ภาวะเศรษฐกิจของอียิปต์
ภาวะเศรษฐกิจของอียิปต์
อียิปต์ต้องมีเงินลงทุนเข้าประเทศ 120 พันล้านดอลลาร์สหรัฐเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ
           แหล่งข่าวจากทางการอียิปต์เปิดเผยว่า บริษัท Lazard ซึ่งเป็นบริษัททีปรึกษาด้านเศรษฐกิจที่สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์สนับสนุนให้เข้ามาช่วยวางแผนทางด้านเศรษฐกิจแก่อียิปต์ ระบุว่า อียิปต์ต้องมีเงินลงทุนจากต่างประเทศอย่างน้อย 60 พันล้านดอลลาร์สหรัฐหากต้องการให้ GDP มีอัตราเจริญเติบโตร้อยละ 5 ภายในปี 2561 และต้องมีเงินตราต่างประเทศอีกอย่างน้อย 60 พันล้านดอลลาร์สหรัฐเพื่อเพิ่มการสำรองเงินตราต่างประเทศ
          จากคำแนะนำดังกล่าว ทำให้เชื่อได้ว่า ในการประชุมกลุ่มประเทศผู้บริจาค (Donor Conference) เพื่อช่วยเหลืออียิปต์ (ซึ่งมีซาอุดีอาระเบียและสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์มีบทบาทนำ) ที่คาดว่าจะมีขึ้นช่วงปลายปี 2557 อียิปต์จะมุ่งเน้นหาแหล่งเงินทุนจากโครงการลงทุนที่ใช้เงินสกุลดอลลาร์สหรัฐเป็นหลัก รวมทั้งต้องกู้เงินจากสถาบันการเงินทั้งภายในและต่างประเทศ รัฐบาลของมิตรประเทศ และองค์กรการเงินต่างประเทศเพื่อให้บรรลุเป้าตามคำแนะนำของบริษัทที่ปรึกษา
          นอกจากนั้น รายงานว่า IMF กำลังพิจารณาหารือกับอียิปต์เกี่ยวกับการให้เงินกู้เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ โดย IMF ได้เริ่มหารือเรื่องนี้กับเจ้าหน้าที่ระดับสูงของสหรัฐอาหรับเอมิเรสต์ (ที่สนับสนุนให้บริษัทที่ปรึกษาทางด้านเศรษฐกิจแก่อียิปต์) และนักธุรกิจชั้นนำของอียิปต์ไประดับหนึ่งแล้ว
          ข้อมูลเพิ่มเติม ซาอุดีอาระเบีย สหรัฐอาหรับเอมิเรสต์ และคูเวต เป็นมิตรประเทศที่สำคัญของอียิปต์ โดยประเทศทั้งสามได้บริจาคเงินช่วยเหลืออียิปต์ไปแล้วรวมกว่า 12 พันล้านดอลลาร์สหรัฐนับตั้งแต่การโค่นล้มอดีต ปธน. Morsi เมื่อเดือน ก.ค. 2556 นอกจากนั้น ซาอุดีอาระเบียและสหรัฐอาหรับเอมิเรสต์ยังเป็นตัวตั้งตัวตีที่จะจัดประชุมกลุ่มประเทศผู้บริจาคเพื่อช่วยเหลืออียิปต์มาตั้งแต่เดือน เม.ย. 2557 แต่อียิปต์ขอเลื่อนจัดการประชุมฯ เป็นช่วงปลายปี 2557 แทน ในการนี้ เจ้าหน้าที่ระดับสูงคนหนึ่งของอียิปต์เปิดเผยว่า ซาอุดีอาระเบียและสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ได้สัญญากับอียิปต์ว่า ประเทศทั้งสองจะ “สนับสนุนด้านการเงินแก่อียิปต์โดยไม่จำกัดเพดาน (aid to Egypt without ceiling)” ซึ่งก็ปรากฏว่าประเทศทั้งสองช่วยเหลือทางการเงินแก่อียิปต์ ทำให้อัตราสำรองเงินตราต่างประเทศของอียิปต์ในเดือน มิ.ย. 2557 เพิ่มขึ้นเป็น 17 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ

นักท่องเที่ยวมาอียิปต์ยังมีจำนวนลดลง
         กระทรวงการท่องเที่ยวอียิปต์เปิดเผยว่า จำนวนนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาท่องเที่ยวในอียิปต์ในเดือน มิ.ย. 2557 ลดลงร้อยละ 20.5 (785,652 คน) เมื่อเทียบกับเดือน มิ.ย. 2556 ที่มีนักท่องเที่ยวเดินทางมาอียิปต์จำนวน 988,573 คน และจำนวนนักท่องเที่ยวในครึ่งปีแรกของปี 2557 ลดลงร้อยละ 25 เหลือ 4.4 ล้านคนเมื่อเทียบกับช่วงครึ่งแรกของปี 2556 โดยนักท่องเที่ยวจากทุกกลุ่มประเทศมีจำนวนลดลง โดยกลุ่มประเทศอาหรับมีอัตราลดลงมากที่สุดถึงร้อยละ 43 เมื่อเทียบกับครึ่งปีแรกของปี 2556 ทั้งนี้ นักท่องเที่ยวจากกลุ่มประเทศยุโรปเป็นกลุ่มที่เดินทางมาท่องเที่ยวในอียิปต์มากที่สุด (3.4 ล้านคน) ตามมาด้วยนักท่องเที่ยวจากกลุ่มประเทศอาหรับและจากประเทศอื่นๆ
         ข้อมูลเพิ่มเติม อุตสาหกรรมท่องเที่ยวเป็นหนึ่งในแหล่งรายได้เงินตราต่างประเทศที่สำคัญของอียิปต์โดยมีสัดส่วนร้อยละ 9 ของ GDP แต่ได้รับผลกระทบอย่างหนักนับตั้งแต่เหตุการณ์ความรุนแรงทางการเมืองภายในของอียิปต์ที่เริ่มขึ้นตั้งแต่การโค่นล้มอดีต ปธน. Hosni Mubarak เมื่อปี 2554 ตามมาด้วยการโค่นล้มอดีต ปธน. Morsi ในปี 2556 นอกจากนั้น อียิปต์ยังเผชิญกับการก่อความไม่สงบจากกลุ่ม Muslim Brotherhood เป็นระยะ และการก่อการร้ายจากกลุ่ม Hamas ที่เน้นหนักที่บริเวณคาบสมุทรไซนาย แต่ก็ขยายไปสู่จุดท่องเที่ยวสำคัญอื่นๆ ด้วยโดยเฉพาะที่เมือง Sharm El-Sheikh ซึ่งถือเป็นแหล่งท่อเที่ยวที่สำคัญแหล่งหนึ่งของอียิปต์ ส่งผลให้ประเทศต่างๆ ประกาศห้ามมิให้พลเมืองของตนเดินทางมาท่องเที่ยวในอียิปต์ อย่างไรก็ดี กลังจากากรดำรงตำแหน่ง ปธน. ของ Abdel Fattah Al Sisi สถานการณ์ทางการเมืองภายในอียิปต์เริ่มดีขึ้น (แม้จะยังไม่ถือว่ามั่นคงหรือสงบเรียบร้อยอย่างแท้จริง) มีความมั่นคงมากขึ้น ทำให้ประเทศต่างๆ เริ่มยกเลิกการประกาศห้ามไม่ให้พลเมืองของตนเดินทางมาท่องเที่ยวในอียิปต์ โดยเฉพาะที่เมือง Sharm El-Sheikh อาทิ เยอรมนี อิตาลี เดนมาร์ก และล่าสุดคือไอร์แลนด์ (ประกาศยกเลิกเมื่อวันที่ 18 ก.ค. 57) ซึ่งน่าจะช่วยให้อุตสาหกรรมท่องเที่ยวของอียิปต์กระเตื้องขึ้น นอกจากนี้ เพื่อช่วยกระตุ้นและสร้างรายได้ด้านการท่องเที่ยว กระทรวงการท่องเที่ยวอียิปต์ได้เริ่มหับไปจับตลาดนักท่องเที่ยวแห่งใหม่ที่มีกำลังซึ่งสูง โดยเน้นกลุ่มนักท่องเที่ยวจากประเทศจีนและอินเดีย โดยเมื่อวันที่ 13 ก.ค. 57 สายการบินอียิปต์แอร์ได้ลงนาม คตล. ที่จะเปิดเส้นทางบินตรงกรุงไคโร-กรุงนิวเดลี ของอินเดียและเพิ่มจำนวนเที่ยวบินระหว่างประเทศทั้งสองมากขึ้นด้วย โดยคาดหวังว่าจะมีนักท่องเที่ยวจากอินเดียเดินทางมาท่องเที่ยวจากอินเดียเดินทางมาท่องเที่ยวในอียิปต์ 1 ล้านคนภายในปี 2560
25 กรกฎาคม 2557
แหล่งข้อมูล: สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงไคโร
โดย: ศูนย์ธุรกิจสัมพันธ์ กรมเศรษฐกิจระหว่างประเทศ กระทรวงการต่างประเทศ (bic.mfa@gmail.com)

Back to the list

More Related

ประเภทข่าว


แหล่งข้อมูลข่าวเศรษฐกิจ