ลาว

ลาว (Laos) มีชื่ออย่างเป็นทางการว่า สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว (สปป.ลาว) เป็นประเทศเพื่อนบ้านของไทยที่มีการขยายตัวทางเศรษฐกิจอย่างต่อเนื่อง โดยมีอุตสาหกรรมพลังงานไฟฟ้าเป็นตัวสร้างรายได้ให้กับประเทศ หากพูดถึงในแง่การค้าการลงทุน ด้วยสภาพภูมิประเทศและภูมิอากาศ ทำให้ลาวร่ำรวยด้วยทรัพยากรทางธรรมชาติทั้งบนดินและใต้ดิน มีพื้นที่ป่าไม้จำนวนมาก หลากหลายทางชีวภาพ มีพื้นที่เกษตรที่ยังอุดมสมบูรณ์ เหมาะแก่การเพาะปลูกข้าว ข้าวโพด ยาสูบ มันสำปะหลัง ใต้ดินมีแร่ธาตุประเภท ดีบุก ยิปซัม ตะกั่ว หินเกลือ เหล็ก ถ่านหิน แบไรต์ ลิกไนต์ โปแตส สังกะสี ทองคำ ทองแดง พลอย อัญมณี หินอ่อน น้ำมัน (ในภาคกลางและภาคใต้) และถ่านหินคุณภาพเยี่ยม ลาวจึงเป็นอีกหนึ่งแหล่งลงทุนใกล้ไทยที่มีความน่าสนใจไม่น้อย

ข้อมูลทั่วไป

ภูมิประเทศและภูมิอากาศ

พื้นที่ของลาวมีทั้งหมดประมาณ 236,800 ตารางกิโลเมตร โดยมีทิศเหนือติดกับจีน ทิศใต้ติดกัมพูชา ทิศตะวันออกติดกับเวียดนาม ทิศตะวันตกเฉียงเหนือติดกับพม่า ทิศตะวันตกติดกับประเทศไทย แต่ไม่มีพื้นที่ส่วนใดติดกับทะเล ส่วนสภาพภูมิอากาศเป็นแบบเขตร้อนคล้ายกับไทย มี 2 ฤดูกาล คือ ฤดูร้อนในช่วงเดือนพฤศจิกายน-เมษายน และฤดูฝนในเดือนพฤษภาคม-ตุลาคม

ประชากร

สปป.ลาว มีประชากรทั้งหมดประมาณ 6.47 ล้านคน (ก.ค. 2554)

การเมืองการปกครอง

ลาวมีระบบการปกครองแบบสังคมนิยมคอมมิวนิสต์ (ทางการลาวใช้คำว่า ระบอบประชาธิปไตยประชาชน) โดยปกครองในระบบพรรคการเมืองเพียงพรรคเดียวคือ พรรคประชาชนปฏิวัติลาว (Lao People’s Revolutionary Party: LPRP) ซึ่งมีประธานประเทศ (ประธานาธิบดี) เป็นหัวหน้าพรรค LPRP เป็นผู้นำประเทศ มีอำนาจในการกำหนดนโยบายและควบคุมการบริหารประเทศทั้งหมด และมีนายกรัฐมนตรีทำหน้าที่หัวหน้าคณะรัฐบาล โดยทั้ง 2 ตำแหน่งมีวาระการดำรงตำแหน่งครั้งละ 5 ปี

ภาษา

ในปัจจุบัน ลาวมีถึง 68 ชาติพันธุ์ จึงมีภาษาพูดและวัฒนธรรมที่แตกต่างกันแต่อยู่ร่วมชีวิตฉันท์พี่น้องในอาณาเขตเดียวกันมาเป็นพันปีโดยใช้ "ภาษาลาว" เป็นภาษากลางในการสื่อสาร

ศาสนา

ประชากรลาวประมาณ 75 % นับถือศาสนาพุทธนิกายเถรวาท นับถือผี (Animism) 16-17 % ซึ่งเป็นความเชื่อดั้งเดิมตามแต่ละท้องถิ่นที่เหลือเป็นคริสต์ มุสลิม และอื่นๆ

สกุลเงิน

สกุลเงินของลาวคือ กีบ ใช้ตัวย่อว่า LAK โดยปัจจุบันมีอัตราแลกเปลี่ยนอยู่ที่ 1 บาท ต่อ 263 กีบ (ข้อมูลล่าสุด ณ วันที่ 1 มีนาคม 56)

โครงสร้างพื้นฐาน

การคมนาคมในลาว เริ่มพัฒนาขึ้นเรื่อยๆ จนมีหลากหลาย แต่ลาวไม่มีด้านใดติดกับทะเล ดังนั้นจึงไม่มีท่าเรือแต่อย่างใด

ทางบก: มีทางหลวงด้วยกันทั้งสิ้น 21,716 กิโลเมตร ในจำนวนนั้น 9,673.5 กิโลเมตรเป็นทางลาดยาง และที่เหลืออีก 12,042.5 กิโลเมตรเป็นทางลูกรัง

รถไฟ: มีการก่อสร้างรางต่อจากเครือข่ายรถไฟไทยออกไป 3.5 กิโลเมตร เพื่อข้ามสะพานมิตรภาพ ไทย-ลาว แห่งที่ 1 เข้าสู่ประเทศลาว และได้มีการสำรวจเพื่อสร้างต่ออีก 12 กิโลเมตรไปยังเวียงจันทน์

น้ำ: ลาวมีแม่น้ำที่ใช้ในการคมนาคมได้รวมระยะทางทั้งสิ้น 4,587 กิโลเมตร ส่วนใหญ่คือแม่น้ำโขงและลำคลองที่แยกออกไป และอีก 2,897 กิโลเมตร ที่บางส่วนใช้ในการคมนาคมได้ด้วยเรือที่ลึกลงไปจากผิวน้ำไม่เกินครึ่งเมตร บางช่วงที่น้ำแล้งจะทำให้การเดินทางทางเรือเกิดความลำบากได้

ทางอากาศ: ลาวมีสนามบินทั้งหมด 52 แห่ง มีอยู่เพียง 9 แห่งเท่านั้นที่มีรันเวย์ลาดยาง และมีเฉพาะสนามบินนานาชาติวัตไตเท่านั้นที่มีระยะทางมากกว่า 2,438 เมตร

ข้อมูลทั่วไปประเทศลาว

ภูมิประเทศและภูมิอากาศ

พื้นที่ของลาวมีทั้งหมดประมาณ 236,800 ตารางกิโลเมตร โดยมีทิศเหนือติดกับจีน ทิศใต้ติดกัมพูชา ทิศตะวันออกติดกับเวียดนาม ทิศตะวันตกเฉียงเหนือติดกับพม่า ทิศตะวันตกติดกับประเทศไทย แต่ไม่มีพื้นที่ส่วนใดติดกับทะเล ส่วนสภาพภูมิอากาศเป็นแบบเขตร้อนคล้ายกับไทย มี 2 ฤดูกาล คือ ฤดูร้อนในช่วงเดือนพฤศจิกายน-เมษายน และฤดูฝนในเดือนพฤษภาคม-ตุลาคม

ประชากร

สปป.ลาว มีประชากรทั้งหมดประมาณ 6.47 ล้านคน (ก.ค. 2554)

การเมืองการปกครอง

ลาวมีระบบการปกครองแบบสังคมนิยมคอมมิวนิสต์ (ทางการลาวใช้คำว่า ระบอบประชาธิปไตยประชาชน) โดยปกครองในระบบพรรคการเมืองเพียงพรรคเดียวคือ พรรคประชาชนปฏิวัติลาว (Lao People’s Revolutionary Party: LPRP) ซึ่งมีประธานประเทศ (ประธานาธิบดี) เป็นหัวหน้าพรรค LPRP เป็นผู้นำประเทศ มีอำนาจในการกำหนดนโยบายและควบคุมการบริหารประเทศทั้งหมด และมีนายกรัฐมนตรีทำหน้าที่หัวหน้าคณะรัฐบาล โดยทั้ง 2 ตำแหน่งมีวาระการดำรงตำแหน่งครั้งละ 5 ปี

ภาษา

ในปัจจุบัน ลาวมีถึง 68 ชาติพันธุ์ จึงมีภาษาพูดและวัฒนธรรมที่แตกต่างกันแต่อยู่ร่วมชีวิตฉันท์พี่น้องในอาณาเขตเดียวกันมาเป็นพันปีโดยใช้ "ภาษาลาว" เป็นภาษากลางในการสื่อสาร

ศาสนา

ประชากรลาวประมาณ 75 % นับถือศาสนาพุทธนิกายเถรวาท นับถือผี (Animism) 16-17 % ซึ่งเป็นความเชื่อดั้งเดิมตามแต่ละท้องถิ่นที่เหลือเป็นคริสต์ มุสลิม และอื่นๆ

สกุลเงิน

สกุลเงินของลาวคือ กีบ ใช้ตัวย่อว่า LAK โดยปัจจุบันมีอัตราแลกเปลี่ยนอยู่ที่ 1 บาท ต่อ 263 กีบ (ข้อมูลล่าสุด ณ วันที่ 1 มีนาคม 56)

โครงสร้างพื้นฐาน

การคมนาคมในลาว เริ่มพัฒนาขึ้นเรื่อยๆ จนมีหลากหลาย แต่ลาวไม่มีด้านใดติดกับทะเล ดังนั้นจึงไม่มีท่าเรือแต่อย่างใด

ทางบก: มีทางหลวงด้วยกันทั้งสิ้น 21,716 กิโลเมตร ในจำนวนนั้น 9,673.5 กิโลเมตรเป็นทางลาดยาง และที่เหลืออีก 12,042.5 กิโลเมตรเป็นทางลูกรัง

รถไฟ: มีการก่อสร้างรางต่อจากเครือข่ายรถไฟไทยออกไป 3.5 กิโลเมตร เพื่อข้ามสะพานมิตรภาพ ไทย-ลาว แห่งที่ 1 เข้าสู่ประเทศลาว และได้มีการสำรวจเพื่อสร้างต่ออีก 12 กิโลเมตรไปยังเวียงจันทน์

น้ำ: ลาวมีแม่น้ำที่ใช้ในการคมนาคมได้รวมระยะทางทั้งสิ้น 4,587 กิโลเมตร ส่วนใหญ่คือแม่น้ำโขงและลำคลองที่แยกออกไป และอีก 2,897 กิโลเมตร ที่บางส่วนใช้ในการคมนาคมได้ด้วยเรือที่ลึกลงไปจากผิวน้ำไม่เกินครึ่งเมตร บางช่วงที่น้ำแล้งจะทำให้การเดินทางทางเรือเกิดความลำบากได้

ทางอากาศ: ลาวมีสนามบินทั้งหมด 52 แห่ง มีอยู่เพียง 9 แห่งเท่านั้นที่มีรันเวย์ลาดยาง และมีเฉพาะสนามบินนานาชาติวัตไตเท่านั้นที่มีระยะทางมากกว่า 2,438 เมตร

ข้อมูลการค้า-การลงทุน

ข้อมูลเศรษฐกิจการค้า

สภาพเศรษฐกิจของลาวมีพัฒนาการที่ดีตามลำดับ โดยในช่วง 20 ปีนับตั้งแต่ปรับเปลี่ยนระบบเศรษฐกิจแบบสังคมนิยมสู่ระบบเศรษฐกิจเสรีการตลาดเมื่อปี 2529 ลาวมีการขยายตัวทางเศรษฐกิจอย่างต่อเนื่องในอัตราเฉลี่ย 6.2 % ต่อปี ประชากรมีรายได้เพิ่มขึ้นจากประมาณ 200 ดอลลาร์สหรัฐเมื่อปี 2529 เป็น 491 ดอลลาร์สหรัฐในปี 2548 ภาคอุตสาหกรรมขยายตัวในอัตราไม่ต่ำกว่า 10 % ต่อปี โดยอุตสาหกรรมพลังงานไฟฟ้าเป็นสาขาหลักที่สร้างรายได้ให้แก่ประเทศ

สินค้าส่งออกที่สำคัญของลาว ได้แก่ เสื้อผ้าสำเร็จรูป ไม้ซุง ไม้แปรรูป ผลิตภัณฑ์ไม้ สินแร่ เศษโลหะ ถ่านหิน ข้าวโพด ใบยาสูบ กาแฟ หนังดิบและหนังฟอกโดยส่งออกไปยังไทย เวียดนาม ฝรั่งเศส ญี่ปุ่น อังกฤษ สหรัฐอเมริกา เนเธอร์แลนด์ และเยอรมนี ส่วนการนำเข้าสินค้า ประเทศลาวได้นำเข้าสินค้าจากไทย จีน เวียดนาม สิงคโปร์ ญี่ปุ่น ออสเตรเลีย เยอรมนี โดยสินค้าที่สำคัญ ได้แก่ รถจักรยานยนต์และส่วนประกอบ เครื่องจักรกล เครื่องใช้ไฟฟ้าที่ให้ความร้อน อาหาร ผ้าผืน สารเคมี และเครื่องอุปโภคบริโภค สำหรับสินค้าสำคัญที่ลาวส่งออกไปขายไทยนั้น ได้แก่ สินแร่โลหะอื่นๆ เศษโลหะและพลาสติก ส่วนสินค้าที่ลาวนำเข้าจากไทยมากที่สุด คือ น้ำมันสำเร็จรูป รถยนต์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ และผลิตภัณฑ์อลูมิเนียม

ด้านการค้าต่างประเทศของกัมพูชาพบว่า กัมพูชาไม่มีข้อกีดกันทางการค้า/ข้อจำกัดทางการค้า หรือการจำกัดปริมาณการนำเข้าสินค้า แต่ผู้ประสงค์นำสินค้าเข้ากัมพูชาต้องชำระภาษีขาเข้าและภาษีผู้บริโภคตามที่กำหนด นอกจากนี้ ในการนำสินค้าเข้ากัมพูชาต้องผ่านการตรวจสอบและกำหนดพิกัดศุลกากร โดยกระทรวงพาณิชย์ว่าจ้างให้บริษัทเอกชน คือ บริษัท Societies General de Surveillance S.A. หรือ SGA ตรวจสอบสินค้าก่อนนำเข้า (Reshipment Inspection PSI) และมีกรมศุลกากร กระทรวงการคลังเป็นผู้จัดเก็บภาษีนำเข้า ส่วนการส่งออกกัมพูชามีนโยบายการค้าเสรีสามารถส่งออกโดยเสรี ยกเว้นรายการสินค้าที่กระทรวงพาณิชย์กำหนดให้ออกได้ ต้องมีเอกสารรับรองแหล่งกำเนิดสินค้าจากกรมสิทธิประโยชน์กัมพูชา หรือเอกสารหนังสืออนุญาตส่งออกจากกรมการค้าต่างประเทศกัมพูชา

ข้อมูลการค้า-การลงทุน

ข้อมูลเศรษฐกิจการค้า

สภาพเศรษฐกิจของลาวมีพัฒนาการที่ดีตามลำดับ โดยในช่วง 20 ปีนับตั้งแต่ปรับเปลี่ยนระบบเศรษฐกิจแบบสังคมนิยมสู่ระบบเศรษฐกิจเสรีการตลาดเมื่อปี 2529 ลาวมีการขยายตัวทางเศรษฐกิจอย่างต่อเนื่องในอัตราเฉลี่ย 6.2 % ต่อปี ประชากรมีรายได้เพิ่มขึ้นจากประมาณ 200 ดอลลาร์สหรัฐเมื่อปี 2529 เป็น 491 ดอลลาร์สหรัฐในปี 2548 ภาคอุตสาหกรรมขยายตัวในอัตราไม่ต่ำกว่า 10 % ต่อปี โดยอุตสาหกรรมพลังงานไฟฟ้าเป็นสาขาหลักที่สร้างรายได้ให้แก่ประเทศ

สินค้าส่งออกที่สำคัญของลาว ได้แก่ เสื้อผ้าสำเร็จรูป ไม้ซุง ไม้แปรรูป ผลิตภัณฑ์ไม้ สินแร่ เศษโลหะ ถ่านหิน ข้าวโพด ใบยาสูบ กาแฟ หนังดิบและหนังฟอกโดยส่งออกไปยังไทย เวียดนาม ฝรั่งเศส ญี่ปุ่น อังกฤษ สหรัฐอเมริกา เนเธอร์แลนด์ และเยอรมนี ส่วนการนำเข้าสินค้า ประเทศลาวได้นำเข้าสินค้าจากไทย จีน เวียดนาม สิงคโปร์ ญี่ปุ่น ออสเตรเลีย เยอรมนี โดยสินค้าที่สำคัญ ได้แก่ รถจักรยานยนต์และส่วนประกอบ เครื่องจักรกล เครื่องใช้ไฟฟ้าที่ให้ความร้อน อาหาร ผ้าผืน สารเคมี และเครื่องอุปโภคบริโภค สำหรับสินค้าสำคัญที่ลาวส่งออกไปขายไทยนั้น ได้แก่ สินแร่โลหะอื่นๆ เศษโลหะและพลาสติก ส่วนสินค้าที่ลาวนำเข้าจากไทยมากที่สุด คือ น้ำมันสำเร็จรูป รถยนต์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ และผลิตภัณฑ์อลูมิเนียม

ด้านการค้าต่างประเทศของกัมพูชาพบว่า กัมพูชาไม่มีข้อกีดกันทางการค้า/ข้อจำกัดทางการค้า หรือการจำกัดปริมาณการนำเข้าสินค้า แต่ผู้ประสงค์นำสินค้าเข้ากัมพูชาต้องชำระภาษีขาเข้าและภาษีผู้บริโภคตามที่กำหนด นอกจากนี้ ในการนำสินค้าเข้ากัมพูชาต้องผ่านการตรวจสอบและกำหนดพิกัดศุลกากร โดยกระทรวงพาณิชย์ว่าจ้างให้บริษัทเอกชน คือ บริษัท Societies General de Surveillance S.A. หรือ SGA ตรวจสอบสินค้าก่อนนำเข้า (Reshipment Inspection PSI) และมีกรมศุลกากร กระทรวงการคลังเป็นผู้จัดเก็บภาษีนำเข้า ส่วนการส่งออกกัมพูชามีนโยบายการค้าเสรีสามารถส่งออกโดยเสรี ยกเว้นรายการสินค้าที่กระทรวงพาณิชย์กำหนดให้ออกได้ ต้องมีเอกสารรับรองแหล่งกำเนิดสินค้าจากกรมสิทธิประโยชน์กัมพูชา หรือเอกสารหนังสืออนุญาตส่งออกจากกรมการค้าต่างประเทศกัมพูชา

กฎระเบียบการทำธุรกิจ

สำหรับโครงการลงทุนจากต่างประเทศที่ต้องการจะรับการส่งเสริมการลงทุนจะต้องดำเนินการก่อตั้งและขึ้นทะเบียนตามกฎหมายวิสาหกิจฉบับใหม่เสียก่อน โดยมีขั้นตอนดังนี้

  1. ให้เจ้าของหรือผู้ที่ได้รับมอบหมาย จองชื่อบริษัท ในกรณีที่เป็นวิสาหกิจหุ้นส่วนและบริษัทจะต้องแจ้งสัญญาจัดตั้งด้วย
  2. เจ้าหน้าที่ทะเบียนวิสาหกิจตรวจสอบความถูกต้องของหลักฐานและเอกสารต่างๆ ตามที่กำหนดไว้ในวิสาหกิจแต่ละประเภท
  3. ถ้าเป็นวิสาหกิจประเภทธุรกิจนอกบัญชีควบคุมขึ้นทะเบียนไม่เกิน 10 วัน แต่ถ้าเป็นวิสาหกิจประเภทในบัญชีควบคุมไม่มีกำหนดระยะเวลา

กิจการที่ห้ามลงทุน ไม่ว่าจะเป็นนักลงทุนในประเทศหรือต่างประเทศ มีกิจการที่ห้ามลงทุนดังต่อนี้

  1. การผลิตอาวุธทุกชนิด
  2. การผลิตสารเสพติด
  3. กิจการที่ก่อให้เกิดความเสียหายต่อประเพณีและวัฒนธรรมของชาติ
  4. กิจการที่ก่อให้เกิดสารเคมีหรือของเสียที่เป็นอันตรายต่อมนุษย์และสิ่งแวดล้อม

กิจการที่เปิดให้ต่างชาติลงทุนร่วมกับนักลงทุนในประเทศเพื่อส่งออกสินค้าที่ผลิตได้ทั้งหมด

  1. การผลิตเส้นหมี่
  2. การผลิตเบียร์
  3. การผลิตเครื่องดื่มที่ปราศจากส่วนผสมของแอลกอฮอล์
  4. การผลิตยาสูบ

กฎระเบียบการทำธุรกิจ

สำหรับโครงการลงทุนจากต่างประเทศที่ต้องการจะรับการส่งเสริมการลงทุนจะต้องดำเนินการก่อตั้งและขึ้นทะเบียนตามกฎหมายวิสาหกิจฉบับใหม่เสียก่อน โดยมีขั้นตอนดังนี้

  1. ให้เจ้าของหรือผู้ที่ได้รับมอบหมาย จองชื่อบริษัท ในกรณีที่เป็นวิสาหกิจหุ้นส่วนและบริษัทจะต้องแจ้งสัญญาจัดตั้งด้วย
  2. เจ้าหน้าที่ทะเบียนวิสาหกิจตรวจสอบความถูกต้องของหลักฐานและเอกสารต่างๆ ตามที่กำหนดไว้ในวิสาหกิจแต่ละประเภท
  3. ถ้าเป็นวิสาหกิจประเภทธุรกิจนอกบัญชีควบคุมขึ้นทะเบียนไม่เกิน 10 วัน แต่ถ้าเป็นวิสาหกิจประเภทในบัญชีควบคุมไม่มีกำหนดระยะเวลา

กิจการที่ห้ามลงทุน ไม่ว่าจะเป็นนักลงทุนในประเทศหรือต่างประเทศ มีกิจการที่ห้ามลงทุนดังต่อนี้

  1. การผลิตอาวุธทุกชนิด
  2. การผลิตสารเสพติด
  3. กิจการที่ก่อให้เกิดความเสียหายต่อประเพณีและวัฒนธรรมของชาติ
  4. กิจการที่ก่อให้เกิดสารเคมีหรือของเสียที่เป็นอันตรายต่อมนุษย์และสิ่งแวดล้อม

กิจการที่เปิดให้ต่างชาติลงทุนร่วมกับนักลงทุนในประเทศเพื่อส่งออกสินค้าที่ผลิตได้ทั้งหมด

  1. การผลิตเส้นหมี่
  2. การผลิตเบียร์
  3. การผลิตเครื่องดื่มที่ปราศจากส่วนผสมของแอลกอฮอล์
  4. การผลิตยาสูบ

นโยบายการส่งเสริมการลงทุน

รัฐบาลลาวได้ปรับปรุงกฎระเบียบเพื่อเสริมสร้างบรรยากาศให้เอื้ออำนวยต่อการลงทุนมากยิ่งขึ้น อาทิ มาตรการด้านภาษี อนุญาตให้นครหลวงเวียงจันทน์ แขวงจำปาสัก และแขวงหลวงพระบาง มีอำนาจอนุมัติโครงการลงทุนที่มีมูลค่าไม่เกิน 2 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ส่วนแขวงอื่น ๆ สามารถอนุมัติโครงการลงทุนที่มีมูลค่าลงทุนไม่เกิน 1 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ทำให้การลงทุนจากต่างประเทศในลาวมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยนักลงทุนที่สำคัญ ได้แก่ ไทย เวียดนาม ฝรั่งเศส ออสเตรเลีย และจีน

สิทธิประโยชน์

โครงการลงทุนจากต่างประเทศทุกโครงการที่ได้รับอนุมัติจากกรมส่งเสริมการลงทุน (Investment Promotion Department: IPD) จะได้รับการส่งเสริมการลงทุนเพิ่มเติม ดังนี้

  1. กำไรที่นำไปขยายกิจการที่ได้รับอนุญาต จะได้รับการยกเว้นอากรกำไรในปีการบัญชี
  2. การส่งผลกำไร ทุน และรายรับอื่น ๆ (ภายหลังที่ได้ปฏิบัติพันธะทางด้านภาษีอากร และค่าธรรมเนียม อื่น ๆ ตามระเบียบกฎหมายแล้ว) กลับประเทศของตน หรือประเทศที่สาม สามารถส่งผ่านธนาคารที่อยู่ในลาวได้
  3. ได้รับการยกเว้นภาษีนำเข้า และอากรที่เก็บจากการนำเข้าอุปกรณ์ เครื่องอะไหล่ พาหนะการผลิตโดยตรง วัตถุดิบที่ไม่มีอยู่ภายในประเทศ หรือมีแต่ไม่พอเพียง ผลิตภัณฑ์กึ่งสำเร็จรูปที่นำเข้ามาเพื่อแปรรูปหรือประกอบเป็นผลิตภัณฑ์เพื่อส่งออก
  4. ได้รับการยกเว้นภาษีขาออก สำหรับผลิตภัณฑ์เพื่อส่งออก

นอกเหนือจากสิทธิประโยชน์ข้างต้น กิจการที่ได้รับอนุมัติส่งเสริมการลงทุนในเขตพื้นที่การลงทุนต่างๆ ยังจะได้รับสิทธิในการลดอัตราภาษีกำไร ตามเขตพื้นที่ดังต่อไปนี้

เขตลงทุนในพื้นที่เขต 1 คือ พื้นที่ห่างไกลทุรกันดาร (ภูดอย) ไม่มีสาธารณูปโภคพื้นฐานทางเศรษฐกิจ จะได้รับการยกเว้นอากรกำไรเป็นระยะเวลา 7 ปี และหลังนั้นเสียอากรเต็มอัตรา 10 %

เขตลงทุนในพื้นที่เขต 2 คือ พื้นที่ที่มีสาธารณูปโภคพื้นฐานทางเศรษฐกิจบางส่วน จะได้รับการยกเว้นอากรกำไร เป็นระยะเวลา 5 ปี หลังจากนั้นจะเสียอากรกำไรในอัตราลดหย่อนครึ่งหนึ่งของ 15 % ในระยะเวลา 3 ปี และหลังจากนั้น จะเสียอากรกำไรเต็มอัตรา 15 %

เขตลงทุนในพื้นที่เขต 3 คือ เขตตัวเมืองใหญ่ เป็นพื้นที่ที่มีสาธารณูปโภคพื้นฐานทางเศรษฐกิจสมบูรณ์ จะได้รับการยกเว้นอากรกำไรเป็นระยะเวลา 2 ปี จากนั้นจะเสียอากรกำไรในอัตราลดหย่อนครึ่งหนึ่งของ 20 % ในระยะเวลา 2 ปี และหลังจากนั้นจะได้เสียอากรกำไรเต็มอัตรา 20 %

สิทธิประโยชน์

โครงการลงทุนจากต่างประเทศทุกโครงการที่ได้รับอนุมัติจากกรมส่งเสริมการลงทุน (Investment Promotion Department: IPD) จะได้รับการส่งเสริมการลงทุนเพิ่มเติม ดังนี้

  1. กำไรที่นำไปขยายกิจการที่ได้รับอนุญาต จะได้รับการยกเว้นอากรกำไรในปีการบัญชี
  2. การส่งผลกำไร ทุน และรายรับอื่น ๆ (ภายหลังที่ได้ปฏิบัติพันธะทางด้านภาษีอากร และค่าธรรมเนียม อื่น ๆ ตามระเบียบกฎหมายแล้ว) กลับประเทศของตน หรือประเทศที่สาม สามารถส่งผ่านธนาคารที่อยู่ในลาวได้
  3. ได้รับการยกเว้นภาษีนำเข้า และอากรที่เก็บจากการนำเข้าอุปกรณ์ เครื่องอะไหล่ พาหนะการผลิตโดยตรง วัตถุดิบที่ไม่มีอยู่ภายในประเทศ หรือมีแต่ไม่พอเพียง ผลิตภัณฑ์กึ่งสำเร็จรูปที่นำเข้ามาเพื่อแปรรูปหรือประกอบเป็นผลิตภัณฑ์เพื่อส่งออก
  4. ได้รับการยกเว้นภาษีขาออก สำหรับผลิตภัณฑ์เพื่อส่งออก

นอกเหนือจากสิทธิประโยชน์ข้างต้น กิจการที่ได้รับอนุมัติส่งเสริมการลงทุนในเขตพื้นที่การลงทุนต่างๆ ยังจะได้รับสิทธิในการลดอัตราภาษีกำไร ตามเขตพื้นที่ดังต่อไปนี้

เขตลงทุนในพื้นที่เขต 1 คือ พื้นที่ห่างไกลทุรกันดาร (ภูดอย) ไม่มีสาธารณูปโภคพื้นฐานทางเศรษฐกิจ จะได้รับการยกเว้นอากรกำไรเป็นระยะเวลา 7 ปี และหลังนั้นเสียอากรเต็มอัตรา 10 %

เขตลงทุนในพื้นที่เขต 2 คือ พื้นที่ที่มีสาธารณูปโภคพื้นฐานทางเศรษฐกิจบางส่วน จะได้รับการยกเว้นอากรกำไร เป็นระยะเวลา 5 ปี หลังจากนั้นจะเสียอากรกำไรในอัตราลดหย่อนครึ่งหนึ่งของ 15 % ในระยะเวลา 3 ปี และหลังจากนั้น จะเสียอากรกำไรเต็มอัตรา 15 %

เขตลงทุนในพื้นที่เขต 3 คือ เขตตัวเมืองใหญ่ เป็นพื้นที่ที่มีสาธารณูปโภคพื้นฐานทางเศรษฐกิจสมบูรณ์ จะได้รับการยกเว้นอากรกำไรเป็นระยะเวลา 2 ปี จากนั้นจะเสียอากรกำไรในอัตราลดหย่อนครึ่งหนึ่งของ 20 % ในระยะเวลา 2 ปี และหลังจากนั้นจะได้เสียอากรกำไรเต็มอัตรา 20 %

ประเด็นท้าทายในการทำธุรกิจ

แม้จะมีสิทธิประโยชน์ด้านการลงทุนอยู่ค่อนข้างหลากหลาย แต่อุปสรรคด้านการลงทุนในประเทศลาว ก็เป็นสิ่งที่นักลงทุนต้องเตรียมพร้อมรับมือ

  1. การนำเข้าและส่งออกสินค้าในลาวต้องผ่านบริษัทที่ได้รับใบอนุญาตจากรัฐบาลลาวเท่านั้น ซึ่งคิดค่าธรรมเนียมประมาณร้อยละ 2-3 ของราคาสินค้า ทำให้สินค้ามีต้นทุนสูงขึ้น
  2. บริษัทนำเข้าต้องมีสัดส่วนการส่งออกอย่างน้อย 2 ใน 3 ของมูลค่าสินค้านำเข้า นอกจากนี้ รัฐยังกำหนดโควตานำเข้าสินค้าบางรายการ เช่น น้ำมันเชื้อเพลิง ปูนซีเมนต์ ข้าว และเหล็กเส้น
  3. นโยบายและกฎระเบียบการค้ามีการเปลี่ยนแปลงและมีความไม่แน่นอน
  4. ขั้นตอนการนำเข้าและออกเอกสารของลาว มีความซับซ้อนและล่าช้า ต้องยื่นขออนุญาตจากหลายหน่วยงาน รวมทั้งต้องวางเงินค้ำประกันการนำเข้าส่งออก
  5. ความไม่พร้อมของเส้นทางคมนาคมบางพื้นที่ ซึ่งเป็นทางลูกรัง การขนส่งทำได้ช้าจึงเปลืองเชื้อเพลิง และทำให้ค่าขนส่งสินค้าเพิ่มขึ้น
  6. ไฟฟ้าและน้ำประปายังไม่เพียงพอต่อความต้องการในบางพื้นที่

ประเด็นท้าทายในการทำธุรกิจ

แม้จะมีสิทธิประโยชน์ด้านการลงทุนอยู่ค่อนข้างหลากหลาย แต่อุปสรรคด้านการลงทุนในประเทศลาว ก็เป็นสิ่งที่นักลงทุนต้องเตรียมพร้อมรับมือ

  1. การนำเข้าและส่งออกสินค้าในลาวต้องผ่านบริษัทที่ได้รับใบอนุญาตจากรัฐบาลลาวเท่านั้น ซึ่งคิดค่าธรรมเนียมประมาณร้อยละ 2-3 ของราคาสินค้า ทำให้สินค้ามีต้นทุนสูงขึ้น
  2. บริษัทนำเข้าต้องมีสัดส่วนการส่งออกอย่างน้อย 2 ใน 3 ของมูลค่าสินค้านำเข้า นอกจากนี้ รัฐยังกำหนดโควตานำเข้าสินค้าบางรายการ เช่น น้ำมันเชื้อเพลิง ปูนซีเมนต์ ข้าว และเหล็กเส้น
  3. นโยบายและกฎระเบียบการค้ามีการเปลี่ยนแปลงและมีความไม่แน่นอน
  4. ขั้นตอนการนำเข้าและออกเอกสารของลาว มีความซับซ้อนและล่าช้า ต้องยื่นขออนุญาตจากหลายหน่วยงาน รวมทั้งต้องวางเงินค้ำประกันการนำเข้าส่งออก
  5. ความไม่พร้อมของเส้นทางคมนาคมบางพื้นที่ ซึ่งเป็นทางลูกรัง การขนส่งทำได้ช้าจึงเปลืองเชื้อเพลิง และทำให้ค่าขนส่งสินค้าเพิ่มขึ้น
  6. ไฟฟ้าและน้ำประปายังไม่เพียงพอต่อความต้องการในบางพื้นที่

ข่าวเศรษฐกิจ / เรื่องเด่น / ข่าวประชาสัมพันธ์ในศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในลาว

  • นายสุลิยน พิลาวง หัวหน้ากรมการนำเข้าและส่งออก กระทรวงอุตสาหกรรมและการค้าแห่ง สปป. ลาว   คาดว่า ปี 2561 สปป. ลาว มีมูลค่าการนำเข้าและส่งออก 10,540 ล้านดอลลาร์สหรัฐ คิดเป็นร้อยละ 105 ของแผนงานประจำปี 2561 เพิ่มขึ้นร้อยละ 8.9 เมื่อเทียบกับปี 2560 โดยการส่งออกมีมูลค่า 5,115 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้นร้อยละ 4.6 ทั้งนี้ มีสินค้าส่งออกที่สำคัญ ได้แก่ ไฟฟ้า แร่ทอง ทองแดง ชิ้นส่วนกล้อง เครื่องใช้ไฟฟ้า เครื่องนุ่งห่ม ยางพาราและอื่นๆ และมีตลาดส่งออกสำคัญ ได้แก่ ไทย จีน และเวียดนาม คิดเป็นร้อยละ 87          ของการส่งออกทั้งหมด และการนำเข้ามีมูลค่า 5,424 ล้านดอลลาร์สหรัฐเพิ่มขึ้นร้อยละ 13.2 ทั้งนี้ มีสินค้านำเข้า     ที่สำคัญ ได้แก่ น้ำมันเชื้อเพลิง ยานพาหนะและชิ้นส่วนอะไหล่ เครื่องใช้ไฟฟ้า เครื่องจักรกลและอุปกรณ์ก่อสร้าง และมีตลาดนำเข้าสำคัญ ไทย จีน และเวียดนาม คิดเป็นร้อยละ 88 ของการนำเข้าทั้งหมด โดย สปป. ลาว ยังขาดดุลการค้าประมาณ 310 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
  • เมื่อวันที่ 1 ม.ค. 2562 ได้มีการลงนามบันทึกความเข้าใจ (MoU) ระหว่างองค์การปกครองแขวงอุดมไซกับบริษัทอมตะ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ที่ห้องว่าการปกครองแขวงอุดมไช โดยมีนายคำพัน เผยยะวง ผู้แทนองค์การปกครองแขวงอุดมไช และนายวิกรม กรมดิษฐ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารบริษัท อมตะ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) เป็นผู้ลงนามในบันทึกความเข้าใจดังกล่าว  
  • เมื่อวันที่ 25 ธันวาคม 2562 กระทรวงการเงินแห่ง สปป. ลาว ในฐานะผู้แทนรัฐบาล สปป. ลาว ร่วมกับตลาดหลักทรัพย์ บริษัท หลักทรัพย์ล้านช้าง มหาชน บริษัท หลักทรัพย์ ทคตล - กท จำกัด และบริษัท หลักทรัพย์ ลาว - จีน จำกัด ได้จัดพิธีเปิดการซื้อ – ขายพันธบัตรรัฐบาล อย่างเป็นทางการ (First trading day) เพื่อส่งเสริมและพัฒนาตลาดทุน สปป. ลาว ให้มีความหลากหลาย และอำนวยความสะดวกให้นักลงทุนทั่วไป บุคคล นิติบุคคลทั้งภายในประเทศและต่างประเทศ สามารถแลกเปลี่ยนซื้อ – ขายพันธบัตรผ่านตลาดหลักทรัพย์ลาว โดยมีนางสำเพา เลาสี รองหัวหน้าห้องการกระทรวงการเงินแห่ง สปป. ลาว และนางสายสะหมอน จันทะจัก หัวหน้าสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองหลักทรัพย์ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมพิธีดังกล่าว
  • ในปี 2560 จีนมีมูลค่านำเข้าสินค้าจากทั่วโลก 1.841 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยมูลค่าการนำเข้าของจีนร้อยละ 55.9 มาจากประเทศในทวีปเอเชีย ทั้งนี้ ในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา สิทธิพิเศษด้านการค้ากับจีน ได้สร้างรายรับให้ สปป. ลาว กว่า 200 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
  • นายสมมาด พนเสนา รัฐมนตรีกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมแห่ง สปป. ลาว รายงานต่อที่ประชุมสภาแห่งชาติเกี่ยวกับร่างกฎหมายว่าด้วยที่ดิน ฉบับปรับปรุงว่า เนื่องจากกฎหมายว่าด้วยที่ดินฉบับปัจจุบัน   (ปี 2546) ถูกประกาศใช้มาเป็นเวลา 15 ปี และมีเนื้อหาบางส่วนยังมีช่องว่าง ไม่ครอบคลุม และไม่ชัดเจน เป็นเหตุให้การปฏิบัติตามกฎหมายฉบับดังกล่าวไม่เป็นเอกภาพ จึงมีความจำเป็นต้องปรับปรุงกฎหมายว่าด้วยที่ดิน ฉบับปี 2546 ให้มีเนื้อหาที่ละเอียด ชัดเจน และสอดคล้องกับสภาพการขยายตัวของเศรษฐกิจ - สังคม และมติของคณะบริหารงานศูนย์กลางพรรคว่าด้วยการความคุ้มครองและพัฒนาที่ดิน
  • เมื่อวันที่ 11 ธันวาคม 2561 ได้มีการจัดพิธีลงนามสัญญาสัมปทานโครงการเขื่อนไฟฟ้าน้ำพูน โดยนายคำเลียน พนเสนา รองรัฐมนตรีกระทรวงแผนการและการลงทุนแห่ง สปป. ลาว และนายบุนอู้ม สีวันเพ็ง ประธานสภาบริหารบริษัท น้ำพูนพาวเวอร์ จำกัด เป็นผู้ลงนาม


    

สาระน่ารู้

  • One Galle Face is Colombo's first internationally developed integrated lifestyle destination that makes living, working, entertainment and hospitality possible all in one location. Hong Kong's leisure entity Shanri-La Hotels and Resorts foresees the completion of this project by 2018 with a hefty investment of over US$ 600 million. The twin towers will be used for residence, which consist of 50 floors each, 16 penthouses and 8 duplex and simplex units. The target market is expatriates, international investors and the expanding population of Sri Lanka.
  • Following the tremendous success of the Exhibition 2018 and the 36th Annual Sessions, which took place at the Bandaranaike Memorial International Conference Hall in Colombo from February 22 to 25 earlier this year, the SLIA is proud to prsent  the next edition in a superior manner.<br />
    <br />
    Save the date :February 20th to 24th, 2019
  • The Institution of Engineers, Sri Lanka is the successor to the ‘Engineering Association of Ceylon’, which was founded in 1906. In 1968, the Institution of Engineers, Sri Lanka was made an incorporated body of the government, by an Act of Parliament. The IESL being the Apex body for engineering professionals in Sri Lanka, having a membership of more than 20,000, is called upon to represent the profession at many national forums and contribute to national development. By virtue of agreements it has entered into with the International Engineers’ Alliance (IEA) for mutual recognition of competencies, members assessed to have such competencies by IESL are eligible to practice engineering in the member countries including Japan, Australia, United Kingdom, Singapore, Pakistan, India, USA, Canada and South Korea.<br />
    <br />
    IESL with the Vision to be among the leading professional institutions of engineering and technology in the world, has Missioned Techno Sri Lanka’s for “Bringing out and Unleashing the Country’s Multi – Disciplinary Engineering Talents, to Drive Sri Lanka into Technological Excellence for Revolutionary Uplifting of Peoples’ Living Conditions and Prosperity”. Engineers are driven by passion to look beyond the regular, push borders and create the impossible. This is also reflective of the fact that Engineers over centuries are really innovators, who think beyond the realm and invent solutions for mankind, ahead of their time. That’s what engineering is all about and it’s the reason Engineers will always be the ingenious inventors and imaginative innovators throughout time.<br />
    <br />
    The flagship event of IESL, Techno Sri Lanka, since its inception in 1985 has grown to be the largest and the only engineering and technology exhibition held annually in Colombo. Techno, living up to its standards, has provided the means for uplifting peoples’ living conditions and has become an ideal venue for industry professionals, business heads, technologists and keen public to come together on a single global platform.<br />
    <br />
    The world is changing; engineers are in the forefront of this change. Expectations are very high in today’s society. However, the Planet’s resources are fast depleting and engineers have to be smart and innovative to achieve high goals with very low resource consumption. Technology should reach the masses and make them do things differently, as doing ‘business as usual’ will not leave a healthy planet for our children and grandchildren. We need ‘sustainable technologies’ that will revolutionize the day-to-day activities, such as mobile technology, nanotechnology, household solar PV technology and perhaps other inventions and breakthroughs to satisfy the society’s expectations and still not be blamed by our future generations for not leaving them a livable Planet Earth.<br />
    <br />
    Considering these facts, Techno Sri Lanka has redefined its Theme for the year 2018, aiming to fulfill the expectations of all stakeholders.
  • 01. - 03. November 2018 | Trade fair for hotels, hospitality, tourism and food businesses<br />
    <br />
    The Hotel, Hospitality & Food Asia in Sri Lanka has been designed by the dynamic development of the hotel and catering industry and the tourism and food companies to take account of South Asia. She is a specifically targeted at this sector business-to-business event. This exhibition is communication and information platform in the industry and provides the exhibiting companies the opportunity to present to an audience of experts here. Visitors can find information here thoroughly and comprehensively about the latest developments, trends, products and services in various fields. HHF Sri Lanka is the leading marketplace for regional networking and distribution, as well as a new basis for the procurement of products. The program will be held a culinary competition and other live features.<br />
    <br />
    The Hotel Hospitality & Food Asia will take place on 3 days from Thursday, 01. November to Saturday, 03. November 2018 in Colombo.
  • Infotel theme will be Towards a Digital Economy, is aligning with national priorities of enhancing the digital infrastructure of the country for facilitating a digitally empowered ecosystem while improving the Citizens’ engagement in a digital society.
  • The Western Region MegapolisDevelopment Plan, also called Western Region Megapolis Planning Project(WRMPP), is a urban planning, zoning and development project aimed at creating a Megapolis in the Western Province of Sri Lanka by 2030 , which would help address the issues of waste management, traffic congestion, slums and environmental pollution. This project is intended to build a Megacity that matches other well-known economic hubs such as Dubai,Singapore,Seoul and Tokyo. For more information, please visit <a class="txttohtmllink" href="http://www.megapolis.gov.lk/">http://www.megapolis.gov.lk/</a>




เอกสารอ้างอิง

ดาวน์โหลด

ติดต่อหน่วยงาน

สถานเอกอัครราชทูต ณ เวียงจันทน์
Kaysone Phomvihane Avenue, Xaysettha, Vientiane Capital
Tel: (856 21) 214581 – 2
Fax: (856 21) 214580
Website: http://vientiane.thaiembassy.org/vientiane/