รายงานภาพรวมเศรษฐกิจและสังคมโมซัมบิก
รายงานภาพรวมเศรษฐกิจและสังคมโมซัมบิก
1. ภาพรวมเศรษฐกิจโมซัมบิก
          จากการที่โมซัมบิกเป็นประเทศที่มีทรัพยากรอุดมสมบูรณ์ มีที่ตั้งที่สามารถเป็นทางออกสู่ มหาสมุทรอินเดียได้ และมีการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้โมซัมบิกกลายเป็นประเทศที่สามารถดึงดูดนักลงทุนได้เป็นจำนวนมาก ปัจจุบัน มีการลงทุนในโครงการขนาดใหญ่ที่เกี่ยวข้องกับอลูมิเนียมและพลังงาน (ในด้านพลังงาน มีการลงทุนการสร้างโรงไฟฟ้าพลังงานความร้อนร่วม (gas-fired station) โดยบริษัท Aggreko ของอังกฤษ ซึ่งสามารถผลิตพลังงานไฟฟ้าให้แก่โมซัมบิกและแอฟริกาใต้)
          โมซัมบิกสามารถรักษาการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจไว้ได้ที่ประมาณร้อยละ 7-8 ตั้งแต่ปี 2547 ในปี 2556 เศรษฐกิจของโมซัมบิกเจริญเติบโตอยู่ที่ร้อยละ 8.5 และคาดว่าในปี 2557 อัตราการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจของโมซัมบิกยังคงอยู่ที่ประมาณร้อยละ 8 ในปี 2556 โมซัมบิกมีอัตราเงินเฟ้อที่เสถียร โดยอยู่ที่ร้อยละ 4.19 ภาคเหมืองแร่เป็นภาคที่ทำรายได้หลักของประเทศ โดยเฉพาะถ่านหินและอลูมิเนียมเป็นทรัพยากรที่สำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของโมซัมบิก (โมซัมบิกเป็นประเทศผู้ผลิตถ่านหินที่ใหญ่ที่สุดในภูมิภาคแอฟริกาโครงการ mega project ของถ่านหิน อาทิ โครงการของ Vale และ Rio Tinto ตั้งอยู่ทางตอนเหนือของประเทศซึ่งคาดว่าจะมีถ่านมากถึง 23,000 ล้านตัน) นอกจากนี้  ปัจจุบัน จากการค้นพบก๊าซธรรมชาติปริมาณมหาศาลซึ่งได้เริ่มมีการลงทุนและพัฒนาแล้ว ส่งผลให้ปริมาณเงินลงทุนไหลเข้าประเทศเป็นจำนวนมากยิ่งขึ้น ทั้งนี้ ในส่วนของโครงการก๊าซธรรมชาติ คาดว่าจะสามารถเมทำการจำหน่ายได้ในปี 2562 และทำรายได้ให้แก่โมซัมบิกเป็นจำนวนมากในอนาคต
          ด้านการค้า ส่วนใหญ่โมซัมบิกนำเข้าสินค้าจากประเทศสมาชิก Southern African Development Community (SADC) โดยเฉพาะสินค้าจำพวกอาหารและเครื่องอุปโภคบริโภค โดยภาพรวม สินค้าที่นำเข้าจากประเทศสมาชิก SADC คิดเป็นร้อยละ 37 ของสินค้านำเข้าทั้งหมด ประเทศอื่นๆ ที่โมซัมบิกนำเข้าสินค้า ได้แก่ เนเธอร์แลนด์ ร้อยละ 10 จีน ร้อยละ 6 อินเดีย ร้อยละ 4.1 โปรตุเกสร้อยละ 4 และบาร์เรน ร้อยละ 4
          แม้ว่าโมซัมบิกจะมีอัตราการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจที่สูง อย่างไรก็ดี จากการจัดลำดับประเทศตามสภาพแวดล้อมในการทำธุรกิจของประเทศต่างๆ รวม 183 ประเทศของธนาคารโลกในปี 2556 (World Bank Report Doing Business 2013) โมซัมบิกถูกจัดให้อยู่ลำดับที่ 146 เนื่องจากโครงสร้างพื้นฐานที่ยังไม่พัฒนาเท่าที่ควร ปัญหาคอร์รัปชั่น ความไม่มีประสิทธิภาพของหน่วยงานรัฐบาล การขาดแคลนแรงงานที่มีความรู้และมีความชำนาญ

2. นโนบายเศรษฐกิจมหภาค    
           รัฐบาลโมซัมบิกพยายามที่จะส่งเสริมการเจริญเติบโตของเศรษฐกิจผ่านการดำเนินโครงการด้านโครงสร้างพื้นฐาน โดยเฉพาะการสร้างท่าเรือที่เมือง Macuse และการสร้างทางรถไฟจากเมือง Tete มายังท่าเรือ Macuse รวมระยะทาง 537 กม. ซึ่งบริษัทอิตาเลียน-ไทย ได้รับสัมปทาน นอกจากนี้ ยังมีการดำเนินโครงการสร้างถนนอีก 2 โครงการในกรุงมาปูโต ได้แก่ โครงการ Ring Road และ Catembe Bridge ซึ่งจะเชื่อโยงกับเขตแดนของแอฟริกาใต้ด้วย โครงการทั้งสองได้เริ่มดำเนินการแล้วช่วงครึ่งหลังของปี 2556 (ค่าใช้จ่ายในการดำเนินโครงการดังกล่าวมาจากเงินกู้ยืมจากจีน)
           เพื่อเป็นการจูงใจนักลงทุนชาวต่างชาติ ช่วงตลอดระยะเวลา 10 ปีที่ผ่านมา รัฐบาล โมซัมบิกมีนโยบายให้สิทธิพิเศษทางภาษีแกนักลงทุนที่เข้ามาลงทุนในโครงการใหญ่ อาทิ โครงการสร้างโรงหลอมอลูมิเนียมและโรงไฟฟ้าพลังน้ำในพื้นที่ Cahora Bassa
           นอกจากนี้ ในปี 2556 รัฐบาลโมซัมบิกได้ออกนโยบายส่งเสริมสภาพแวดล้อมในการทำธุรกิจขึ้นใหม่ ซึ่งมีชื่อว่า Estrategia para a Melhoria do Ambiente de Nogocios II (EMAN II) ซึ่งมีวัตถุประสงค์หลักคือ (1) ส่งเสริม SMEs (2) อำนวยความสะดวกด้านการเงิน (3) ปรับปรุงการฝึกอบรมแรงงาน (4) ส่งเสริมขีดความสามารถในการแข่งขันและผลผลิตของ SMEs (5) ปรับปรุงกฎระเบียบและข้อกำหนดต่างๆ เพื่อส่งเสริมทำธุรกิจ
          ในส่วนของก๊าซธรรมชาติ รัฐบาลโมซัมบิกกำลังอยู่ระหว่างปฏิรูประบบเพื่อบริหารจัดการรายได้จากก๊าซธรรมชาติ เหมืองแร่ และ hydrocarbon เพื่อเพิ่มรายได้ของรัฐบาลในอนาคต เนื่องจากคาดว่าจะมีการลงทุนในด้านพลังงาน โดยเฉพาะก๊าซธรรมชาติรวมเป็นจำนวนถึง 200,000 – 400,000 ล้าน USD ในอีก 40 ปี ข้างหน้า
3. ด้านสังคม
           ประชาชนโมซัมบิกกว่าร้อยละ 50 ยังประสบปัญหาความยากจน รัฐบาลโมซัมบิกได้จัดทำ medium-tem Action Plan for Poverty Reduction สำหรับปี 2554-2557 เพื่อที่จะลกอัตราความยากจนจากร้อยละ 54.7 ในปี 2554 มาอยู่ที่ร้อยละ 42 ในปี 2557
           รัฐบาลโมซัมบิกให้ความสำคัญกับการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์และการศึกษา เนื่องจากโมซัมบิกยังขาดแคลนบุคลากรที่มีความรู้ความเชี่ยวชาญในการดำเนินโครงการขนาดใหญ่ต่างๆ อีกมาก โดยในปี 2556 ได้มีการจัดทำแผนพัฒนาการศึกษาแห่งชาติฉบับใหม่ ซึ่งมีระยะเวลา 5 ปี มุ่งพัฒนาการศึกษาระดับประถมการเตรียมความพร้อมของแรงงาน การส่งเสริมระบบทุนการศึกษา และการส่งเสริมการพัฒนาและฝึกฝนอาชีพทางเลือก

15 พฤษภาคม 2557
แหล่งข้อมูล: สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงพริทอเรีย
โดย: ศูนย์ธุรกิจสัมพันธ์ กรมเศรษฐกิจระหว่างประเทศ กระทรวงการต่างประเทศ

Back to the list

More Related

  • ศูนย์ธุรกิจสัมพันธ์ กระทรวงการต่างประเทศได้รับรายงานที่น่าสนใจจากสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงพริทอเรีย (ประเทศแอฟริกาใต้) เกี่ยวกับร่างพระราชบัญญัติการถือครองที่ดิน (The Land Holdings Bill)
  • “เก็บตกจากต่างแดน” ฉบับนี้ จะนำท่านผู้อ่านไปไกลถึงประเทศแอฟริกาใต้ หนึ่งในประเทศกลุ่ม BRICS ซึ่งเป็นกลุ่มประเทศที่ถูกหมายตาว่าจะก้าวขึ้นมาเป็นผู้นำทางเศรษฐกิจใหม่ของโลกเทียบชั้นกลุ่ม G3 (สหรัฐฯ EU และญี่ปุ่น) เนื่องจากเศรษฐกิจมีโอกาสเติบโตได้อีกมากจากความพร้อมของทรัพยากรธรรมชาติและตลาดที่มีขนาดใหญ่ รวมทั้งการเป็นฐานที่มั่น ทางเศรษฐกิจและแหล่งกระจายสินค้าสำคัญของทวีปแอฟริกาโดยในครั้งนี้จะนำท่านผู้อ่านไปสำรวจพื้นที่ลงทุนในอุตสาหกรรมชิ้นส่วนยานยนต์หลังจากเริ่มมีผู้ประกอบการชิ้นส่วนยานยนต์ของไทยหลายรายให้ความสนใจที่จะเข้าไปลงทุนในแอฟริกาใต้ เนื่องจากอุตสาหกรรมยานยนต์ของแอฟริกาใต้เติบโตอย่างรวดเร็ว ทั้งในด้านอุปสงค์จากการขยายตัวของตลาดภายในประเทศและตลาดแอฟริกา (แอฟริกาใต้เป็นฐานการผลิตเพื่อส่งออกรถยนต์ไปทั่วทวีปแอฟริกา) รวมถึงด้านอุปทานที่บริษัทรถยนต์ขนาดใหญ่ของโลก โดยเฉพาะจากยุโรปได้เข้าไปลงทุนตั้งโรงงานประกอบรถยนต์สำเร็จรูป ส่งผลให้แอฟริกาใต้มีความต้องการใช้ชิ้นส่วนยานยนต์เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง แต่จากข้อจำกัดของอุตสาหกรรมชิ้นส่วนยานยนต์ในประเทศที่ยังผลิตได้ไม่เพียงพอต่อความต้องการ ทำให้ต้องพึ่งพาการนำเข้าชิ้นส่วนยานยนต์เป็นจำนวนมาก โดยไทยถือเป็นแหล่งนำ เข้าชิ้นส่วนยานยนต์สำคัญอันดับ 3 ของแอฟริกาใต้ รองจากเยอรมนีและญี่ปุ่น สอดคล้องกับข้อมูลมูลค่าส่งออกชิ้นส่วนยานยนต์ของไทยไปแอฟริกาใต้ในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา ขยายตัวเฉลี่ยสูงถึงเกือบร้อยละ 30ต่อปี ส่งผลให้ผู้ประกอบการชิ้นส่วนยานยนต์ไทยมองเห็นโอกาสในการขยายการลงทุนในแอฟริกาใต้ ทั้งนี้ จะขอพาท่านผู้อ่านไปสำรวจ 3 จังหวัดที่เป็นพื้นที่ลงทุนและคลัสเตอร์สำคัญของอุตสาหกรรมยานยนต์ของแอฟริกาใต้ ได้แก่ Gauteng,Eastern Cape และ Kwazulu-Natal...
  • นายหลิว ไจหยี่ ทูตถาวรประจำสหประชาชาติของจีน กล่าวสนับสนุนให้กลุ่มจี-77 ร่วมมือกันสร้างความสัมพันธ์ระหว่างประเทศที่ทุกฝ่ายจะได้รับประโยชน์...
  • บริษัท เมตาโควตส์ ซอฟต์แวร์ (MetaQuotes Software) ได้เปิดตัว MetaFintech ในฐานะ สำนักงานตัวแทนแห่งใหม่ในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ไปเมื่อเร็วๆนี้ และปัจจุบัน เมตาโควตส์ ซอฟต์แวร์ ประกาศขยายกิจการเพิ่มอีกหนึ่งแห่ง โดยมอบหมายให้บริษัท Derivative System Technologies ทำหน้าที่เป็นสำนักงานตัวแทนในแอฟริกาใต้...
  • “พาณิชย์” จ่อคิวดันส่งออกรถยนต์มือสอง เน้นตลาดเพื่อนบ้าน–แอฟริกา พร้อมช่วยตลาดในประเทศ แถมได้ยอดการส่งออก ด้าน ส.อ.ท.ออกโรงหนุนทันควัน หลังผู้ประกอบการเจอพิษเศรษฐกิจซบเซา แถมค่ายรถยนต์โหมแคมเปญขายรถใหม่ จนรถมือสองล้นตลาด...
  • พันธมิตรในแวดวงอุตสาหกรรมต่างตบเท้าเข้าร่วมการประชุมประจำปีที่มีชื่อเสียงโดดเด่นที่สุดในอุตสาหกรรมน้ำมันและก๊าซแอลเอ็นจีของแอฟริกา โดยนับตั้งแต่ปีพ.ศ. 2537 เป็นต้นมา งานนี้ยังคงได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวางในฐานะที่มีบทบาทสำคัญในการเร่งพัฒนาและยกระดับความสัมพันธ์ระหว่างทั้งบริษัทและรัฐบาล...

ประเภทข่าว


แหล่งข้อมูลข่าวเศรษฐกิจ