โมซัมบิก

สาธารณรัฐโมซัมบิก หรือ Republic of Mozambique เป็นประเทศหนึ่งในแถบแอฟริกาซึ่งอุดมไปด้วยทรัพยากรธรรมชาติ ทั้งแหล่งแร่ และป่าไม้ มีภูมิประเทศและภูมิอากาศเหมาะแก่การทำการเกษตร ทั้งยังมีอุตสาหกรรมประมงที่ดึงดูดนักลงทุนจากหลายประเทศรวมทั้งประเทศไทย นอกจากนี้ ยังมีเมืองท่าที่เชื่อมต่อการค้าการขนส่งถึง 4 แห่ง ปัจจัยบวกเหล่านี้ผลักดันให้โมซัมบิกเป็นตลาดใหม่อีกแห่งหนึ่งที่น่าจับตามอง แม้ประชากรในโมซัมบิกส่วนใหญ่จะอยู่ในภาวะยากจนก็ตาม

ข้อมูลทั่วไป

ภูมิประเทศและภูมิอากาศ

โมซัมบิก ตั้งอยู่ทางชายฝั่งด้านตะวันออกเฉียงใต้ของทวีปแอฟริกา มีพื้นที่ทั้งหมด 799,380 ตารางกิโลเมตร พรมแดนทิศเหนือติดกับแทนซาเนีย ทิศใต้ติดกับแอฟริกาใต้และสวาซิแลนด์ ทิศตะวันออกติดกับมหาสมุทรอินเดีย ทิศตะวันตกติดกับมาลาวี ซิมบับเว แซมเบีย มีลักษณะอากาศแบบร้อนชื้น เดือนที่มีอากาศร้อนที่สุดคือมกราคม อุณหภูมิเฉลี่ย 22-31 องศาเซลเซียส เดือนที่มีอากาศเย็นที่สุดคือมิถุนายน อุณหภูมิเฉลี่ย 13-24 องศาเซลเซียส

ประชากร

ปัจจุบันโมซัมบิกมีประชากรประมาณ 23 ล้านคน (2555) ประกอบด้วยชนเผ่า Makhuwa, Tsonga, Lomwe, Sena, และอื่น ๆ

ทั้งนี้ ประชากรผู้ใช้แรงงานในโมซัมบิกกว่า 81% ทำงานอยู่ในภาคเกษตรกรรม ภาคบริการ 13% และภาคอุตสาหกรรม 6% โดยประชากรกว่า 70% ของประเทศยังอยู่ในภาวะยากจน

การเมืองการปกครอง

โมซัมบิกปกครองด้วยระบอบประชาธิปไตยแบบสาธารณรัฐ เป็นระบบสภาเดียว โดยมีประธานาธิบดีซึ่งมาจากการเลือกตั้ง เป็นประมุขแห่งรัฐ ดำรงตำแหน่งวาระละ 5 ปี แต่ไม่เกิน 2 สมัย และมีนายกรัฐมนตรีซึ่งมาจากการแต่งตั้งโดยประธานาธิบดี เป็นผู้นำรัฐบาล

ด้านการแบ่งเขตการปกครองนั้น โมซัมบิกแบ่งการปกครองเป็น 10 เขต (Provincias หรือ Provincia) และเมือง 1 เมือง ได้แก่ Cabo Delgado, Gaza, Inhambane, Manica, Nampula, Niassa, Sofala, Tete, Zambezia โดยมีเมืองหลวงคือ กรุงมาปูโต (Cidade de Maputo) ซึ่งมีสถานะเป็นเมืองท่าด้วย นอกจากนี้ ยังมีเมืองท่าที่สำคัญอื่นๆ ได้แก่ Beira, Nacala และ Quelimane

ภาษา

ภาษาราชการของโมซัมบิก คือ โปรตุเกส และอีมากูวา

ศาสนา

ชาวโมซัมบิกส่วนใหญ่นับถือศาสนา โรมันคาทอลิก 23.8% ไซออนนิสต์คริสเตียน 17.5%
อิสลาม 17.8% อื่น ๆ 17.8% ไม่มีศาสนา 23.1%

สกุลเงิน

หน่วยเงินตราของโมซัมบิก คือ โมซัมบิกเมติกัล มีรหัสสกุลเงิน คือ MZN ปัจจุบันมีอัตราแลกเปลี่ยนอยู่ที่ 1.01 MZN ต่อ 1 บาท (ข้อมูลล่าสุด ณ วันที่ 3 พฤษภาคม 2556)

โครงสร้างพื้นฐาน

โมซัมบิกมีเมืองท่าสำคัญ 4 แห่ง ได้แก่ กรุงมาปูโต (Cidade de Maputo) ,Beira, Nacala และ Quelimane และมีทางรถไฟเชื่อมเส้นทางขนส่ง ซึ่งปัจจุบันบริษัทอินเดียรายหนึ่งกำลังซ่อมแซมทางรถไฟจากเมือง Tete ไปยังท่าเรือเมือง Beira ระยะทางประมาณ 900 กม.

ส่วนโครงสร้างพื้นฐานอื่นๆ นั้น โมซัมบิกมีการผลิตไฟฟ้าด้วยพลังน้ำเป็นส่วนใหญ่ถึง 90% และมีการผลิตไฟฟ้าจากถ่านหินด้วยแต่ไม่มากนัก

ข้อมูลทั่วไปประเทศโมซัมบิก

ภูมิประเทศและภูมิอากาศ

โมซัมบิก ตั้งอยู่ทางชายฝั่งด้านตะวันออกเฉียงใต้ของทวีปแอฟริกา มีพื้นที่ทั้งหมด 799,380 ตารางกิโลเมตร พรมแดนทิศเหนือติดกับแทนซาเนีย ทิศใต้ติดกับแอฟริกาใต้และสวาซิแลนด์ ทิศตะวันออกติดกับมหาสมุทรอินเดีย ทิศตะวันตกติดกับมาลาวี ซิมบับเว แซมเบีย มีลักษณะอากาศแบบร้อนชื้น เดือนที่มีอากาศร้อนที่สุดคือมกราคม อุณหภูมิเฉลี่ย 22-31 องศาเซลเซียส เดือนที่มีอากาศเย็นที่สุดคือมิถุนายน อุณหภูมิเฉลี่ย 13-24 องศาเซลเซียส

ประชากร

ปัจจุบันโมซัมบิกมีประชากรประมาณ 23 ล้านคน (2555) ประกอบด้วยชนเผ่า Makhuwa, Tsonga, Lomwe, Sena, และอื่น ๆ

ทั้งนี้ ประชากรผู้ใช้แรงงานในโมซัมบิกกว่า 81% ทำงานอยู่ในภาคเกษตรกรรม ภาคบริการ 13% และภาคอุตสาหกรรม 6% โดยประชากรกว่า 70% ของประเทศยังอยู่ในภาวะยากจน

การเมืองการปกครอง

โมซัมบิกปกครองด้วยระบอบประชาธิปไตยแบบสาธารณรัฐ เป็นระบบสภาเดียว โดยมีประธานาธิบดีซึ่งมาจากการเลือกตั้ง เป็นประมุขแห่งรัฐ ดำรงตำแหน่งวาระละ 5 ปี แต่ไม่เกิน 2 สมัย และมีนายกรัฐมนตรีซึ่งมาจากการแต่งตั้งโดยประธานาธิบดี เป็นผู้นำรัฐบาล

ด้านการแบ่งเขตการปกครองนั้น โมซัมบิกแบ่งการปกครองเป็น 10 เขต (Provincias หรือ Provincia) และเมือง 1 เมือง ได้แก่ Cabo Delgado, Gaza, Inhambane, Manica, Nampula, Niassa, Sofala, Tete, Zambezia โดยมีเมืองหลวงคือ กรุงมาปูโต (Cidade de Maputo) ซึ่งมีสถานะเป็นเมืองท่าด้วย นอกจากนี้ ยังมีเมืองท่าที่สำคัญอื่นๆ ได้แก่ Beira, Nacala และ Quelimane

ภาษา

ภาษาราชการของโมซัมบิก คือ โปรตุเกส และอีมากูวา

ศาสนา

ชาวโมซัมบิกส่วนใหญ่นับถือศาสนา โรมันคาทอลิก 23.8% ไซออนนิสต์คริสเตียน 17.5%
อิสลาม 17.8% อื่น ๆ 17.8% ไม่มีศาสนา 23.1%

สกุลเงิน

หน่วยเงินตราของโมซัมบิก คือ โมซัมบิกเมติกัล มีรหัสสกุลเงิน คือ MZN ปัจจุบันมีอัตราแลกเปลี่ยนอยู่ที่ 1.01 MZN ต่อ 1 บาท (ข้อมูลล่าสุด ณ วันที่ 3 พฤษภาคม 2556)

โครงสร้างพื้นฐาน

โมซัมบิกมีเมืองท่าสำคัญ 4 แห่ง ได้แก่ กรุงมาปูโต (Cidade de Maputo) ,Beira, Nacala และ Quelimane และมีทางรถไฟเชื่อมเส้นทางขนส่ง ซึ่งปัจจุบันบริษัทอินเดียรายหนึ่งกำลังซ่อมแซมทางรถไฟจากเมือง Tete ไปยังท่าเรือเมือง Beira ระยะทางประมาณ 900 กม.

ส่วนโครงสร้างพื้นฐานอื่นๆ นั้น โมซัมบิกมีการผลิตไฟฟ้าด้วยพลังน้ำเป็นส่วนใหญ่ถึง 90% และมีการผลิตไฟฟ้าจากถ่านหินด้วยแต่ไม่มากนัก

ข้อมูลการค้า-การลงทุน

ข้อมูลเศรษฐกิจการค้า

โมซัมบิกมีผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (GDP) ประมาณ 9.893 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ (ค่าประมาณปี 2553) มีรายได้ประชาชาติต่อหัวราว 1,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ และมีอัตราการเจริญเติบโต GDP อยู่ที่ 7% โดยพึ่งพาภาคบริการและภาคอุตสาหกรรมเป็นส่วนใหญ่ มีสินค้าส่งออกที่สำคัญ ได้แก่ อะลูมิเนียม กุ้ง มะม่วงหิมพานต์ ฝ้าย น้ำตาล ผลไม้ประเภทส้ม ไม้ซุง ซึ่งมีตลาดหลัก คือ อิตาลี เบลเยี่ยม แอฟริกาใต้ สเปน และจีน ส่วนการนำเข้านั้น ส่วนใหญ่โมซัมบิกจะนำเข้าสินค้าประเภทเครื่องมือเครื่องจักร พาหนะ เชื้อเพลิง เคมีภัณฑ์ ผลิตภัณฑ์จากเหล็กกล้า อาหาร สิ่งทอ โดยมีผู้นำเข้าหลักคือ แอฟริกาใต้ จีน ออสเตรเลีย อินเดีย สหรัฐอเมริกา และโปรตุเกส

ด้านการค้าระหว่างไทยและสาธารณรัฐโมซัมบิกอยู่ในระดับปานกลาง ในปี 2555 มีมูลค่ารวม 180.23 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ โดยไทยส่งออก 163.48 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ และนำเข้าสินค้าจากโมซัมบิก 16.75 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ สินค้าส่งออกหลักของไทย ได้แก่ ข้าว น้ำมันสำเร็จรูป ปูนซีเมนต์ รถยนต์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ เหล็ก เหล็กกล้าและผลิตภัณฑ์ สินค้าอาหารกระป๋อง ขนม และสินค้าสำหรับบริโภคทั่วไป เช่น สบู่ ผงซักฟอก และอื่น ๆ สำหรับสินค้านำเข้าหลักของไทย ได้แก่ ด้ายและเส้นใย สัตว์น้ำสดแช่เย็น/แช่แข็ง/แปรรูปและกึ่งแปรรูป ไม้ซุง ไม้แปรรูปและผลิตภัณฑ์ โลหะ ในชั้นนี้ การลงทุนของ ปตท. สผ. ของไทยได้ไปซื้อธุรกิจก๊าซธรรมชาติในโมซัมบิกจาก บริษัท Cove Energy ของประเทศอังกฤษเป็นจำนวนเงิน 1.8 พันล้านปอนด์อังกฤษ นอกจากนี้ มีร้านอาหารไทยเปิดที่กรุงมาปูโตแล้วจำนวน 3 ร้าน

ข้อมูลการค้า-การลงทุน

ข้อมูลเศรษฐกิจการค้า

โมซัมบิกมีผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (GDP) ประมาณ 9.893 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ (ค่าประมาณปี 2553) มีรายได้ประชาชาติต่อหัวราว 1,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ และมีอัตราการเจริญเติบโต GDP อยู่ที่ 7% โดยพึ่งพาภาคบริการและภาคอุตสาหกรรมเป็นส่วนใหญ่ มีสินค้าส่งออกที่สำคัญ ได้แก่ อะลูมิเนียม กุ้ง มะม่วงหิมพานต์ ฝ้าย น้ำตาล ผลไม้ประเภทส้ม ไม้ซุง ซึ่งมีตลาดหลัก คือ อิตาลี เบลเยี่ยม แอฟริกาใต้ สเปน และจีน ส่วนการนำเข้านั้น ส่วนใหญ่โมซัมบิกจะนำเข้าสินค้าประเภทเครื่องมือเครื่องจักร พาหนะ เชื้อเพลิง เคมีภัณฑ์ ผลิตภัณฑ์จากเหล็กกล้า อาหาร สิ่งทอ โดยมีผู้นำเข้าหลักคือ แอฟริกาใต้ จีน ออสเตรเลีย อินเดีย สหรัฐอเมริกา และโปรตุเกส

ด้านการค้าระหว่างไทยและสาธารณรัฐโมซัมบิกอยู่ในระดับปานกลาง ในปี 2555 มีมูลค่ารวม 180.23 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ โดยไทยส่งออก 163.48 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ และนำเข้าสินค้าจากโมซัมบิก 16.75 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ สินค้าส่งออกหลักของไทย ได้แก่ ข้าว น้ำมันสำเร็จรูป ปูนซีเมนต์ รถยนต์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ เหล็ก เหล็กกล้าและผลิตภัณฑ์ สินค้าอาหารกระป๋อง ขนม และสินค้าสำหรับบริโภคทั่วไป เช่น สบู่ ผงซักฟอก และอื่น ๆ สำหรับสินค้านำเข้าหลักของไทย ได้แก่ ด้ายและเส้นใย สัตว์น้ำสดแช่เย็น/แช่แข็ง/แปรรูปและกึ่งแปรรูป ไม้ซุง ไม้แปรรูปและผลิตภัณฑ์ โลหะ ในชั้นนี้ การลงทุนของ ปตท. สผ. ของไทยได้ไปซื้อธุรกิจก๊าซธรรมชาติในโมซัมบิกจาก บริษัท Cove Energy ของประเทศอังกฤษเป็นจำนวนเงิน 1.8 พันล้านปอนด์อังกฤษ นอกจากนี้ มีร้านอาหารไทยเปิดที่กรุงมาปูโตแล้วจำนวน 3 ร้าน

กฎระเบียบการทำธุรกิจ

รัฐบาลโมซัมบิกมีความต้องการที่จะให้มีการซื้อ - ขายพลอยอย่างถูกฎหมาย โดยประสงค์จะให้บริษัทต่างชาติที่มีความเชี่ยวชาญด้านการสำรวจและขุดเจาะไปร่วมลงทุนกับ บริษัทโมซัมบิกในกิจการดังกล่าวอย่างถูกต้อง ปัจจุบันได้มี บริษัทของอังกฤษและออสเตรเลียเริ่มเข้าไปลงทุนอย่างถูกต้องแล้ว จึงส่งผลให้การลักลอบนำพลอยดิบออกจากโมซัมบิกยากขึ้น เนื่องจากบริษัทต่างชาติที่เข้าไปลงทุนจะจับตามองและป้องกันการลักลอบนำพลอยดิบออกจากโมซัมบิกอย่างผิดกฎหมาย ทั้งนี้ การซื้อพลอยอย่างผิดกฎหมายจะถูกจับกุมและต้องเสียเงินค่าสินบนเพื่อออกมาจากคุก ประมาณ 5,000 – 10,000 ดอลลาร์สหรัฐ

นโยบายการส่งเสริมการลงทุน

นโยบายด้านเศรษฐกิจของรัฐบาลโมซัมบิกชุดปัจจุบันเน้นการแก้ไขปัญหาความยากจน โดยทำให้ระบบเศรษฐกิจมวลรวมของประเทศมีเสถียรภาพและปรับปรุงการบริการภาคสาธารณะให้ดีขึ้น ด้านการส่งเสริมการลงทุนนั้น โมซัมบิกมีหน่วยงานส่งเสริมการลงทุน โดยมีมาตรการด้านภาษีจูงใจสำหรับนักลงทุน

สิทธิประโยชน์

การให้สิทธิพิเศษจะต่างกันไปตามเขตที่นักลงทุนไปลงทุนและประเภทของการลงทุน แต่โดยเฉลี่ยนักลงทุนจะได้รับการยกเว้นภาษีนำเข้าประมาณ 50-80% โดยเฉพาะภาษีเครื่องจักรและอุปกรณ์การเกษตร และการก่อสร้าง นอกจากนี้โมซัมบิกยังได้กำหนด Rapid Development Zone เช่นจังหวัด Niassa, Nacala และZambezi และเขต Ilha de Mozambique และ Ibo Island ซึ่งนักลงทุนจะได้สิทธิพิเศษทางภาษีด้านอื่น ๆ ด้วย เช่น ภาษีการโอนที่ดิน เป็นต้น

นอกจากนี้ ประเทศไทย และโมซัมบิก ยังมีการเจรจาเพื่อลงนามในข้อตกลงความร่วมมือทางเศรษฐกิจที่เป็นประโยชน์ต่อผู้ประกอบการไทยหลายฉบับ เช่น

  • บันทึกความเข้าใจ (MoU) เรื่องความร่วมมือด้านทรัพยากรแร่ระหว่างไทยกับโมซัมบิก ลงนามแล้วเมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2556
  • ความตกลงว่าด้วยการส่งเสริมและคุ้มครองการลงทุน ล่าสุด กรมเศรษฐกิจระหว่างประเทศ แจ้งว่ากรอบการเจรจาความตกลงดังกล่าวเพิ่งจะได้รับความเห็นชอบจากรัฐสภาเมื่อเดือนกันยายน 2553 ขณะนี้ ได้ส่งร่างความตกลงฯ ให้หน่วยงานของไทย 13 แห่ง ร่วมพิจารณาด้วยแล้ว
  • อนุสัญญาว่าด้วยการเว้นการเก็บภาษีซ้อน ล่าสุด กรมสรรพากรแจ้งว่า กรอบการเจรจาอนุสัญญาฯ ผ่านการพิจารณาของ ครม. แล้ว แต่ยังไม่ได้รับความเห็นชอบจากรัฐสภา จึงยังไม่สามารถกำหนดการจัดประชุมเจรจาทวิภาคีกับโมซัมบิกได้

ประเด็นท้าทายในการทำธุรกิจ

โมซัมบิกยังมีอุปสรรคสำคัญคือ ความขลุกขลักในการจัดการภายในประเทศ การใช้ภาษาโปรตุเกสเป็นหลัก ประชากรส่วนมากไม่ใช้ภาษาอังกฤษในการสื่อสาร และมีไข้มาลาเรียระบาดเป็นระยะ ประชากรกว่า 70% ของประเทศยังอยู่ในภาวะยากจน ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อกำลังซื้อในโมซัมบิก นอกจากนี้ กฎหมายบางอย่าง เช่น กฎระเบียบเกี่ยวกับประมงที่เข้มงวดและเอื้อประโยชน์ต่อญี่ปุ่นและโปรตุเกส กระทบต่อการเข้าไปประกอบธุรกิจประมงของผู้ประกอบการไทย


    

สารระน่ารู้

  • ศูนย์ธุรกิจสัมพันธ์ กระทรวงการต่างประเทศ ได้รับรายงานที่น่าสนใจจากสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงไคโร (ประเทศอียิปต์) เกี่ยวกับความเคลื่อนไหวทางเศรษฐกิจอียิปต์ในโครงการพัฒนาคลองสุเอซซึ่งเป็นแหล่งรายได้หลักอันดับต้น ๆ ของประเทศ เลยหยิบมาฝากกัน ณ ที่นี้...
  • ตั้งแต่รัฐบาลญี่ปุ่นยกเว้นการตรวจลงตรา (visa) สำหรับการพำนักระยะสั้นไม่เกิน 15 วัน แก่คนไทย เมื่อวันที่ 1กรกฎาคม 2556 เป็นต้นมา คนไทยเดินทางมาท่องเที่ยวญี่ปุ่นเพิ่มขึ้น  เป็นจำนวนมาก หลายรายประสบปัญหาต่างๆ ในระหว่างการเดินทาง สถานเอกอัครราชทูตฯ จึงขอแจ้งข้อแนะนำสำหรับนักท่องเที่ยวไทย ดังนี้
  • สืบเนื่องจากสำนักข่าว Reuters รายงานข่าวเรื่อง “Denmark to join shale gas quest in Europe” เมื่อวันที่ 26 มิถุนายน 2557 ระบุว่า เดนมาร์กอนุญาตให้บริษัท TOTAL ซึ่งเป็นบริษัทด้านพลังงานของฝรั่งเศสเข้าทำการขุดเจาะบ่อทดสอบเพื่อหาตัวอย่างก๊าซธรรมชาติจากหินดินดาน (Shale gas)
  • สำนักข่าวซินหัว-เขตฯ กว่างซีจ้วง : “สิ่งของหรือสินค้านำเข้าส่งออกผ่านทางระบบ E-Commerce ระหว่างประเทศจำต้องสำแดงต่อเจ้าหน้าที่ศุลกากร มิเช่นนั้น มีความผิดฐานลักลอบ” เป็นประกาศฉบับใหม่ล่าสุดที่สำนักงานศุลกากรแห่งชาติจีนบังคับใช้เมื่อวันที่ 1 ส.ค. 57 ที่ผ่านมา
  • นักลงทุนจากเมืองเบียร์มีประวัติการเข้ามาลงทุนในแดนภารตะมาอย่างยาวนาน ย้อนหลังไปถึงศตวรรษที่ 16 จนถึงปัจจุบัน ถือเป็นผู้ลงทุนรายใหญ่เป็นลำดับสามจากยุโรปที่ลงทุนในอินเดีย  
    จากสถิติ การลงทุนของนักลงทุนเมืองเบียร์ในอินเดียช่วงปี 2547 จนถึงปี 2556  มียอดรวม 757 โครงการ มูลค่ารวมทั้งสิ้นกว่า 34 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ส่วนใหญ่เป็นการลงทุนประเภท Greenfield คือ มาตั้งโรงงานผลิตและจำหน่ายในตลาด โดยมีถึง 564 โครงการ มูลค่ารวมเหนาะๆ 22 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ และส่วนใหญ่อยู่ในสาขาอุตสาหกรรมไฟฟ้า วิศวกรรมอิเล็กทรอนิกส์ เคมีภัณฑ์และวิศวกรรมเครื่องกล และชิ้นส่วนยานยนต์
  • เว็บไซต์ข่าวซินหัวเขตฯ กว่างซีจ้วง : ทางการกว่างซีจับมือภาครัฐและภาคเอกชนลุยโปรเจกต์ “ผลไม้ออนไลน์” ผ่านเว็บไซต์อีคอมเมิร์ซ Taobao เสริมช่องทางระบายสินค้า สร้างมูลค่าเพิ่มให้กับตัวสินค้า เพิ่มเม็ดเงินรายได้ให้แก่เกษตรกร




เอกสารอ้างอิง