การคาดการณ์ระยะกลางของตลาดสินค้าเกษตรที่สำคัญของอียู
การคาดการณ์ระยะกลางของตลาดสินค้าเกษตรที่สำคัญของอียู
          คณะกรรมาธิการยุโรปได้เผยแพร่รายงานการคาดการณ์ระยะกลางของตลาดสินค้าเกษตรหลักที่สำคัญของอียูและรายได้จากภาคเกษตร ปี 2013-2023 ซึ่งคาดการณ์ว่าราคาสินค้าเกษตรที่สำคัญ อาทิ ข้าวสาลี น้ำตาล และเนื้อสัตว์ จะยังคงที่และเป็นไปในทิศทางที่ดีอีก 7 ปี ทั้งนี้ อุปสงค์อาหารโลกที่เพิ่มสูงขึ้น และการพัฒนาในสาขาเชื้อเพลิงชีวภาพน่าจะเป็นปัจจัยที่รักษาราคาสินค้าเกษตรให้คงที่ รวมทั้งผลผลิตที่ขยายตัวในระดับต่ำส่งผลให้มีผลผลิตส่วนเกินน้อยลง เป็นปัจจัยที่จะรักษาระดับราคาไม่ให้ต่ำลง
          ผลผลิตพืช (arable crops): การคาดการณ์ราคาผลผลิตพืชในระยะกลางมีแนวโน้มทางบวก จากอุปทานที่แข็งแร่งในระดับโลกและราคาที่ไม่ผันผวน ซึ่งอุปสงค์ของอาหารและอาหารสัตว์คาดว่าจะเพิ่มสูงขึ้นในขอบเขตที่จำกัดเท่านั้น โดยมีตลาดเชื้อเพลิงชีวภาพเป็นปัจจัยด้านอุปสงค์ที่สำคัญ
          น้ำตาล: การคาดการณ์ระยะกลางของน้ำตาลและน้ำตาลบีทนั้น มาจากการคาดการณ์ของราคาในตลาดโลก อุปสงค์ในเอทานอลที่เพิ่มขึ้น และการยกเลิกระบบโควตาในปี 2017 โดยการผลิตน้ำตาลบีทของอียูคาดว่าจะขยายตัวเพิ่มขึ้นในทศวรรษหน้า ซึ่งการปลูกที่เพิ่มขึ้น จะใช้เพื่อผลิตน้ำตาลมากกว่าการผลิตเอทานอล และเมื่อยกเลิกระบบโควต้าแล้ว ราคาน้ำตาลในและนอกโควตาจะค่อยๆ ปรับมาเท่ากัน และการผลิตเอทานอลจากบีทจะมีความสามารถในการแข่งขันลดลง นอกจากนี้ คาดว่าจะมีการใช้ isoglucose แทนน้ำตาลมากขึ้นในอาหารบางประเภทภายหลังจากยกเลิกระบบโควตาในปี 2007
          เนื้อสัตว์: การบริโภคเนื้อจะยังคงที่ในภาพรวม เนื่องจากแรงสนับสนุนจากอุปสงค์ที่แข็งแกร่งของตลาดโลก อย่างไรก็ดี ในปี 2013 การบริโภคเนื้อต่อหัวของประชากรอียูอยู่ในระดับต่ำที่สุดในรอบ 11 ปี ซึ่งจากรายงาน คาดว่าจะเริ่มปรับตัวดีขึ้นตั้งแต่ปี 2014 เป็นต้นไป โดยสินค้าสัตว์ปีกน่าจะเป็นสาขาที่มีศักยภาพมากที่สุด เนื่องจากราคาที่ต่ำกว่า ความสะดวก และภาพลักษณ์ด้านสุขภาพ (healthy image) สำหรับเนื้อหมูยังคงเป็นสินค้ายอดนิยมในตลาดอียู ในขณะที่การบริโภคเนื้อวัวและแกะ คาดว่าจะลดลง
          รายได้ในสาขาเกษตร: รายงานดังกล่าวยังคาดการณ์ว่า แนวโน้มระดับรายได้ในสาขาเกษตรจะเพิ่มสูงขึ้น รายได้ทางการเกษตรที่แท้จริงต่อหน่วยแรงงานคาดว่าจะสูงขึ้นร้อยละ 1.8 ต่อปี ตั้งแต่ปี 2013-2023
          ทั้งนี้ จะเห็นได้ว่าสินค้าสัตว์ปีกเป็นสินค้าที่มีศักยภาพในตลาดอียู เนื่องจากมีราคาต่ำ สะดวก และมีภาพลักษณ์ที่ดีด้านสุขภาพ ซึ่งเป็นสินค้าที่ไทยส่งออกมายังตลาดอียูมาก โดยที่ผ่านมา ไทยสามารถส่งออกมามากกว่าโควต้าที่ไทยได้รับในอัตราภาษีที่ต่ำ ดังนั้น ไทยจึงควรส่งเริมภาพลักษณ์ด้านสุขภาพและสุขอนามัยของสินค้าดังกล่าวเพื่อรักษาตลาดต่อไป
          อ่านรายงานฉบับเต็มได้ที่ http://ec.europa.eu/agriculture/markets-and-prices/medium-term-outlook/2013/fullrep_en.pdf


ผู้สนับสนุนข้อมูล: สำนักงานพาณิชย์ในต่างประเทศ ณ กรุงบรัสเซลส์
ขอบคุณรูปภาพจาก : http://www2.thaieurope.net/

3 กุมภาพันธ์ 2557
แหล่งข้อมูล: สำนักงานพาณิชย์ในต่างประเทศ ณ กรุงบรัสเซลส์
โดย: ศูนย์ธุรกิจสัมพันธ์ กรมเศรษฐกิจระหว่างประเทศ กระทรวงการต่างประเทศ

รูปภาพที่เกี่ยวข้อง

Back to the list

More Related

  • โปรตุเกสอาจไม่ใช่ประเทศลำดับต้น ๆ ที่โลกนึกถึงถ้าจะต้องเลือกไปค้าและลงทุน ณ เวลานี้ แต่สำหรับประเทศไทย เป็นจังหวะที่น่าสนใจ ต้นเดือน ก.ค. ศกนี้ กรมยุโรป กระทรวงการต่างประเทศ ชวนไปสำรวจโอกาสในโปรตุเกสด้วยกัน เพราะกำลังจะจะมีการหารือสองฝ่ายที่เรียกว่า การประชุม Political Dialogue ไทย-โปรตุเกส ครั้งที่ 2 ซึ่งจะจัดขึ้นในวันที่ 8 ก.ค. 2559 ที่กรุงลิสบอน เมืองหลวงของโปรตุเกส ไทยอยากผลักดันเรื่องอะไรกับโปรตุเกส เวทีนี้คือโอกาส
  • แรงจูงใจทางด้านภาษีคือแม่เหล็กสำคัญที่รัฐบาลประเทศต่าง ๆ ใช้ดึงดูดนักลงทุนจากต่างชาติ รัฐบาลในอียูหลายประเทศก็เช่นกัน ต่างแข่งขันกันลดภาษีดึงดูดการลงทุน จนเรียกได้ว่ากลายเป็นสงครามภาษีระหว่างประเทศ  หรือ International Tax War แต่ตอนนี้ เอกชนที่ไปลงทุนในอียูคงต้องระวังมากขึ้น เพราะแรงจูงใจทางภาษีที่ได้รับ อาจกลายเป็นดาบสองคมที่ย้อนกลับมาทำร้ายบริษัท หากไม่ได้ตรวจสอบให้ดีก่อนว่า การลดหรือยกเว้นภาษีนั้นผิดกฎการอุดหนุนโดยภาครัฐ  
  • ฟินแลนด์ ประเทศในกลุ่มสแกนดิเนเวีย นอกจากจะเป็นประเทศที่มีชื่อเสียงด้านความสวยงามทางธรรมชาติท่ามกลางบรรยากาศอันหนาวเย็น
  • สหภาพยุโรปได้ออกประกาศ Commission Implementing Decision 2015/1338 of 30 July 2015 amending Decision 2011/163/EU on the approval of plans submitted by third countries in accordance with Article 29 of Council Directive 96/23/EC ซึ่งเป็นการปรับปรุงแก้ไขบัญชีรายชื่อประเทศที่สามที่ได้รับอนุญาตให้นำเข้าสินค้าที่ปลอดสารตกค้่าง
  • เมื่อวันที่ 14 กรกฎาคม 2558 ทางสหภาพยุโรปได้ออกประกาศกฎระเบียบ 2 ฉบับ ซึ่งมีรายละเอียดดังนี้...
  • เมื่อวันที่ ๒๖ มิถุนายน ๒๕๕๘ สหภาพยุโรปออกประกาศกฎระเบียบ Commission Regulation (EU) 2015/1005 of 25 June 2015 amending Regulation (EC) No 1881/2006 as regards maximum levels of lead in certain foodstuffs โดยตีพิมพ์ใน EU Official Journal L 161/9 ซึ่งเป็น การกำหนดระดับค่าอนุโลมตกค้างสูงสุดของสารตะกั่ว (lead) ในสินค้าอาหารที่มีความเสี่ยงต่อการปนเปื้อน อันเป็นการแก้ไขกฎระเบียบเดิม ซึ่งได้แก่ Regulation (EC) No 1881/2006 เพื่อให้สอดคล้องกับผลงานวิจัย ของคณะทำงาน CONTAM Panel ของ EFSA ซึ่งได้ระบุว่า สารตะกั่วที่ได้รับผ่านการบริโภคอาหาร สามารถก่อให้เกิดความเป็นพิษต่อพัฒนาการทางสมองในเด็กเล็ก และก่อให้เกิดโรคหัวใจและหลอดเลือด และ ความเป็นพิษต่อไตในผู้ใหญ่ได้ จึงเห็นควรให้มีการปกป้องกลุ่มผู้บริโภคที่มีความเสี่ยง คือ กลุ่มเด็กเล็กและ ผู้หญิงในวัยเจริญพันธุ์ ดังนั้น ในครั้งนี้ จึงให้มีการปรับค่าอนุโลมตกค้างสูงสุดของสารตะกั่วในสินค้าพืช สัตว์ และสัตว์น้ำบางรายการขึ้นใหม่...

ประเภทข่าว


แหล่งข้อมูลข่าวเศรษฐกิจ