บลจ.กสิกรไทยประเมิน "วิกฤตอาร์เจนตินา" กระทบตลาดหุ้นโลกระยะสั้น
บลจ.กสิกรไทยประเมิน "วิกฤตอาร์เจนตินา" กระทบตลาดหุ้นโลกระยะสั้น
     นางสาวยุพาวดี ตู้จินดา ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน กสิกรไทย จำกัด (บลจ.กสิกรไทย) เปิดเผยว่า ในวันที่ 5 - 13 สิงหาคม 2557 บลจ.กสิกรไทยจะเปิดเสนอขายกองทุนเปิดเค เอ็นแฮนซท์ ตราสารหนี้ต่างประเทศ 1 ปี วี (KEFF1YV) ประมาณการผลตอบแทนหลังหักค่าใช้จ่ายกองทุนที่ 3.00% ต่อปี กองทุนเปิดเค เอ็นแฮนซท์ ตราสารหนี้ต่างประเทศ 6 เดือน เอเอฟ (KEFF6MAF) ประมาณการผลตอบแทนหลังหักค่าใช้จ่ายกองทุนที่ 2.70% ต่อปี และกองทุนเปิดเค ตราสารหนี้ 3 เดือน อีโอ (KFI3MEO) ประมาณการผลตอบแทนหลังหักค่าใช้จ่าย กองทุนที่ 2.40% ต่อปี โดยกองทุนดังกล่าวมีนโยบายป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนทั้งจำนวน และสำหรับผู้ลงทุนบุคคลธรรมดาไม่ต้องเสียภาษี

     นางสาวยุพาวดีกล่าวว่า "สำหรับกรณีเหตุการณ์ที่ประเทศอาร์เจนตินาได้มีการผิดนัดชำระหนี้เป็นครั้งที่ 2 ในรอบ 12 ปี หลังการเจรจาเรื่องการปรับโครงสร้างหนี้ล้มเหลว บลจ.กสิกรไทยมีมุมมองต่อกรณีดังกล่าว โดยคาดว่าจะส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจของอาร์เจนตินาซึ่งอยู่ในภาวะถดถอยอยู่แล้วให้แย่ลงไปอีก แต่ไม่น่าจะส่งผลกระทบในวงกว้างต่อระบบธนาคารของอาร์เจนตินา เนื่องจากมีสัดส่วนหนี้สาธารณะอยู่ค่อนข้างน้อย เมื่อเทียบกับเหตุการณ์ในปี 2001 ที่มีสัดส่วนหนี้สาธารณะอยู่สูงมาก

     นอกจากนี้ประเทศอาร์เจนตินาค่อนข้างเป็นประเทศที่อยู่โดดเดี่ยวจากตลาดทุนโลก ดังนั้นการผิดนัดชำระหนี้ในครั้งนี้ไม่น่าจะส่งผลกระทบรุนแรงต่อตลาดเกิดใหม่ทั่วโลกมากนัก อย่างไรก็ตามกรณีดังกล่าวได้ส่งผลให้เกิดความผันผวนต่อตลาดหุ้นทั่วโลก แต่เชื่อว่าเป็นผลกระทบในระยะสั้นเท่านั้น โดยในช่วงปลายสัปดาห์ที่ผ่านมาตลาดหุ้นในต่างประเทศต่างปรับตัวลดลง ทั้งนี้ สำหรับผู้ลงทุนในระยะสั้นหรือผู้ลงทุนที่รับความเสี่ยงได้น้อยควรชะลอการลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยงดังกล่าว หรือสามารถเลือกพักเงินกับกองทุนตราสารหนี้ประเภทกำหนดอายุโครงการ ซึ่งมีความเสี่ยงต่ำแต่สามารถให้ผลตอบแทนที่น่าสนใจกว่าดอกเบี้ยเงินฝากในปัจจุบัน โดยกองทุนตราสารหนี้ที่ บลจ.กสิกรไทยเสนอขายในสัปดาห์นี้ ไม่มีการลงทุนในตราสารหนี้ของสถาบันการเงินในอาร์เจนตินาแต่อย่างใด ผู้ลงทุนจึงมั่นใจได้ว่าจะไม่มีผลกระทบต่อกองทุนดังกล่าว"

     นางสาวยุพาวดีกล่าวต่อไปว่า สำหรับตราสารหนี้ที่กองทุน KEFF1YV จะเข้าไปลงทุนในเบื้องต้นประกอบด้วยเงินฝาก China Construction Bank Corporation เงินฝาก Bank of China ร่วมด้วยตราสารหนี้ Agricultural Bank of China ตราสารหนี้ Banco ABC Brasil S.A. และตราสารหนี้ BTG Investments LP ที่ค้ำประกันโดย BTG Pactual Holding S.A., ประเทศบราซิล ด้านกองทุน KEFF6MAF จะลงทุนในเงินฝากของ China Construction Bank Corporation เงินฝาก Garanti Bank, ประเทศตุรกี ร่วมด้วยตราสารหนี้ VakifBank,ประเทศตุรกี ตราสารหนี้ Agricultural Bank of China และตราสารหนี้ BTG Investments LP ที่ค้ำประกันโดย BTG Pactual Holding S.A., ประเทศบราซิล โดยทั้ง 2 กองทุนดังกล่าวมีนโยบายป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนเต็มจำนวน และเป็นกองทุนที่เหมาะสำหรับผู้ลงทุนที่มีสินทรัพย์ในการลงทุนสูงและสามารถยอมรับความเสี่ยงได้มากขึ้น เพื่อสร้างโอกาสรับผลตอบแทนที่สูงขึ้นด้วยเช่นเดียวกัน โดยผู้ลงทุนต้องลงทุนด้วยเงินขั้นต่ำ 1,000,000 บาท

     อย่างไรก็ตามสำหรับนักลงทุนทั่วไปที่สามารถยอมรับความเสี่ยงได้ต่ำ แต่ต้องการโอกาสรับผลตอบแทนที่น่าสนใจกว่าการลงทุนกับตราสารหนี้ภายในประเทศเพียงอย่างเดียว บลจ.กสิกรไทย ขอแนะนำกองทุนเปิดเค ตราสารหนี้ 3 เดือน อีโอ (KFI3MEO) ซึ่งโดยเบื้องต้นคาดว่าจะลงทุนในเงินฝาก China Construction Bank Corporation เงินฝาก Bank of China นอกจากนี้ยังลงทุนในตราสารหนี้ประเทศไทยของบริษัท โตโยต้า ลีสซิ่ง (ประเทศไทย) จำกัด ธนาคารทิสโก้ จำกัด (มหาชน) และธนาคารธนชาต จำกัด (มหาชน) โดยตราสารที่กล่าวมามีอันดับความน่าเชื่อถืออยู่ในอันดับที่สามารถลงทุนได้ (Investment Grade) และกองทุนดังกล่าวมีนโยบายป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนเต็มจำนวน ทั้งนี้ผู้ลงทุนสามารถลงทุนด้วยเงินขั้นต่ำเพียง 5,000 บาท

     ผู้ที่สนใจลงทุนกับกองทุน KEFF1YV, กองทุน KEFF6MAF และกองทุน KFI3MEO สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมและขอรับหนังสือชี้ชวนเสนอขายได้ที่ธนาคารกสิกรไทยทุกสาขา หรือสอบถาม KAsset Contact Center 0 2673 3888 หรือที่ www.kasikornasset.com


ขอบคุณรูปภาพจาก : travel.thaiza.com
8 สิงหาคม 2557
แหล่งข้อมูล: ข่าวสดออนไลน์
โดย: ศูนย์ธุรกิจสัมพันธ์ กรมเศรษฐกิจระหว่างประเทศ กระทรวงการต่างประเทศ

รูปภาพที่เกี่ยวข้อง

Back to the list

More Related

  • อาร์เจนตินา ดินแดนทางตอนใต้ของลาตินอเมริกา หลายคนคงนึกถึงทีมชาติอาร์เจนตินาที่แข็งแกร่ง ในการแข่งขันฟุตบอลโลก แล้วเศรษฐกิจอาร์เจนตินาเข้มแข็งแค่ไหน?
  • เมื่อวันที่ 22 สิงหาคม 2557 คณะผู้พิจารณา (Panel) ของ WTO มีคำตัดสินให้มาตรการของอาร์เจนตินาที่เกี่ยวกับการขอใบอนุญาตก่อนนำเข้า (DJAI Procedure) และการใช้ข้อบังคับทางการค้า (Trade-related Requirements) กับบริษัทที่มีการนำเข้าจากต่างประเทศ เช่น กำหนดให้บริษัทนำเข้าต้องมีการส่งออกสินค้าที่ผลิตในอาร์เจนตินา ต้องใช้วัตถุดิบภายในประเทศในการผลิตสินค้า บังคับให้บริษัทต้องมีการลงทุนในอาร์เจนตินา เป็นต้น เข้าข่ายเป็นมาตรการที่จำกัดการนำเข้าสินค้า ขัดต่อกฎกติกาการค้าของ WTO...
  • ทางการอาร์เจนตินาเผยแผนก่อสร้างตึกระฟ้าสูงที่สุดในทวีปอเมริกาใต้ โดยจะมีความสูง 355 เมตร ด้วยงบประมาณ 300 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และคาดจะแล้วเสร็จภายในอีก 5 ปี...
  • สหภาพแรงงานในอาร์เจนตินาก็ได้เริ่มต้นประท้วงเป็นครั้งที่ 2 ในรอบ 5 เดือน ด้วยการปิดล้อมทางเข้ากรุงบัวโนสไอเรส และเดินขบวนสู่ใจกลางเมือง หลังจากที่รัฐบาลอาร์เจนตินาผิดนัดชำระหนี้พันธบัตรในเดือนก.ค. ที่ผ่านมา...
  • หลังจากอาร์เจนตินาเกิดภาวะไม่สามารถชำระหนี้ปันผลดอกเบี้ยแก่นักลงทุนปรับโครงสร้างหนี้ใหม่ได้ในเดือนที่ผ่านมา ล่าสุดประธานาธิบดีอาร์เจนตินา กริสตีนา เอลิซาเบต เฟร์นันเดซ เด กีร์ชเนร์ ประกาศแผนการเงินประเทศ ยื่นข้อเสนอสับเปลี่ยนตราสารหนี้เดิมที่อยู่ภายใต้การคุ้มครองของกฎหมายสหรัฐฯแลกกับตราสารใหม่ภายใต้กฎหมายอาร์เจนตินา เพื่อเลี่ยงที่จะตกอยู่ในสภาพไม่สามารถชำระหนี้ได้รอบใหม่ และทำให้หนึ่งในสองของบริษัทเฮดจ์ฟันด์ที่ฟ้องอาร์เจนตินาต่อศาลสหรัฐฯ ได้ประนามอาร์เจนตินาว่า “เป็นพวกนอกกฎหมาย”...
  • อาร์เจนตินาเตรียมยื่นเรื่องต่อสภาคองเกรสของสหรัฐเพื่อให้สามารถชำระหนี้แก่ผู้ถือพันธบัตรต่างชาติในอาร์เจนตินา โดยบลูมเบิร์กระบุว่า ความเคลื่อนไหวดังกล่าวนับเป็นความพยายามเพื่อที่จะรับมือกับสถานการณ์หลังศาลสหรัฐมีคำสั่งห้ามอาร์เจนตินาชำระคืนหนี้สินและส่งผลให้ประเทศเผชิญกับภาวะผิดนัดชำระหนี้บางส่วนเมื่อปลายเดือนก.ค....

ประเภทข่าว


แหล่งข้อมูลข่าวเศรษฐกิจ