เศรษฐกิจจีนต่ำกว่าคาด โตแค่ 7.3% ควรหรือไม่ที่ต้องกังวล?

        จีนวางเป้าการเติบโตทางเศรษฐกิจของปีนี้อยู่ที่ 7.5% แต่ตัวเลข GDP ในไตรมาสที่สามออกมาไม่ค่อยดีนัก จึงเกิดคำถามขึ้นจากหลายฝ่ายว่าเศรษฐกิจจีนปีนี้จะสามารถบรรลุเป้าได้หรือ ไม่ แนวโน้มในอนาคตจะออกมาในรูปแบบใด

        เศรษฐกิจจีนในไตรมาสที่สามเติบโตอ่อนสุดในรอบ 5 ปี อยู่ที่ 7.3%โดย ในไตรมาสหนึ่งและสองอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจอยู่ที่ 7.4%และ7.5% ตามลำดับ ตัวเลขที่ต่ำสุดของจีนเกิดขึ้นครั้งล่าสุดเมื่อปี 2009 ซึ่งเป็นช่วงวิกฤตการเงินระดับโลก ตัวเลขการเติบโตในขณะนั้นอยู่แค่ 6.6%

        แต่การชะลอตัวในครั้งนี้อาจไม่ถือเป็นข่าวร้าย เพราะตัวเลขในไตรมาสสามที่ออกมายังคงสูงกว่าการประเมินก่อนหน้านี้ อย่างไรก็ตาม เรื่องนี้ก็ไม่ถือว่าเป็นข่าวดีเช่นกัน เพราะเป้าหมายที่วางไว้ของรัฐบาลจีนในปีนี้อยู่ที่ 7.5% ซึ่งเหลืออีกหนึ่งไตรมาสของปีที่จะทำให้เห็นภาพรวม แน่นอนว่าเรื่องนี้สร้างแรงกดดันไม่น้อยแก่รัฐบาลจีน

        ตัวเลขเศรษฐกิจเป็นเพียงตัวสะท้อนของภาพรวม แต่ไม่ได้แสดงให้เห็นว่าส่วนไหนของเศรษฐกิจที่ดีขึ้นหรือแย่ลง ฉะนั้น ก่อนที่จะเกิดความกังวลกับตัวเลขเศรษฐกิจที่ลดลง ควรดูกลุ่มอุตสาหกรรมหรือส่วนที่เป็น key factor ที่เป็นตัวการสำคัญในความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น

จำนวนผู้มีงานทำทะลุเป้า

       ในเก้าเดือนแรกของปี จีนมีอัตราผู้มีงานทำมากขึ้นถึงสิบล้านตำแหน่งในเขตเมือง ซึ่งทะลุเป้าที่วางไว้ของทั้งปีได้สำเร็จ นาย Dan Steinbockหัวหน้าสถาบัน India China and America institute ให้ความเห็นว่า ถ้าผู้กำหนดนโยบายของประเทศ กำหนดให้ทุกๆการเพิ่มขึ้น 1% ของ GDPมีการสร้างงาน 1.5ล้านตำแหน่ง เท่ากับจีนต้องการ GDP ในอัตราเพียง 6.7-7% ในการการเพิ่มอัตราการจ้างงานสิบล้านตำแหน่ง

ส่วนไหนที่ฉุด GDP ลง?

       GDP ในเก้าเดือนแรกของจีนมาจากการบริโภคภายในประเทศ48.5% การลงทุน 41.3% และการส่งออก 10.2%ผล ผลิตอุตสาหกรรมในเดือนกันยายนเพิ่มขึ้น 8% เมื่อเทียบกับช่วงหนึ่งปีที่ผ่านมา มีการดีดตัวกลับจากเดือนสิงหาคมที่ทำสถิตตกต่ำสุดในรอบหกปีที่ 6.9% สัดส่วนของภาคบริการใน GDP อยู่ที่ 46.7% เพิ่มขึ้นจากปีที่แล้ว 1.2% และสูงกว่าภาคอุตสาหกรรม 2.5%การส่งออกในเดือนกันยายนก็เพิ่มมากขึ้น 1.8% เมื่อเทียบกับช่วงปีที่แล้ว


         นายไช่จิ้น รองประธาน China Federation of Logistics and Purchasing ซึ่งเป็นองค์กรที่ช่วยในการรวบรวมข้อมูลดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ PMI กล่าวว่าตัวเลขเศรษฐกิจไม่มีอะไรน่ากังวลการเคลื่อนตัวในกรอบ 7-7.5%ยังคงพอเหมาะ จากการติดตามข้อมูลแสดงให้เห็นว่าหลายปัจจัยส่อเค้าในทางบวกและจะปรากฏผลใน ไตรมาสที่สี่ของปีนี้ โดยเฉพาะ PMI และการส่งออกที่อาจเพิ่มขึ้นในเดือนต่อไป

       แต่ส่วนที่สร้างความกังวลมากที่สุดคือ ภาคการลงทุนในกลุ่มอสังหาโดย การลงทุนในสินทรัพย์ถาวร(Fixed assets)ในเก้าเดือนแรกเพิ่มขึ้น 16.1% เมื่อเทียบกับเวลาเดียวกันในปีที่แล้ว แต่ลดลงจาก 16.5% ในแปดเดือนแรกของปี ซึ่งการลงทุนในกลุ่มอสังหาครองสัดส่วน 20% ในสินทรัพย์ถาวร ได้สร้างผลกระทบต่อภาคอุตสาหกรรมอื่น โดยเฉพาะเหล็กและปูน ที่มีอัตราเติบโตช้าลงตามการลงทุนที่ลดลง แต่อย่างไรก็ตาม ภาครัฐออกนโยบายสนับสนุนประชาชนในการกู้เงินซื้อบ้าน ซึ่งเป็นการช่วยประคองภาคอสังหาทางอ้อม

        นโยบายผ่อนปรนการซื้อบ้าน ลดจำนวนเงินดาวน์และลดดอกเบี้ยในการกู้เงิน เริ่มเห็นเค้าลางที่ดีมากขึ้นในเดือนตุลาคม จำนวนการซื้อขายบ้านในหลายเมืองเพิ่มมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ราคาบ้านมือสองในปักกิ่งมีสัญญาณดีดตัวขึ้น ทั้งนี้ ในไตรมาสที่สี่มีโอกาสเห็นการลงทุนในภาคอสังหากลับมาคึกคักอีกครั้ง

การลดลงของอุตสาหกรรมหนัก : เปลี่ยนเพื่อสิ่งแวดล้อมที่ดีขึ้น

       ในช่วงที่ผ่านมา ปัญหามลภาวะทางอากาศสร้างความกังวลให้กับประชาชนชาวจีนไม่น้อย รัฐบาลท้องถิ่นในแต่ละพื้นที่จึงพุ่งเป้าไปที่อุตสาหกรรมหนัก (Heavy Industry)ซึ่ง เป็นกระบวนการผลิตที่มีต้นทุนสังคมสูง หรือที่เรียกว่าสร้างปัญหากระทบต่อคนส่วนมาก โดยปัญหาที่เห็นชัดที่สุดคือ มลพิษตามเมืองใหญ่ ในช่วงที่ผ่านมามีการยกเลิกการผลิตอุตสาหกรรมหนักในหลายเมือง เป็นผลสำคัญที่ทำให้ GDP ในระดับเมืองลดลง

ตัวเลขไม่ได้สะท้อนการเติบโตอย่างมีคุณภาพ

       ถึงแม้จีนจะเกิดการชะลอตัวทางเศรษฐกิจขึ้น แต่ถ้าการเติบโตที่ช้าลงแต่มีคุณภาพมากขึ้น ก็ไม่ควรที่จะต้องกังวลกับการแกว่งตัวเล็กน้อยนี้

         หากมองไปที่จำนวนผู้มีงานทำที่เพิ่มมากขึ้นกว่าสิบล้านตำแหน่ง ดัชนี CPI ของไตรมาสที่สาม 2.1% สะท้อน ระดับเงินเฟ้อที่อยู่ในเขตพอเหมาะ การส่งออกและภาคการบริการที่เพิ่มมากขึ้น บวกกับนโยบายสนับสนุนการลงทุนในอสังหาของรัฐและการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานส่งสัญญาณเป็นนัยว่าเศรษฐกิจยังคงแข็งแรงดี รัฐบาลยังไม่จำเป็นต้องอัดฉีดเม็ดเงินไปกระตุ้นเศรษฐกิจ

        การลดเป้า GDP หรือขยายวงกว้างในการขยับตัวมากขึ้น จะช่วยให้จีนมีช่องว่างในการควบคุมคุณภาพเศรษฐกิจได้ดีขึ้น การ ลดลงของอุตสาหกรรรมหนักและการผลิตเกินปริมาณ(Overcapacity) จะกระทบต่อตัวเลขเศรษฐกิจในช่วงสั้น แต่ถ้ามองระยะยาวแล้วผลที่ได้คือโครงสร้างเศรษฐกิจและสิ่งแวดล้อมที่ดีขึ้น การขยายกรอบตัวเลขยังมีผลดีต่อการควบคุมความเสี่ยงด้านการเงิน โดยเฉพาะหนี้สินของรัฐบาลท้องถิ่น และส่งผลดีต่อการบริหารจัดการโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจที่ผลตอบแทนต่ำ

        การเติบโตเศรษฐกิจจีนในขณะนี้อาจไม่หวือหวาเหมือนที่ผ่านมา แต่เป็นการเติบโตอย่างมั่นคงและมีคุณภาพ ตัวเลข GDP ที่เปลี่ยนไป ไม่ได้สร้าง “New low” หากแต่เป็นปรากฎการณ์ทางเศรษฐกิจใหม่ที่จะเข้ามาแทนที่การเติบโตแบบเดิม หรือที่เรียกว่า “New normal”

         สำหรับนักลงทุนและนักธุรกิจชาว ไทยที่จะเข้ามาทำการค้าในจีน การติดตามอุตสาหกรรมแยกประเภท จะช่วยให้ท่านมองแนวโน้มเศรษฐกิจจีนและหาช่องทางการค้าได้แม่นยำขึ้น เป้าหมายของการพัฒนาเศรษฐกิจจีนมุ่งไปที่การปรับโครงสร้างเพื่อการพัฒนาอย่างมั่นคงและการกระจายรายได้ให้เท่าเทียมกันมากขึ้น ซึ่งสองสิ่งนี้เป็นหัวใจสำคัญในการสร้างปริมาณการบริโภคภายในประเทศ ซึ่งหมายถึงจีนยังมีศักยภาพในการเติบโตอีกมาก ฉะนั้น ตลาดจีนยังคงมีแรงดึงดูดอีกมากสำหรับนักลงทุนทั้งในและนอกประเทศ

1 ธันวาคม 2557
โดย: นางสาวภารุจา ชูเกียรติขจร (นักศึกษาฝึกงาน มหาวิทยาลัยปักกิ่ง)

Back to the list

More Related

  • การละเมิดเครื่องหมายการค้าในประเทศจีนได้กลายเป็นประเด็นใหญ่ที่ผู้คนทั่วโลกหยิบยกขึ้นมา ถกเถียงกันอีกครั้งเมื่อเดือน พ.ค.ที่ผ่านมา หลังจากที่ศาลจีนตัดสินให้บริษัท Apple ผู้ผลิตสินค้าอิเล็กทรอนิกส์รายใหญ่ของสหรัฐฯ เจ้าของเครื่องหมายการค้า iPhone เป็นฝ่ายแพ้คดีโต้แย้งสิทธิในเครื่องหมายการค้ากับบริษัท ปักกิ่ง ซินทงเทียนตี้ จำกัด ผู้ผลิตเครื่องหนังของจีน การจดลิขสิทธิ์เครื่องหมายการค้าในจีนจึงเป็นหนึ่งในความท้าทายที่ผู้สนใจต้องรู้ไว้ก่อนคิดไปบุกตลาดจีน  
  • ข่าวดีล่าสุดสำหรับคนที่ไปท่องเที่ยวและถือโอกาสช้อปที่จีน มณฑลกวางตุ้งที่มีนครกว่างโจวเป็นเมืองหลวงได้ประกาศคืนภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) ให้แก่นักท่องเที่ยวต่างชาติ โดยได้เริ่มใช้นโยบายคืน VAT นี้ตั้งแต่วันที่ 1 ก.ค. 2559 เป็นต้นมา
  • ปัจจุบันคนฮ่องกงตื่นตัวและหันมาดูแลใส่ใจสุขภาพกันมากขึ้น สินค้าออร์แกนิคจึงกลายเป็นอีกหนึ่งทางเลือกสำหรับคนฮ่องกงที่รักสุขภาพและมีกำลังซื้อเพียงพอที่จะบริโภคสินค้าออร์แกนิคเพื่อให้แน่ใจว่าเป็นสินค้าอาหารที่ปราศจากสารเคมีหรือสิ่งปนเปื้อนต่าง ๆ สินค้าออร์แกนิคส่วนใหญ่จะมีราคาสูงกว่าสินค้าชนิดเดียวกันที่ไม่ใช่ออร์แกนิคอยู่พอสมควร เนื่องจากมีกระบวนการผลิตที่มีความละเอียดและระยะเวลาในการผลิตค่อนข้างนานกว่าจะสามารถนำมาจำหน่ายในท้องตลาดได้
  • เมื่อวันที่ 27 พฤษภาคม 2558 รัฐบาลมณฑลกวางตุ้งได้ประกาศแผนการดำเนินงานการสร้างเขตสาธิตแบบศูนย์รวมพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ข้ามพรมแดน สู่สาธารณะชนอย่างเป็นทางการ โดยในแผนงานฯ ดังกล่าวได้กำหนดแนวทางและเป้าหมายที่จัดเจนในการพัฒนาพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ข้ามพรมแดนในมณฑลกวางตุ้ง
  • แม้ว่าฮ่องกงจะเป็นเมืองท่าปลอดภาษีที่การนำเข้าสินค้าและอาหารต่าง ๆ จากต่างประเทศจะสามารถเข้าสู่ฮ่องกงได้โดยสะดวก ทั้งที่เป็นสินค้าเพื่อการบริโภคภายในและสินค้าเพื่อการส่งออกต่อ (re-export) ไปยังจีน แต่สำหรับสินค้าและผลิตภัณฑ์อาหารต่าง ๆ ที่จะนำมาวางจำหน่ายในท้องตลาดฮ่องกงจะต้องเป็นผลิตภัณฑ์ถูกสุขอนามัยและมีความปลอดภัยเพียงพอสำหรับผู้บริโภค
  • เขตปกครองตนเองซินเจียงเป็นประตูที่สำคัญสู่เอเชียกลางและยุโรป เป็นจุดยุทธศาสตร์ที่สำคัญบนเส้นทางสายไหมใหม่ เป็นเขตที่มีศักยภาพสูงในการพัฒนาการค้าและการลงทุนภายใต้นโยบาย “One Belt, One Road” ของจีน เพราะซินเจียงเป็นแหล่งการปลูกฝ้ายที่สำคัญที่สุดของประเทศ

ประเภทข่าว


แหล่งข้อมูลข่าวเศรษฐกิจ