แทนซาเนีย

สหสาธารณรัฐแทนซาเนีย (United Republic of Tanzania) เป็นประเทศหนึ่งในกลุ่มตลาดใหม่ที่น่าสนใจสำหรับนักลงทุนไทย โดยเฉพาะธุรกิจในกลุ่มเหมืองแร่ เนื่องจากแทนซาเนียมีแหล่งทรัพยากรแร่มากมาย เช่น เพชร ทองคำ เหล็ก กลุ่มแร่ทองคำขาว ดีบุก ทังสเตน รัตนชาติ ถ่านหิน ประกอบกับรัฐบาลแทนซาเนียมีนโยบายส่งเสริมการลงทุนจากต่างประเทศ และโดยเฉพาะอุตสาหกรรมเหมืองแร่ ซึ่งปัจจุบันนักธุรกิจไทยได้เข้าไปเจาะตลาดซื้อขายแร่รัตนชาติในแทนซาเนีย และเริ่มมีการทำเหมืองพลอยบ้างแล้ว

ข้อมูลทั่วไป

ภูมิประเทศและภูมิอากาศ

สหสาธารณรัฐแทนซาเนีย ประกอบด้วย 2 สาธารณรัฐ คือ แทนกานยิกา(Tanganyika) และแซนซิบาร์ (Zanzibar) สาธารณรัฐแทนกานยิกาตั้งอยู่บนชายฝั่งตะวันออกของทวีปแอฟริกาติดกับมหาสมุทรอินเดีย ระหว่างประเทศเคนยาและโมแซมบิก พรมแดนทั้งหมดยาว 3,861 กิโลเมตร อาณาเขตทางด้านเหนือและตะวันออกติดกับเคนยา (769 กิโลเมตร) และยูกันดา (396 กิโลเมตร) รวมทั้งทะเลสาบวิคตอเรีย ทิศตะวันตกติดกับรวันดา (217 กิโลเมตร) บุรุนดี (451 กิโลเมตร) สาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก (เดิมคือซาอีร์) (459 กิโลเมตร) และทะเลสาบแทนกานยิกา ทิศตะวันตกเฉียงใต้ติดกับแซมเบีย (338 กิโลเมตร) และมาลาวี (475 กิโลเมตร) และทะเลสาบมาลาวี ทิศใต้ติดกับโมซัมบิก (756 กิโลเมตร) ทางเหนือมีภูเขาคิลิมันจาโร (Kilimanjaro) ซึ่งเป็นยอดเขาที่สูงสุดในทวีปแอฟริกา สาธารณรัฐแซนซิบาร์ ประกอบด้วยเกาะแซนซิบาร์และเกาะเพมบา (Pemba) อยู่ห่างจากชายฝั่งของแทนกานยิกา ประมาณ 40 กิโลเมตร ความยาวชายฝั่ง 1,424 กิโลเมตร

แทนซาเนียมีพื้นที่ 883,749 ตารางกิโลเมตร (ใหญ่กว่าไทยประมาณ 1.5 เท่า) สภาพภูมิประเทศแทนซาเนียมีที่ราบบริเวณชายฝั่ง ตอนกลางเป็นที่ราบสูง ทางตอนเหนือและใต้มีลักษณะเป็นที่สูง ส่วนสภาพภูมิอากาศมีลักษณะอากาศแตกต่างกันจากลักษณะอากาศ คือ ร้อนบริเวณชายฝั่ง และอากาศดีในพื้นที่สูง โดยทั่วไปอากาศร้อนชื้น ช่วงฤดูฝน (พ.ย. - พ.ค.) อุณหภูมิประมาณ 30 องศาเซลเซียส ช่วง มิ.ย. - ต.ค. อากาศเย็น อุณหภูมิประมาณ 23 องศาเซลเซียส

ประชากร

ปัจจุบันแทนซาเนียมีประชากรราว 47.7 ล้านคน (ประมาณการปี 2555) ประกอบด้วยเผ่าพันธุ์ต่าง ๆ กว่า 120 เผ่า ซึ่งมีต้นกำเนิดจากเผ่า Bantu แต่ละเผ่าพันธุ์มีภาษาและสำเนียงเฉพาะของตนเอง แต่มีไม่เกิน 1 ใน 10 ของประชากร เผ่าที่มีขนาดใหญ่ ได้แก่ Sukuma และ Nyamwezi ส่วนประชากรในเกาะแซนซิบาร์และเกาะเพมบามีเชื้อสายแอฟริกันผสมอาหรับ

การเมืองการปกครอง

แทนซาเนียปกครองในระบอบสาธารณรัฐประชาธิปไตย (Republic) มีประธานาธิบดีดำรงตำแหน่งประมุขแห่งรัฐ ผู้นำรัฐบาล และผู้บัญชาการทหารสูงสุด ดำรงตำแหน่ง คราวละ 5 ปี ทั้งนี้ หากประธานาธิบดีมาจากแซนซิบาร์ รองประธานาธิบดีต้องมาจากแทนกานยิกา ในทางกลับกันหากประธานาธิบดีมาจากแทนกานยิกา รองประธานาธิบดีต้องมาจากแซนซิบาร์

ด้านการแบ่งเขตการปกครองในแทนซาเนียนั้นแบ่งเป็น 25 เขต ได้แก่ Arusha, Dar es Salaam, Dodoma,Iringa, Kigoma, Kilimanjaro, Lindi, Mara, Mbeya, Morogoro, Mtwara,Mwanza, Pemba North, Pemba South, Pwani, Rukwa, Ruvuma, Shinyanga,Singida, Tabora, Tanga, Zanzibar Central/South, Zanzibar North, Zanzibar Urban/West, Ziwa Magharibi ทั้งนี้ เมืองหลวง คือ นครดาร์ เอส ซาลาม (Dar es Salaam) เป็นเมืองสำคัญที่สุดในประเทศ กรุงโดโดมา (Dodoma) เป็นที่ตั้งของรัฐบาล ในขณะที่ เมืองสำคัญอื่นๆ ได้แก่ Zanzibar (ประชากร 270,000 คน) Mwanza (480,000 คน) Tanga (460,000 คน) Arusha (250,000 คน)

ภาษา

ชาวแทนซาเนียใช้ภาษาอังกฤษและ Swahili เป็นภาษาราชการและใช้กันทั่วไปในประเทศ

ศาสนา

ประชาชนส่วนใหญ่นับถือศาสนาอิสลาม 35% ความเชื่อดั้งเดิม 35% และ Mainland ศาสนาคริสต์ 30%

สกุลเงิน

ระบบเงินตราที่ใช้ในแทนซาเนียคือเงินสกุล “ชิลลิงแทนซาเนีย” มีรหัสสกุลเงิน คือ TZS ปัจจุบันมีอัตราแลกเปลี่ยนอยู่ที่ประมาณ 1 บาท ต่อ  54.9348 TZS (ข้อมูลล่าสุด 14 พฤษภาคม 2556)

โครงสร้างพื้นฐาน

แทนซาเนียยังขาดแคลนสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐาน

ข้อมูลทั่วไปประเทศแทนซาเนีย

ภูมิประเทศและภูมิอากาศ

สหสาธารณรัฐแทนซาเนีย ประกอบด้วย 2 สาธารณรัฐ คือ แทนกานยิกา(Tanganyika) และแซนซิบาร์ (Zanzibar) สาธารณรัฐแทนกานยิกาตั้งอยู่บนชายฝั่งตะวันออกของทวีปแอฟริกาติดกับมหาสมุทรอินเดีย ระหว่างประเทศเคนยาและโมแซมบิก พรมแดนทั้งหมดยาว 3,861 กิโลเมตร อาณาเขตทางด้านเหนือและตะวันออกติดกับเคนยา (769 กิโลเมตร) และยูกันดา (396 กิโลเมตร) รวมทั้งทะเลสาบวิคตอเรีย ทิศตะวันตกติดกับรวันดา (217 กิโลเมตร) บุรุนดี (451 กิโลเมตร) สาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก (เดิมคือซาอีร์) (459 กิโลเมตร) และทะเลสาบแทนกานยิกา ทิศตะวันตกเฉียงใต้ติดกับแซมเบีย (338 กิโลเมตร) และมาลาวี (475 กิโลเมตร) และทะเลสาบมาลาวี ทิศใต้ติดกับโมซัมบิก (756 กิโลเมตร) ทางเหนือมีภูเขาคิลิมันจาโร (Kilimanjaro) ซึ่งเป็นยอดเขาที่สูงสุดในทวีปแอฟริกา สาธารณรัฐแซนซิบาร์ ประกอบด้วยเกาะแซนซิบาร์และเกาะเพมบา (Pemba) อยู่ห่างจากชายฝั่งของแทนกานยิกา ประมาณ 40 กิโลเมตร ความยาวชายฝั่ง 1,424 กิโลเมตร

แทนซาเนียมีพื้นที่ 883,749 ตารางกิโลเมตร (ใหญ่กว่าไทยประมาณ 1.5 เท่า) สภาพภูมิประเทศแทนซาเนียมีที่ราบบริเวณชายฝั่ง ตอนกลางเป็นที่ราบสูง ทางตอนเหนือและใต้มีลักษณะเป็นที่สูง ส่วนสภาพภูมิอากาศมีลักษณะอากาศแตกต่างกันจากลักษณะอากาศ คือ ร้อนบริเวณชายฝั่ง และอากาศดีในพื้นที่สูง โดยทั่วไปอากาศร้อนชื้น ช่วงฤดูฝน (พ.ย. - พ.ค.) อุณหภูมิประมาณ 30 องศาเซลเซียส ช่วง มิ.ย. - ต.ค. อากาศเย็น อุณหภูมิประมาณ 23 องศาเซลเซียส

ประชากร

ปัจจุบันแทนซาเนียมีประชากรราว 47.7 ล้านคน (ประมาณการปี 2555) ประกอบด้วยเผ่าพันธุ์ต่าง ๆ กว่า 120 เผ่า ซึ่งมีต้นกำเนิดจากเผ่า Bantu แต่ละเผ่าพันธุ์มีภาษาและสำเนียงเฉพาะของตนเอง แต่มีไม่เกิน 1 ใน 10 ของประชากร เผ่าที่มีขนาดใหญ่ ได้แก่ Sukuma และ Nyamwezi ส่วนประชากรในเกาะแซนซิบาร์และเกาะเพมบามีเชื้อสายแอฟริกันผสมอาหรับ

การเมืองการปกครอง

แทนซาเนียปกครองในระบอบสาธารณรัฐประชาธิปไตย (Republic) มีประธานาธิบดีดำรงตำแหน่งประมุขแห่งรัฐ ผู้นำรัฐบาล และผู้บัญชาการทหารสูงสุด ดำรงตำแหน่ง คราวละ 5 ปี ทั้งนี้ หากประธานาธิบดีมาจากแซนซิบาร์ รองประธานาธิบดีต้องมาจากแทนกานยิกา ในทางกลับกันหากประธานาธิบดีมาจากแทนกานยิกา รองประธานาธิบดีต้องมาจากแซนซิบาร์

ด้านการแบ่งเขตการปกครองในแทนซาเนียนั้นแบ่งเป็น 25 เขต ได้แก่ Arusha, Dar es Salaam, Dodoma,Iringa, Kigoma, Kilimanjaro, Lindi, Mara, Mbeya, Morogoro, Mtwara,Mwanza, Pemba North, Pemba South, Pwani, Rukwa, Ruvuma, Shinyanga,Singida, Tabora, Tanga, Zanzibar Central/South, Zanzibar North, Zanzibar Urban/West, Ziwa Magharibi ทั้งนี้ เมืองหลวง คือ นครดาร์ เอส ซาลาม (Dar es Salaam) เป็นเมืองสำคัญที่สุดในประเทศ กรุงโดโดมา (Dodoma) เป็นที่ตั้งของรัฐบาล ในขณะที่ เมืองสำคัญอื่นๆ ได้แก่ Zanzibar (ประชากร 270,000 คน) Mwanza (480,000 คน) Tanga (460,000 คน) Arusha (250,000 คน)

ภาษา

ชาวแทนซาเนียใช้ภาษาอังกฤษและ Swahili เป็นภาษาราชการและใช้กันทั่วไปในประเทศ

ศาสนา

ประชาชนส่วนใหญ่นับถือศาสนาอิสลาม 35% ความเชื่อดั้งเดิม 35% และ Mainland ศาสนาคริสต์ 30%

สกุลเงิน

ระบบเงินตราที่ใช้ในแทนซาเนียคือเงินสกุล “ชิลลิงแทนซาเนีย” มีรหัสสกุลเงิน คือ TZS ปัจจุบันมีอัตราแลกเปลี่ยนอยู่ที่ประมาณ 1 บาท ต่อ  54.9348 TZS (ข้อมูลล่าสุด 14 พฤษภาคม 2556)

โครงสร้างพื้นฐาน

แทนซาเนียยังขาดแคลนสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐาน

ข้อมูลการค้า-การลงทุน

ข้อมูลเศรษฐกิจการค้า

แทนซาเนียมีผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ(GDP) ประมาณ 22.67 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ (ค่าประมาณ ปี2553) มีรายได้ประชาชาติต่อหัวอยู่ที่ 1,400 ดอลลาร์สหรัฐฯ และมีอัตราการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจราว 6.5% ส่วนใหญ่พึ่งพารายได้จากภาคเกษตร มีสินค้าส่งออกที่สำคัญ คือ ทองคำ และผลผลิตทางการเกษตร ได้แก่ กาแฟ ฝ้าย ชา ป่านไซซาล กานพลู เม็ดมะม่วงหิมพานต์ และยาสูบ โดยมีตลาดหลัก ได้แก่ จีน อินเดีย ญี่ปุ่น เยอรมัน สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ส่วนสินค้าที่นำเข้า ได้แก่ สินค้าอุปโภคบริโภค เครื่องกลและอุปกรณ์การขนส่ง วัตถุดิบ และน้ำมันดิบ โดยมีประเทศคู่ค้า คือ จีน แอฟริกาใต้ เคนยา อินเดีย สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ และแอฟริกาใต้

ด้านความสัมพันธ์ทางการค้าระหว่างไทยและแทนซาเนียมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ในปี 2549 มีมูลค่าการค้ารวม 2,494 ล้านบาท ไทยส่งออกไปแทนซาเนียมูลค่ารวม 1,848 ล้านบาท ไทยนำเข้าจากแทนซาเนียรวม 647 ล้านบาท โดยสินค้าส่งออกของไทยที่สำคัญไปแทนซาเนีย ได้แก่ เสื้อผ้าสำเร็จรูป เม็ดพลาสติก หม้อแบตเตอรี่และส่วนประกอบ ผลิตภัณฑ์พลาสติก รถยนต์และส่วนประกอบ ส่วนสินค้านำเข้าที่สำคัญของไทยจากแทนซาเนีย ได้แก่ ด้ายและเส้นใย สัตว์น้ำแช่เย็น แช่แข็ง แปรรูป และกึ่งสำเร็จรูป เครื่องเพชรพลอย อัญมณี เงินแท่งและทองคำ

ทั้งนี้ แทนซาเนียมีศักยภาพเป็นตลาดที่สำคัญของไทย เพราะนอกจากเศรษฐกิจภายในประเทศจะมีอัตราการเติบโตที่น่าพอใจแล้วยังมีเสถียรภาพ และแทนซาเนียยังเป็นสมาชิกประชาคมแอฟริกาตะวันออก (East African Community - EAC) ซึ่งได้จัดตั้งสหภาพศุลกากรแล้ว เริ่มมีผลบังคับใช้เมื่อเดือนมกราคม พ.ศ. 2549 ทำให้สามารถเป็นจุดกระจายสินค้าที่สำคัญของไทยในภูมิภาคได้ด้วย

ข้อมูลการค้า-การลงทุน

ข้อมูลเศรษฐกิจการค้า

แทนซาเนียมีผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ(GDP) ประมาณ 22.67 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ (ค่าประมาณ ปี2553) มีรายได้ประชาชาติต่อหัวอยู่ที่ 1,400 ดอลลาร์สหรัฐฯ และมีอัตราการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจราว 6.5% ส่วนใหญ่พึ่งพารายได้จากภาคเกษตร มีสินค้าส่งออกที่สำคัญ คือ ทองคำ และผลผลิตทางการเกษตร ได้แก่ กาแฟ ฝ้าย ชา ป่านไซซาล กานพลู เม็ดมะม่วงหิมพานต์ และยาสูบ โดยมีตลาดหลัก ได้แก่ จีน อินเดีย ญี่ปุ่น เยอรมัน สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ส่วนสินค้าที่นำเข้า ได้แก่ สินค้าอุปโภคบริโภค เครื่องกลและอุปกรณ์การขนส่ง วัตถุดิบ และน้ำมันดิบ โดยมีประเทศคู่ค้า คือ จีน แอฟริกาใต้ เคนยา อินเดีย สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ และแอฟริกาใต้

ด้านความสัมพันธ์ทางการค้าระหว่างไทยและแทนซาเนียมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ในปี 2549 มีมูลค่าการค้ารวม 2,494 ล้านบาท ไทยส่งออกไปแทนซาเนียมูลค่ารวม 1,848 ล้านบาท ไทยนำเข้าจากแทนซาเนียรวม 647 ล้านบาท โดยสินค้าส่งออกของไทยที่สำคัญไปแทนซาเนีย ได้แก่ เสื้อผ้าสำเร็จรูป เม็ดพลาสติก หม้อแบตเตอรี่และส่วนประกอบ ผลิตภัณฑ์พลาสติก รถยนต์และส่วนประกอบ ส่วนสินค้านำเข้าที่สำคัญของไทยจากแทนซาเนีย ได้แก่ ด้ายและเส้นใย สัตว์น้ำแช่เย็น แช่แข็ง แปรรูป และกึ่งสำเร็จรูป เครื่องเพชรพลอย อัญมณี เงินแท่งและทองคำ

ทั้งนี้ แทนซาเนียมีศักยภาพเป็นตลาดที่สำคัญของไทย เพราะนอกจากเศรษฐกิจภายในประเทศจะมีอัตราการเติบโตที่น่าพอใจแล้วยังมีเสถียรภาพ และแทนซาเนียยังเป็นสมาชิกประชาคมแอฟริกาตะวันออก (East African Community - EAC) ซึ่งได้จัดตั้งสหภาพศุลกากรแล้ว เริ่มมีผลบังคับใช้เมื่อเดือนมกราคม พ.ศ. 2549 ทำให้สามารถเป็นจุดกระจายสินค้าที่สำคัญของไทยในภูมิภาคได้ด้วย

กฎระเบียบการทำธุรกิจ

การลงทุนในแทนซาเนีย เป็นไปได้ในหลายรูปแบบ เช่น ต่างชาติลงทุน 100% การร่วมลงทุน หรือการจัดตั้งสำนักงานสาขาของต่างประเทศ โดยการจดทะเบียนการดำเนินธุรกิจในประเทศในรูปแบบของกิจการส่วนตัว ห้าง หุ้นส่วน บริษัท จำกัด เป็นต้น

นโยบายการส่งเสริมการลงทุน

แทนซาเนียมีนโยบายส่งเสริมการลงทุน (Investment Promotion Policy)
โดยมีการกำหนดเป้าหมายหลัก ดังนี้

  • การระดมปัจจัยและการใช้ประโยชน์จากกำลังการผลิตท้องถิ่น รวมไปถึงความร่วมมือกับประเทศพัฒนาแล้วและประเทศอุตสาหกรรมให้มากที่สุด
  • การส่งเสริมการส่งออกสินค้าและบริการเพื่อพัฒนาภาคการส่งออกให้มีศักยภาพในการแข่งขัน
  • การสนับสนุนและอำนวยความสะดวกให้กับการนำเทคโนโลยีสมัยใหม่เข้ามาใช้ในกิจกรรมซึ่งมีผลโดยตรงกับประสิทธิภาพการผลิต คุณภาพ และการเพิ่มของศักยภาพในการแข่งขัน
  • การสร้างเสริมระบบกฎหมายที่โปร่งใส ซึ่งอำนวยความสะดวกในการการส่งเสริมและการปกป้องการลงทุน
  • ลดขั้นตอนการอนุญาตการลงทุน
  • แก้ไขบทบาทของภาคเอกชนและเพิ่มบทบาทให้เป็นศูนย์กลางมากขึ้น
  • สร้างความสมดุลระหว่างการจัดการกับแรงพลังขับเคลื่อนของตลาดเพื่อเป็นวิถีทางในการจัดการด้านทรัพยากรต่างๆ
  • เปลี่ยนแนวคิดด้านการเมืองที่หลากหลายเพื่อส่งเสริมประชาธิปไตย
  • สนับสนุนส่งเสริมให้คนในประเทศปฏิบัติตามกฎหมาย

ดังนั้น รัฐบาลแทนซาเนียจึงมีหน้าที่ที่จะปรับปรุงภาวะแวดล้อมทางธุรกิจให้เอื้ออำนวยต่อการพัฒนาของภาคเอกชน เพื่อกระตุ้นการขยายตัวของการลงทุนของภาคเอกชนทั้งจากต่างประเทศและในประเทศให้มากขึ้น และการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมอย่างยั่งยืน เพื่อให้เกิดผลในเป้าหมายดังกล่าว ศูนย์ส่งเสริมการลงทุนแทนซาเนีย (Tanzania Investment Center, TIC) ได้ถูกก่อตั้งขึ้นภายใต้นโยบายดังกล่าวใน พ.ศ. 2540 และปรับปรุงให้มีประสิทธิภาพใน พ.ศ. 2543

ทั้งนี้ พ.ร.บ.ส่งเสริมการลงทุนของแทนซาเนีย ฉบับที่ 26 พ.ศ. 2540 ครอบคลุมภารกิจของการอำนวยความสะดวกและความร่วมมือการลงทุนภาคเอกชนของศูนย์ส่งเสริมการลงทุนแทนซาเนีย โดยกำหนดให้เป็นศูนย์การดำเนินการเกี่ยวกับการลงทุนให้เสร็จสิ้นภายในจุดเดียว ศูนย์ฯ มีการเพิ่มประสิทธิภาพและประสิทธิผลของการจัดการเพื่อรองรับแนวโน้มของการยื่นขออนุญาตที่เพิ่มมากขึ้น การตัดสินใจแต่งตั้งเจ้าหน้าที่ระดับสูงจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าปฏิบัติงานเพื่อเพิ่มบทบาทการทำงานของ TIC ในเรื่องการกรรมสิทธิ์ที่ดิน กระบวนการอนุญาตใบอนุญาตทำงานหรือพำนักอาศัยการประเมินและการยกเว้นภาษี การจดทะเบียนบริษัท ส่วนที่เกี่ยวข้องกับกฎหมาย และใบอนุญาตต่างๆ

นอกจากนี้ แทนซาเนียยังมีการจัดตั้งองค์การส่งเสริมการลงทุนแซนซิบาร์ (Zanzibar Investment PromotionAgency, ZIPA) สืบเนื่องจากการรุกของนโยบายพื้นฐานของความมีเสรีภาพทางเศรษฐกิจและการลงทุนของภาคเอกชนบนหมู่เกาะ (รวมทั้ง Unguja และ Pemba ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งกับ Zanzibar) ZIPA ได้ก่อตั้งขึ้นใน พ.ศ. 2535 มีการกำหนดกรอบระเบียบด้านกฎหมายเพื่อส่งเสริมการลงทุนและการค้าขายบนเกาะ ลดขั้นตอนกฎระเบียบทางราชการและการกำจัดการคอร์รัปชั่น และปรับปรุงสภาวะแวดล้อมให้เป็นสวรรค์ของนักลงทุนบนหมู่เกาะให้มีความได้เปรียบทางด้านภูมิประเทศทางธรรมชาติในการค้าขายเมื่อเปรียบเทียบกับภูมิภาคแอฟริกาทางทิศตะวันออก ตอนกลาง และทางทิศใต้ โดยเกาะตั้งอยู่บริเวณชายฝั่งของมหาสมุทรอินเดีย ห่างจากแผ่นดินใหญ่ประมาณ 45 ไมล์ หมู่เกาะมีข้อได้เปรียบในตัวในธุรกิจอุตสาหกรรมส่งออกสำหรับตลาดในภูมิภาคและต่างประเทศ พลเมืองจำนวน 300 ล้านคน ของประชาคมแอฟริกาตะวันออก(EAC) และประชาคมแอฟริกาใต้ (SADC) ซึ่งเป็นตัวกระตุ้นให้เกิดธุรกิจการค้าผ่านเมืองท่าเสรีของแซนซิบาร์ นอกจากธุรกิจส่งออกและนำเข้าแล้ว อุตสาหกรรมท่องเที่ยวนับวันที่จะมีศักยภาพเพิ่มขึ้นเนื่องจากธรรมชาติที่สวยงามของชายทะเลและเป็นดินแดนแห่งประวัติศาสตร์ ดังนั้น จึงเป็นเป้าหมายหลักของรัฐบาลแซนซิบาร์ที่จะใช้ประโยชน์จากข้อได้เปรียบทางยุทธศาสตร์ของเกาะที่จะบรรลุถึงการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ โดยการส่งเสริมการลงทุนด้านการท่องเที่ยว การผลิต และการพาณิชย์

นโยบายการส่งเสริมการลงทุน

แทนซาเนียมีนโยบายส่งเสริมการลงทุน (Investment Promotion Policy)
โดยมีการกำหนดเป้าหมายหลัก ดังนี้

  • การระดมปัจจัยและการใช้ประโยชน์จากกำลังการผลิตท้องถิ่น รวมไปถึงความร่วมมือกับประเทศพัฒนาแล้วและประเทศอุตสาหกรรมให้มากที่สุด
  • การส่งเสริมการส่งออกสินค้าและบริการเพื่อพัฒนาภาคการส่งออกให้มีศักยภาพในการแข่งขัน
  • การสนับสนุนและอำนวยความสะดวกให้กับการนำเทคโนโลยีสมัยใหม่เข้ามาใช้ในกิจกรรมซึ่งมีผลโดยตรงกับประสิทธิภาพการผลิต คุณภาพ และการเพิ่มของศักยภาพในการแข่งขัน
  • การสร้างเสริมระบบกฎหมายที่โปร่งใส ซึ่งอำนวยความสะดวกในการการส่งเสริมและการปกป้องการลงทุน
  • ลดขั้นตอนการอนุญาตการลงทุน
  • แก้ไขบทบาทของภาคเอกชนและเพิ่มบทบาทให้เป็นศูนย์กลางมากขึ้น
  • สร้างความสมดุลระหว่างการจัดการกับแรงพลังขับเคลื่อนของตลาดเพื่อเป็นวิถีทางในการจัดการด้านทรัพยากรต่างๆ
  • เปลี่ยนแนวคิดด้านการเมืองที่หลากหลายเพื่อส่งเสริมประชาธิปไตย
  • สนับสนุนส่งเสริมให้คนในประเทศปฏิบัติตามกฎหมาย

ดังนั้น รัฐบาลแทนซาเนียจึงมีหน้าที่ที่จะปรับปรุงภาวะแวดล้อมทางธุรกิจให้เอื้ออำนวยต่อการพัฒนาของภาคเอกชน เพื่อกระตุ้นการขยายตัวของการลงทุนของภาคเอกชนทั้งจากต่างประเทศและในประเทศให้มากขึ้น และการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมอย่างยั่งยืน เพื่อให้เกิดผลในเป้าหมายดังกล่าว ศูนย์ส่งเสริมการลงทุนแทนซาเนีย (Tanzania Investment Center, TIC) ได้ถูกก่อตั้งขึ้นภายใต้นโยบายดังกล่าวใน พ.ศ. 2540 และปรับปรุงให้มีประสิทธิภาพใน พ.ศ. 2543

ทั้งนี้ พ.ร.บ.ส่งเสริมการลงทุนของแทนซาเนีย ฉบับที่ 26 พ.ศ. 2540 ครอบคลุมภารกิจของการอำนวยความสะดวกและความร่วมมือการลงทุนภาคเอกชนของศูนย์ส่งเสริมการลงทุนแทนซาเนีย โดยกำหนดให้เป็นศูนย์การดำเนินการเกี่ยวกับการลงทุนให้เสร็จสิ้นภายในจุดเดียว ศูนย์ฯ มีการเพิ่มประสิทธิภาพและประสิทธิผลของการจัดการเพื่อรองรับแนวโน้มของการยื่นขออนุญาตที่เพิ่มมากขึ้น การตัดสินใจแต่งตั้งเจ้าหน้าที่ระดับสูงจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าปฏิบัติงานเพื่อเพิ่มบทบาทการทำงานของ TIC ในเรื่องการกรรมสิทธิ์ที่ดิน กระบวนการอนุญาตใบอนุญาตทำงานหรือพำนักอาศัยการประเมินและการยกเว้นภาษี การจดทะเบียนบริษัท ส่วนที่เกี่ยวข้องกับกฎหมาย และใบอนุญาตต่างๆ

นอกจากนี้ แทนซาเนียยังมีการจัดตั้งองค์การส่งเสริมการลงทุนแซนซิบาร์ (Zanzibar Investment PromotionAgency, ZIPA) สืบเนื่องจากการรุกของนโยบายพื้นฐานของความมีเสรีภาพทางเศรษฐกิจและการลงทุนของภาคเอกชนบนหมู่เกาะ (รวมทั้ง Unguja และ Pemba ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งกับ Zanzibar) ZIPA ได้ก่อตั้งขึ้นใน พ.ศ. 2535 มีการกำหนดกรอบระเบียบด้านกฎหมายเพื่อส่งเสริมการลงทุนและการค้าขายบนเกาะ ลดขั้นตอนกฎระเบียบทางราชการและการกำจัดการคอร์รัปชั่น และปรับปรุงสภาวะแวดล้อมให้เป็นสวรรค์ของนักลงทุนบนหมู่เกาะให้มีความได้เปรียบทางด้านภูมิประเทศทางธรรมชาติในการค้าขายเมื่อเปรียบเทียบกับภูมิภาคแอฟริกาทางทิศตะวันออก ตอนกลาง และทางทิศใต้ โดยเกาะตั้งอยู่บริเวณชายฝั่งของมหาสมุทรอินเดีย ห่างจากแผ่นดินใหญ่ประมาณ 45 ไมล์ หมู่เกาะมีข้อได้เปรียบในตัวในธุรกิจอุตสาหกรรมส่งออกสำหรับตลาดในภูมิภาคและต่างประเทศ พลเมืองจำนวน 300 ล้านคน ของประชาคมแอฟริกาตะวันออก(EAC) และประชาคมแอฟริกาใต้ (SADC) ซึ่งเป็นตัวกระตุ้นให้เกิดธุรกิจการค้าผ่านเมืองท่าเสรีของแซนซิบาร์ นอกจากธุรกิจส่งออกและนำเข้าแล้ว อุตสาหกรรมท่องเที่ยวนับวันที่จะมีศักยภาพเพิ่มขึ้นเนื่องจากธรรมชาติที่สวยงามของชายทะเลและเป็นดินแดนแห่งประวัติศาสตร์ ดังนั้น จึงเป็นเป้าหมายหลักของรัฐบาลแซนซิบาร์ที่จะใช้ประโยชน์จากข้อได้เปรียบทางยุทธศาสตร์ของเกาะที่จะบรรลุถึงการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ โดยการส่งเสริมการลงทุนด้านการท่องเที่ยว การผลิต และการพาณิชย์

สิทธิประโยชน์

สิทธิพิเศษสำหรับนักลงทุนตาม พ.ร.บ.ส่งเสริมการลงทุนของแทนซาเนีย พ.ศ. 2540 และได้รับใบอนุญาตจาก TIC ที่ได้รับมีดังต่อไปนี้

  • การยอมรับการถือครองทรัพย์สินของเอกชน และปกป้องความเสี่ยงที่ไม่ใช่เชิงพาณิชย์ปัจจุบันแทนซาเนียเป็นสมาชิกของ World Bank Foreign Investment Insurance wing, Multilateral Investment Guarantee Agency (MIGA), International Center for Settlement of Investment Disputes (ICSID), ซึ่งเป็นองค์กรหนึ่งอยู่ในธนาคารโลก
  • สามารถใช้เงินทุน 100 % ในการคำนวณส่วนต่างและกำไรของกิจการ
  • ลดภาษีศุลกากรนำเข้าของส่วนทุนที่ใช้ในโครงการ เสียภาษีนำเข้า 5 % สำหรับการลงทุนใน Priority Sectors และ 0 % ในการลงทุนใน Lead Sectors*
  • ความสะดวกในการได้รับใบอนุญาตที่เกี่ยวข้องต่างๆ เช่น ใบอนุญาตทำงาน/พำนักอาศัยใบอนุญาตการประกอบอุตสาหกรรม ใบอนุญาตค้าขาย เป็นต้น
  • อนุญาตโดยอัตโนมัติเกี่ยวกับการจ้างงานชาวต่างชาติตั้งแต่ 5 คนขึ้นไปในโครงการที่ถือใบอนุญาตส่งเสริมการลงทุน

ธุรกิจ Lead Sectors และ Priority Sectors ในแทนซาเนีย

ภาคธุรกิจ Lead Sectors ได้แก่ เหมืองแร่ ปิโตรเลียมและก๊าซธรรมชาติ การท่องเที่ยว โครงสร้างพื้นฐาน เช่น การก่อสร้างถนน สะพาน ทางรถไฟ สนามบิน การผลิตกระแสไฟฟ้า โทรคมนาคม การคมนาคมขนส่งทางน้ำ การบริการ ด้านเหมืองแร่ และพื้นที่อุตสาหกรรมส่งออก (Export Processing Zones)

ภาคธุรกิจ Priority Sectors ได้แก่ เกษตรกรรมรวมถึงปศุสัตว์ การบิน อาคารพาณิชย์ ธนาคารและระบบการเงิน การส่งออก พื้นที่พัฒนาพิเศษ (Geographical Special Development Areas) การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ ทรัพยากรธรรมชาติรวมถึงการประมง การฟื้นฟูและการขยายพื้นที่ การถ่ายทอดวิทยุและโทรทัศน์ การทัศนาจรและการท่องเที่ยว

ทั้งนี้ ในแทนซาเนีย ภาคธุรกิจ Lead and Priority Sectors เท่านั้นที่มีสิทธิพิเศษด้านภาษีขึ้นอยู่กับประเภทธุรกิจและยังมีสิทธิพิเศษเพิ่มเติม อาทิ ไม่มีการเรียกเก็บภาษีหรือค่าธรรมเนียมในเงินปันผล ไม่มีการเรียกเก็บภาษีจากรายได้การขายทรัพย์สิน การยกยอดการขาดทุนได้ไม่จำกัดเวลา จะเรียกเก็บภาษีนำเข้าในอัตรา 5 % และภาษีมูลค่าเพิ่มหลังจากห้าปีของการผลิต หักเงินลงทุนรายปี การยกเว้นภาษีนำเข้าสำหรับสินค้าอุปกรณ์ที่ใช้ในการสำรวจและการทำเหมืองแร่ เป็นต้น

สิทธิประโยชน์

สิทธิพิเศษสำหรับนักลงทุนตาม พ.ร.บ.ส่งเสริมการลงทุนของแทนซาเนีย พ.ศ. 2540 และได้รับใบอนุญาตจาก TIC ที่ได้รับมีดังต่อไปนี้

  • การยอมรับการถือครองทรัพย์สินของเอกชน และปกป้องความเสี่ยงที่ไม่ใช่เชิงพาณิชย์ปัจจุบันแทนซาเนียเป็นสมาชิกของ World Bank Foreign Investment Insurance wing, Multilateral Investment Guarantee Agency (MIGA), International Center for Settlement of Investment Disputes (ICSID), ซึ่งเป็นองค์กรหนึ่งอยู่ในธนาคารโลก
  • สามารถใช้เงินทุน 100 % ในการคำนวณส่วนต่างและกำไรของกิจการ
  • ลดภาษีศุลกากรนำเข้าของส่วนทุนที่ใช้ในโครงการ เสียภาษีนำเข้า 5 % สำหรับการลงทุนใน Priority Sectors และ 0 % ในการลงทุนใน Lead Sectors*
  • ความสะดวกในการได้รับใบอนุญาตที่เกี่ยวข้องต่างๆ เช่น ใบอนุญาตทำงาน/พำนักอาศัยใบอนุญาตการประกอบอุตสาหกรรม ใบอนุญาตค้าขาย เป็นต้น
  • อนุญาตโดยอัตโนมัติเกี่ยวกับการจ้างงานชาวต่างชาติตั้งแต่ 5 คนขึ้นไปในโครงการที่ถือใบอนุญาตส่งเสริมการลงทุน

ธุรกิจ Lead Sectors และ Priority Sectors ในแทนซาเนีย

ภาคธุรกิจ Lead Sectors ได้แก่ เหมืองแร่ ปิโตรเลียมและก๊าซธรรมชาติ การท่องเที่ยว โครงสร้างพื้นฐาน เช่น การก่อสร้างถนน สะพาน ทางรถไฟ สนามบิน การผลิตกระแสไฟฟ้า โทรคมนาคม การคมนาคมขนส่งทางน้ำ การบริการ ด้านเหมืองแร่ และพื้นที่อุตสาหกรรมส่งออก (Export Processing Zones)

ภาคธุรกิจ Priority Sectors ได้แก่ เกษตรกรรมรวมถึงปศุสัตว์ การบิน อาคารพาณิชย์ ธนาคารและระบบการเงิน การส่งออก พื้นที่พัฒนาพิเศษ (Geographical Special Development Areas) การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ ทรัพยากรธรรมชาติรวมถึงการประมง การฟื้นฟูและการขยายพื้นที่ การถ่ายทอดวิทยุและโทรทัศน์ การทัศนาจรและการท่องเที่ยว

ทั้งนี้ ในแทนซาเนีย ภาคธุรกิจ Lead and Priority Sectors เท่านั้นที่มีสิทธิพิเศษด้านภาษีขึ้นอยู่กับประเภทธุรกิจและยังมีสิทธิพิเศษเพิ่มเติม อาทิ ไม่มีการเรียกเก็บภาษีหรือค่าธรรมเนียมในเงินปันผล ไม่มีการเรียกเก็บภาษีจากรายได้การขายทรัพย์สิน การยกยอดการขาดทุนได้ไม่จำกัดเวลา จะเรียกเก็บภาษีนำเข้าในอัตรา 5 % และภาษีมูลค่าเพิ่มหลังจากห้าปีของการผลิต หักเงินลงทุนรายปี การยกเว้นภาษีนำเข้าสำหรับสินค้าอุปกรณ์ที่ใช้ในการสำรวจและการทำเหมืองแร่ เป็นต้น

ประเด็นท้าทายในการทำธุรกิจ

แม้ว่าแทนซาเนียจะเป็นตลาดใหม่ที่น่าสนใจและมีความอุดมสมบูรณ์ในแง่ทรัพยากรธรรมชาติทั้งยังมีสิทธิพิเศษในการดึงดูดการลงทุน แต่ก็ยังมีอุปสรรคในการทำธุรกิจค่อนข้างมาก ดังนี้

  • ระยะทางไกล ทำให้การคมนาคมติดต่อสื่อสารระหว่างไทยและแทนซาเนียค่อนข้างยาก
  • การทำเหมืองแร่นอกเหนือจากแร่รัตนชาติ อาจจะต้องมีการเพิ่มมูลค่าในประเทศ โดยเฉพาะแร่ราคาถูก เช่น แร่อุตสาหกรรม เป็นต้น ซึ่งหมายถึงต้องเป็นการลงทุนครบวงจร
  • ขาดแคลนระบบสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐาน
  • กฎ ระเบียบต่างๆ มีการเปลี่ยนแปลงได้ง่าย และบางครั้งอาจไม่ง่ายในทางปฏิบัติ

    

สาระน่ารู้

  • One Galle Face is Colombo's first internationally developed integrated lifestyle destination that makes living, working, entertainment and hospitality possible all in one location. Hong Kong's leisure entity Shanri-La Hotels and Resorts foresees the completion of this project by 2018 with a hefty investment of over US$ 600 million. The twin towers will be used for residence, which consist of 50 floors each, 16 penthouses and 8 duplex and simplex units. The target market is expatriates, international investors and the expanding population of Sri Lanka.
  • Following the tremendous success of the Exhibition 2018 and the 36th Annual Sessions, which took place at the Bandaranaike Memorial International Conference Hall in Colombo from February 22 to 25 earlier this year, the SLIA is proud to prsent  the next edition in a superior manner.<br />
    <br />
    Save the date :February 20th to 24th, 2019
  • The Institution of Engineers, Sri Lanka is the successor to the ‘Engineering Association of Ceylon’, which was founded in 1906. In 1968, the Institution of Engineers, Sri Lanka was made an incorporated body of the government, by an Act of Parliament. The IESL being the Apex body for engineering professionals in Sri Lanka, having a membership of more than 20,000, is called upon to represent the profession at many national forums and contribute to national development. By virtue of agreements it has entered into with the International Engineers’ Alliance (IEA) for mutual recognition of competencies, members assessed to have such competencies by IESL are eligible to practice engineering in the member countries including Japan, Australia, United Kingdom, Singapore, Pakistan, India, USA, Canada and South Korea.<br />
    <br />
    IESL with the Vision to be among the leading professional institutions of engineering and technology in the world, has Missioned Techno Sri Lanka’s for “Bringing out and Unleashing the Country’s Multi – Disciplinary Engineering Talents, to Drive Sri Lanka into Technological Excellence for Revolutionary Uplifting of Peoples’ Living Conditions and Prosperity”. Engineers are driven by passion to look beyond the regular, push borders and create the impossible. This is also reflective of the fact that Engineers over centuries are really innovators, who think beyond the realm and invent solutions for mankind, ahead of their time. That’s what engineering is all about and it’s the reason Engineers will always be the ingenious inventors and imaginative innovators throughout time.<br />
    <br />
    The flagship event of IESL, Techno Sri Lanka, since its inception in 1985 has grown to be the largest and the only engineering and technology exhibition held annually in Colombo. Techno, living up to its standards, has provided the means for uplifting peoples’ living conditions and has become an ideal venue for industry professionals, business heads, technologists and keen public to come together on a single global platform.<br />
    <br />
    The world is changing; engineers are in the forefront of this change. Expectations are very high in today’s society. However, the Planet’s resources are fast depleting and engineers have to be smart and innovative to achieve high goals with very low resource consumption. Technology should reach the masses and make them do things differently, as doing ‘business as usual’ will not leave a healthy planet for our children and grandchildren. We need ‘sustainable technologies’ that will revolutionize the day-to-day activities, such as mobile technology, nanotechnology, household solar PV technology and perhaps other inventions and breakthroughs to satisfy the society’s expectations and still not be blamed by our future generations for not leaving them a livable Planet Earth.<br />
    <br />
    Considering these facts, Techno Sri Lanka has redefined its Theme for the year 2018, aiming to fulfill the expectations of all stakeholders.
  • 01. - 03. November 2018 | Trade fair for hotels, hospitality, tourism and food businesses<br />
    <br />
    The Hotel, Hospitality & Food Asia in Sri Lanka has been designed by the dynamic development of the hotel and catering industry and the tourism and food companies to take account of South Asia. She is a specifically targeted at this sector business-to-business event. This exhibition is communication and information platform in the industry and provides the exhibiting companies the opportunity to present to an audience of experts here. Visitors can find information here thoroughly and comprehensively about the latest developments, trends, products and services in various fields. HHF Sri Lanka is the leading marketplace for regional networking and distribution, as well as a new basis for the procurement of products. The program will be held a culinary competition and other live features.<br />
    <br />
    The Hotel Hospitality & Food Asia will take place on 3 days from Thursday, 01. November to Saturday, 03. November 2018 in Colombo.
  • Infotel theme will be Towards a Digital Economy, is aligning with national priorities of enhancing the digital infrastructure of the country for facilitating a digitally empowered ecosystem while improving the Citizens’ engagement in a digital society.
  • The Western Region MegapolisDevelopment Plan, also called Western Region Megapolis Planning Project(WRMPP), is a urban planning, zoning and development project aimed at creating a Megapolis in the Western Province of Sri Lanka by 2030 , which would help address the issues of waste management, traffic congestion, slums and environmental pollution. This project is intended to build a Megacity that matches other well-known economic hubs such as Dubai,Singapore,Seoul and Tokyo. For more information, please visit <a class="txttohtmllink" href="http://www.megapolis.gov.lk/">http://www.megapolis.gov.lk/</a>




เอกสารอ้างอิง