การคุ้มครองการลงทุนของนักลงทุนไทยในสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมาร์
การคุ้มครองการลงทุนของนักลงทุนไทยในสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมาร์
        นักลงทุนไทยที่มีการลงทุนแล้วหรือมีความประสงค์จะไปลงทุนในสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมาร์จะได้รับการคุ้มครองการลงทุนภายใต้ความตกลงเพื่อการส่งเสริมและคุ้มครองการลงทุนระหว่างรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรไทยกับรัฐบาลแห่งสหภาพเมียนมาร์ ซึ่งมีผลใช้บังคับเมื่อวันที่ 8 มิถุนายน 2555 (ค.ศ. 2012)
        ภายใต้ความตกลงฯ นักลงทุนไทยจะได้รับความคุ้มครองจากความเสี่ยงทางการเมืองที่เกิดจากมาตรการของรัฐ เช่น การเวนคืนโดยไม่เป็นธรรม หรือการเวนคืนทางอ้อม กฎระเบียบที่เป็นการปฏิบัติที่ไม่เป็นธรรมและเท่าเทียมกับคนชาติ หรือคนชาติที่สาม รวมถึงความเสี่ยงจากความไม่สงบทางการเมือง อย่างไรก็ดี ความตกลงฉบับดังกล่าวไม่ครอบคลุมความเสี่ยงในเชิงพาณิชย์ ทั้งนี้ ในกรณีที่มีข้อพิพาทระหว่างนักลงทุนกับรัฐบาล นักลงทุนไทยที่ได้เข้าไปลงทุนแล้วมีสิทธิในการใช้กลไกการระงับข้อพิพาทระหว่างรัฐ-เอกชน โดยกลไกการเจรจาหารือและการระงับข้อพิพาทโดยกระบวนการอนุญาโตตุลาการ ซึ่งจะช่วยเสริมสร้างความคุ้มครองแก่นักลงทุนไทยนอกเหนือจากกฎหมายภายในของเมียนมาร์
         นักลงทุนไทยที่ประสงค์จะขอรับการคุ้มครองการลงทุนภายใต้ความตกลงฯ สามารถดำเนินการได้ตามภาคผนวกบี ภายใต้ข้อ 2 (1) แห่งความตกลงฯ ซึ่งระบุขั้นตอนการดำเนินการเพื่อขอรับใบ Certificate of Approval for Protection (C.A.P.) จากฝ่ายเมียนมาร์ โดยการดำเนินการดังกล่าวแบ่งเป็น 2 กรณี ดังนี้
          1. โดยทั่วไปการลงทุนของบริษัทต่างชาติในเมียนมาร์จะต้องได้รับใบอนุญาตการประกอบธุรกิจจาก Myanmar Investment Commission (‘MIC permit’) ซึ่งนักลงทุนที่ได้รับ MIC permit จะได้รับการคุ้มครองภายใต้ความตกลงฯ โดยอัตโนมัติ
          2. ในกรณีนักลงทุนที่ไม่เข้าข่ายหรือไม่ได้รับใบอนุญาตดังกล่าว สามารถยื่นคำร้องขอใบ C.A.P. ได้ที่ Ministry of National Planning and Development โดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะพิจารณาคำร้องเป็นกรณี ๆ
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมที่ 02-203-5000 ต่อ 14260 (นางสาวนาฏศุภางค์ โปษยานนท์) หรือ natsupangp@mfa.go.th หรือเรียกดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการคุ้มครองการลงทุน และการระงับข้อพิพาทระหว่างรัฐกับเอกชน ได้ที่ http://www.mfa.go.th/business หรือ http://www.thaibiz.net
27 มิถุนายน 2557
แหล่งข้อมูล: กองนโยบายเศรษฐกิจระหว่างประเทศ กรมเศรษฐกิจระหว่างประเทศ กระทรวงการต่างประเทศ
โดย: ศูนย์ธุรกิจสัมพันธ์ กรมเศรษฐกิจระหว่างประเทศ กระทรวงการต่างประเทศ

Back to the list

More Related

  • จากตอนที่แล้ว เราได้ทำความรู้จักกับเส้นทางเศรษฐกิจสายอาเซียนหรือ GMS Economic Corridors ซึ่งเป็นเส้นทางคมนาคมสายสำคัญที่ช่วยสร้างความเชื่อมโยงกับประเทศทั้งในและนอกภูมิภาคอาเซียน GMS Economic Corridors ใช้เป็นเส้นทางสำหรับขนส่ง กระจายสินค้า ลำเลียงวัตถุดิบ อีกทั้งรองรับนักท่องเที่ยวที่มีจำนวนเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ตามความพร้อมของโครงสร้างพื้นฐานและระบบสาธารณูปโภคเพียงอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอต่อการเชื่อมโยงอย่างมีประสิทธิภาพ แต่ยังต้องอาศัยความเชื่อมโยงด้านกฎระเบียบ (Software Connectivity) เพื่ออำนวยความสะดวกและลดขั้นตอนการขนส่งที่ซับซ้อนลงจากที่เป็นอยู่
  • ปัจจุบัน ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนหรือ ASEAN Economic Community เป็นหัวข้อที่ถูกกล่าวถึงในทุกแวดวง และในขณะเดียวกัน เรามักจะได้ยินคำว่า GMS Economic Corridors อยู่บ่อยครั้ง จนหลายคนตั้งคำถามว่า GMS Economic Corridor คืออะไร และมีความสำคัญอย่างไรต่อการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศไทยและภูมิภาคอาเซียน วันนี้เราจะมาทำความรู้จักกับเส้นทางเศรษฐกิจสายสำคัญ ๆ เหล่านี้ให้มากยิ่งขึ้น
  • การประชุมสุดยอดกรอบความร่วมมือเอเชีย (Asia Cooperation Dialogue) หรือ ACD จะกลับมา ที่ประเทศไทยอีกครั้ง ต้นเดือนตุลาคม 2559 และครั้งนี้จะเป็นครั้งแรกที่ ACD เปิดเวทีภาคเอกชน ภายใต้ชื่อ ACD Connect โดยมีจุดประสงค์หลักคือส่งเสริมการเชื่อมโยงการเงินในภูมิภาคเอเชีย เพื่อส่งเสริมให้เกิดความร่วมมือด้านนโยบายระหว่างประเทศสมาชิกเพื่อการขยายตัวในด้านการค้าและการลงทุนในภูมิภาค
  • เทรนด์ “รักษ์” สุขภาพ กำลังแรงไปทั่วโลก สะท้อนจากที่ผู้คนหันมาออกกำลังกายและบริโภคอาหารปลอดสารพิษและเป็นประโยชน์ต่อสุขภาพ ทางเลือกหนึ่งของผู้บริโภคกลุ่มนี้ คือ “ผลิตภัณฑ์เกษตรอินทรีย์” ที่ปลูกโดยปราศจากการใช้ยาฆ่าแมลง และไม่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ
  • “โมร็อกโก” เป็นที่รู้จักในฐานะประเทศน่าเที่ยวแห่งหนึ่งของโลก แต่ในแง่โอกาสทางเศรษฐกิจ น้อยคนที่จะรู้ว่า โมร็อกโกเป็นอีกหนึ่งประเทศที่มีศักยภาพ ด้วยตลาดภายในประเทศกว่า 30 ล้านคน และการเป็นประตูบานสำคัญสู่ตลาดการค้าการลงทุนแอฟริกา

ประเภทข่าว


แหล่งข้อมูลข่าวเศรษฐกิจ