กระทรวงการต่างประเทศนำคณะผู้แทนภาคเอกชนไทยหารือกับนายกรัฐมนตรีในระหว่างการเยือนโมซัมบิก แทนซาเนีย และยูกันดา

เมื่อวันที่ 28 กรกฎาคม 2556 นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ได้หารือกับผู้แทนภาคเอกชนที่ร่วมคณะ ในการเยือน 3 ประเทศในแอฟริกาตะวันออก อย่างเป็นทางการ ระหว่างวันที่ 28 กรกฎาคม - 2 สิงหาคม 2556 ณ กรุงมาปูโต สาธารณรัฐโมซัมบิก

นายกรัฐมนตรีได้ใช้โอกาสนี้ย้ำถึงความสำคัญของแอฟริกา และชี้แจงนโยบายรัฐบาลในการดำเนินความสัมพันธ์กับแอฟริกา ขณะที่ผู้แทนภาคเอกชนได้ให้ข้อคิดเห็นและข้อเสนอแนะเกี่ยวกับแนวทางในการดำเนินนโยบายด้านการค้าและการลงทุนกับแอฟริกา รวมถึงประเด็นที่ประสงค์จะให้นายกรัฐมนตรีหยิบยกขึ้นหารือกับผู้นำของประเทศโมซัมบิก แทนซาเนีย และยูกันดา

"การมาเยือนโมซัมบิก แทนซาเนีย และยูกันดาในครั้งนี้ มีความสำคัญอย่างยิ่ง โดยถือเป็นส่วนหนึ่งของการวางยุทธศาสตร์ไทยต่อแอฟริกา โดยกระทรวงการต่างประเทศ ได้รับมอบหมายให้ประสานงานนำคณะนักธุรกิจไทยร่วมคณะมาด้วย ซึ่งมีจำนวนมากถึง 59 ราย จาก 7 สาขาธุรกิจ ได้แก่ พลังงาน ก่อสร้าง อาหาร สินค้าเกษตรและประมง การท่องเที่ยว สิ่งทอ อัญมณีและเครื่องประดับ และยานยนต์" ดร.สุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีต่างประเทศ กล่าวรายงาน

รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีต่างประเทศให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า ไทยจะเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมระดับผู้นำระหว่างไทยกับแอฟริกาในช่วงต้นปี 2557 และมีแผนที่จะเปิดสถานเอกอัครราชทูตไทยเพิ่มเติมในแอฟริกาที่ประเทศโมซัมบิก และเอธิโอเปีย ภายใน 1-2 ปีข้างหน้า

"แอฟริกาถือเป็นตลาดใหญ่ การดำเนินนโยบายกับแอฟริกาต้องทำหลายมิติควบคู่กันไป และต้องทำทั้งในระดับประเทศต่อประเทศและภูมิภาคต่อภูมิภาค และที่สำคัญต้องทำด้วยความจริงใจ" นายกรัฐมนตรีให้ข้อคิดเห็น

ในโอกาสนี้ นายกรัฐมนตรีกล่าวขอขอบคุณภาคธุรกิจที่ร่วมเดินทางมาด้วยกันในครั้งนี้ ซึ่งถือเป็นประโยชน์ต่อการดำเนินนโยบายเชื่อมโยงซึ่งกันและกันระหว่างไทยกับแอฟริกา

ผู้แทนภาคเอกชนกล่าวขอบคุณนายกรัฐมนตรีที่เปิดโอกาสให้ภาคธุรกิจได้ร่วมคณะในการเยือนต่างประเทศ เพื่อขยายโอกาสในด้านการค้าและการลงทุน รวมถึงได้กล่าวขอบคุณกระทรวงการต่างประเทศที่ได้ประสานงานจัดกำหนดการต่างๆ ให้แก่ภาคธุรกิจในการร่วมคณะนายกรัฐมนตรีเยือนประเทศต่างๆ ซึ่งหลายโอกาส มีผลลัพธ์ทางธุรกิจที่เป็นรูปธรรมที่เป็นผลสืบเนื่องจากการร่วมเดินทางเยือน

ขณะเดียวกัน ผู้แทนภาคเอกชนอีกหลายคนได้ใช้เวทีการหารือครั้งนี้แจ้งประเด็นที่ประสงค์จะให้ฝ่ายไทยหยิบยกขึ้นหารือกับฝ่ายโมซัมบิก แทนซาเนีย และยูกันดา อาทิ การสนับสนุนโครงการก่อสร้างพื้นฐานในแอฟริกาโดยวิสาหกิจไทย การแก้ไขปัญหาเกี่ยวกับวัตถุดิบจากแอฟริกาที่จำเป็นต่อการพัฒนาธุรกิจอัญมณีและเครื่องประดับของไทย และการสร้างความร่วมมือด้านประมงกับแอฟริกา

โมซัมบิกเป็นประเทศที่มีศักยภาพทางเศรษฐกิจสูงที่สุดประเทศหนึ่งในแอฟริกาตอนใต้ มีอัตรา การเติบโตทางเศรษฐกิจเป็นลำดับ 1 ใน 10 ของโลกเป็นเวลากว่า 10 ปีติดต่อกัน โดยมีทรัพยากรธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์ โดยเฉพาะก๊าซธรรมชาติ ถ่านหิน แร่ธาตุ อัญมณี (อาทิ ทับทิม โมรา มรกต โกเมน) ป่าไม้และประมง โดยเฉพาะในบริเวณช่องแคบโมซัมบิก ขณะที่แทนซาเนียเป็นมีอัตราการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจประมาณร้อยละ 7 อย่างต่อเนื่อง ดังนั้น จึงถือเป็นตลาดใหม่ด้านการค้าการลงทุนสำหรับไทย นอกจากนี้ ยังตั้งอยู่ในทำเลที่เป็นยุทธศาสตร์การเดินเรือและการขนส่งสินค้าที่สำคัญของแอฟริกาตะวันออก ในส่วนของยูกันดา แม้จะเป็นประเทศที่ไม่มีทางออกทะเล แต่ก็ถือเป็นประเทศที่มีศักยภาพจากการมีทรัพยากรที่สมบูรณ์ โดยเฉพาะทองแดงและทองคำ น้ำมันและก๊าซธรรมชาติ

2 สิงหาคม 2556
แหล่งข้อมูล: ศูนย์ธุรกิจสัมพันธ์ กรมเศรษฐกิจระหว่างประเทศ กระทรวงการต่างประเทศ (29 กรกฎาคม 2556)
โดย: ศูนย์ธุรกิจสัมพันธ์ กรมเศรษฐกิจระหว่างประเทศ กระทรวงการต่างประเทศ (29 กรกฎาคม 2556)

รูปภาพที่เกี่ยวข้อง

Back to the list

More Related

  • จากตอนที่แล้ว เราได้ทำความรู้จักกับเส้นทางเศรษฐกิจสายอาเซียนหรือ GMS Economic Corridors ซึ่งเป็นเส้นทางคมนาคมสายสำคัญที่ช่วยสร้างความเชื่อมโยงกับประเทศทั้งในและนอกภูมิภาคอาเซียน GMS Economic Corridors ใช้เป็นเส้นทางสำหรับขนส่ง กระจายสินค้า ลำเลียงวัตถุดิบ อีกทั้งรองรับนักท่องเที่ยวที่มีจำนวนเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ตามความพร้อมของโครงสร้างพื้นฐานและระบบสาธารณูปโภคเพียงอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอต่อการเชื่อมโยงอย่างมีประสิทธิภาพ แต่ยังต้องอาศัยความเชื่อมโยงด้านกฎระเบียบ (Software Connectivity) เพื่ออำนวยความสะดวกและลดขั้นตอนการขนส่งที่ซับซ้อนลงจากที่เป็นอยู่
  • ปัจจุบัน ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนหรือ ASEAN Economic Community เป็นหัวข้อที่ถูกกล่าวถึงในทุกแวดวง และในขณะเดียวกัน เรามักจะได้ยินคำว่า GMS Economic Corridors อยู่บ่อยครั้ง จนหลายคนตั้งคำถามว่า GMS Economic Corridor คืออะไร และมีความสำคัญอย่างไรต่อการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศไทยและภูมิภาคอาเซียน วันนี้เราจะมาทำความรู้จักกับเส้นทางเศรษฐกิจสายสำคัญ ๆ เหล่านี้ให้มากยิ่งขึ้น
  • การประชุมสุดยอดกรอบความร่วมมือเอเชีย (Asia Cooperation Dialogue) หรือ ACD จะกลับมา ที่ประเทศไทยอีกครั้ง ต้นเดือนตุลาคม 2559 และครั้งนี้จะเป็นครั้งแรกที่ ACD เปิดเวทีภาคเอกชน ภายใต้ชื่อ ACD Connect โดยมีจุดประสงค์หลักคือส่งเสริมการเชื่อมโยงการเงินในภูมิภาคเอเชีย เพื่อส่งเสริมให้เกิดความร่วมมือด้านนโยบายระหว่างประเทศสมาชิกเพื่อการขยายตัวในด้านการค้าและการลงทุนในภูมิภาค
  • เทรนด์ “รักษ์” สุขภาพ กำลังแรงไปทั่วโลก สะท้อนจากที่ผู้คนหันมาออกกำลังกายและบริโภคอาหารปลอดสารพิษและเป็นประโยชน์ต่อสุขภาพ ทางเลือกหนึ่งของผู้บริโภคกลุ่มนี้ คือ “ผลิตภัณฑ์เกษตรอินทรีย์” ที่ปลูกโดยปราศจากการใช้ยาฆ่าแมลง และไม่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ
  • “โมร็อกโก” เป็นที่รู้จักในฐานะประเทศน่าเที่ยวแห่งหนึ่งของโลก แต่ในแง่โอกาสทางเศรษฐกิจ น้อยคนที่จะรู้ว่า โมร็อกโกเป็นอีกหนึ่งประเทศที่มีศักยภาพ ด้วยตลาดภายในประเทศกว่า 30 ล้านคน และการเป็นประตูบานสำคัญสู่ตลาดการค้าการลงทุนแอฟริกา

ประเภทข่าว


แหล่งข้อมูลข่าวเศรษฐกิจ