอบ 5 ปีครึ่ง เหตุกังวลราคาน้ำมันลด กระทบเศรษฐกิจมาเลเซีย

     เงินริงกิตเทียบกับเงินดอลลาร์ ร่วงแตะระดับต่ำสุดในรอบ 5 ปีครึ่ง ท่ามกลางความกังวลเกี่ยวกับผลกระทบราคาน้ำมันร่วงที่มีต่อเศรษฐกิจมาเลเซีย และช่วงเวลาการขึ้นดอกเบี้ยของสหรัฐ

     ค่าเงินริงกิตเมื่อวานนี้ (6 ม.ค.) ร่วงแตะระดับ 3.5540 ริงกิตต่อดอลลาร์ ถือว่าอ่อนค่าที่สุดตั้งแต่เดือนสิงหาคม 2552 โดยในช่วง 6 เดือนที่ผ่านมา ค่าเงินริงกิตเทียบกับดอลลาร์อ่อนค่าไปแล้วถึง 10.81%

     นักเศรษฐศาสตร์อิสระ นายลี เฮง กุย กล่าวว่า ค่าเงินริงกิตมีแนวโน้มที่จะอยู่ภายใต้แรงกดดันขาลงต่อไป เนื่องจากบรรดานักลงทุนกังวลเกี่ยวกับผลกระทบจากราคาน้ำมันดิบร่วงที่มีต่อเศรษฐกิจมาเลเซีย เพราะมาเลเซียเป็นผู้ส่งออกน้ำมันดิบและปิโตรเลียม จึงถูกมองว่าเป็นประเทศที่ได้รับความเสียหายจากราคาน้ำมันลดลงมากที่สุดในกลุ่มประเทศอาเซียนด้วยกัน

     ขณะที่สถาบันวิจัยอาร์เอชบี ระบุว่า การเป็นผู้ส่งออกน้ำมันและก๊าซจะทำให้เกิดภาวะชะลอตัวอย่างหนักในการลงทุนด้านน้ำมัน และก๊าซ ซึ่งจะไปส่งผลกระทบต่อขีดความสามารถการใช้จ่ายของรัฐบาลด้วย เนื่องจากต้องดิ้นรนจัดการปัญหาการขาดดุลการคลังจากรายได้น้ำมันที่ลดลง

     นอกจากนี้ ราคาน้ำมันที่ลดลงยังส่งผลให้รัฐบาลมาเลเซียขาดรายได้บางอย่างไป อาทิ ผลตอบแทนที่ลดลงจากผู้ผลิตน้ำมันของรัฐอย่าง "ปิโตรเลียม เนชั่นแนล บีเอชดี" และรายได้จากภาษีอรกร และภาษีสรรพสามิตที่ลดลงด้วย โดยรายได้ที่เกี่ยวข้องกับปิโตรเลียมมีสัดส่วนสูงถึง 30-40% ของรายได้รวมที่รัฐบาลมาเลเซียได้รับในแต่ละปี

     นอกเหนือจากอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐแล้ว ค่าเงินริงกิตยังอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับเงินอีกหลายสกุลในเอเชีย ทั้ง ดอลลาร์สิงคโปร์ เงินวอนเกาหลี และเงินรูเปี๊ยะห์ของอินโดนีเซียอีกด้วย แต่กลับแข็งค่าขึ้นเมื่อเทียบกับเงินปอนด์ เงินยูโร ดอลลาร์ออสเตรเลีย และเงินเยน


ขอบคุณรูปภาพจาก : กรุงเทพธุรกิจออนไลน์
8 มกราคม 2558
แหล่งข้อมูล: กรุงเทพธุรกิจออนไลน์
โดย: ศูนย์ธุรกิจสัมพันธ์ กรมเศรษฐกิจระหว่างประเทศ กระทรวงการต่างประเทศ

รูปภาพที่เกี่ยวข้อง

Back to the list

More Related

  • แม้ว่าความสนใจที่จะไปลงทุนในต่างประเทศในปัจจุบัน จะพุ่งเป้าไปที่ประเทศเพื่อนบ้านอย่าง                    เมียนมาร์ ลาว กัมพูชา เป็นหลัก แต่ก็ยังมีอีกหนึ่งประเทศที่ผู้ประกอบการไทยไม่ควรมองข้าม นั่นก็คือ มาเลเซีย
  • ระบบภาษีสินค้าและบริการ GST หรือ Good and Services Tax เป็นระบบภาษีทางอ้อมที่รัฐบาลมาเลเซียได้ประกาศใช้ตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน 2558 โดยจะจัดเก็บทุกครั้งที่มีการชำระเงินเพื่อซื้อขายสินค้าหรือบริการ ในอัตราร้อยละ 6 ของมูลค่าสินค้าหรือบริการนั้นๆ โดยระบบภาษี GST เป็นระบบที่นำมาใช้ทดแทนระบบภาษีการซื้อขายสินค้าและบริการเดิม ซึ่งมีความซับซ้อนในการคำนวณและการจัดเก็บ เนื่องจากมีการเรียกเก็บภาษีจากแหล่งผลิตในหลายอัตรา ซึ่งสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงกัวลาลัมเปอร์ ได้สรุปข้อมูลที่น่าสนใจไว้ ดังนี้...
  • "มาเทรด" กรมส่งเสริมการส่งออกมาเลเซียเชิญชวนเอกชนไทยร่วมงาน MIHAS งานสินค้าและบริการฮาลาล ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลก
  • มาเลเซียขึ้นแท่นประเทศที่ "เป็นมิตร" ต่อนักท่องเที่ยวมุสลิมมากที่สุดของโลก ส่วนไทยมาเป็นอันดับ 20 และอันดับที่ 2 ในกลุ่มประเทศที่ไม่ใช่มุสลิม
  • ท่องเที่ยวมาเลเซียเดินหน้าปั๊มตัวเลขนักท่องเที่ยวจากทั่วโลก ประกาศชู "ความวาไรตี้" ทั้งด้านวัฒนธรรม-แหล่งช็อปปิ้ง ภายใต้แคมเปญ "My Fest 2015" พร้อมนำเสนอ New Event New Attraction" ขายความสดใหม่ คาดปีนี้จำนวนนักท่องเที่ยวแตะ 28 ล้านคน
  • เงินริงกิตเทียบกับเงินดอลลาร์ ร่วงแตะระดับต่ำสุดในรอบ 5 ปีครึ่ง เหตุกังวลราคาน้ำมันลด กระทบเศรษฐกิจมาเลเซีย...

ประเภทข่าว


แหล่งข้อมูลข่าวเศรษฐกิจ