ว่าที่ดาวรุ่งแห่งปี 2014 : เม็กซิโก
ว่าที่ดาวรุ่งแห่งปี 2014 : เม็กซิโก
     ปี 2014 ว่ากันว่าประเทศตลาดเกิดใหม่ซึ่งน่าจับตาว่าจะมาแรงและสดใสที่สุด ได้แก่ เม็กซิโก

     เม็กซิโกเพิ่งได้รับการปรับอันดับเครดิตขึ้นมาเป็น BBB+ จาก Standard and Poor’s เมื่อปลายปีที่แล้ว หลังจากประธานาธิบดี นายพีนา เนียโต เข้ารับตำแหน่งประธานาธิบดีเพียงไม่ถึงหนึ่งปี ต้องบอกว่าความมุ่งมั่นที่จะปฏิรูปอุตสาหกรรมหลักๆ ของเศรษฐกิจเม็กซิโกนั้น สามารถดูได้จากการดำเนินคดีกับผู้ทรงอิทธิพลที่สุดในวงการการศึกษาซึ่งถือว่ามีอำนาจมืดอยู่เป็นอย่างมากในเม็กซิโก ไม่ว่าจะเป็นการเก็บเงินเพิ่มเติมจากนักเรียนและผู้ปกครอง หรือ จะเป็นการกันตำแหน่งครูที่ว่างลงของตนเองจากการเกษียณให้กับเครือญาติของตนเอง คงไม่ต้องบอกว่าการศึกษาในเม็กซิโกอยู่ในอันดับที่เกือบแย่ที่สุดในโลก ล่าสุดได้มีความพยายามที่จะออกกฎหมายมิให้ตำแหน่งครูสามารถสืบทอดกันได้และให้มีการทดสอบความสามารถอาจารย์ในทุกๆ 4 ปี

     ที่ต้องทึ่งกันเป็นการใหญ่คือการยกเลิกอาณาจักรด้านโทรคมนาคมที่ผูกขาดของนายคาร์ลอส สลิม บุคคลที่ร่ำรวยที่สุดเป็นอันดับสองของโลก รองจาก บิล เกตส์ โดยบริษัทของนายสลิมมีส่วนแบ่งการตลาดของโทรศัพท์แบบ Landline อยู่ร้อยละ 80 และมีส่วนแบ่งตลาดของโทรศัพท์มือถืออยู่ร้อยละ 70 ว่ากันว่าชาวเม็กซิโกต้องจ่ายบิลค่าใช้จ่ายค่าโทรศัพท์แพงกว่าความเป็นจริงถึง 22,000 ล้านดอลลาร์ในปี 2013 หรือคิดเป็นร้อยละ 1.8 ของจีดีพีเม็กซิโกเลยทีเดียว แม้ว่านายสลิมจะไม่ยอมรับข้อเท็จจริงดังกล่าวจากการวิเคราะห์ของกลุ่มประเทศ OECD แต่ต้องไม่ลืมว่าพื้นที่ตัวเมืองหลายแห่งมีเพียงโครงข่ายการสื่อสารของบริษัทของนายสลิมเท่านั้นที่เป็นทางเลือก

     ทั้งนี้ นายเนียโตได้ผ่านร่างกฎหมายป้องกันการผูกขาดด้านคมนาคมของเม็กซิโกเมื่อปีที่แล้ว มาตรการต่อไปได้แก่ การดำเนินการจำกัดค่าต๋งที่นายสลิมสามารถเรียกเก็บจากผู้ประกอบการรายอื่นซึ่งมาใช้บริการระบบโครงข่ายการสื่อสารของตนเอง จะมีขึ้นในช่วงกลางปีนี้ อันจะเป็นการเปิดกว้างให้กับผู้ประกอบการรายใหม่ให้เข้ามาร่วมแข่งขันได้ ซึ่งตอนนี้ บริษัทต่างชาติไม่สามารถเข้ามาทำธุรกิจแข่งขันในเม็กซิโกได้ เนื่องจากอำนาจและการผูกขาดของนายสลิม

     ระบบภาษีถือเป็นเรื่องใหญ่อีกเรื่องหนึ่งของเม็กซิโกที่ต้องแก้ไขอย่างเร่งด่วน จากการที่แรงงานที่ใช้ความชำนาญน้อยกว่าร้อยละ 60 ของประเทศอยู่นอกระบบภาษี ทำให้การจัดเก็บภาษีจากรายได้ของผู้ใช้แรงงานสามารถทำได้เพียงร้อยละ 20 ของแรงงานทั้งหมด นอกจากนี้ การเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มของเม็กซิโกยังสามารถทำได้เพียงร้อยละ 10 ของจีดีพี ซึ่งถือว่าต่ำที่สุดใน 34 ประเทศของสมาชิก OECD โดยที่ชิลีและบราซิลเก็บได้ร้อยละ 20 และ 25 ของจีดีพี ตามลำดับ ทำให้ภาระภาษีของเม็กซิโกจึงต้องหันไปพึ่งพาจากการเก็บรายได้ของรัฐวิสาหกิจที่ผู้ขาดด้านน้ำมันของประเทศอย่าง Pemex แทน โดย Pemex นั้นมีรายได้จากการผูกขาดการค้าน้ำมันของประเทศกว่าร้อยละ 30 ของค่าใช้จ่ายของรัฐบาลเม็กซิโก ซึ่งการเรียกเก็บภาษีจาก Pemex ทำให้รัฐวิสาหกิจเป็นหนี้มหาศาลและมีปัญหาในการผลิตและลงทุนจากการที่หน่วยงานนี้ไม่มีประสิทธิภาพเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว และหันไปจัดเก็บภาษีเพิ่มเติมจากผู้มีรายได้สูงโดยเพิ่งประกาศอัตราภาษีของผู้มีรายได้สูงเมื่อปลายปีที่แล้ว ซึ่งเป้าหมายคือเพิ่มการจัดเก็บภาษีให้ได้มากกว่าร้อยละ 12 ของจีดีพีในอีก 4 ปี โดยหลายฝ่ายมองเรื่องนี้ว่าไม่ง่ายนัก

     ที่น่าสนใจที่สุด เห็นจะเป็นเรื่องการปฏิรูปพลังงาน หากมองจากอดีตที่ผ่านมา จะพบว่ามีความพยายามที่จะปฏิรูปพลังงานจากรัฐบาลชุดก่อนๆ ทว่าไม่มีรัฐบาลชุดไหนสามารถทำได้จริง ที่เป็นเช่นนี้ เนื่องจากมีผลประโยชน์ที่ลงตัวกับทุกฝ่ายในประเทศจากการที่มี Pemex เป็นผู้ผูกขาดน้ำมัน กล่าวคือ รัฐบาลได้เงินจาก Pemex ไปเป็นรายได้ภาครัฐ ประชาชนสามารถใช้น้ำมันด้วยราคาที่ถูกกว่าตลาดโลกจากการตั้งราคาน้ำมันที่มีอยู่ในเม็กซิโกให้ต่ำกว่าตลาดโลก และพนักงานของ Pemex เองก็สืบทอดอำนาจในการบริหารจากเครือข่ายของตนเอง อย่างไรก็ดี สถานการณ์เช่นนี้ จะไม่สามารถอยู่ได้อีกต่อไป เนื่องจากเม็กซิโกจะมีความสามารถในการผลิตลดลงกว่าร้อยละ 50 ในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า

     ทั้งนี้ ต้นตอของปัญหาอยู่ที่ความไม่มีประสิทธิภาพของ Pemex เอง เปรียบเทียบง่ายๆ กับบริษัท Exxon Mobil โดยพนักงานของ Exxon มีน้อยกว่าของ Pemex กว่าครึ่งหนึ่ง ทว่ามีรายได้มากกว่า 3 เท่า ซึ่งประเด็นการปฏิรูปพลังงานของเม็กซิโกคงต้องทำแบบค่อยเป็นค่อยไป เนื่องจากเป็นหัวข้อที่ละเอียดอ่อนในความเชื่อของประชาชนเม็กซิโกว่าต่างชาติไม่ควรเข้ามาใช้ประโยชน์หรือหากำไรจากแหล่งพลังงานของตนเอง รวมถึงสหภาพแรงงานที่ต้องการปกป้องผลประโยชน์ของตนเองในทุกๆ ธุรกิจพลังงานของเม็กซิโก

     หากเม็กซิโกสามารถปฏิรูปอุตสาหกรรมหลักๆ ดังกล่าวแบบไม่เป็นมวยล้มต้มคนดูเสียก่อน เม็กซิโกน่าจะไปถึงดวงดาวในปีนี้แน่ครับ

ผู้เขียน : ดร.บุญธรรม รจิตภิญโญเลิศ
ที่มา    : คอลัมน์ "มุมคิดมหภาค"
ขอบคุณรูปภาพจาก : http://travel.mthai.com/world-travel/69894.html

20 กุมภาพันธ์ 2557
แหล่งข้อมูล: กรุงเทพธุรกิจออนไลน์
โดย: ศูนย์ธุรกิจสัมพันธ์ กรมเศรษฐกิจระหว่างประเทศ กระทรวงการต่างประเทศ

รูปภาพที่เกี่ยวข้อง

Back to the list

More Related

ประเภทข่าว


แหล่งข้อมูลข่าวเศรษฐกิจ