โอกาสทองลงทุน "กัมพูชา" ค่างานถูก ทรัพยากรหลากหลาย
โอกาสทองลงทุน "กัมพูชา" ค่างานถูก ทรัพยากรหลากหลาย

         นับตั้งแต่กัมพูชาได้เข้าเป็นสมาชิกอาเซียนในปี 2542 และองค์การการค้าโลกในปี 2547 บรรยากาศการลงทุนในกัมพูชาก็พัฒนาขึ้นตามลำดับ กลายเป็นแม่เหล็กดึงดูดเม็ดเงินจากต่างชาติได้เป็นอย่างดี ภายใต้กระแสการค้าโลกในยุคโลกาภิวัตน์ที่เทคโนโลยีและนวัตกรรมเข้ามามีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ

        ในงานสัมมนาเรื่อง "การเสริมสร้างและการพัฒนาศักยภาพในการแข่งขันระหว่างนักธุรกิจไทยและนักธุรกิจกัมพูชา" ณ โรงแรมเซ็นทารา กรุงเทพฯ ได้รับเกียรติจาก ดร.ศก สีพนา ที่ปรึกษาคณะรัฐมนตรีกัมพูชา มาบรรยายหัวข้อ "ศักยภาพทางการค้าและการลงทุนในกัมพูชา"

        ดร.ศก กล่าวถึงการเปลี่ยนแปลงในเชิงรุกของกัมพูชาที่ส่งผลในทางบวกต่อประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) ในปี 2558 โดยมองว่าจะเป็นโอกาสที่ดีสำหรับการเติบโตด้านเศรษฐกิจและสังคม โดยสิ่งสำคัญในการพัฒนาอาเซียนร่วมกันประกอบด้วย 4 เสาหลัก ได้แก่ 1) การเป็นตลาดร่วมและฐานผลิตเดียว 2) การแข่งขันทางเศรษฐกิจในภูมิภาค 3) การพัฒนาเศรษฐกิจอย่างเท่าเทียมกัน และ 4) การรวมเป็นหนึ่งในเศรษฐกิจโลก

        นอกจากนี้ กัมพูชายังเปิดโอกาสอย่างมากสำหรับนักธุรกิจต่างชาติ ซึ่งรัฐบาลได้สร้างความเชื่อมั่นต่อนักลงทุน โดยกำหนดมาตรการลดต้นทุนให้แก่ภาคธุรกิจทั้งที่เป็นการลงทุนเพิ่ม การขยายตลาด การลดต้นทุนการขนส่ง รวมไปถึงการปรับปรุงระบบความปลอดภัยภายในประเทศด้วย


ดร.ศก สีพนา ที่ปรึกษาคณะรัฐมนตรีกัมพูชา

       
ดร.ศก กล่าวเพิ่มว่า รัฐบาลกัมพูชาได้พัฒนากรอบกฎหมายสำหรับภาคเอกชน และสร้างความเข้มแข็งให้กับ "เวทีระหว่างภาครัฐกับเอกชน" เพื่อเปิดโอกาสให้แสดงความคิดเห็นและเป็นกลไกระงับข้อพิพาทต่างๆ ได้มีการลดข้อกำหนดที่เกี่ยวกับเอกสารเพื่ออำนวยความสะดวกทางการค้าและการประกอบธุรกิจ โดยเฉพาะระบบการใช้เอกสารในด้านการบริหารแบบเดียวกัน (Single Administrative Document : SAD) และระบบบริการแบบหน้าต่างเดี่ยว (Single Window) ซึ่งเป็นการเชื่อมโยงข้อมูลระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในกระบวนการต่างๆ เช่น นำเข้า-ส่งออก

       
การสร้างบรรยากาศที่ดีในการลงทุน เป็นหนึ่งนโยบายส่งเสริมการค้าของกัมพูชา เพื่อพัฒนาอุตสาหกรรมการแปรรูป ผลผลิตทางการเกษตร และภาคการผลิต ซึ่งรวมถึงอุตสาหกรรมประกอบอิเล็กทรอนิกส์และเครื่องจักร นอกเหนือจากนี้ รัฐบาลได้พัฒนากฎหมายสำหรับการบริหารเขตเศรษฐกิจพิเศษอย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งยังส่งเสริมความร่วมมือระหว่างภาครัฐกับเอกชนเพื่อการลงทุน โดยเฉพาะในโครงการสาธารณูปโภค ขณะที่ผู้แทนจากสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) นางศิริพร นุรักษ์ ผู้อำนวยการระดับสูง มองว่า โอกาสการค้า-การลงทุน และการบริการด้านโลจิสติกส์ที่ดี จะส่งผลบวกในเรื่องการท่องเที่ยวในกัมพูชา รวมถึงประเทศเพื่อนบ้านด้วย

        ปัจจุบันศักยภาพและโอกาสลงทุนในกัมพูชาเอื้อประโยชน์ต่อต่างประเทศได้มาก เนื่องจากมีทรัพยากรธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์ สัดส่วนประชากรในวัยทำงานสูง ค่าจ้างแรงงานที่ต่ำ รัฐบาลอนุญาตให้ต่างชาติถือหุ้นได้ 100% ในเกือบทุกประเภทกิจการ สิทธิประโยชน์ทางการค้า และการจัดตั้งเขตเศรษฐกิจพิเศษทั่วประเทศ


        การลงทุนที่รัฐบาลกัมพูชาให้การส่งเสริมอย่างมาก ได้แก่ เกษตรกรรมและอุตฯการเกษตร ระบบสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐานและคมนาคม พลังงานและไฟฟ้า อุตสาหกรรมที่ใช้แรงงานเป็นหลักและอุตสาหกรรมผลิตเพื่อการส่งอออก อุตสาหกรรมการท่องเที่ยว การพัฒนาทรัพยากรบุคคล และเหมืองแร่

        "แม้สถานการณ์ในกัมพูชาจะยังมีอุปสรรคที่ฉุดการเติบโตบ้าง เช่น สภาวะการเมือง ระบบราชการ ปัญหาด้านทักษะแรงงาน รวมถึงความไม่พร้อมของโครงสร้างพื้นฐาน แต่การเปิดรับการลงทุนจากต่างชาติถือเป็นโอกาสที่ดีในการร่วมกันพัฒนาชาติสมาชิกอาเซียนที่จะรวมกลุ่มกันในปลายปีหน้านี้" นางศิริพรกล่าว



        มูลค่าการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศในกัมพูชา ที่ผ่านมาเติบโตขึ้นเรื่อยๆ โดยปี 2550 มูลค่าการลงทุนในกัมพูชาอยู่ที่ 577 ล้านดอลลาร์ กระทั่งปี 2556 เพิ่มเป็น 1,396 ล้านดอลลาร์


        ทั้งนี้ ผู้อำนวยการบีโอไอมองว่า ผู้ประกอบการไทยมีความพร้อมและความชำนาญในธุรกิจบริการท่องเที่ยว ทั้งยังมีศักยภาพและสามารถแข่งขันได้ บวกกับกัมพูชามีแหล่งท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียง และเป็นที่ดึงดูดใจนักท่องเที่ยวต่างชาติ

        อย่างไรก็ดี แม้ว่ากัมพูชาจะมีข้อได้เปรียบทั้งค่าแรงถูก และการได้รับสิทธิพิเศษทางการค้า แต่การทำธุรกิจในกัมพูชายังมีอุปสรรคที่สำคัญ คือการเริ่มต้นธุรกิจในกัมพูชานั้นต้องใช้เวลานานถึง 85 วัน และมีขั้นตอนมากมาย โครงสร้างพื้นฐานในกัมพูชาก็ยังไม่ได้รับการพัฒนาเท่าที่ควร

        แต่หากไทยจะปล่อยโอกาสทองให้หลุดลอยไป ก็คงเป็นเรื่องผิดมหันต์ ฉะนั้น ผู้ประกอบการไทยต้องพิจารณาถึงปัจจัยเหล่านี้อย่างถี่ถ้วน รวมถึงต้นทุนแอบแฝงในการทำธุรกิจด้วย

1 ธันวาคม 2557
แหล่งข้อมูล: ประชาชาติธุรกิจออนไลน์

Back to the list

More Related

  • จากตอนที่แล้ว เราได้ทำความรู้จักกับเส้นทางเศรษฐกิจสายอาเซียนหรือ GMS Economic Corridors ซึ่งเป็นเส้นทางคมนาคมสายสำคัญที่ช่วยสร้างความเชื่อมโยงกับประเทศทั้งในและนอกภูมิภาคอาเซียน GMS Economic Corridors ใช้เป็นเส้นทางสำหรับขนส่ง กระจายสินค้า ลำเลียงวัตถุดิบ อีกทั้งรองรับนักท่องเที่ยวที่มีจำนวนเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ตามความพร้อมของโครงสร้างพื้นฐานและระบบสาธารณูปโภคเพียงอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอต่อการเชื่อมโยงอย่างมีประสิทธิภาพ แต่ยังต้องอาศัยความเชื่อมโยงด้านกฎระเบียบ (Software Connectivity) เพื่ออำนวยความสะดวกและลดขั้นตอนการขนส่งที่ซับซ้อนลงจากที่เป็นอยู่
  • ปัจจุบัน ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนหรือ ASEAN Economic Community เป็นหัวข้อที่ถูกกล่าวถึงในทุกแวดวง และในขณะเดียวกัน เรามักจะได้ยินคำว่า GMS Economic Corridors อยู่บ่อยครั้ง จนหลายคนตั้งคำถามว่า GMS Economic Corridor คืออะไร และมีความสำคัญอย่างไรต่อการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศไทยและภูมิภาคอาเซียน วันนี้เราจะมาทำความรู้จักกับเส้นทางเศรษฐกิจสายสำคัญ ๆ เหล่านี้ให้มากยิ่งขึ้น
  • การประชุมสุดยอดกรอบความร่วมมือเอเชีย (Asia Cooperation Dialogue) หรือ ACD จะกลับมา ที่ประเทศไทยอีกครั้ง ต้นเดือนตุลาคม 2559 และครั้งนี้จะเป็นครั้งแรกที่ ACD เปิดเวทีภาคเอกชน ภายใต้ชื่อ ACD Connect โดยมีจุดประสงค์หลักคือส่งเสริมการเชื่อมโยงการเงินในภูมิภาคเอเชีย เพื่อส่งเสริมให้เกิดความร่วมมือด้านนโยบายระหว่างประเทศสมาชิกเพื่อการขยายตัวในด้านการค้าและการลงทุนในภูมิภาค
  • เทรนด์ “รักษ์” สุขภาพ กำลังแรงไปทั่วโลก สะท้อนจากที่ผู้คนหันมาออกกำลังกายและบริโภคอาหารปลอดสารพิษและเป็นประโยชน์ต่อสุขภาพ ทางเลือกหนึ่งของผู้บริโภคกลุ่มนี้ คือ “ผลิตภัณฑ์เกษตรอินทรีย์” ที่ปลูกโดยปราศจากการใช้ยาฆ่าแมลง และไม่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ
  • “โมร็อกโก” เป็นที่รู้จักในฐานะประเทศน่าเที่ยวแห่งหนึ่งของโลก แต่ในแง่โอกาสทางเศรษฐกิจ น้อยคนที่จะรู้ว่า โมร็อกโกเป็นอีกหนึ่งประเทศที่มีศักยภาพ ด้วยตลาดภายในประเทศกว่า 30 ล้านคน และการเป็นประตูบานสำคัญสู่ตลาดการค้าการลงทุนแอฟริกา

ประเภทข่าว


แหล่งข้อมูลข่าวเศรษฐกิจ