ผลักดันทุเรียน-กระเจี๊ยบเขียวมาตรฐานโลก
ผลักดันทุเรียน-กระเจี๊ยบเขียวมาตรฐานโลก
     นางจิรวรรณ แย้มประยูร รองปลัดกระ ทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า การประชุมคณะกรรมการโคเด็กซ์ สาขาผักและผลไม้สด ครั้งที่ 18 ซึ่งประเทศไทยโดยกระทรวงเกษตรฯ ได้รับเกียรติจากโครงการมาตรฐานอาหาร ภายใต้ความร่วมมือระหว่างองค์การอาหารและเกษตรแห่งสหประชาชาติ และองค์การอนามัยโลก ให้เป็นเจ้าภาพร่วมกับประเทศเม็กซิโก จัดการประชุมขึ้นที่ จ.ภูเก็ต ระหว่างวันที่ 24-28 กุมภาพันธ์ 2557 นั้น มีการพิจารณากำหนดมาตรฐานผักและผลไม้ 3 ชนิด ได้แก่ มาตรฐานทุเรียน เสาวรสสีทอง และกระเจี๊ยบเขียว และทบทวนข้อกำหนดเกี่ยวกับความแก่และความหวานขององุ่นในมาตรฐานองุ่น พร้อมทบทวนรูปแบบของมาตรฐานของผักและผลไม้สด

     ขณะเดียวกันยังมีการทบทวนเอกสารขอบเขตการทำงานของคณะกรรมการโคเด็กซ์สาขาผักและผลไม้สด และพิจารณาข้อเสนอการจัดทำมาตรฐานใหม่สำหรับผักและผลไม้สดจำนวน 4 ชนิด ได้แก่ มันฝรั่ง กีวี กระเทียม และมะเขือ โอกาสเดียวกันนี้ไทยจะร่วมกับประเทศพันธมิตรในเอเชีย ผลักดันให้คณะกรรมการโค     เด็กซ์พิจารณารับรองและประกาศใช้มาตรฐานทุเรียนเป็นมาตรฐานระหว่างประเทศ คาดว่าจะส่งผลดีต่อการผลิตและส่งออกทุเรียนของไทยสู่ตลาดอาเซียน ตลาดเอเชีย และตลาดโลกในอนาคต ที่สำคัญยังสร้างจุดแข็งให้กับเกษตรกรผู้ผลิตทุเรียนพันธุ์การค้าครอบคลุมทุกสายพันธุ์ ทำให้มีข้อได้เปรียบและสามารถแข่งขันได้ เพราะมาตรฐานทุเรียนนี้เป็นแนวทางที่เกษตรกรสามารถปฏิบัติได้ ซึ่งจะทำให้ได้สินค้าที่มีคุณภาพ ได้มาตรฐาน และปลอดภัยด้วย

     "ทุเรียนและกระเจี๊ยบเขียวเป็นผลไม้และผักที่มีความสำคัญต่อเศรษฐกิจของไทย ซึ่งอยู่ในวาระการพิจารณาของที่ประชุม โดยเฉพาะทุเรียนถือได้ว่าไทยเป็นผู้ผลิตและส่งออกรายใหญ่ของโลก โดยส่งออกทุเรียนสดประมาณร้อยละ 90 ของการส่งออกทั้งหมด ซึ่งปี 2556 ไทยมีปริมาณส่งออกทุเรียนสด 368,600 ตัน คิดเป็นมูลค่ากว่า 7,045 ล้านบาท มีตลาดส่งออกหลักคือ จีน ฮ่องกง อินโดนีเซีย เป็นต้น"

     รองปลัดกระทรวงเกษตรฯ กล่าวว่า กระเจี๊ยบเขียวเป็นสินค้าส่งออกที่สามารถนำรายได้เข้าประเทศปีละกว่า 200 ล้านบาท โดยส่งออกในรูปกระเจี๊ยบเขียวสดและแช่แข็ง มีตลาดส่งออกคือญี่ปุ่น ส่วนองุ่นบริโภคสดที่จะมีการพิจารณาปรับปรุงข้อกำหนดมาตรฐานนั้น ไทยนับเป็นผู้นำเข้าสินค้าองุ่นรายใหญ่ ซึ่งปริมาณการนำเข้าองุ่นสด

     มีแนวโน้มสูงขึ้น โดยปีที่ผ่านมามีปริมาณนำเข้าถึง 83,507.01 ตัน คิดเป็นมูลค่ากว่า 3,442.66 ล้านบาท การปรับปรุงมาตรฐานองุ่นจะทำให้องุ่นสำหรับการบริโภคสดที่นำเข้ามีคุณภาพดีขึ้น และมีความปลอดภัยสูง มีความหวานเพิ่มขึ้น และส่งผลดีต่อผู้บริโภคของไทย

     "การจัดประชุมครั้งนี้ กระทรวงเกษตรฯ มอบหมายให้สำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ    (มกอช.) เป็นผู้รับผิดชอบดำเนินการ พร้อมจัดแสดงนิทรรศการที่เกี่ยวกับข้อมูลความปลอดภัยของสินค้าเกษตรและอาหาร และเครื่องหมายรับรองคุณภาพ โดยเน้นสินค้าผักและผลไม้ไทย การแกะสลักผลไม้ไทย และยังมีผลไม้ตามฤดูกาลให้ผู้เข้าร่วมประชุมได้ชิมรสด้วย นับเป็นโอกาสดีที่ผู้เกี่ยวข้องทั้งภาครัฐและเอกชนของไทยจะได้มีส่วนร่วมให้ข้อคิดเห็นและร่วมผลักดันมาตรฐานทุเรียนให้เป็นมาตรฐานระหว่างประเทศ ทั้งยังก่อให้เกิดความร่วมมืออันดีระหว่างไทยกับเม็กซิโก โดยเฉพาะด้านความปลอดภัยของสินค้าผักและผลไม้สด และยังได้ประชาสัมพันธ์และส่งเสริมการท่องเที่ยวของไทยอีกทางหนึ่งด้วย"


ขอบคุณรูปภาพจาก : www.technologychaoban.com
                            thaiherb.info
15 มีนาคม 2557
แหล่งข้อมูล: ไทยโพสต์ออนไลน์
โดย: ศูนย์ธุรกิจสัมพันธ์ กรมเศรษฐกิจระหว่างประเทศ กระทรวงการต่างประเทศ

Back to the list

More Related

ประเภทข่าว


แหล่งข้อมูลข่าวเศรษฐกิจ