ดังกิ้นฯโตไม่ยั้ง ตั้งเป้า 5 ปี ผุด 400 สาขา ใน 3 ประเทศ
ดังกิ้นฯโตไม่ยั้ง ตั้งเป้า 5 ปี ผุด 400 สาขา ใน 3 ประเทศ
     "ดังกิ้นโดนัท" ตั้งเป้าขยายสาขาครั้งใหญ่ใน 3 ตลาด ประกอบด้วย สหรัฐอเมริกา อังกฤษ และบราซิล รวมมากกว่า 400 สาขา หลังเผชิญภัยคุกคามจากแบรนด์ร้านกาแฟที่ขยายตัวเข้ายึดตลาดสหรัฐตลอดช่วงหลายปีที่ผ่านมา

     สำนักข่าว Quartz รายงานว่า "ไนเจล ทราวิส" ซีอีโอของ "ดังกิ้น แบรนด์" บริษัทแม่ของดังกิ้นโดนัท ตั้งเป้าที่จะขยายสาขาร้านดังกิ้นฯ ในรัฐแคลิฟอร์เนีย ของสหรัฐอเมริกาเพิ่มอีก 200 สาขา ภายใน 5 ปี และในขณะเดียวกันบริษัทจะพยายามเปิดตลาดในประเทศบราซิลอีกครั้งหลังจากถอนตัวออกมา 10 ปีก่อน โดยมีแผนเปิดร้านให้ได้ 100 สาขา ภายในปี 2020 เมื่อรวมกับแผนขยายสาขาในประเทศอังกฤษอีก 144 สาขา ที่ประกาศไปเมื่อปลายปี 2014 เท่ากับว่าดังกิ้นโดนัทกำลังเล็งจะเปิดร้านเพิ่มถึง 444 สาขา

     ทั้งนี้ ปัจจุบันดังกิ้นโดนัทกำลังประสบปัญหาในตลาดสหรัฐ เนื่องจากมีสาขาไม่ทั่วถึงโดยเฉพาะในพื้นที่สำคัญอย่างแคลิฟอร์เนียและเทกซัส รวมไปถึงหลายรัฐในภาคตะวันตกเฉียงเหนือของประเทศ ทำให้บริษัทต้องหันไปเร่งขยายสาขาในตลาดต่างประเทศเพื่อทดแทน ซึ่งขณะนี้บริษัทมีรายได้จากสาขาในต่างประเทศคิดเป็น 20% ของรายได้ทั้งหมด

     โดยในภาพรวมดังกิ้นโดนัทมีสาขาทั้งหมด 11,000 สาขาใน 33 ประเทศ "ไนเจล ทราวิส" กล่าวว่าบริษัทต้องการเพิ่มจำนวนสาขาให้ได้เป็น 30,000 สาขา แบ่งเป็นในสหรัฐ 17,000 สาขา ต่างประเทศ 13,000 สาขา

     พร้อมกันนี้สำนักข่าวบลูมเบิร์กได้วิเคราะห์ว่า ตัวแปรสำคัญที่จะช่วยให้ดังกิ้นโดนัทประสบความสำเร็จในตลาดต่างประเทศนั้น จะเป็นการปรับตัวให้เข้ากับวัฒนธรรมของแต่ละประเทศ เช่นในอินเดียที่ดังกิ้นโดนัทมีเมนู "Tough Guy Burger" ที่เป็นเบอร์เกอร์ไก่และเบอร์เกอร์มังสวิรัติ


ขอบคุณรูปภาพจาก : ประชาชาติธุรกิจออนไลน์


6 มกราคม 2558
แหล่งข้อมูล: ประชาชาติธุรกิจออนไลน์
โดย: ศูนย์ธุรกิจสัมพันธ์ กรมเศรษฐกิจระหว่างประเทศ กระทรวงการต่างประเทศ

รูปภาพที่เกี่ยวข้อง

Back to the list

More Related

  • จากตอนที่แล้วเราได้ทำความรู้จักกับกฏหมาย Trade Facilitation and Trade Enforcement Act of 2015    (TFTEA 2015)  ซึ่งให้อำนาจกับเจ้าหน้าที่ศุลกากรสหรัฐฯ ในการห้ามนำเข้าสินค้าที่ผลิตโดยแรงงานผิดกฎหมายซึ่งรวมถึง แรงงานบังคับ (Forced Labor) แรงงานที่ผลิตโดยนักโทษ (Prison Labor) และ แรงงานขัดหนี้ (Indentured Labor) เข้าสู่ตลาดสหรัฐฯ โดยเป็นการสกัดกั้นการนำเข้าสินค้าในลักษณะเป็นรายบริษัท และมิใช่รายประเทศ
  • เมื่อกลางปีนี้สหรัฐฯได้ปรับให้ไทยอยู่ใน Tier 2  Watch List ในรายงานสถานการณ์การค้ามนุษย์ของกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ (รายงาน TIP Report) ประจำปี 2559 หลังจากปรับลดระดับให้ไทย อยู่ใน Tier 3 เป็นเวลาสองปีติดต่อกัน  ซึ่งเป็นสัญญาณว่าสหรัฐฯเล็งเห็นว่าไทยเรามีพัฒนาการในการแก้ไขปัญหาการค้ามนุษย์และปัญหาแรงงานผิดกฎหมายที่ดีขึ้น  
  • กระทรวงเกษตรสหรัฐฯ รายงานยอดจำหน่ายสินค้าเกษตรอินทรีย์ในสหรัฐฯ ขยายตัวเพิ่มขึ้นสองหลักเกือบทุกปีนับตั้งแต่ปี 2533 และยังมีแนวโน้มขยายตัวอย่างต่อเนื่องในอนาคต โดย The Nutrition Business Journal ได้รายงานว่า นับตั้งแต่เกิดวิกฤตเศรษฐกิจปี 2551 อัตราการขยายตัวของยอดขายสินค้าเกษตรอินทรีย์ในสหรัฐฯ เพิ่มขึ้นเกินร้อยละ 10 ทุกปี ตลาดสินค้าเกษตรอินทรีย์ในสหรัฐฯ มีมีมูลค่ากว่า 3.7 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 1.3 ล้านล้าน บาท) ในปี 2558
  • สหภาพแรงงานอุตสาหกรรมเหล็กอเมริกาเหนือ (The United Steelworkers Union: USW) ได้ยื่นคำร้องต่อ International Trade Commission ขอไต่สวนการทุ่มตลาดและการอุดหนุนสำหรับสินค้ายางรถบรรทุกขนาดกลางและรถโดยสารของจีนในตลาดสหรัฐฯ ตามมาตรา 701 และ 731 ของกฎหมายภาษีศุลกากรอีกครั้ง หลังจากที่ USW เคยได้รับชัยชนะในการเรียกร้องให้ลงโทษสินค้ายางรถยนต์และรถบรรทุกขนาดเบาที่นำเข้าจากประเทศจีนมาแล้วในปีที่ผ่านมา
  • เมื่อสหรัฐฯ ลดข้อบังคับด้านการท่องเที่ยวให้กับคิวบา เจ้าของธุรกิจและผู้ให้บริการในอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวมีความต้องการที่จะเป็นรายแรกที่ได้ดำเนินธุรกิจ โดยเฉพาะผู้ให้บริการเรือข้ามฟาก (Ferry) ทางการท่าเรือไมอามีเร่งหารือแนวทางการสร้างอาคารผู้โดยสารชั่วคราวที่ท่าเรือไมอามีเพื่อรองรับผู้ประกอบการที่ต้องการให้บริการเรือข้ามฟากไปยังคิวบา
  • นับเป็นโอกาสให้ชาวไทยสัญชาติอเมริกันใช้ประโยชน์จากหน่วยงานสหรัฐฯ ที่มีการส่งเสริมการลงทุน สร้างธุรกิจให้แก่บริษัทของชนกลุ่มน้อย เว็บไซต์ MBDA ได้รวบรวมข้อมูลที่จำเป็นตั้งแต่ขั้นตอนการเริ่มทำธุรกิจ โครงสร้างที่เหมาะสมกับธุรกิจของตน การเขียนแผนธุรกิจ การขอใบรับรองกิจการที่สามารถขอได้จากหน่วยงานท้องถิ่นและหน่วยงานรัฐบาลกลาง
    <br />

ประเภทข่าว


แหล่งข้อมูลข่าวเศรษฐกิจ