การเข้าร่วมประชุม G20 ของ ปธน. อาร์เจนตินา
การเข้าร่วมประชุม G20 ของ ปธน. อาร์เจนตินา article

ศูนย์ BIC ขอรายงานผลการเข้าร่วมประชุมสุดยอดผู้นำ G20 ของนาง Cristina Fernández de Kirchner ปธน. อาร์เจนตินา ที่เมืองคานส์ ประเทศฝรั่งเศส ระหว่างวันที่ 3-4 พ.ย. 2554 ตามที่ปรากฏในสื่อมวลชนและเว็บไซด์ต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง ดังนี้

การประชุมสุดยอดผู้นำ G20

เมื่อวันที่ 3 พ.ย. 2554 ประเด็นปัญหาเศรษฐกิจของกรีซเป็นวาระสำคัญของการประชุมผู้นำต่างๆ รวมถึง ปธน. Kirchner แสดงความห่วงกังวลว่าวิกฤติเศรษฐกิจในกรีซอาจจะลุกลามทำให้เกิดภาวะเศรษฐกิจโลกตกต่ำอีกครั้ง ทั้งนี้ ปธน. Kirchner เห็นว่า แนวทางในการแก้ไขปัญหาดังกล่าวจะต้องยึดประชาชนเป็นศูนย์กลาง โดยให้ความสำคัญกับประเด็นการจ้างงาน (employment) และการคุ้มครองทางสังคม (social protection) ซึ่งสอดคล้องกับความคิดเห็นของผู้นำคนอื่นๆ และได้รับการสนับสนุนให้ระบุอยู่ใน Action Plan for Growth and Jobs ซึ่งเป็นแผนปฏิบัติการในการฟื้นฟูและขับเคลื่อนการเจริญเติบโตของเศรษฐกิจที่ที่ประชุมให้การรับรอง

ปธน. Kirchner เห็นว่า ปัจจัยสำคัญประกาศหนึ่งที่ก่อให้เกิดวิกฤติเศรษฐกิจโลกในปัจจุบัน คือ ตลาดการเงินทีไร้การควบคุม ปธน. Kirchner เห็นพ้องกับผู้นำคนอื่นๆ ยกเว้นสหรัฐฯ ว่า ควรมีการเก็บภาษีจากการทำธุรกรรมทางการเงิน (financial transactions tax) เนื่องจากพวกนักลงทุนและนักเก็งกำไรระยะสั้น (speculator) ในตลาดหุ้นและการเงิน ควรมีส่วนร่วมรับผิดชอบต่อปัญหาที่ตนเป็นผู้สร้าง และอาร์เจนตินาแสดงความพร้อมที่จะเก็บภาษีจากการทำธุรกรรมทางการเงิน หากนานาประเทศมีฉันทามติเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าวที่ชัดเจนแล้ว
 
สำหรับข้อเสนอของ ปธน. Nicolas Sarkozy ของฝรั่งเศส ที่จะสนับสนุนการแทรกแซงตลาดcommodities เพื่อควบคุมราคาสินค้าเกษตรและวัตถุดิบ (อาร์เจนตินาและบราซิลเคยแสดงท่าทีคัดค้านแนวความคิดดังกล่าวในที่ประชุมระดับ รมว. ศก. ของ G20 เมื่อช่วงต้นปีที่ผ่านมา เนื่องจากมาตรการดังกล่าวไม่สอดคล้องกับผลประโยชน์ของประเทศทั้งสอง ซึ่งเป็นผู้ส่งออกสินค้าเกษตรและวัตถุดิบรายใหญ่ของโลก) ปธน. Kirchner ได้เสนอให้มีการขยายการผลิตและเปิดตลาดสินค้าเกษตรแทนการควบคุมราคา ในขณะเดียวกัน ควรเพิ่มการกำกับดูแลตลาดตราสารอนุพันธ์ (derivative market) ของสินค้าเกษตรมากขึ้น เพื่อมิให้เกิดการละเมิดและบิดเบือนของราคา
 
การประชุม B20
ภายหลังการประชุมสุดยอดผู้นำ G20 ปธน. Kirchner ได้รับเชิญเป็นประธานการประชุม B20 ซึ่งเป็นการประชุมคู่ขนานของภาคธุรกิจ พร้อมทั้งบรรยายพิเศษเรื่อง “Food Security” โดยมีนาย Julián Domínguez รมว. กระทรวงเกษตรและนาง Debora Giorgi รมว. กระทรวงอุตสาหกรรมอาร์เจนตินาเข้าร่วมด้วย
 
ปธน. Kirchner กล่าวว่า สืบเนื่องจากนวัตกรรมและเทคโนโลยีด้านการเกษตรที่ทันสมัย ปัจจุบัน อาร์เจนตินาสามารถเพิ่มผลผลิตการเกษตรต่อจำนวนพื้นที่เพาะปลูกได้มากขึ้น แต่การใช้เครื่องจักรและเทคโนโลยีในการเพิ่มผลผลิตส่งผลให้มีการพึ่งพากำลังแรงงานน้อยลง จึงมีการจ้างงานในภาคการ เกษตรน้อยลงผู้ที่เคยประกอบอาชีพการเกษตรก็ต้องย้ายไปอยู่ในเมืองหลวงเพื่อหางานอื่นๆ ทำแทน ซึ่งก่อให้เกิดปัญหาต่างๆ ตามมา การเพิ่มผลผลิตเพียงอย่างเดียวจึงไม่ใช่วิธีที่ถูกต้อง แต่การใช้เทคโนโลยีในการสร้างมูลค่าเพิ่ม (value added) ให้สินค้าเกษตรและช่วยสร้างงานให้กับประชาชนในพื้นที่คือแนวทางในการพัฒนาที่ถูกต้องและเป็นสิ่งที่รัฐบาลอาร์เจนตินากำลังดำเนินการอยู่ตามแผนกลยุทธ์ด้านเกษตรและอุตสาหกรรมการเกษตรปี ค.ศ. 2020(Strategic Agrifood and Agrindustrial Plan-PEA)
 
ปธน. Kirchner ชี้แจงว่า ปัจจุบัน อาร์เจนตินามีเทคโนโลยีด้านชีวภาพที่ทันสมัยและเป็นที่ยอมรับของนานาประเทศ โดยมีสัดส่วนของบริษัทเทคโนโลยีด้านชีวภาพต่อจำนวนประชากรสูงสุดในลาตินอเมริกา ล่าสุด หน่วยงาน National Institution of Agricultural Technology (INTA) ของอาร์เจนตินาสามารถโคลนนิ่งวัวสายพันธุ์โคนมตัวแรก อีกทั้ง ดัดแปลงพันธุกรรมเมล็ดพืชบางชนิดให้มีรากยาวขึ้นเพื่อสามารถดูดซึมน้ำที่อยู่ลึก
 
ลืบเนื่องจากเทคโนโลยีด้านการเกษตรที่ทันสมัยและพื้นที่เพาะปลูกที่อุดมสมบูรณ์ ส่งผลให้อาร์เจนตินาเป็นประเทศผู้ผลิตสินค้าเกษตรรายใหญ่ของโลกและมีบทบาทสำคัญในการช่วยส่งเสริม Food Security ปัจจุบัน อาร์เจนตินามีประชากรประมาณ 40 ล้านคน แต่สามารถผลิตอาหารสำหรับคนถึง 400-500ล้านคน ในฤดูเก็บเกี่ยวที่ผ่านมา สามารถผลิตธัญพืช (grain) ได้มากถึง 102 ล้านตัน และมีเป้าหมายที่จะเพิ่มผลผลิตให้มากถึง 160 ล้านตันภายในปี ค.ศ. 2020 ปธน. Kirchner เห็นว่า อุปสรรคสำคัญที่ต้องเผชิญในอนาคต คือปัญหาด้านภูมิอากาศที่ไม่สามารถควบคุมได้ เมื่อปี ค.ศ. 2008-2009 อาร์เจนตินาได้เผชิญกับปัญหาภัยแล้ง ดังนั้น รัฐบาลอาร์เจนตินาจึงให้ความสำคัญกับการพัฒนาระบบชลประทานเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะอาร์เจนตินามีชั้นหินอุ้มน้ำ(aquifer) อยู่หลายแห่ง (ปัจจุบัน การเกษตรในอาร์เจนตินาส่วนใหญ่ยังพึ่งพาน้ำฝนเป็นหลัก) ปธน. Kirchner ชี้แจงเพิ่มเติมว่า รัฐบาลอาร์เจนตินามีแผนส่งเสริมการลงทุนในการพัฒนาระบบชลประทานและโครงสร้างพื้นฐานต่างๆ สำหรับนักธุรกิจชาวต่างชาติที่สนใจ
 
สำหรับวิกฤตเศรษฐกิจโลกปัจจุบัน ปธน. Kirchner เห็นว่า ประเด็นปัญหามิใช่ราคาอาหารที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง แต่เป็นระบบการเงินทีไร้การควบคุม นักลงทุนและนักเก็งกำไรสามารถบิดเบือนราคาสินค้าในตลาดตราสารอนุพันธ์เพื่อผลประโยชน์ส่วนตัว ดังนั้น จึงควรมีการควบคุมตลาดการเงินมากขึ้น และสนับสนุนให้นักธุรกิจหันมาลงทุนในอุตสาหกรรมการผลิตอาหาร เพื่อขยายปริมาณการผลิตและการจ้างงาน นอกจากนี้ รัฐบาลควรส่งเสริมการให้สินเชื่อ เพื่อกระตุ้นการบริโภคให้ระบบเศรษฐกิจสามารถฟื้นฟูและเจริญเติบโตได้อย่างต่อเนื่อง
 
การพบปะระหว่าง ปธน. อาร์เจนตินากับ ปธน. สหรัฐฯ
เมื่อวันที่ 4 พ.ย. 2554 ปธน. Kirchner ได้พบปะกับ ปธน. Barak Obama ของสหรัฐฯ เป็นการส่วนตัว ก่อนมีการหารือทวีภาคีระหว่างทั้งสองประเทศ ปธน. Obama แสดงความยินดีที่ได้พบ ปธน. Kirchner และมีโอกาสแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับการส่งเสริมความร่วมมือระหว่างสหรัฐฯ และอาร์เจนตินา ทั้งทางด้านเศรษฐกิจ การค้า วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี และความมั่นคง ตลอดจนเพื่อเตรียมการประชุม Summit of Americas ครั้งที่ 6 ซึ่งจะจัดขึ้นที่โคลอมเบียในปี ค.ศ. 2012 นอกจากนี้ ปธน. Obama ได้แสดงความยินดีกับ ปธน. Kirchner ที่ได้รับเลือกตั้งเป็น ปธน. เป็นสมัยที่ 2 ด้วย
 
ปธน. Kirchner แจ้งว่า ตนก็รู้สึกยินดีที่ได้พบปะกับ ปธน. Obama โดยเฉพาะอย่างยิ่งสหรัฐฯ เป็นประเทศที่มีบทบาทสำคัญทั้งทางด้านการเมืองและเศรษฐกิจ รปท. เป็นประเทศผู้ลงทุนรายใหญ่และมีการลงทุนอยู่ทั่วโลก รวมทั้งในอาร์เจนตินา ซึ่งการลงทุนของสหรัฐฯ มีมากเป็นอันดับ 2 รองจากสเปน โดยมีบริษัทเอกชนสหรัฐฯ มากถึง 500 บริษัทที่ลงทุนอยู่ในอาร์เจนตินาขณะนี้ และร้อยละ 60 ของบริษัทต่างๆ ดังกล่าวเป็นบริษัทชั้นนำของสหรัฐฯ สำหรับสถิติทางการค้าระหว่างทั้งสองประเทศก็จัดอยู่ในระดับที่ดี ในอดีตเมื่อปี ค.ศ. 2003 อาร์เจนตินาเคยได้เปรียบดุลการค้ากับสหรัฐฯ ประมาณ 1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ แต่ปัจจุบันสหรัฐฯ ได้เปรียบดุล การค้าอาร์เจนตินามากถึง 4.7 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ แต่สินค้าต่างๆ ที่อาร์เจนตินานำเข้าจากสหรัฐฯ ล้วนแล้ว เป็นสินค้ามูลค่าเพิ่มที่อุตสาหกรรมภายใน ประเทศต้องการ อย่างไรก็ดี ปธน. Kirchner เห็นว่า ทั้งสองประเทศยังสามารถที่จะขยายความร่วมมือทางการค้าระหว่างกันได้อีกมาก
 
นอกจากนี้ ปธน. Kirchner แจ้งว่า ได้พบปะกับนาย Charles Bolden ผอ. องค์การ NASA ที่อาร์เจนตินาในช่วงเดือน ต.ค. ที่ผ่านมา และรู้สึกยินดีกับพัฒนาการของความร่วมมือด้านอวกาศระหว่างทั้งสองประเทศ โดยเฉพาะความสำเร็จในการยิงดาวเทียม SAC-D/Aquarius ของอาร์เจนตินาขึ้นสู่อวกาศ ด้วยความช่วยเหลือจาก NASA และกองทัพอากาศสหรัฐฯ เมื่อเดือน มิ.ย. ที่ผ่านมา ปธน. Kirchner เห็นว่า ยังมีประเด็นอื่นๆ ที่อยู่ในความสนใจของทั้งสองประเทศ อาทิ การปราบปรามยาเสพติด การต่อต้านการก่อการร้ายและการค้ามนุษย์ เป็นต้น ดังนั้น การหารือทวีภาคีระหว่างทั้งสองประเทศในครั้งนี้จะนำมาซึ่งผลประโยชน์ร่วมกันและส่งเสริม คสพ. ระหว่างทั้งสองประเทศให้เน้นแฟ้นมากขึ้น
 
ข้อสังเกตเพิ่มเติม
หลายฝ่ายเห็นว่า การเดินทางไปเข้าร่วมประชุมสุดยอดผู้นำ G-20 ของ ปธน. Kirchner ในครั้งนี้ประสบความสำเร็จเป็นอย่างมาก เนื่องจากอาร์เจนตินาสามารถผลักดันแนวความคิดต่างๆ ของตน เช่น ประเด็นการจ้างงานและการคุ้มครองทางสังคมจนเป็นที่ยอมรับของผู้นำคนอื่นๆ อีกทั้ง การเยือนประเทศฝรั่งเศสในครั้งนี้ยังเปิดโอกาสให้อาร์เจนตินาได้ฟื้นฟูความสัมพันธ์กับสหรัฐฯ เนื่องจากทั้งสองประเทศมีข้อพิพาทกันในกรณีที่ศุลกากรอาร์เจนตินายึดอุปกรณ์การฝึกอบรมของทหารสหรัฐฯ เมื่อช่วงต้นปี 2554 ทั้งนี้ อาร์เจนตินาอาจมีวัตถุประสงค์ที่จะฟื้นฟูความสัมพันธ์กับสหรัฐฯ อีกครั้ง เพื่อสร้างความสมดุล (counterbalance) กับอิทธิพลของจีนที่กำลังลุกลามเข้าไปในอาร์เจนตินาและภูมิภาคลาตินอเมริกามากขึ้นอย่างต่อเนื่อง
แหล่งข้อมูล: www.thaibizargen.com

Back to the list

More Related

  • อาร์เจนตินา ดินแดนทางตอนใต้ของลาตินอเมริกา หลายคนคงนึกถึงทีมชาติอาร์เจนตินาที่แข็งแกร่ง ในการแข่งขันฟุตบอลโลก แล้วเศรษฐกิจอาร์เจนตินาเข้มแข็งแค่ไหน?
  • เมื่อวันที่ 22 สิงหาคม 2557 คณะผู้พิจารณา (Panel) ของ WTO มีคำตัดสินให้มาตรการของอาร์เจนตินาที่เกี่ยวกับการขอใบอนุญาตก่อนนำเข้า (DJAI Procedure) และการใช้ข้อบังคับทางการค้า (Trade-related Requirements) กับบริษัทที่มีการนำเข้าจากต่างประเทศ เช่น กำหนดให้บริษัทนำเข้าต้องมีการส่งออกสินค้าที่ผลิตในอาร์เจนตินา ต้องใช้วัตถุดิบภายในประเทศในการผลิตสินค้า บังคับให้บริษัทต้องมีการลงทุนในอาร์เจนตินา เป็นต้น เข้าข่ายเป็นมาตรการที่จำกัดการนำเข้าสินค้า ขัดต่อกฎกติกาการค้าของ WTO...
  • ทางการอาร์เจนตินาเผยแผนก่อสร้างตึกระฟ้าสูงที่สุดในทวีปอเมริกาใต้ โดยจะมีความสูง 355 เมตร ด้วยงบประมาณ 300 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และคาดจะแล้วเสร็จภายในอีก 5 ปี...
  • สหภาพแรงงานในอาร์เจนตินาก็ได้เริ่มต้นประท้วงเป็นครั้งที่ 2 ในรอบ 5 เดือน ด้วยการปิดล้อมทางเข้ากรุงบัวโนสไอเรส และเดินขบวนสู่ใจกลางเมือง หลังจากที่รัฐบาลอาร์เจนตินาผิดนัดชำระหนี้พันธบัตรในเดือนก.ค. ที่ผ่านมา...
  • หลังจากอาร์เจนตินาเกิดภาวะไม่สามารถชำระหนี้ปันผลดอกเบี้ยแก่นักลงทุนปรับโครงสร้างหนี้ใหม่ได้ในเดือนที่ผ่านมา ล่าสุดประธานาธิบดีอาร์เจนตินา กริสตีนา เอลิซาเบต เฟร์นันเดซ เด กีร์ชเนร์ ประกาศแผนการเงินประเทศ ยื่นข้อเสนอสับเปลี่ยนตราสารหนี้เดิมที่อยู่ภายใต้การคุ้มครองของกฎหมายสหรัฐฯแลกกับตราสารใหม่ภายใต้กฎหมายอาร์เจนตินา เพื่อเลี่ยงที่จะตกอยู่ในสภาพไม่สามารถชำระหนี้ได้รอบใหม่ และทำให้หนึ่งในสองของบริษัทเฮดจ์ฟันด์ที่ฟ้องอาร์เจนตินาต่อศาลสหรัฐฯ ได้ประนามอาร์เจนตินาว่า “เป็นพวกนอกกฎหมาย”...
  • อาร์เจนตินาเตรียมยื่นเรื่องต่อสภาคองเกรสของสหรัฐเพื่อให้สามารถชำระหนี้แก่ผู้ถือพันธบัตรต่างชาติในอาร์เจนตินา โดยบลูมเบิร์กระบุว่า ความเคลื่อนไหวดังกล่าวนับเป็นความพยายามเพื่อที่จะรับมือกับสถานการณ์หลังศาลสหรัฐมีคำสั่งห้ามอาร์เจนตินาชำระคืนหนี้สินและส่งผลให้ประเทศเผชิญกับภาวะผิดนัดชำระหนี้บางส่วนเมื่อปลายเดือนก.ค....

ประเภทข่าว


แหล่งข้อมูลข่าวเศรษฐกิจ