สวิตฯ รั้งแชมป์ขีดความสามารถในการแข่งขันสูงสุดในโลก
สวิตฯ รั้งแชมป์ขีดความสามารถในการแข่งขันสูงสุดในโลก
     สวิตเซอร์แลนด์ยังคงครองอันดับ 1 ประเทศมีความพร้อมเรื่องขีดความสามารถในการแข่งขัน จากการจัดอันดับในปีนี้ของสภาเศรษฐกิจโลก ส่วนไทยอยู่อันดับ 31 ขยับขึ้นมามากถึง 6 ขั้น

     สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากเมืองดาวอส ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ เมื่อวันที่ 4 ก.ย. ว่าสภาเศรษฐกิจโลก ( ดับเบิลยูอีเอฟ ) ออกรายงานประจำปีเรื่องขีดความสามารถในการแข่งขันของแต่ละประเทศและดินแดน 144 แห่งในโลก เมื่อวันพุธ โดยประเมินผลตามเกณฑ์ 12  ข้อที่รวมถึง สถาบัน โครงสร้างทางเศรษฐกิจ ความพร้อมด้านเทคโนโลยีและการลงทุน และประสิทธิภาพของตลาดแรงงาน ปรากฎว่า สวิตเซอร์แลนด์ครองอันดับ 1 เป็นปีที่ 6 ติดต่อกัน

     รองแชมป์เป็นของสิงคโปร์ ซึ่งคงที่จากปีที่แล้ว ตามด้วยสหรัฐ ฟินแลนด์ เยอรมนี  ญี่ปุ่น ฮ่องกง เนเธอร์แลนด์ อังกฤษ และปิดท้ายใน 10 อันดับแรกด้วยสวีเดน ส่วน 5  อันดับสุดท้าย ไล่ตั้งแต่อันดับ 140-144 ได้แก่ แองโกลา มอริเตเนีย เยเมน ชาด และกินี

     ขณะที่ไทยอยู่ในอันดับ 31 พุ่งขึ้นจากปีที่แล้วมากถึง 6 อันดับ เป็นอันดับ 3 ในกลุ่มประเทศสมาชิกสมาคมประชาชาติแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ( อาเซียน ) รองจากสิงคโปร์ และมาเลเซียในอันดับ 20  อย่างไรก็ตาม การที่ไทยเผชิญกับวิกฤตความขัดแย้งทางการเมืองที่เรื้อรังมายาวนาน ส่งผลให้ดัชนีความไว้วางใจของชาวไทยในตัวนักการเมืองนั้น อยู่ในอันดับ 129  ติดกลุ่มต่ำที่สุดประเทศหนึ่งของโลก


ขอบคุณรูปภาพจาก : เดลินิวส์ออนไลน์
4 กันยายน 2557
แหล่งข้อมูล: เดลินิวส์ออนไลน์
โดย: ศูนย์ธุรกิจสัมพันธ์ กรมเศรษฐกิจระหว่างประเทศ กระทรวงการต่างประเทศ

รูปภาพที่เกี่ยวข้อง

Back to the list

More Related

  • โปรตุเกสอาจไม่ใช่ประเทศลำดับต้น ๆ ที่โลกนึกถึงถ้าจะต้องเลือกไปค้าและลงทุน ณ เวลานี้ แต่สำหรับประเทศไทย เป็นจังหวะที่น่าสนใจ ต้นเดือน ก.ค. ศกนี้ กรมยุโรป กระทรวงการต่างประเทศ ชวนไปสำรวจโอกาสในโปรตุเกสด้วยกัน เพราะกำลังจะจะมีการหารือสองฝ่ายที่เรียกว่า การประชุม Political Dialogue ไทย-โปรตุเกส ครั้งที่ 2 ซึ่งจะจัดขึ้นในวันที่ 8 ก.ค. 2559 ที่กรุงลิสบอน เมืองหลวงของโปรตุเกส ไทยอยากผลักดันเรื่องอะไรกับโปรตุเกส เวทีนี้คือโอกาส
  • แรงจูงใจทางด้านภาษีคือแม่เหล็กสำคัญที่รัฐบาลประเทศต่าง ๆ ใช้ดึงดูดนักลงทุนจากต่างชาติ รัฐบาลในอียูหลายประเทศก็เช่นกัน ต่างแข่งขันกันลดภาษีดึงดูดการลงทุน จนเรียกได้ว่ากลายเป็นสงครามภาษีระหว่างประเทศ  หรือ International Tax War แต่ตอนนี้ เอกชนที่ไปลงทุนในอียูคงต้องระวังมากขึ้น เพราะแรงจูงใจทางภาษีที่ได้รับ อาจกลายเป็นดาบสองคมที่ย้อนกลับมาทำร้ายบริษัท หากไม่ได้ตรวจสอบให้ดีก่อนว่า การลดหรือยกเว้นภาษีนั้นผิดกฎการอุดหนุนโดยภาครัฐ  
  • ฟินแลนด์ ประเทศในกลุ่มสแกนดิเนเวีย นอกจากจะเป็นประเทศที่มีชื่อเสียงด้านความสวยงามทางธรรมชาติท่ามกลางบรรยากาศอันหนาวเย็น
  • สหภาพยุโรปได้ออกประกาศ Commission Implementing Decision 2015/1338 of 30 July 2015 amending Decision 2011/163/EU on the approval of plans submitted by third countries in accordance with Article 29 of Council Directive 96/23/EC ซึ่งเป็นการปรับปรุงแก้ไขบัญชีรายชื่อประเทศที่สามที่ได้รับอนุญาตให้นำเข้าสินค้าที่ปลอดสารตกค้่าง
  • เมื่อวันที่ 14 กรกฎาคม 2558 ทางสหภาพยุโรปได้ออกประกาศกฎระเบียบ 2 ฉบับ ซึ่งมีรายละเอียดดังนี้...
  • เมื่อวันที่ ๒๖ มิถุนายน ๒๕๕๘ สหภาพยุโรปออกประกาศกฎระเบียบ Commission Regulation (EU) 2015/1005 of 25 June 2015 amending Regulation (EC) No 1881/2006 as regards maximum levels of lead in certain foodstuffs โดยตีพิมพ์ใน EU Official Journal L 161/9 ซึ่งเป็น การกำหนดระดับค่าอนุโลมตกค้างสูงสุดของสารตะกั่ว (lead) ในสินค้าอาหารที่มีความเสี่ยงต่อการปนเปื้อน อันเป็นการแก้ไขกฎระเบียบเดิม ซึ่งได้แก่ Regulation (EC) No 1881/2006 เพื่อให้สอดคล้องกับผลงานวิจัย ของคณะทำงาน CONTAM Panel ของ EFSA ซึ่งได้ระบุว่า สารตะกั่วที่ได้รับผ่านการบริโภคอาหาร สามารถก่อให้เกิดความเป็นพิษต่อพัฒนาการทางสมองในเด็กเล็ก และก่อให้เกิดโรคหัวใจและหลอดเลือด และ ความเป็นพิษต่อไตในผู้ใหญ่ได้ จึงเห็นควรให้มีการปกป้องกลุ่มผู้บริโภคที่มีความเสี่ยง คือ กลุ่มเด็กเล็กและ ผู้หญิงในวัยเจริญพันธุ์ ดังนั้น ในครั้งนี้ จึงให้มีการปรับค่าอนุโลมตกค้างสูงสุดของสารตะกั่วในสินค้าพืช สัตว์ และสัตว์น้ำบางรายการขึ้นใหม่...

ประเภทข่าว


แหล่งข้อมูลข่าวเศรษฐกิจ