ความขัดแย้งกับบริษัท YPF
ความขัดแย้งกับบริษัท YPF article
รัฐบาลอาร์เจนตินาเริ่มมีปัญหาความขัดแย้งกับบริษัทน้ำมันต่างๆ รวมถึงบริษัท YPF ตั้งแต่ต้นปี 2555 เป็นต้นมา ซึ่งกำลังจะทวีความตึงเครียดมากยิ่งขึ้น ศูนย์ BIC ขอรายงานเรื่องดังกล่าว โดยประมวลข้อมูลจากสื่อมวลชนท้องถิ่นต่างๆ ดังนี้    
 
ประเด็นความขัดแย้ง
เมื่อวันที่ 16 ม.ค. 2555 รัฐบาลอาร์เจนตินาได้ประกาศไต่สวนบริษัทน้ำมันรายใหญ่ 5 บริษัท ได้แก่ 1) YPF 2) Esso 3) Petrobras 4) Oil และ 5) Shell ในกรณีขายน้ำมันจำนวนมาก (in bulk) ให้แก่บริษัทขนส่งและบริษัทขนส่งสาธารณะในราคาที่สูงกว่าราคาขายที่หัวจ่ายตามปั้มน้ำมันทั่วไป โดยรัฐบาลพบว่า บางกรณีมีราคาสูงกว่าราคาน้ำมันที่หัวจ่ายถึงร้อยละ 30 ซึ่งเป็นการกระทำผิดต่อกฎหมายการแข่งขัน เลขที่ 25.156 และเพิ่มค่าใช้จ่ายให้กับผู้ใช้บริการรถโดยสารสาธารณะ นาย Julio De Vido รมว. กระทรวงวางแผนและการลงทุนชี้แจงว่า รัฐบาลได้ให้การสนับสนุนและสิทธิประโยชน์กับบริษัทน้ำมัน เพื่อส่งเสริมการผลิตน้ำมันในประเทศ แต่การตั้งราคาที่แพงเกินไป (overprice) เพื่อแสวงหาผลกำไรอันเกินควรถือว่าเป็นการใช้สิทธิประโยชน์ดังกล่าวในทางที่ผิด รมว. De Vido ประเมินว่า การตั้งราคาที่แพงเกินไปส่งผลให้บริษัทน้ำมันมีผลกำไรเพิ่มขึ้นถึง 3.5 พันล้านเปโซต่อปี ทั้งนี้ มีเพียงบริษัท Shell ที่ปฏิเสธข้อกล่าวหาดังกล่าว
 
ในขณะเดียวกัน ปั๊มน้ำมันทั่วไปร้องเรียนว่า ในระหว่างการเจรจาต่อสัญญาซื้อน้ำมันล่าสุดจากบริษัทน้ำมันต่างๆ โดยเฉพาะบริษัท YPF ซึ่งเป็นบริษัทน้ำมันรายใหญ่ที่สุดในอาร์เจนตินาและมีส่วนแบ่งของตลาด (market share) มากถึงร้อยละ 60 บริษัท YPF ได้ตั้งราคาขายน้ำมันที่สูงกว่าเดิมมาก หากปั๊มน้ำมันไม่ตกลงตามราคาที่เสนอ บริษัท YPF ขู่ที่จะยกเลิกสัญญาหรือจำกัดโควตาที่จำหน่ายให้ (บริษัท YPF มีธุรกิจปั๊มน้ำมันของตนเอง และมีสัญญาจำหน่ายน้ำมันให้กับปั้มน้ำมันทั่วไปด้วย) ผู้แทนของบริษัท YPF ชี้แจงว่า การตั้งราคาขายน้ำมันที่สูงขึ้นเป็นเพราะกลไกของตลาดตามปกติ เนื่องจากความต้องการน้ำมันภายในประเทศขยายตัวเพิ่มขึ้นมากกว่าอุปทานที่มี อีกทั้ง การนำเข้าน้ำมันมีอุปสรรคมากภายหลังที่รัฐบาลประกาศใช้มาตรการควบคุมการแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ เมื่อปี 2554 อย่างไรก็ดี นาย Robert Baratta ซึ่งเป็นผู้แทนของรัฐบาลในคณะกรรมการบริหารของบริษัท YPF ชี้แจงว่า ปัญหาด้านอุปทานเกิดจากบริษัท YPF มิได้ผลิตน้ำมันเต็มตามกำลังผลิตที่มีและไม่ยอมลงทุนเพิ่มตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้ในสัมปทาน ในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา กำลังการผลิตน้ำมันดิบของบริษัทลดลงประมาณร้อยละ 35 ในขณะที่ กำลังการผลิตก๊าซลดลงประมาณร้อยละ 40 เช่นกัน
 
เมื่อวันที่ 9 ก.พ. 2555 รมว. De Vido ได้ประชุมหารือกับผู้ว่าราชการจังหวัดต่างๆ จำนวน 10 จังหวัด เพื่อขอความร่วมมือรัฐบาลจังหวัดทบทวนสัมปทานที่มอบให้กับบริษัทน้ำมันต่างๆ พร้อมทั้งผลักดันให้บริษัทขยายการลงทุนในการผลิตน้ำมัน (ตามรัฐธรรมนูญปี ค.ศ. 1994 กำหนดให้รัฐบาลจังหวัดมีอำนาจในการบริการจัดการทรัษยากรธรรมชาติภายในจังหวัดของตนได้อย่างเป็นอิสระ) ต่อมา รัฐบาลจังหวัดต่างๆ เห็นพ้องว่า บริษัทน้ำมันต้องขยายการผลิตน้ำมันเพิ่มขึ้นอีกร้อยละ 15 ภายในปี 2557 มิเช่นนั้นจะถูกยกเลิกสัมปทาน นอกจากนี้ รัฐบาลยังมีแผนการที่จะมอบหมายให้ ENARSA ซึ่งเป็นหน่วยงานของรัฐที่กำกับดูแลการนำเข้าน้ำมันเพื่อใช้ผลิตกระแสไฟฟ้า เป็นผู้นำเข้าและจำหน่ายน้ำมันให้กับปั้มน้ำมันต่างๆ แทนบริษัท YPF หากบริษัทไม่สามารถจำหน่ายน้ำมันในราคาที่เป็นธรรมให้กับปั๊มน้ำมันต่างๆ ได้
                         
การซื้อหุ้นของบริษัท YPF
บริษัท YPF เป็นบริษัทมหาชน ซึ่งมีผู้ถือหุ้นใหญ่ คือ บริษัท Repsol ของสเปน ในสัดส่วนร้อยละ 58 ของหุ้นที่มีทั้งหมด และครอบครัว Eskenazi ของอาร์เจนตินา ในสัดส่วนร้อยละ 25 ที่เหลืออีกร้อยละ 17 เป็นนักลงทุนรายย่อย นับตั้งแต่เกิดข้อพิพาทระหว่างรัฐบาลกับบริษัท YPF ตั้งแต่ต้นปี 2555 เป็นต้นมา ราคาหุ้นของบริษัท YPF ปรับตัวลดลงถึงร้อยละ 24 ภายใน 1 เดือน ส่งผลให้บริษัทมีมูลค่าทรัพย์สินอยู่ที่ประมาณ 10 พันล้านดอลลาร์สหรัฐในปัจจุบัน ดังนั้น หลายฝ่ายวิพากษ์วิจารณ์ว่า รัฐบาลมีความพยายามที่จะสร้างกระแสกดดันให้ราคาหุ้นตก เพื่อจะได้ซื้อหุ้นดังกล่าวในราคาที่ถูกลง
 
ถึงแม้รัฐบาลยังไม่ได้ประกาศอย่างเป็นทางการที่จะซื้อหุ้นของบริษัท YPF และกลายเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่แทนบริษัท Repsol แต่สื่อมวลชนท้องถิ่นต่างๆ คาดว่า เรื่องดังกล่าวมีความเป็นไปได้สูง โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อราคาหุ้นดังกล่าวมีราคาที่ถูกลง รัฐบาลสามารถซื้อหุ้นทั้งหมดจากครอบครัว Eskenazi เนื่องจากครอบครัวดังกล่าวมีความสนิทสนมเป็นการส่วนตัวกับทั้งอดีต ปธน. Nestor Kirchner และ ปธน. Cristina Fernández de Kirchner อีกทั้ง ครอบครัว Eskenazi เองก็กู้ยืมเงินจาก Banco de la Nación Argentina ซึ่งเป็นธนาคารของรัฐบาล ในการซื้อหุ้นของบริษัท YPF ตั้งแต่ต้น และรัฐบาลสามารถซื้อหุ้นบางส่วนจากบริษัท Repsol มี ผชช. บางรายคาดว่า น่าจะใช้เงินทั้งหมดไม่เกิน 5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยอาจจะใช้เงินจากกองทุนประกันสังคมของ ANSES ที่รัฐบาลได้โอนมากำกับดูแลเมื่อปี 2551 อย่างไรก็ดี รัฐบาลมีความจำเป็นต้องเสนอกฎหมายในการซื้อหุ้นดังกล่าวให้รัฐสภาพิจารณาเห็นชอบด้วย ซึ่งไม่น่าจะมีปัญหาเพราะพรรคฝ่ายรัฐบาลมีคะแนนเสียงข้างมากอยู่ในทั้ง 2 สภาในขณะนี้
 
ตั้งแต่เกิดข้อพิพาทรัฐบาลอาร์เจนตินากับบริษัท YPF นาย Antonio Brufau ประธานบริษัท Repsol ได้เดินทางไปอาร์เจนตินาหลายครั้ง เพื่อพบปะกับ ปธน. de  Kirchner และ รมว. De Vido ซึ่งส่วนใหญ่เป็นการประชุมลับ จึงไม่สามารถยืนยันได้อย่างแน่นอนถึงประเด็นที่ทั้งสองฝ่ายหารือระหว่างกัน อย่างไรก็ดี มีสื่อมวลชนรายหลายรายงานว่า ทั้งสองฝ่ายได้หารือถึงความเป็นไปได้ที่บริษัท Repsol จะขายหุ้นบางส่วนให้กับรัฐบาล
 
ข้อมูลเพิ่มเติม
หากรัฐบาลอาร์เจนตินาซื้อหุ้นจากบริษัท YPF และกลายเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่แทนบริษัท Repsol จริงตามที่เป็นข่าวลือ หลายฝ่ายมีความกังวลว่า การบริหารจัดการโดยรัฐบาลอาจทำให้บริษัท YPF ขาดทุนเหมือนกับบริษัทสายการบินแห่งชาติ Aerolineas และจะไม่สามารถขยายการลงทุนผลิตน้ำมันได้ตามที่ตั้งเป้าหมายไว้
 
อนึ่ง ได้มีการคาดหมายว่า ปธน. de Kirchner อาจจะกล่าวถึงการโอนกิจการ YPF เข้าเป็นของรัฐบาลในพิธีเปิดประชุมรัฐสภาเมื่อวันที่ 1 มี.ค. 2555 แต่เนื่องจากรัฐบาลสเปนได้เข้าไปมีส่วนเจรจากับรัฐบาลในฐานะตัวแทนผลประโยชน์ของบริษัทเอกชนรายใหญ่ที่สำคัญที่สุดของสเปน อีกทั้ง สื่อมวลชนในสเปนก็ได้รายงานข่าวว่า สมเด็จพระราชาธิบดีแห่งสเปนก็ทรงมีโทรศัพท์ถึง ปธน. de Kirchner ในเรื่องนี้โดยตรงถึง 2 ครั้ง ก่อนหน้าที่จะมีพิธีเปิดการประชุมรัฐสภาอาร์เจนตินาไม่นาน ซึ่งเป็นผลให้บรรยากาศความตึงเครียดได้คลี่คลายลง โดยทั้งสองฝ่ายได้จัดตั้งคณะกรรมการส่งฝ่ายขึ้นเพื่อแก้ไขปัญหาดังกล่าว แต่ รมว. De Vido ปฏิเสธข่าวนี้ และกล่าวว่าการเดินทางของ รมว. อุตสาหกรรมพลังงานและการท่องเที่ยวของสเปนเมื่อวันที่ 29 ก.พ. 2555 ก็เพื่อไปพบหารือกับตนโดยมิได้มีข้อตกลงคณะกรรมการร่วมแต่อย่างใด เป็นเพียงการหารือเกี่ยวกับสถานการณ์พลังงานโดยทั่วไปเท่านั้น ในขณะที่ รมว. ฝ่ายสเปนได้กล่าวว่ารู้สึกโล่งใจที่ ปธน. de Kirchner ที่ไม่ได้กล่าวสุนทรพจน์พาดพิงเกี่ยวกับการยึดกิจการ YPF เป็นของรัฐ ทั้งนี้ ภายหลังการกล่าวสุนทรพจน์ของ ปธน. อาร์เจนตินาเสร็จสิ้นลง ราคาหุ้น YPF ได้ขยับตัวขึ้นจาก 125 เปโซเป็น 142 เปโซต่อหุ้น (ร้อยละ 16.8) ในทันทีที่ ปธน. ไม่ได้กล่าวถึงการโอนกิจการ YPF แต่ต่อเนื่องไปกล่าวถึงประเด็นอธิปไตยเหนือหมู่เกาะมัลวิลนัสแทน ในขณะที่ กลุ่มผู้ว่าราชการจังหวัดที่มีน้ำมันกลับผิดหวังที่ ปธน. มิได้กล่าวถึงการบริหารกิจการของบริษัท YPF ในสุนทรพจน์และมีการร้องเรียนให้ YPF ทบทวนและเสนอเร่งรัดแผนการลงทุนการขุดเจาะและลงทุนผลิตน้ำมันที่ได้รับสัมปทานก่อนที่จะหมดอายุลง และขู่ที่จะยกเลิกสัมปทานดังกล่าวหากสามารถไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไขดังกล่าวต่อไป
 
โดยที่เศรษฐกิจขยายตัวเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา อาร์เจนตินาจึงมีความต้องการน้ำมันเพิ่มขึ้น ถึงแม้บริษัท YPF จะค้นพบแหล่งน้ำมันแห่งใหม่อยู่เป็นประจำแต่ก็ไม่สามารถลงทุนเพื่อขยายการผลิตได้เนื่องจากข้อจำกัดทางด้านการเงิน ในขณะเดียวกัน บริษัทน้ำมันต่างชาติหลายบริษัท อาทิ Esso และ BP ก็ขายธุรกิจและย้ายไปลงทุนในประเทศอื่นแทน เนื่องจากนโยบายของ ปธน. de Kirchner ที่พยายามจะแทรกแซงกลไกของตลาดและควบคุมราคาน้ำมันที่จำหน่ายภายในประเทศ ส่งผลให้การลงทุนดังกล่าวไม่คุ้มค่าเท่าที่ควร ในขณะที่ บริษัทน้ำมันของจีนก็ประสบปัญหากับสหภาพแรงงานท้องถิ่น ซึ่งมีการประท้วงอยู่เป็นประจำ ส่งผลให้มีการหยุดงานและชะลอการผลิตอยู่เป็นประจำเช่นกัน ดังนั้น บรรยากาศที่ไม่เอื้ออำนวยต่อการลงทุนเป็นปัจจัยสำคัญอีกประการหนึ่งที่ทำให้อาร์เจนตินากำลังเผชิญกับปัญหาด้านพลังงานอยู่ในขณะนี้ ปัจจุบัน มีเพียงบริษัท Repsol ของสเปน บริษัท Petrobas ของบราซิล และบริษัท CNOOC ของจีนเท่านั้นที่ยังมีการลงทุนผลิตน้ำมันในอาร์เจนตินา ในขณะที่ บริษัทที่เหลือส่วนใหญ่ยังมีการผลิตน้ำมันในปริมาณที่น้อยมาก 

 

แหล่งข้อมูล: www.thaibizargen.com

Back to the list

More Related

  • อาร์เจนตินา ดินแดนทางตอนใต้ของลาตินอเมริกา หลายคนคงนึกถึงทีมชาติอาร์เจนตินาที่แข็งแกร่ง ในการแข่งขันฟุตบอลโลก แล้วเศรษฐกิจอาร์เจนตินาเข้มแข็งแค่ไหน?
  • เมื่อวันที่ 22 สิงหาคม 2557 คณะผู้พิจารณา (Panel) ของ WTO มีคำตัดสินให้มาตรการของอาร์เจนตินาที่เกี่ยวกับการขอใบอนุญาตก่อนนำเข้า (DJAI Procedure) และการใช้ข้อบังคับทางการค้า (Trade-related Requirements) กับบริษัทที่มีการนำเข้าจากต่างประเทศ เช่น กำหนดให้บริษัทนำเข้าต้องมีการส่งออกสินค้าที่ผลิตในอาร์เจนตินา ต้องใช้วัตถุดิบภายในประเทศในการผลิตสินค้า บังคับให้บริษัทต้องมีการลงทุนในอาร์เจนตินา เป็นต้น เข้าข่ายเป็นมาตรการที่จำกัดการนำเข้าสินค้า ขัดต่อกฎกติกาการค้าของ WTO...
  • ทางการอาร์เจนตินาเผยแผนก่อสร้างตึกระฟ้าสูงที่สุดในทวีปอเมริกาใต้ โดยจะมีความสูง 355 เมตร ด้วยงบประมาณ 300 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และคาดจะแล้วเสร็จภายในอีก 5 ปี...
  • สหภาพแรงงานในอาร์เจนตินาก็ได้เริ่มต้นประท้วงเป็นครั้งที่ 2 ในรอบ 5 เดือน ด้วยการปิดล้อมทางเข้ากรุงบัวโนสไอเรส และเดินขบวนสู่ใจกลางเมือง หลังจากที่รัฐบาลอาร์เจนตินาผิดนัดชำระหนี้พันธบัตรในเดือนก.ค. ที่ผ่านมา...
  • หลังจากอาร์เจนตินาเกิดภาวะไม่สามารถชำระหนี้ปันผลดอกเบี้ยแก่นักลงทุนปรับโครงสร้างหนี้ใหม่ได้ในเดือนที่ผ่านมา ล่าสุดประธานาธิบดีอาร์เจนตินา กริสตีนา เอลิซาเบต เฟร์นันเดซ เด กีร์ชเนร์ ประกาศแผนการเงินประเทศ ยื่นข้อเสนอสับเปลี่ยนตราสารหนี้เดิมที่อยู่ภายใต้การคุ้มครองของกฎหมายสหรัฐฯแลกกับตราสารใหม่ภายใต้กฎหมายอาร์เจนตินา เพื่อเลี่ยงที่จะตกอยู่ในสภาพไม่สามารถชำระหนี้ได้รอบใหม่ และทำให้หนึ่งในสองของบริษัทเฮดจ์ฟันด์ที่ฟ้องอาร์เจนตินาต่อศาลสหรัฐฯ ได้ประนามอาร์เจนตินาว่า “เป็นพวกนอกกฎหมาย”...
  • อาร์เจนตินาเตรียมยื่นเรื่องต่อสภาคองเกรสของสหรัฐเพื่อให้สามารถชำระหนี้แก่ผู้ถือพันธบัตรต่างชาติในอาร์เจนตินา โดยบลูมเบิร์กระบุว่า ความเคลื่อนไหวดังกล่าวนับเป็นความพยายามเพื่อที่จะรับมือกับสถานการณ์หลังศาลสหรัฐมีคำสั่งห้ามอาร์เจนตินาชำระคืนหนี้สินและส่งผลให้ประเทศเผชิญกับภาวะผิดนัดชำระหนี้บางส่วนเมื่อปลายเดือนก.ค....

ประเภทข่าว


แหล่งข้อมูลข่าวเศรษฐกิจ