กระทรวงการต่างประเทศ หนุนนำกระพือฮาลาลไทย
กระทรวงการต่างประเทศ หนุนนำกระพือฮาลาลไทย
        นางศันสนีย สหัสสะรังษี รองอธิบดีกรมเศรษฐกิจระหว่างประเทศ กระทรวงการต่างประเทศ เปิดเผยกับหนังสือพิมพ์ "ฐานเศรษฐกิจ" ถึงบทบาทของกรมในการมีส่วนรวมในการสนับสนุนเศรษฐกิจไทยในเรื่องของกิจการฮาลาล ความสำเร็จของกรมในการนำพาผู้ประกอบการไปงานฮาลาลในต่างประเทศ และชี้ศักยภาพประเทศไทยในการเป็นฮับของฮาลาลในอาเซียน

         "ทุกวันนี้เราก็ส่งออกไปให้ประเทศอินโดนีเซียและมาเลเซีย ความที่มีศักยภาพที่เราผลิตอาหารได้มากมาย และเราก็มีศักยภาพทางด้านวิทยาศาสตร์ เราก็สามารถต่อยอดไปทางด้านผลิตภัณฑ์อื่นๆอย่างที่เรียนไม่ว่าจะเป็นสปา การบริการ หรือเวชภัณฑ์ อย่างที่รัสเซียก็มีคนสนใจเรื่องเครื่องสำอาง เพราะว่าของเขาเองยังไม่ได้เริ่มที่จุดนี้เลย ก็เหมือนกับว่าเขาต้องการที่จะเรียนรู้จากเรา"

ภาพรวมของกระทรวงการต่างประเทศไปเกี่ยวข้องกับอาหารฮาลาลอย่างไร ?
        กระทรวงการต่างประเทศนั้นมีส่วนที่จะต้องสนับสนุนผลประโยชน์ของคนไทยในด้านเศรษฐกิจอยู่แล้ว โดยเฉพาะของฮาลาลนั้นในภาพใหญ่เราอยู่ในยุทธศาสตร์ของการช่วยสนับสนุนให้ต่างชาติ และคนไทยด้วยกัน มีความเชื่อมั่นในธุรกิจของฮาลาล รวมถึงผลิตภัณฑ์และสินค้าต่างๆ อย่างที่ 2 เราก็มีส่วนที่จะช่วยในเรื่องของการทำการตลาดเพื่อเผยแพร่ให้คนได้รู้จักเกี่ยวกับเรื่องของผลิตภัณฑ์ฮาลาลของประเทศไทยมากยิ่งขึ้น และก็ส่งเสริมให้มีความร่วมมือระหว่างประเทศในด้านกิจการฮาลาล
        นอกจากนั้นเราก็ได้ส่งเสริมให้ประเทศไทยรับทราบถึงแนวโน้มและทิศทางของอุตสาหกรรมในด้านนี้ ซึ่งจริงๆแล้วก็เป็นส่วนหนึ่งของภาพใหญ่ก็คือ ส่งเสริมประเทศไทยในลักษณะของ "Kitchen of the World" เพราะว่าเราเป็นประเทศที่ส่งออกอาหารเลี้ยงโลกมามากมาย ซึ่งก็มีทั้งอาหารทั่วไป และส่วนที่เป็นฮาลาล โดยเฉพาะอย่างยิ่งตลาดฮาลาลนั้นเป็นตลาดที่ใหญ่มาก เพราะว่าประชากรมุสลิมโลกมีถึง 1.7 พันล้านคน เป็นตลาดที่เติบโตขึ้นอย่างมาก หลังจากปี 2547 ก็เติบโตประมาณ 11% ต่อปี และมีการคาดการณ์ว่าในปี 2561 คงจะมูลค่าของตลาดฮาลาลประมาณถึง 2.4 พันล้านล้านดอลลาร์สหรัฐฯเพราะฉะนั้นก็ถือว่าเป็นโอกาสที่ดีมาก นอกจากนั้นตลาดภายในของประเทศไทยเองก็ขยายตัวอย่างสม่ำเสมออยู่ที่ปีละประมาณกว่า 20% ธุรกิจของอาหารประเทศไทยก็มีโรงงานผลิตอาหารประมาณกว่า 30,000 โรงงาน ซึ่งภายใต้กว่า 30,000 โรงงานนี้ กว่า 8,000 โรงงานก็เข้ามาเกี่ยวข้องกับกิจการฮาลาลด้วย ฉะนั้นเราก็จัดว่ามีศักยภาพที่พัฒนาได้สูง

ความสำเร็จที่ผ่านมาของกรมมีการนำพาผู้ประกอบการฮาลาลในต่างประเทศอย่างไรบ้าง ?
        กระทรวงก็ได้พยายามจะเจาะตลาดฮาลาล โดยอย่างที่ MIHASนั้น เราก็ได้เข้าไปร่วม 2 ครั้งแล้ว โดยที่ว่า MIHAS ที่มาเลเซียก็ถือว่าเป็นเวทีใหญ่ที่เขาส่งเสริมเรื่องฮาลาล ซึ่งมีลักษณะของการจับคู่ธุรกิจด้วย คนที่มาร่วมงานก็ประมาณ 20,000 คน อย่างปีที่ผ่านมาซึ่งเราเพิ่งไปมาเมื่อเดือนเมษายน ประเทศไทยถือว่ามีบูธมาเป็นอันดับ2 ต่อจากประเทศซาอุดีอาระเบีย เรานำผู้ประกอบการไปออกร้านประมาณ 40 ราย ซึ่งเป็นความร่วมมือกันหลายฝ่าย จากทั้งกระทรวงการต่างประเทศ ศูนย์วิทยาศาสตร์ฮาลาลจุฬาฯ สถาบันอาหารของกระทรวงอุตสาหกรรม สถาบันมาตรฐานฮาลาล และ ศอ.บต. ซึ่งเป็นครั้งแรกที่ศอ.บตไปเพราะเราทราบมาว่า ภาคใต้นั้นอุดมสมบูรณ์และมีความพร้อมที่จะผลิตผลิตภัณฑ์ฮาลาล เราก็ให้ได้มาออกร้าน และทางเขาก็มีศูนย์ที่เสนอให้เห็นถึงนวัตกรรมและความพิเศษของผลิตภัณฑ์ทางภาคใต้ ก็ประสบความสำเร็จด้วยดีสำหรับที่ MIHAS ซึ่งMIHAS นั้นก็เป็นอะไรที่เติบโตมากขึ้นเป็นลำดับ มีประเทศที่สนใจเข้าร่วมถึง 26 ประเทศ แม้แต่บางประเทศอาจจะยังไม่คุ้นเคยในตลาดฮาลาลก็พยายามเข้ามามีส่วนร่วม เราเองก็ได้เข้าไปนำเสนอไม่เพียงแต่ผลิตภัณฑ์อาหารสำเร็จรูป เครื่องดื่ม หรือว่าผลิตภัณฑ์อื่นๆที่เราก็พยายามให้เขารับรู้ถึงด้านอื่นๆที่เราสามารถจะมีขีดความสามารถด้วย เช่น สปา เวชภัณฑ์ หรือ ไลฟ์สไตล์ในด้านอื่นๆ เพราะว่าประเทศไทยจริงๆแล้วเป็นประเทศแรกๆที่นำในเรื่องวิทยาศาสตร์ฮาลาลเข้ามาในส่วนของการที่เรามีมาตรฐานและผลิตที่ถูกต้องตามหลักศาสนาด้วยและเพิ่มมิตินี้เข้ามาด้วย นี่คือส่วนของ MIHAS
เมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมาเราได้ไปเจาะตลาดหาลู่ทางที่รัสเซีย เพราะว่ารัสเซียเป็นประเทศที่น่าสนใจไม่พียงแต่ตัวรัสเซียเอง แต่อย่างเช่น รัสเซียเขามีสาธารณรัฐตาตาร์ สถานที่สามารถเชื่อมต่อไปสู่ประเทศ CIS ได้อีกด้วย ซึ่งเราก็ไปร่วมครั้งแรก จากที่เขาจัดมาทั้งหมด 4 ครั้งแล้ว ขนาดงานของเขาอาจจะเล็กกว่า MIHAS และมีคนร่วมประมาณ 10,000 คน ก็มีประเทศทางตะวันออกกลางเข้ามาร่วมด้วย เราก็ไปจัดไทย Pavilionด้วย (บูธแสดงสินค้าขนาดใหญ่) สำหรับงานนี้ก็เป็นความร่วมมือในลักษณะทีมอีกเหมือนกัน เพราะว่าก็มีทั้ง กระทรวงพาณิชย์ การท่องเที่ยว การบินไทย สำหรับที่จากประเทศไทยก็เป็นทีมที่เข้มแข็งจาก คณะกรรมการกลางอิสลาม สถาบันวิทยาศาสตร์ฮาลาล สถาบันมาตรฐานฮาลาล สถาบันอาหารของกระทรวงอุตสาหกรรม และผู้ประกอบการ สำหรับครั้งนี้จะมีค่าใช้จ่ายที่สูง ผู้ประกอบการเพิ่งไปหาลู่ทางการตลาดก็จะมี เซ็นทรัล บ้านขนมครูยุ และมีมะขาม เราก็ไปหาลู่ทาง และก็ไปสาธิตการทำอาหารโดยเชฟชื่อดัง ทั้งการประกอบอาหารโดยเชฟที่มีชื่อ คุณอานนท์ และยังมีการสลักผลไม้ และนวดด้วยผลิตภัณฑ์ฮาลาล
         นอกเหนือจากที่เราไปออกร้านแล้ว ก็มีความร่วมในการลง MOU ระหว่างกันกับ ศูนย์วิทยาศาสตร์ฮาลาลจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยที่มี ดร.วินัย ดะห์ลัน เป็นผู้ลงนามกับ International Center for Halal Standardization and Certification ของ Russia และมีท่านทูตเป็นสักขีพยานเพื่อความร่วมมือและพัฒนาคุณภาพและมาตรฐานต่อไป
         นอกเหนือจากจุดนี้แล้ว ก็ได้เดินทางต่อไปที่สาธารณรัฐตาตาร์สถาน ซึ่งมีประชากรมุสลิมถึง 65 % เราก็มีโอกาสได้พบรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงอุตสาหกรรมและการค้าของเขา ซึ่งเราก็บอกเขาว่า เรามางานที่มอสโกและเราก็ต่อมาที่นี่เพื่อต้องการที่จะหาลู่ทางจะมีความร่วมมือและเจาะตลาดกันมากขึ้น จากนั้นเราก็ได้ถือโอกาสบอกเขาว่า เรามี Economic Road Map กับประเทศไทยที่พัฒนาการทางการเมือง โดยเราก็จะมีการปรับปรุงกฎระเบียบ ฉะนั้น ประเทศไทยก็จะมีกฎระเบียบและบรรยากาศการลงทุนที่ส่งเสริมให้สามารถที่จะใช้ไทยเป็นฮับในเรื่องของการลงทุน เรื่องของคมนาคม เรื่องการขนส่งหลายอย่างที่ไปสู่ภูมิภาคต่างๆ เราก็ไปเปิดตลาดตรงนั้น ซึ่งก็คาดว่ากิจกรรมที่เราทำไปทั้ง 2 ส่วนที่เกื้อหนุนและเป็นการเจาะตลาดใหม่ๆให้กับประเทศไทย
         เราก็คิดว่าในเรื่องถัดไปก็เรามองหาจุดอื่นที่จะไปเจาะและเข้าไปร่วมเพื่อที่จะไปบุกเบิกตลาด ซึ่งเราก็มองอยู่ว่าอาจจะไปที่ตะวันออกกลางหรือว่าประเทศตุรกีหรือว่าประเทศทางแถบแอฟริกาด้วย เพราะว่ามีหลายจุดที่มีศักยภาพที่จะพัฒนาต่อไปได้อีก

ประเทศไทยศักยภาพที่จะเป็นฮับของฮาลาลได้หรือไม่ ?
         ประเทศไทยมีศักยภาพสูง เพราะทุกวันนี้เราก็ส่งออกไปให้ประเทศอินโดนีเซียและมาเลเซีย ความที่มีศักยภาพที่เราผลิตอาหารได้มากมาย และเราก็มีศักยภาพทางด้านวิทยาศาสตร์ เราก็สามารถต่อยอดไปทางด้านผลิตภัณฑ์อื่นๆอย่างที่เรียนไม่ว่าจะเป็นสปา การบริการ หรือ เวชภัณฑ์ อย่างที่รัสเซียก็มีคนสนใจเรื่องเครื่องสำอาง เพราะว่าเขาเองยังไม่ได้เริ่มที่จุดนี้เลย ก็เหมือนกับว่าเขาต้องการที่จะเรียนรู้จากเรา สินค้าส่งออกหลายอย่างเราก็ส่งออกไปอินโดนีเซีย และมาเลเซีย อย่างมาเลเซียบางอย่างก็ยังต้องอาศัยวัตถุดิบจากเรา ตลาดที่เป็นผู้ส่งออกสินค้าฮาลาล 4-5 อันดับแรกของโลกไม่ใช่เป็นประเทศมุสลิมเลย อย่างเช่น ประเทศสหรัฐฯและบราซิล เป็นต้น ซึ่งจริงๆแล้วประเทศไทยเราส่งออกได้เป็นอันดับ1 ของอาเซียนในปัจจุบัน ในอาเซียนด้วยกันจากสถิติของกระทรวงพาณิชย์มูลค่าจากส่งออกของเราเรื่องอาหารอยู่ที่กว่า 5,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ เพราะฉะนั้นด้วยศักยภาพที่เรามีอยู่ในเรื่องของการผลิตอาหาร วัตถุดิบ และการ เสริมเข้ามาเรื่องวิทยาศาสตร์ และการที่เรามีมาตรฐานที่สูงและให้ความมั่นใจว่าถึงแม้ว่าการที่เราจะมีประชากรมุลสิมที่น้อยก็ไม่ได้ทำให้เราหย่อนในเรื่องนี้เลย เพราะมาตรฐานศาสนาเราค่อนข้างจะสูงและเราก็มีวิทยาศาสตร์เข้ามาเสริมด้วย ซึ่งตรงนี้กระทรวงการต่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ และหน่วยงานต่างๆ ก็พยายามประชาสัมพันธ์ให้เป็นที่รับรู้กันถึงมาตรฐานของไทย และก็ส่งเสริมให้ได้ใช้ลักษณะของไทยที่ออกโดยคณะกรรมการกลางอิสลามที่เป็นตรา "Halal Diamond" ให้ได้เป็นที่ยอมรับกันกว้างขวางขึ้นที่เราส่งออกไปยังประเทศ OIC ด้วย
         ในส่วนที่ยังเป็นอุปสรรค์อยู่ก็อาจจะเป็นในเรื่องของการทำความเข้าใจ การประชาสัมพันธ์ ส่วนหนึ่งที่ทำให้ประเทศไทยเป็นที่รู้จักน้อยในเรื่องของฮาลาล เพราะจากเรื่องของการประชาสัมพันธ์และทำความเข้าใจ คิดว่าตรงนี้ถ้าเราทำมากขึ้นน่าจะเป็นโอกาสที่ดี เพราะว่าในเรื่องของการแสวงหาพันธมิตรเราก็ทำอยู่ ไม่ใช่แต่กระทรวงการต่างประเทศ แต่หมายถึงเราทุกส่วนที่มีส่วนเกี่ยวข้องก็พยายามแสวงหาพันธมิตร มี MOU ระหว่างกันมากมาย อย่างทางศูนย์วิทยาศาสตร์ฮาลาลก็ได้มีการแลกเปลี่ยนกับหลายประเทศ แม้แต่คณะกรรมการกลางอิสลามก็มีการเชื่อมโยงกับกรรมการอิสลามด้วยกัน อย่างเช่น มาเลเซีย และรัสเซีย เป็นต้น เพราะฉะนั้นจริงๆแล้วเรามีศักยภาพสูงและมีปัจจัยหลายๆอย่างที่เกื้อหนุนที่จะทำให้เราเป็นศูนย์กลางของฮาลาลในอาเซียนได้

*** อ่านเพิ่มเติม




แหล่งข้อมูล : ฐานเศรษฐกิจออนไลน์ คอลัมน์ SMEs news วันจันทร์ที่ 14 กรกฎาคม 2014
คอลัมน์ : สัมภาษณ์ / จิรกร วีณะพงษ์ jirakorn.v@gmail.com
จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ AEC world ปีที่ 34 (2) ฉบับที่ 2,963 (68) วันที่ 6 - 9 กรกฎาคม พ.ศ. 2557
23 กรกฎาคม 2557

Back to the list

More Related

  • จากตอนที่แล้ว เราได้ทำความรู้จักกับเส้นทางเศรษฐกิจสายอาเซียนหรือ GMS Economic Corridors ซึ่งเป็นเส้นทางคมนาคมสายสำคัญที่ช่วยสร้างความเชื่อมโยงกับประเทศทั้งในและนอกภูมิภาคอาเซียน GMS Economic Corridors ใช้เป็นเส้นทางสำหรับขนส่ง กระจายสินค้า ลำเลียงวัตถุดิบ อีกทั้งรองรับนักท่องเที่ยวที่มีจำนวนเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ตามความพร้อมของโครงสร้างพื้นฐานและระบบสาธารณูปโภคเพียงอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอต่อการเชื่อมโยงอย่างมีประสิทธิภาพ แต่ยังต้องอาศัยความเชื่อมโยงด้านกฎระเบียบ (Software Connectivity) เพื่ออำนวยความสะดวกและลดขั้นตอนการขนส่งที่ซับซ้อนลงจากที่เป็นอยู่
  • ปัจจุบัน ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนหรือ ASEAN Economic Community เป็นหัวข้อที่ถูกกล่าวถึงในทุกแวดวง และในขณะเดียวกัน เรามักจะได้ยินคำว่า GMS Economic Corridors อยู่บ่อยครั้ง จนหลายคนตั้งคำถามว่า GMS Economic Corridor คืออะไร และมีความสำคัญอย่างไรต่อการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศไทยและภูมิภาคอาเซียน วันนี้เราจะมาทำความรู้จักกับเส้นทางเศรษฐกิจสายสำคัญ ๆ เหล่านี้ให้มากยิ่งขึ้น
  • การประชุมสุดยอดกรอบความร่วมมือเอเชีย (Asia Cooperation Dialogue) หรือ ACD จะกลับมา ที่ประเทศไทยอีกครั้ง ต้นเดือนตุลาคม 2559 และครั้งนี้จะเป็นครั้งแรกที่ ACD เปิดเวทีภาคเอกชน ภายใต้ชื่อ ACD Connect โดยมีจุดประสงค์หลักคือส่งเสริมการเชื่อมโยงการเงินในภูมิภาคเอเชีย เพื่อส่งเสริมให้เกิดความร่วมมือด้านนโยบายระหว่างประเทศสมาชิกเพื่อการขยายตัวในด้านการค้าและการลงทุนในภูมิภาค
  • เทรนด์ “รักษ์” สุขภาพ กำลังแรงไปทั่วโลก สะท้อนจากที่ผู้คนหันมาออกกำลังกายและบริโภคอาหารปลอดสารพิษและเป็นประโยชน์ต่อสุขภาพ ทางเลือกหนึ่งของผู้บริโภคกลุ่มนี้ คือ “ผลิตภัณฑ์เกษตรอินทรีย์” ที่ปลูกโดยปราศจากการใช้ยาฆ่าแมลง และไม่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ
  • “โมร็อกโก” เป็นที่รู้จักในฐานะประเทศน่าเที่ยวแห่งหนึ่งของโลก แต่ในแง่โอกาสทางเศรษฐกิจ น้อยคนที่จะรู้ว่า โมร็อกโกเป็นอีกหนึ่งประเทศที่มีศักยภาพ ด้วยตลาดภายในประเทศกว่า 30 ล้านคน และการเป็นประตูบานสำคัญสู่ตลาดการค้าการลงทุนแอฟริกา

ประเภทข่าว


แหล่งข้อมูลข่าวเศรษฐกิจ