“พาณิชย์” จัดจับคู่ธุรกิจครั้งที่ 2 ดึงอาเซียน จีน ญี่ปุ่น อินเดีย ออสเตรเลีย เจรจาซื้อสินค้าไทย
“พาณิชย์” จัดจับคู่ธุรกิจครั้งที่ 2 ดึงอาเซียน จีน ญี่ปุ่น อินเดีย ออสเตรเลีย เจรจาซื้อสินค้าไทย
      “พาณิชย์” เดินหน้าจับคู่ธุรกิจครั้งที่ 2 ดึงผู้ซื้อจากอาเซียน จีน ญี่ปุ่น อินเดีย และออสเตรเลีย มาเจรจาการค้ากับผู้ส่งออกไทยโดยตรง เน้นสินค้าอาหาร ของใช้ในครัวเรือน หลังรอบแรกประสบความสำเร็จมีการสั่งซื้อต่อเนื่อง 367 ล้าน “ฉัตรชัย” เผยเตรียมนำคณะผู้แทนการค้าบุกขายสินค้าไทย เริ่มต้นปีหน้า นำร่อง 4-5 ประเทศก่อน พร้อมเร่งดันส่งออกสินค้าโปรดักต์ แชมเปียน นำร่องข้าวและผลิตภัณฑ์ และสปา มวยไทย

       พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยภายหลังเป็นประธานเปิด “โครงการคณะผู้แทนการค้าภูมิภาคอาเซียนและเอเชียเดินทางมาเจรจาการค้าในประเทศ” ว่า กระทรวงพาณิชย์ได้จัดโครงการจับคู่ธุรกิจ (บิสิเนส แมชชิ่ง) เป็นครั้งที่ 2 โดยทูตพาณิชย์ได้เชิญผู้ซื้อมาจาก 14 ประเทศ ได้แก่ อาเซียน จีน ญี่ปุ่น อินเดีย และออสเตรเลีย รวม 163 ราย ซึ่งมีทั้งห้างสรรพสินค้า ห้างค้าปลีก ซูเปอร์มาร์เกต และผู้นำเข้า เพื่อมาเจรจากับผู้ส่งออกไทยจำนวน 240 ราย
      
       สำหรับสินค้าเป้าหมายที่จัดให้มีการเจรจาซื้อขายกันในครั้งนี้ ได้แก่ สินค้าอาหาร อาหารสำเร็จรูป ข้าว ผักผลไม้กระป๋อง เครื่องดื่ม น้ำผลไม้ ซอสปรุงรส เครื่องปรุง ผักผลไม้แห้ง ผลิตภัณฑ์เครื่องใช้ในครัวเรือน เครื่องใช้ในโรงแรม ของขวัญของชำร่วย และสินค้าแฟชั่น เป็นต้น
      
       “การจัดโครงการบิสิเนส แมชชิ่ง จะช่วยเพิ่มยอดการส่งออกได้ทันที โดยเฉพาะช่วยให้ผู้ประกอบการขนาดกลางและเล็ก (SMEs) มีโอกาสในการส่งออกได้มากขึ้น เพราะผู้ซื้อได้เดินทางเข้ามาเลือกซื้อสินค้าถึงที่ และยังจะช่วยในการสร้างเครือข่าย เพื่อให้เกิดการซื้อขายเพิ่มขึ้นในอนาคต โดยจะมีการจัดกิจกรรมในลักษณะนี้อีก ซึ่งอยู่ระหว่างการให้ทูตพาณิชย์ทำการนัดหมายผู้ซื้อเพื่อเดินทางมาเจรจากับผู้ส่งออกไทย”
      
       ทั้งนี้ การเจรจาจับคู่ธุรกิจครั้งที่ 1 ระหว่างผู้ส่งออกไทยกับผู้นำเข้ารายสำคัญในภูมิภาคอเมริกาเหนือ ละตินอเมริกา แอฟริกา ยุโรป รัสเซีย และ CIS ในวันที่ 1-3 ธ.ค.ที่ผ่านมา มีผู้นำเข้ามาเจรจารวม 41 ราย และมีผู้ส่งออกของไทยเข้าร่วม 116 ราย มีคำสั่งสินค้าต่อเนื่องภายใน 1 ปี คิดเป็นมูลค่า 11,810,770 เหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 367 ล้านบาท
      
       พล.อ.ฉัตรชัยกล่าวว่า ตั้งแต่เดือน ม.ค. 2558 เป็นต้นไป กระทรวงฯ จะร่วมกับกระทรวงการต่างประเทศ กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา จัดคณะผู้แทนการค้าไทย นำผู้ประกอบการทั้งรายใหญ่ รายกลาง และเล็ก เดินทางไปเจรจาการค้าในตลาดต่างประเทศ เบื้องต้นจะเน้นตลาดอาเซียน เอเชีย และภูมิภาคอื่นๆ ที่เห็นว่ามีโอกาสในการขยายการค้า การลงทุนให้แก่ไทย โดยจะเริ่มก่อน 4-5 ประเทศ และจะทำต่อเนื่องตลอดทั้งปี
      
       นอกจากนี้ ยังจะให้ความสำคัญต่อการผลักดันการส่งออกสินค้าที่เป็นโปรดักต์ แชมเปียน ของไทย โดยเบื้องต้นได้นำร่องสินค้าในกลุ่มอาหาร โดยเฉพาะข้าว เพราะข้าวไทยมีคุณภาพดี และสามารถพัฒนาเพิ่มมูลค่าไปเป็นสินค้ารายการอื่นๆ ได้ รวมถึงกลุ่มสินค้าบริการ เช่น สปา และมวยไทย เพราะต่างชาติให้ความสนใจและรู้จักสินค้าเป็นอย่างดี
      
       นางนันทวัลย์ ศกุนตนาค อธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กล่าวว่า ในการส่งเสริมสินค้าที่เป็นโปรดักต์ แชมเปียนของไทย กรมฯ ได้มีการหารือร่วมกับภาคเอกชน และได้คัดสินค้าในกลุ่มอาหาร คือ ข้าว และสินค้าบริการ คือ สปาและบริการที่เกี่ยวเนื่องกับสุขภาพ โดยจะเร่งส่งเสริมและกระตุ้นให้ผู้ซื้อต่างประเทศที่สนใจสินค้าในกลุ่มนี้จะต้องนึกถึงสินค้าและบริการของไทยเป็นอันดับแรก ทั้งในแง่ที่ไทยเป็นผู้ผลิตที่มีคุณภาพ และบริการด้วยใจ
      
       ทั้งนี้ ในส่วนของข้าว นอกจากการผลักดันการส่งออกข้าวคุณภาพดี จะผลักดันให้มีการส่งออกผลิตภัณฑ์ที่ทำจากข้าว เช่น น้ำมันรำข้าว อาหารขบเคี้ยว พาสตาที่ทำจากข้าว และเครื่องสำอาง เป็นต้น รวมถึงผ้าก๊อซที่ใช้แป้งข้าวผสม สามารถใช้ปิดแผลและห้ามเลือดได้ดี ส่วนบริการ จะเน้นสปา โดยใช้หลักบริการด้วยใจ โดยจะส่งเสริมตั้งแต่การให้บริการไปจนถึงสินค้าที่เกี่ยวเนื่องกับสปา ทั้งอาหารเสริมและการดูแลสุขภาพ


ขอบคุณรูปภาพจาก : ASTV ผู้จัดการออนไลน์
11 ธันวาคม 2557
แหล่งข้อมูล: ASTVผู้จัดการออนไลน์
โดย: ศูนย์ธุรกิจสัมพันธ์ กรมเศรษฐกิจระหว่างประเทศ กระทรวงการต่างประเทศ

รูปภาพที่เกี่ยวข้อง

Back to the list

More Related

ประเภทข่าว


แหล่งข้อมูลข่าวเศรษฐกิจ