อุทาหรณ์ผู้ส่งออกไทย!! ฤดูผลไม้ “ทับซ้อน” กระทบยอดสั่งซื้อลิ้นจี่จากเวียดนามลดฮวบ
อุทาหรณ์ผู้ส่งออกไทย!! ฤดูผลไม้ “ทับซ้อน” กระทบยอดสั่งซื้อลิ้นจี่จากเวียดนามลดฮวบ

เว็บไซต์ข่าวกว่างซี : ผู้ค้าชาวจีน(กว่างซี)ลดการสั่งซื้อ “ลิ้นจี่”จากเวียดนาม เนื่องจากฤดูออกสู่ตลาดของลิ้นจี่เวียดนามทับซ้อนกับลิ้นจี่ที่ปลูกในประเทศจีน ทำให้ลิ้นจี่นำเข้าขาดแรงแข่งขันด้านราคา

ด้านสถานการณ์ผลิตในประเทศ(กว่างซี)

สมาคมผลไม้แห่งกว่างซี ให้ข้อมูลว่า แหล่งปลูกลิ้นจี่ในประเทศจีน ได้แก่ เขตฯ กว่างซีจ้วง มณฑลกว่างตง มณฑลฝูเจี้ยน และมณฑลไห่หนาน โดยลิ้นจี่จีนจะเริ่มทยอยออกสู่ตลาดในช่วงเดือน มิ.ย.-ก.ค.ของทุกปี

เขตฯ กว่างซีจ้วง มีพื้นที่ปลูกและผลผลิตมากเป็นอันดับสองของประเทศ ปีก่อน (ปี 56) กว่างซีได้ผลผลิตลิ้นจี่สูงถึง 5.4 แสนตัน และปีนี้ยังคงเป็น“ปีทอง” ของการผลิตลิ้นจี่ คาดหมายว่าจะมีผลผลิตมากกว่า 6 แสนตัน โดยมี “เมืองชินโจว” (Qinzhou City, 钦州市) เป็นแหล่งผลิตลิ้นจี่ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดของมณฑล

ตามรายงาน การสร้างแบรนด์ลิ้นจี่กว่างซีเริ่มประสบความสำเร็จแล้วในเบื้องต้น ทำให้ปีนี้ ลิ้นจี่ของกว่างซีจำหน่ายได้ราคาดี มีพ่อค้ามารับซื้อถึงหน้าสวน และยังมีการจำหน่ายผ่านช่องทางการค้าออนไลน์อีกด้วย

ด้านสถานการณ์การนำเข้าจากเวียดนาม

เจ้าหน้าที่สำนักงานควบคุมคุณภาพตรวจสอบและกักกันโรคเขตฯ กว่างซีจ้วง (Guangxi Entry-Exit Inspection and Quarantine, 广西检验检疫局) หรือ CIQ ให้ข้อมูลว่า หน่วยงาน CIQ จีนมีการเปิดช่องทางพิเศษ (Green Lane) สำหรับผลไม้นำเข้าจากเวียดนาม รวมถึงลิ้นจี่สด โดยกระบวนการตรวจสอบกักกันโรคและตรวจปล่อยสินค้าเป็นไปตามข้อตกลงที่ทั้งสองประเทศร่วมลงนามระหว่างกันและข้อกำหนดที่เกี่ยวข้องทั้งสิ้น

ด่านชายแดนในอำเภอระดับเมืองผิงเสียง (Pingxiang City, 凭祥市) เป็นด่านนำเข้าส่งออกผลไม้ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดของประเทศจีน (ในแง่น้ำหนักผลไม้) แต่ละปีมีการนำเข้าส่งออกผลไม้ราว 1 ล้านตัน

การนำเข้าผลไม้จากต่างประเทศ ผู้นำเข้าจะต้องยื่นขอใบอนุญาตตรวจสอบกักกันโรคพืชและสัตว์นำเข้ากับทางสำนักงาน CIQ กว่างซี จากข้อมูล พบว่า ช่วงครึ่งปีแรก มีผู้ขอใบอนุญาตฯ เพื่อนำเข้าลิ้นจี่สด คิดเป็นน้ำหนัก 47,900 ตัน สาเหตุหลักที่ปริมาณนำเข้าลดลงล้วนเป็นผลจากปัจจัยทางการตลาด

นอกจากนี้ ปีนี้ มีลิ้นจี่เวียดนานที่ผ่านเข้าด่านการค้าชายแดนในอำเภอระดับเมืองผิงเสียง (จุดผ่อนปรนตลาดการค้าชายแดน) จำนวน 908 ล็อต คิดเป็นน้ำหนัก 2,879 ตัน มุลค่าสินค้า 1.53 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

สาเหตุที่ออเดอร์สั่งซื้อ " ลิ้นจี่ " นำเข้าลดลง

บุคคลในวงการผลไม้ ให้ข้อมูลว่า ปัจจัยทางสภาพดินฟ้าอากาศส่งผลให้ปีนี้ลิ้นจี่ของเวียดนามสุกและออกสู่ตลาดช้ากว่าปีก่อน ๆ ทำให้ลิ้นจี่เวียดนามที่ออกสู่ตลาดในปีนี้ทับซ้อนลิ้นจี่จีน

ปกติ ลิ้นจี่เวียดนามจะออกสู่ตลาดเร็วกว่าลิ้นจี่จีน โดยจะมีการนำเข้าลิ้นจี่เวียดนามผ่านด่านในอำเภอระดับเมืองผิงเสียงตั้งแต่ช่วงเดือน มี.ค.-เม.ย. ขณะนี้ ลิ้นจี่จีนจะออกสู่ตลาดในช่วงเดือน มิ.ย.-ก.ค. (ใกล้เคียงกับประเทศไทยที่ออกสู่ตลาดช่วง พ.ค.-มิ.ย.)

เจ้าหน้าที่ CIQ ในอำเภอระดับเมืองผิงเสียง ให้ข้อมูลว่า ปีนี้ ลิ้นจี่ล็อตแรกที่นำเข้าจากเวียดนามผ่านด่านโหย่วอี้กวน (Youyiguan Border, 友谊关口岸) ถูกนำเข้าเมื่อวันที่ 6 พ.ค.57 มีน้ำหนักรวม 10 ตัน

นอกจากนี้ กอปรกับปัจจัยด้านการเก็บรักษาและการขนส่ง เนื่องจากปีนี้มีปริมาณน้ำฝนมาก ปริมาณความชื้นสูง ส่งผลให้ลิ้นจี่ที่ออกสู่ตลาดมีอายุการเก็บรักษาค่อนข้างสั้น

อีกทั้ง ลิ้นจี่ในประเทศมีราคาถูก โดยผู้ค้าชายแดน ให้ข้อมูลว่า ขณะนี้ ต้นทุนการรับซื้อบวกขนส่งลิ้นจี่จากเวียดนามถึงด่านชายแดนอยู่ที่กิโลกรัมละ 6-8 หยวน ทว่า ลิ้นจี่สดทั่วไปที่ปลูกในประเทศหาซื้อได้ในเพียงราคากิโลกรัมละ 4-6 หยวนเท่านั้น

BIC เห็นว่า สถานการณ์ข้างต้นน่าจะเป็นอุทาหรณ์สำหรับเกษตรกรชาวสวนและผู้ส่งออกชาวไทยได้เป็นอย่างดี เนื่องจากพื้นที่เขตกึ่งร้อนทางภาคใต้ของประเทศจีนสามารถปลูกผลไม้เมืองร้อนได้หลายชนิด โดยเฉพาะลิ้นจี่ ลำไย

ดังนั้น ภาคการผลิตของไทยจำเป็นต้องวางแผนการส่งออกอย่างรอบคอบ เช่น การควบคุมปริมาณการส่งออกผลไม้บางชนิดและเลือกช่วงเวลาการส่งออกผลไม้ให้เหมาะสม โดยไม่ควรตรงกับช่วงที่ผลไม้จีนออกสู่ตลาดมาก (การปลูกผลไม้นอกฤดูกาลของจีน) จับจุดช่วงเทศกาลซึ่งเป็นช่วงเวลาหนึ่งที่จีนมีความต้องการผลไม้มาก ซึ่งจะทำให้ผลไม้ไทยได้ราคาดีขึ้น

นอกจากนี้ ผู้ส่งออกควรใช้ประโยชน์จากจุดกระจายสินค้าอื่น ๆ ในประเทศจีน เน้นกระจายการส่งออกไปยังแหล่งอื่นเพื่อขยายช่องทางการตลาดและลดปัญหาการผูกขาดด้านราคาสินค้า โดยตัวเลือกหนึ่งที่น่าสนใจ คือ ศูนย์โลจิสติกส์สินค้าเกษตระหว่างประเทศไฮพีเรียนกว่างซี (Guangxi Hyperion International Agricultural Logistics Center, 广西海吉星农产品国际物流中心) ในนครหนานหนิง เขตฯ กว่างซีจ้วง

สุดท้าย คือ ประเด็นมาตรฐานสุขอนามัย ซึ่งในระยะหลังมานี้ ทางการจีนได้เพิ่มความเข้มงวดเป็น อย่างมาก โดยเฉพาะปัญหาสารซัลเฟอร์ไดออกไซด์ตกค้างบนผลลำไยที่ส่งออกมายังประเทศจีน



แหล่งอ้างอิงรูปภาพ : http://th.wikipedia.org/wiki/
20 สิงหาคม 2557
แหล่งข้อมูล: เขตปกครองตนเองกว่างซีจ้วง / ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในจีน ณ นครหนานหนิง
โดย: นายกฤษณะ สุกันตพงศ์ (广西新闻网) ประจำวันที่ 9 กรกฎาคม 2557

Back to the list

More Related

  • การละเมิดเครื่องหมายการค้าในประเทศจีนได้กลายเป็นประเด็นใหญ่ที่ผู้คนทั่วโลกหยิบยกขึ้นมา ถกเถียงกันอีกครั้งเมื่อเดือน พ.ค.ที่ผ่านมา หลังจากที่ศาลจีนตัดสินให้บริษัท Apple ผู้ผลิตสินค้าอิเล็กทรอนิกส์รายใหญ่ของสหรัฐฯ เจ้าของเครื่องหมายการค้า iPhone เป็นฝ่ายแพ้คดีโต้แย้งสิทธิในเครื่องหมายการค้ากับบริษัท ปักกิ่ง ซินทงเทียนตี้ จำกัด ผู้ผลิตเครื่องหนังของจีน การจดลิขสิทธิ์เครื่องหมายการค้าในจีนจึงเป็นหนึ่งในความท้าทายที่ผู้สนใจต้องรู้ไว้ก่อนคิดไปบุกตลาดจีน  
  • ข่าวดีล่าสุดสำหรับคนที่ไปท่องเที่ยวและถือโอกาสช้อปที่จีน มณฑลกวางตุ้งที่มีนครกว่างโจวเป็นเมืองหลวงได้ประกาศคืนภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) ให้แก่นักท่องเที่ยวต่างชาติ โดยได้เริ่มใช้นโยบายคืน VAT นี้ตั้งแต่วันที่ 1 ก.ค. 2559 เป็นต้นมา
  • ปัจจุบันคนฮ่องกงตื่นตัวและหันมาดูแลใส่ใจสุขภาพกันมากขึ้น สินค้าออร์แกนิคจึงกลายเป็นอีกหนึ่งทางเลือกสำหรับคนฮ่องกงที่รักสุขภาพและมีกำลังซื้อเพียงพอที่จะบริโภคสินค้าออร์แกนิคเพื่อให้แน่ใจว่าเป็นสินค้าอาหารที่ปราศจากสารเคมีหรือสิ่งปนเปื้อนต่าง ๆ สินค้าออร์แกนิคส่วนใหญ่จะมีราคาสูงกว่าสินค้าชนิดเดียวกันที่ไม่ใช่ออร์แกนิคอยู่พอสมควร เนื่องจากมีกระบวนการผลิตที่มีความละเอียดและระยะเวลาในการผลิตค่อนข้างนานกว่าจะสามารถนำมาจำหน่ายในท้องตลาดได้
  • เมื่อวันที่ 27 พฤษภาคม 2558 รัฐบาลมณฑลกวางตุ้งได้ประกาศแผนการดำเนินงานการสร้างเขตสาธิตแบบศูนย์รวมพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ข้ามพรมแดน สู่สาธารณะชนอย่างเป็นทางการ โดยในแผนงานฯ ดังกล่าวได้กำหนดแนวทางและเป้าหมายที่จัดเจนในการพัฒนาพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ข้ามพรมแดนในมณฑลกวางตุ้ง
  • แม้ว่าฮ่องกงจะเป็นเมืองท่าปลอดภาษีที่การนำเข้าสินค้าและอาหารต่าง ๆ จากต่างประเทศจะสามารถเข้าสู่ฮ่องกงได้โดยสะดวก ทั้งที่เป็นสินค้าเพื่อการบริโภคภายในและสินค้าเพื่อการส่งออกต่อ (re-export) ไปยังจีน แต่สำหรับสินค้าและผลิตภัณฑ์อาหารต่าง ๆ ที่จะนำมาวางจำหน่ายในท้องตลาดฮ่องกงจะต้องเป็นผลิตภัณฑ์ถูกสุขอนามัยและมีความปลอดภัยเพียงพอสำหรับผู้บริโภค
  • เขตปกครองตนเองซินเจียงเป็นประตูที่สำคัญสู่เอเชียกลางและยุโรป เป็นจุดยุทธศาสตร์ที่สำคัญบนเส้นทางสายไหมใหม่ เป็นเขตที่มีศักยภาพสูงในการพัฒนาการค้าและการลงทุนภายใต้นโยบาย “One Belt, One Road” ของจีน เพราะซินเจียงเป็นแหล่งการปลูกฝ้ายที่สำคัญที่สุดของประเทศ

ประเภทข่าว


แหล่งข้อมูลข่าวเศรษฐกิจ