เม็กซิโก

สหรัฐเม็กซิโก (United Mexican States) เป็นประเทศที่มีนโยบายทางเศรษฐกิจและการค้าที่น่าสนใจประเทศหนึ่ง รัฐบาลมีการสนับสนุนทางการค้าระหว่างประเทศโดยเฉพาะการส่งออก ที่มีการเติบโตติดอันดับ 1 ใน 15 ประเทศผู้ส่งออกสูงสุดของโลก และยังเป็นประเทศที่มีข้อได้เปรียบทางต้นทุนการผลิต (Manufacturing Cost Advantage) เมื่อเปรียบเทียบข้อได้เปรียบทางต้นทุนกับสหรัฐอเมริกาแล้ว เม็กซิโกมีต้นทุนต่ำกว่าสหรัฐฯ ที่ 20.5% และเมื่อเทียบกับประเทศจีน อินเดีย บราซิล และแคนาดา เม็กซิโกยังคงมีความสามารถทางการผลิตสินค้าได้ในต้นทุนที่ต่ำกว่าประเทศอื่นๆ

เศรษฐกิจเม็กซิโกมีการเติบโตอย่างชัดเจนจากการลงนามข้อตกลงเขตการค้าเสรี NAFTA ระหว่างสหรัฐอเมริกาและเม็กซิโก ทำให้สภาพเศรษฐกิจของเม็กซิโกกลายเป็นฐานการผลิตเพื่อการส่งออกไปยังสหรัฐอเมริกา บริษัทต่างชาติที่สำคัญได้เข้าไปลงทุนตั้งฐานการผลิตและการค้าในประเทศเม็กซิโก เช่น ยุโรป อเมริกาใต้ ญี่ปุ่น เกาหลี และจีน

ข้อมูลทั่วไป

ภูมิประเทศและภูมิอากาศ

สหรัฐเม็กซิโกตั้งอยู่ในทวีปอเมริกาเหนือ ทิศเหนือติดกับสหรัฐอเมริกา ทิศใต้ติดกับกัวเตมาลาและเบลิซ ทิศตะวันออกจรดอ่าวเม็กซิโกและทะเลแคริบเบียน ทิศตะวันตกจรดมหาสมุทรแปซิฟิกและอ่าวแคลิฟอร์เนีย พื้นที่โดยรวมประมาณ 785,249 ตารางไมล์ หรือ 1,972,550 ตารางกิโลเมตร มีขนาดใหญ่เป็นอันดับที่ 3 ในลาตินอเมริกา และใหญ่เป็นอันดับที่ 12 ของโลก เมืองหลวงคือ กรุงเม็กซิโก (Mexico City) ภูมิประเทศของเม็กซิโกส่วนใหญ่เป็นภูเขาสูง พื้นราบต่ำบริเวณชายฝั่ง ที่ราบสูง รวมทั้งทะเลทราย ภูมิอากาศทางภาคใต้ของประเทศและบริเวณที่ราบต่ำติดชายทะเลมีอากาศร้อนชื้นแบบศูนย์สูตร ภาคเหนือและภาคตะวันตกมีอากาศร้อนและแห้งแล้งแบบทะเลทราย

ประชากร

112.5 ล้านคน

การเมืองการปกครอง

รูปแบบการปกครองของเม็กซิโกเป็นประชาธิปไตยแบบสาธารณรัฐ ประกอบด้วยรัฐบาลกลางและรัฐบาลท้องถิ่น ระบบกฎหมายเป็นการผสมผสานกันระหว่างแนวคิดกฎหมายรัฐธรรมนูญของสหรัฐและระบบประมวลกฎหมาย (กฎหมายลายลักษณ์อักษร) มีการตรวจสอบความเห็นชอบด้วยรัฐธรรมนูญของกฎหมาย ยอมรับเขตอำนาจโดยบังคับของศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ ฝ่ายบริหารมีประธานาธิบดีเป็นประมุขของประเทศและหัวหน้ารัฐบาล มีวาระการดำรงตำแหน่ง 6 ปี ดำรงตำแหน่งได้เพียงวาระเดียว

สภานิติบัญญัติแห่งชาติ เป็นระบบสองสภา (Congress) ได้แก่ วุฒิสภา (Senate) และสภาผู้แทนราษฎร (Chamber of Deputies) วุฒิสมาชิกมีจำนวน 128 คน ดำรงตำแหน่งคราวละ 6 ปี สำหรับสภาผู้แทนราษฎรประกอบด้วยสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรรวมทั้งสิ้น 500 คน โดย 300 คนมาจากการเลือกตั้งโดยตรง และที่เหลือมาจากการเลือกตั้งแบบสัดส่วน (Party list) มีวาระการดำรงตำแหน่ง 3 ปี และระบบการศาล ประกอบด้วยศาลระดับรัฐและศาลสหพันธ์

ภาษา

ภาษาสเปน

ศาสนา

โรมันคาทอลิก ร้อยละ 89 โปรเตสแตนท์ ร้อยละ 6

สกุลเงิน

เปโซเม็กซิโก (1 เปโซ ประมาณ 2.3 บาท)

ข้อมูลทั่วไปประเทศเม็กซิโก

ภูมิประเทศและภูมิอากาศ

สหรัฐเม็กซิโกตั้งอยู่ในทวีปอเมริกาเหนือ ทิศเหนือติดกับสหรัฐอเมริกา ทิศใต้ติดกับกัวเตมาลาและเบลิซ ทิศตะวันออกจรดอ่าวเม็กซิโกและทะเลแคริบเบียน ทิศตะวันตกจรดมหาสมุทรแปซิฟิกและอ่าวแคลิฟอร์เนีย พื้นที่โดยรวมประมาณ 785,249 ตารางไมล์ หรือ 1,972,550 ตารางกิโลเมตร มีขนาดใหญ่เป็นอันดับที่ 3 ในลาตินอเมริกา และใหญ่เป็นอันดับที่ 12 ของโลก เมืองหลวงคือ กรุงเม็กซิโก (Mexico City) ภูมิประเทศของเม็กซิโกส่วนใหญ่เป็นภูเขาสูง พื้นราบต่ำบริเวณชายฝั่ง ที่ราบสูง รวมทั้งทะเลทราย ภูมิอากาศทางภาคใต้ของประเทศและบริเวณที่ราบต่ำติดชายทะเลมีอากาศร้อนชื้นแบบศูนย์สูตร ภาคเหนือและภาคตะวันตกมีอากาศร้อนและแห้งแล้งแบบทะเลทราย

ประชากร

112.5 ล้านคน

การเมืองการปกครอง

รูปแบบการปกครองของเม็กซิโกเป็นประชาธิปไตยแบบสาธารณรัฐ ประกอบด้วยรัฐบาลกลางและรัฐบาลท้องถิ่น ระบบกฎหมายเป็นการผสมผสานกันระหว่างแนวคิดกฎหมายรัฐธรรมนูญของสหรัฐและระบบประมวลกฎหมาย (กฎหมายลายลักษณ์อักษร) มีการตรวจสอบความเห็นชอบด้วยรัฐธรรมนูญของกฎหมาย ยอมรับเขตอำนาจโดยบังคับของศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ ฝ่ายบริหารมีประธานาธิบดีเป็นประมุขของประเทศและหัวหน้ารัฐบาล มีวาระการดำรงตำแหน่ง 6 ปี ดำรงตำแหน่งได้เพียงวาระเดียว

สภานิติบัญญัติแห่งชาติ เป็นระบบสองสภา (Congress) ได้แก่ วุฒิสภา (Senate) และสภาผู้แทนราษฎร (Chamber of Deputies) วุฒิสมาชิกมีจำนวน 128 คน ดำรงตำแหน่งคราวละ 6 ปี สำหรับสภาผู้แทนราษฎรประกอบด้วยสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรรวมทั้งสิ้น 500 คน โดย 300 คนมาจากการเลือกตั้งโดยตรง และที่เหลือมาจากการเลือกตั้งแบบสัดส่วน (Party list) มีวาระการดำรงตำแหน่ง 3 ปี และระบบการศาล ประกอบด้วยศาลระดับรัฐและศาลสหพันธ์

ภาษา

ภาษาสเปน

ศาสนา

โรมันคาทอลิก ร้อยละ 89 โปรเตสแตนท์ ร้อยละ 6

สกุลเงิน

เปโซเม็กซิโก (1 เปโซ ประมาณ 2.3 บาท)

ข้อมูลการค้า-การลงทุน

เม็กซิโกเป็นหนึ่งในประเทศเศรษฐกิจเสรีที่มีรายได้ประชาชาติขึ้นหลักแสนล้าน เศรษฐกิจของประเทศมีลักษณะผสมผสานกันระหว่างอุตสาหกรรมสมัยใหม่และเศรษฐกิจแบบดั้งเดิม ภาคเอกชนเริ่มมีบทบาทมากขึ้นในระบบเศรษฐกิจ และปัจจุบันเม็กซิโกลงนามในความตกลงเขตการค้าเสรีกับกว่า 40 ประเทศ เช่น กัวเตมาลา ฮอนดูรัส เอล ซัลวาดอร์ EFTA (European Free Trade Area) และญี่ปุ่น ทำให้กว่าร้อยละ 90 ของมูลค่าการค้ามาจากความตกลงเขตการค้าเสรี

ทั้งนี้ ผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศของเม็กซิโกสามารถแบ่งเป็น ภาคเกษตรกรรม ภาคอุตสาหกรรม และภาคบริการ โดยมีผลผลิตจากภาคบริการประมาณสองในสามของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ บริการสาขาที่มีการเติบโตมากได้แก่ ภาคการสื่อสารและการขนส่ง ภาคการก่อสร้าง และภาคการค้า ธุรกิจโรงแรมและร้านอาหาร โดย GDP อยู่ที่ประมาณ 1.761 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐฯ GDP รายบุคคลประมาณ 15,300 ดอลลาร์สหรัฐฯ อัตราการเจริญเติบโตของ GDP คิดเป็น 4% มูลค่าการส่งออก 370.9 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ โดยสินค้าส่งออกสำคัญคือ สินค้าอุตสาหกรรม น้ำมันปิโตรเลียม เงิน ผลไม้ ผัก กาแฟ และฝ้าย ประเทศคู่ค้าส่งออกที่สำคัญได้แก่ สหรัฐอเมริกา 78%

ส่วนมูลค่าการนำเข้าอยู่ที่ประมาณ 379.4 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ สินค้านำเข้าเป็นพวกสินค้าวัตถุดิบ เครื่องจักรอุตสาหกรรมหนัก เครื่องมือเพื่อการเกษตร อุปกรณ์การขนส่งและชิ้นส่วนรถยนต์ เครื่องบินและชิ้นส่วนประกอบ เป็นต้น ซึ่งแหล่งนำเข้าที่สำคัญของเม็กซิโกคือ สหรัฐ 49.7% จีน 14.9% และญี่ปุ่น 4.7%

ในส่วนของไทยและเม็กซิโกนั้นมีมูลค่าการค้าระหว่างกันในปี 2553 มูลค่า 1,365.54 ล้านเหรียญสหรัฐฯ อัตราการขยายตัวร้อยละ 45.12 โดยการส่งออกคิดเป็นมูลค่า 967.03 ล้านเหรียญสหรัฐฯ อัตราการขยายตัวร้อยละ 32.74 และมูลค่าการนำเข้า 399 ล้านเหรียญสหรัฐฯ และไทยเป็นฝ่ายเกินดุลการค้ากับเม็กซิโกมูลค่า 568 ล้านเหรียญสหรัฐฯ สินค้าส่งออกสำคัญของไทยไปยังเม็กซิโก ได้แก่ เครื่องคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์และชิ้นส่วน หม้อแปลงไฟฟ้าและชิ้นส่วน รถยนต์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ แผงวงจรอิเล็กทรอนิกส์ อุปกรณ์ไฟฟ้า แผงควบคุมการเดินไฟ เสื้อผ้าสำเร็จรูป ผลิตภัณฑ์ยาง หัวเทียนสำหรับรถยนต์ วิทยุและโทรทัศน์

และสินค้านำเข้าที่สำคัญได้แก่ เครื่องไฟฟ้าและส่วนประกอบ เครื่องประดับอัญมณี รวมทั้งเงินและทองคำแท่ง รถยนต์และชิ้นส่วนฯ เหล็กกล้าและผลิตภัณฑ์ เครื่องใช้ไฟฟ้าในบ้านเรือน คอมพิวเตอร์และชิ้นส่วน ไดโอดและหม้อแปลง ปุ๋ยและยาฆ่าแมลง แว่นตาและกระจกแว่นตา

ข้อมูลการค้า-การลงทุน

เม็กซิโกเป็นหนึ่งในประเทศเศรษฐกิจเสรีที่มีรายได้ประชาชาติขึ้นหลักแสนล้าน เศรษฐกิจของประเทศมีลักษณะผสมผสานกันระหว่างอุตสาหกรรมสมัยใหม่และเศรษฐกิจแบบดั้งเดิม ภาคเอกชนเริ่มมีบทบาทมากขึ้นในระบบเศรษฐกิจ และปัจจุบันเม็กซิโกลงนามในความตกลงเขตการค้าเสรีกับกว่า 40 ประเทศ เช่น กัวเตมาลา ฮอนดูรัส เอล ซัลวาดอร์ EFTA (European Free Trade Area) และญี่ปุ่น ทำให้กว่าร้อยละ 90 ของมูลค่าการค้ามาจากความตกลงเขตการค้าเสรี

ทั้งนี้ ผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศของเม็กซิโกสามารถแบ่งเป็น ภาคเกษตรกรรม ภาคอุตสาหกรรม และภาคบริการ โดยมีผลผลิตจากภาคบริการประมาณสองในสามของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ บริการสาขาที่มีการเติบโตมากได้แก่ ภาคการสื่อสารและการขนส่ง ภาคการก่อสร้าง และภาคการค้า ธุรกิจโรงแรมและร้านอาหาร โดย GDP อยู่ที่ประมาณ 1.761 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐฯ GDP รายบุคคลประมาณ 15,300 ดอลลาร์สหรัฐฯ อัตราการเจริญเติบโตของ GDP คิดเป็น 4% มูลค่าการส่งออก 370.9 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ โดยสินค้าส่งออกสำคัญคือ สินค้าอุตสาหกรรม น้ำมันปิโตรเลียม เงิน ผลไม้ ผัก กาแฟ และฝ้าย ประเทศคู่ค้าส่งออกที่สำคัญได้แก่ สหรัฐอเมริกา 78%

ส่วนมูลค่าการนำเข้าอยู่ที่ประมาณ 379.4 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ สินค้านำเข้าเป็นพวกสินค้าวัตถุดิบ เครื่องจักรอุตสาหกรรมหนัก เครื่องมือเพื่อการเกษตร อุปกรณ์การขนส่งและชิ้นส่วนรถยนต์ เครื่องบินและชิ้นส่วนประกอบ เป็นต้น ซึ่งแหล่งนำเข้าที่สำคัญของเม็กซิโกคือ สหรัฐ 49.7% จีน 14.9% และญี่ปุ่น 4.7%

ในส่วนของไทยและเม็กซิโกนั้นมีมูลค่าการค้าระหว่างกันในปี 2553 มูลค่า 1,365.54 ล้านเหรียญสหรัฐฯ อัตราการขยายตัวร้อยละ 45.12 โดยการส่งออกคิดเป็นมูลค่า 967.03 ล้านเหรียญสหรัฐฯ อัตราการขยายตัวร้อยละ 32.74 และมูลค่าการนำเข้า 399 ล้านเหรียญสหรัฐฯ และไทยเป็นฝ่ายเกินดุลการค้ากับเม็กซิโกมูลค่า 568 ล้านเหรียญสหรัฐฯ สินค้าส่งออกสำคัญของไทยไปยังเม็กซิโก ได้แก่ เครื่องคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์และชิ้นส่วน หม้อแปลงไฟฟ้าและชิ้นส่วน รถยนต์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ แผงวงจรอิเล็กทรอนิกส์ อุปกรณ์ไฟฟ้า แผงควบคุมการเดินไฟ เสื้อผ้าสำเร็จรูป ผลิตภัณฑ์ยาง หัวเทียนสำหรับรถยนต์ วิทยุและโทรทัศน์

และสินค้านำเข้าที่สำคัญได้แก่ เครื่องไฟฟ้าและส่วนประกอบ เครื่องประดับอัญมณี รวมทั้งเงินและทองคำแท่ง รถยนต์และชิ้นส่วนฯ เหล็กกล้าและผลิตภัณฑ์ เครื่องใช้ไฟฟ้าในบ้านเรือน คอมพิวเตอร์และชิ้นส่วน ไดโอดและหม้อแปลง ปุ๋ยและยาฆ่าแมลง แว่นตาและกระจกแว่นตา

นโยบายการส่งเสริมการลงทุน

มีโครงการ Maquila เพื่อส่งเสริมการลงทุนเพื่อการส่งออก โดยหากผู้ลงทุนผลิตสินค้าเพื่อการส่งออกคิดเป็นเพียง 10% ของผลผลิตของโรงงาน ก็จะสามารถเข้าร่วมโครงการนี้ได้ โดยเมื่อเข้าโครงการแล้วผู้ลงทุนไม่ต้องเสียภาษีนำเข้าวัตถุดิบและเครื่องจักรเหมือนเป็น Bonded warehouse

มีโครงการ PROSEC เป็นการสนับสนุนการลงทุนในอุตสาหกรรม 22 สาขา เพื่อให้เม็กซิโกสามารถแข่งขันกับสินค้านำเข้าได้ โดยโรงงานสามารถนำเข้าวัตถุดิบในอัตราที่ต่ำกว่าอัตราภาษีนำเข้าปกติได้จำนวนกว่า 16,000 รายการ

หน่วยงานด้านการลงทุน

1. หน่วยงานส่งเสริมการลงทุน (Programas de Fomento, General de Comercio) เป็นหน่วยงานหนึ่งในสังกัดของ MOE มีหน้าที่ในการอนุมัติการส่งเสริมการลงทุนในการผลิตสินค้าหรือการบริการในเม็กซิโกเพื่อให้เกิดการจ้างงาน และเพื่อให้อุตสาหกรรมและธุรกิจบริการในเม็กซิโกสามารถแข่งขันกับสินค้าจากต่างประเทศได้ ปัจจุบันมีสานักงานสาขาที่ให้คำแนะนำและออกใบอนุญาตส่งเสริมการลงทุนอยู่ 52 แห่งกระจายอยู่ทั่วประเทศ

2. คณะกรรมการส่งเสริมการลงทุนต่างชาติ (National Foreign Investment Commission: CNIE) เป็นหน่วยงานที่กำกับในด้านนโยบายการลงทุนให้ต่างชาติเข้ามายังประเทศเม็กซิโก โดยมีคณะผู้บริหารของ CNIE ประกอบด้วย ผู้แทนจากกระทรวงที่เกี่ยวข้อง 10 กระทรวง อาทิ กระทรวงเศรษฐกิจ กระทรวงการต่างประเทศ กระทรวงการคลัง ฯลฯ บทบาทของ CNIE ได้แก่ การกำหนดแนวทางและนโยบายด้านการลงทุนจากต่างประเทศ การให้นโยบายการส่งเสริมการลงทุน การพิจารณายกเว้นเงื่อนไขการถือครองกิจการของต่างชาติเป็นกรณีๆ ไป โดยจะคำนึงถึงผลกระทบต่อการจ้างงาน การถ่ายทอดเทคโนโลยี สิ่งแวดล้อม และความสามารถในการแข่งขันของประเทศ

3.องค์กรส่งเสริมการค้าการลงทุน (Pro Mexico) เป็นหน่วยงานของรัฐบาลกลาง สังกัด MOE มีหน้าที่ส่งเสริมการส่งออกสินค้าเม็กซิโกและส่งเสริมการลงทุนจากต่างชาติ โดยมีสาขาบริการอยู่ทั่วโลกตามเมืองสำคัญต่างๆ ที่จะคอยให้คำแนะนำการด้านการค้าและการลงทุนไปยังประเทศเม็กซิโก

นโยบายการส่งเสริมการลงทุน

มีโครงการ Maquila เพื่อส่งเสริมการลงทุนเพื่อการส่งออก โดยหากผู้ลงทุนผลิตสินค้าเพื่อการส่งออกคิดเป็นเพียง 10% ของผลผลิตของโรงงาน ก็จะสามารถเข้าร่วมโครงการนี้ได้ โดยเมื่อเข้าโครงการแล้วผู้ลงทุนไม่ต้องเสียภาษีนำเข้าวัตถุดิบและเครื่องจักรเหมือนเป็น Bonded warehouse

มีโครงการ PROSEC เป็นการสนับสนุนการลงทุนในอุตสาหกรรม 22 สาขา เพื่อให้เม็กซิโกสามารถแข่งขันกับสินค้านำเข้าได้ โดยโรงงานสามารถนำเข้าวัตถุดิบในอัตราที่ต่ำกว่าอัตราภาษีนำเข้าปกติได้จำนวนกว่า 16,000 รายการ

หน่วยงานด้านการลงทุน

1. หน่วยงานส่งเสริมการลงทุน (Programas de Fomento, General de Comercio) เป็นหน่วยงานหนึ่งในสังกัดของ MOE มีหน้าที่ในการอนุมัติการส่งเสริมการลงทุนในการผลิตสินค้าหรือการบริการในเม็กซิโกเพื่อให้เกิดการจ้างงาน และเพื่อให้อุตสาหกรรมและธุรกิจบริการในเม็กซิโกสามารถแข่งขันกับสินค้าจากต่างประเทศได้ ปัจจุบันมีสานักงานสาขาที่ให้คำแนะนำและออกใบอนุญาตส่งเสริมการลงทุนอยู่ 52 แห่งกระจายอยู่ทั่วประเทศ

2. คณะกรรมการส่งเสริมการลงทุนต่างชาติ (National Foreign Investment Commission: CNIE) เป็นหน่วยงานที่กำกับในด้านนโยบายการลงทุนให้ต่างชาติเข้ามายังประเทศเม็กซิโก โดยมีคณะผู้บริหารของ CNIE ประกอบด้วย ผู้แทนจากกระทรวงที่เกี่ยวข้อง 10 กระทรวง อาทิ กระทรวงเศรษฐกิจ กระทรวงการต่างประเทศ กระทรวงการคลัง ฯลฯ บทบาทของ CNIE ได้แก่ การกำหนดแนวทางและนโยบายด้านการลงทุนจากต่างประเทศ การให้นโยบายการส่งเสริมการลงทุน การพิจารณายกเว้นเงื่อนไขการถือครองกิจการของต่างชาติเป็นกรณีๆ ไป โดยจะคำนึงถึงผลกระทบต่อการจ้างงาน การถ่ายทอดเทคโนโลยี สิ่งแวดล้อม และความสามารถในการแข่งขันของประเทศ

3.องค์กรส่งเสริมการค้าการลงทุน (Pro Mexico) เป็นหน่วยงานของรัฐบาลกลาง สังกัด MOE มีหน้าที่ส่งเสริมการส่งออกสินค้าเม็กซิโกและส่งเสริมการลงทุนจากต่างชาติ โดยมีสาขาบริการอยู่ทั่วโลกตามเมืองสำคัญต่างๆ ที่จะคอยให้คำแนะนำการด้านการค้าและการลงทุนไปยังประเทศเม็กซิโก

สิทธิประโยชน์

รัฐบาลเม็กซิโกมีนโยบายให้นักลงทุนต่างชาติเข้ามาลงทุนได้สะดวกสบายมากขึ้น ทั้งในรูปแบบต่างๆ เช่น การลดขั้นตอนในการจัดตั้งบริษัท การร่นระยะเวลาอนุมัติการจัดตั้งบริษัทให้เร็วขึ้น รวมทั้งสิทธิประโยชน์ต่างๆ ดังนี้

1.โครงการ Maquiladora เป็นการส่งเสริมการจ้างงานภายในประเทศ โดยมีเงื่อนไขว่า หากผู้ลงทุนผลิตสินค้าเพื่อการส่งออกคิดเป็นเพียงร้อยละ 10 ของผลผลิตของโรงงานหรือส่งออกคิดเป็นมูลค่าอย่างน้อย 500,000 เหรียญสหรัฐฯ ต่อปี ก็จะสามารถเข้าร่วมโครงการนี้ได้

ปัจจัยที่ทำให้โครงการ Maquiladora มีการขยายตัวอย่างต่อเนื่องนั้นเกิดจากรูปแบบเฉพาะของอุตสาหกรรมที่อยู่ในโครงการนี้ ได้แก่ การเน้นผลิตสินค้าที่มีมูลค่าเพิ่ม การจัดส่งสินค้าได้ตรงตามเวลาถึงตลาดที่สำคัญอย่างสหรัฐฯ นับเป็นการช่วยลดต้นทุนของสินค้า การเน้นการลงทุนในอุตสาหกรรมที่ใช้เครื่องจักรและเทคโนโลยีในการผลิตมากกว่าการใช้แรงงานคน อันก่อให้เกิดความได้เปรียบในทางการค้า การได้รับการสนับสนุนอย่างต่อเนื่องจากภาครัฐและเอกชนในการพัฒนาและวิจัยสินค้า

2.โครงการสิทธิพิเศษทางภาษีอากรแก่บางอุตสาหกรรม (Sectoral Promotion Program: PROSEC) เป็นการสนับสนุนการลงทุนในอุตสาหกรรม 22 สาขา แต่มีข้อแม้ว่า นักลงทุนต้องมีโรงงานจริงในเม็กซิโกและมีกระบวนการผลิตที่เกิดขึ้นภายในเม็กซิโก

สำหรับนักลงทุนไทยสามารถเข้าไปลงทุนในเม็กซิโกได้ 100% โดยไม่ต้องมีผู้ร่วมลงทุน และสามารถยื่นขอรับสิทธิส่งเสริมการลงทุนตามโครงการใดโครงการหนึ่งหรือทั้งสองโครงการเลยก็ได้ ซึ่งก็จะทำให้มีสิทธิในการขายสินค้าของตนทั้งภายในประเทศเม็กซิโกและการส่งออกได้ด้วยไปพร้อมๆ กัน

สิทธิประโยชน์

รัฐบาลเม็กซิโกมีนโยบายให้นักลงทุนต่างชาติเข้ามาลงทุนได้สะดวกสบายมากขึ้น ทั้งในรูปแบบต่างๆ เช่น การลดขั้นตอนในการจัดตั้งบริษัท การร่นระยะเวลาอนุมัติการจัดตั้งบริษัทให้เร็วขึ้น รวมทั้งสิทธิประโยชน์ต่างๆ ดังนี้

1.โครงการ Maquiladora เป็นการส่งเสริมการจ้างงานภายในประเทศ โดยมีเงื่อนไขว่า หากผู้ลงทุนผลิตสินค้าเพื่อการส่งออกคิดเป็นเพียงร้อยละ 10 ของผลผลิตของโรงงานหรือส่งออกคิดเป็นมูลค่าอย่างน้อย 500,000 เหรียญสหรัฐฯ ต่อปี ก็จะสามารถเข้าร่วมโครงการนี้ได้

ปัจจัยที่ทำให้โครงการ Maquiladora มีการขยายตัวอย่างต่อเนื่องนั้นเกิดจากรูปแบบเฉพาะของอุตสาหกรรมที่อยู่ในโครงการนี้ ได้แก่ การเน้นผลิตสินค้าที่มีมูลค่าเพิ่ม การจัดส่งสินค้าได้ตรงตามเวลาถึงตลาดที่สำคัญอย่างสหรัฐฯ นับเป็นการช่วยลดต้นทุนของสินค้า การเน้นการลงทุนในอุตสาหกรรมที่ใช้เครื่องจักรและเทคโนโลยีในการผลิตมากกว่าการใช้แรงงานคน อันก่อให้เกิดความได้เปรียบในทางการค้า การได้รับการสนับสนุนอย่างต่อเนื่องจากภาครัฐและเอกชนในการพัฒนาและวิจัยสินค้า

2.โครงการสิทธิพิเศษทางภาษีอากรแก่บางอุตสาหกรรม (Sectoral Promotion Program: PROSEC) เป็นการสนับสนุนการลงทุนในอุตสาหกรรม 22 สาขา แต่มีข้อแม้ว่า นักลงทุนต้องมีโรงงานจริงในเม็กซิโกและมีกระบวนการผลิตที่เกิดขึ้นภายในเม็กซิโก

สำหรับนักลงทุนไทยสามารถเข้าไปลงทุนในเม็กซิโกได้ 100% โดยไม่ต้องมีผู้ร่วมลงทุน และสามารถยื่นขอรับสิทธิส่งเสริมการลงทุนตามโครงการใดโครงการหนึ่งหรือทั้งสองโครงการเลยก็ได้ ซึ่งก็จะทำให้มีสิทธิในการขายสินค้าของตนทั้งภายในประเทศเม็กซิโกและการส่งออกได้ด้วยไปพร้อมๆ กัน

ประเด็นท้าทายในการทำธุรกิจ

- ปัจจุบันเม็กซิโกยังไม่อนุญาตให้นำเข้าพืชผักสด ผลไม้สด และไม้ตัดดอกจากประเทศไทย แต่ได้อนุญาตให้สามารถนำเข้าสินค้าผลไม้อบแห้งจากไทยได้ โดยผู้นำเข้าต้องนำเอกสาร Phytosanitary Certificate ออกโดยกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ของไทยมาแสดง และจะไม่ยอมรับเอกสารการรับรองของห้อง Lab เอกชน

- เม็กซิโกได้ออกระเบียบมาตรฐานสินค้าข้าวใหม่ กำหนดให้มีการรมควันจำนวน 2 ครั้ง คือ ก่อนบรรจุข้าวลงถุงและเมื่อบรรจุลงถุงแล้ว โดยต้องมีการระบุลงในใบรับรอง Phytosanitary Certificate จากหน่วยงานรัฐ และสารเคมีที่ใช้เป็นสาร Methyl Bromide ในปริมาณที่สอดคล้องกับระยะเวลาการอบ อุณหภูมิ และความเข้มข้นของสาร

- การขอใบอนุญาตทำงานของผู้ประกอบไทย เช่น กิจการร้านอาหารไทยในเม็กซิโก มักประสบปัญหาเรื่องการขอใบอนุญาตทำงานให้แก่พ่อครัวและแม่ครัวชาวไทยในเรื่องต่างๆ

- ปัญหาการชำระเงิน ผู้นำเข้าเม็กซิโกไม่ชำระเงินด้วยระบบ Letter of Credit (L/C) ทำให้ผู้ส่งออกไทยขาดหลักประกันการชำระเงินและตกอยู่ในภาวะเสี่ยงที่จะไม่ได้รับเงิน

- ระยะทางระหว่างไทยกับเม็กซิโกอยู่ห่างไกลกันมาก ประกอบกับไม่มีเที่ยวบินที่บินตรงจากไทยไปยังเม็กซิโก ทำให้การเดินทางและการขนส่งสินค้าต้องเสียค่าใช้จ่ายและเวลามาก

- นักธุรกิจไทยมีปัญหาในการสื่อสาร เพราะเม็กซิโกใช้ภาษาสเปนเป็นภาษากลาง ทำให้การติดต่อทำการค้าโดยตรงค่อนข้างลำบาก จำเป็นต้องอาศัยตัวแทนที่มีความรู้ภาษาสเปน

ประเด็นท้าทายในการทำธุรกิจ

- ปัจจุบันเม็กซิโกยังไม่อนุญาตให้นำเข้าพืชผักสด ผลไม้สด และไม้ตัดดอกจากประเทศไทย แต่ได้อนุญาตให้สามารถนำเข้าสินค้าผลไม้อบแห้งจากไทยได้ โดยผู้นำเข้าต้องนำเอกสาร Phytosanitary Certificate ออกโดยกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ของไทยมาแสดง และจะไม่ยอมรับเอกสารการรับรองของห้อง Lab เอกชน

- เม็กซิโกได้ออกระเบียบมาตรฐานสินค้าข้าวใหม่ กำหนดให้มีการรมควันจำนวน 2 ครั้ง คือ ก่อนบรรจุข้าวลงถุงและเมื่อบรรจุลงถุงแล้ว โดยต้องมีการระบุลงในใบรับรอง Phytosanitary Certificate จากหน่วยงานรัฐ และสารเคมีที่ใช้เป็นสาร Methyl Bromide ในปริมาณที่สอดคล้องกับระยะเวลาการอบ อุณหภูมิ และความเข้มข้นของสาร

- การขอใบอนุญาตทำงานของผู้ประกอบไทย เช่น กิจการร้านอาหารไทยในเม็กซิโก มักประสบปัญหาเรื่องการขอใบอนุญาตทำงานให้แก่พ่อครัวและแม่ครัวชาวไทยในเรื่องต่างๆ

- ปัญหาการชำระเงิน ผู้นำเข้าเม็กซิโกไม่ชำระเงินด้วยระบบ Letter of Credit (L/C) ทำให้ผู้ส่งออกไทยขาดหลักประกันการชำระเงินและตกอยู่ในภาวะเสี่ยงที่จะไม่ได้รับเงิน

- ระยะทางระหว่างไทยกับเม็กซิโกอยู่ห่างไกลกันมาก ประกอบกับไม่มีเที่ยวบินที่บินตรงจากไทยไปยังเม็กซิโก ทำให้การเดินทางและการขนส่งสินค้าต้องเสียค่าใช้จ่ายและเวลามาก

- นักธุรกิจไทยมีปัญหาในการสื่อสาร เพราะเม็กซิโกใช้ภาษาสเปนเป็นภาษากลาง ทำให้การติดต่อทำการค้าโดยตรงค่อนข้างลำบาก จำเป็นต้องอาศัยตัวแทนที่มีความรู้ภาษาสเปน

ข่าวเศรษฐกิจ / เรื่องเด่น / ข่าวประชาสัมพันธ์ในศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเม็กซิโก



    

สาระน่ารู้

  • One Galle Face is Colombo's first internationally developed integrated lifestyle destination that makes living, working, entertainment and hospitality possible all in one location. Hong Kong's leisure entity Shanri-La Hotels and Resorts foresees the completion of this project by 2018 with a hefty investment of over US$ 600 million. The twin towers will be used for residence, which consist of 50 floors each, 16 penthouses and 8 duplex and simplex units. The target market is expatriates, international investors and the expanding population of Sri Lanka.
  • Following the tremendous success of the Exhibition 2018 and the 36th Annual Sessions, which took place at the Bandaranaike Memorial International Conference Hall in Colombo from February 22 to 25 earlier this year, the SLIA is proud to prsent  the next edition in a superior manner.<br />
    <br />
    Save the date :February 20th to 24th, 2019
  • The Institution of Engineers, Sri Lanka is the successor to the ‘Engineering Association of Ceylon’, which was founded in 1906. In 1968, the Institution of Engineers, Sri Lanka was made an incorporated body of the government, by an Act of Parliament. The IESL being the Apex body for engineering professionals in Sri Lanka, having a membership of more than 20,000, is called upon to represent the profession at many national forums and contribute to national development. By virtue of agreements it has entered into with the International Engineers’ Alliance (IEA) for mutual recognition of competencies, members assessed to have such competencies by IESL are eligible to practice engineering in the member countries including Japan, Australia, United Kingdom, Singapore, Pakistan, India, USA, Canada and South Korea.<br />
    <br />
    IESL with the Vision to be among the leading professional institutions of engineering and technology in the world, has Missioned Techno Sri Lanka’s for “Bringing out and Unleashing the Country’s Multi – Disciplinary Engineering Talents, to Drive Sri Lanka into Technological Excellence for Revolutionary Uplifting of Peoples’ Living Conditions and Prosperity”. Engineers are driven by passion to look beyond the regular, push borders and create the impossible. This is also reflective of the fact that Engineers over centuries are really innovators, who think beyond the realm and invent solutions for mankind, ahead of their time. That’s what engineering is all about and it’s the reason Engineers will always be the ingenious inventors and imaginative innovators throughout time.<br />
    <br />
    The flagship event of IESL, Techno Sri Lanka, since its inception in 1985 has grown to be the largest and the only engineering and technology exhibition held annually in Colombo. Techno, living up to its standards, has provided the means for uplifting peoples’ living conditions and has become an ideal venue for industry professionals, business heads, technologists and keen public to come together on a single global platform.<br />
    <br />
    The world is changing; engineers are in the forefront of this change. Expectations are very high in today’s society. However, the Planet’s resources are fast depleting and engineers have to be smart and innovative to achieve high goals with very low resource consumption. Technology should reach the masses and make them do things differently, as doing ‘business as usual’ will not leave a healthy planet for our children and grandchildren. We need ‘sustainable technologies’ that will revolutionize the day-to-day activities, such as mobile technology, nanotechnology, household solar PV technology and perhaps other inventions and breakthroughs to satisfy the society’s expectations and still not be blamed by our future generations for not leaving them a livable Planet Earth.<br />
    <br />
    Considering these facts, Techno Sri Lanka has redefined its Theme for the year 2018, aiming to fulfill the expectations of all stakeholders.
  • 01. - 03. November 2018 | Trade fair for hotels, hospitality, tourism and food businesses<br />
    <br />
    The Hotel, Hospitality & Food Asia in Sri Lanka has been designed by the dynamic development of the hotel and catering industry and the tourism and food companies to take account of South Asia. She is a specifically targeted at this sector business-to-business event. This exhibition is communication and information platform in the industry and provides the exhibiting companies the opportunity to present to an audience of experts here. Visitors can find information here thoroughly and comprehensively about the latest developments, trends, products and services in various fields. HHF Sri Lanka is the leading marketplace for regional networking and distribution, as well as a new basis for the procurement of products. The program will be held a culinary competition and other live features.<br />
    <br />
    The Hotel Hospitality & Food Asia will take place on 3 days from Thursday, 01. November to Saturday, 03. November 2018 in Colombo.
  • Infotel theme will be Towards a Digital Economy, is aligning with national priorities of enhancing the digital infrastructure of the country for facilitating a digitally empowered ecosystem while improving the Citizens’ engagement in a digital society.
  • The Western Region MegapolisDevelopment Plan, also called Western Region Megapolis Planning Project(WRMPP), is a urban planning, zoning and development project aimed at creating a Megapolis in the Western Province of Sri Lanka by 2030 , which would help address the issues of waste management, traffic congestion, slums and environmental pollution. This project is intended to build a Megacity that matches other well-known economic hubs such as Dubai,Singapore,Seoul and Tokyo. For more information, please visit <a class="txttohtmllink" href="http://www.megapolis.gov.lk/">http://www.megapolis.gov.lk/</a>




เอกสารอ้างอิง

ดาวน์โหลด

ติดต่อหน่วยงาน

Thailand Business Information Center in Mexico
ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเม็กซิโก
สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงเม็กซิโก
Royal Thai Embassy in Mexico
Paseo de las Palmas No.1610 Lomas de Chapultepec México D.F. 11000
Tel: (+52-55) 5540 4551, 5540 a 4529
Fax: (52-55) 5540 - 4817
Email: thaimex@prodigy.net.mx
Website: http://thailatinamerica.net

ประเทศ / เขตเศรษฐกิจพิเศษ
ในภูมิภาคเดียวกัน