สวิตเซอร์แลนด์

สวิตเซอร์แลนด์ (Switzerland) มีชื่อทางการว่า สมาพันธรัฐสวิส เป็นประเทศขนาดเล็กที่ไม่มีทางออกสู่ทะเล และตั้งอยู่ในทวีปยุโรปตะวันตก แต่นับเป็นประเทศที่มีความสำคัญ ในด้านการลงทุนในระดับนานาชาติมาเป็นระยะเวลานาน ทั้งในฐานะผู้ลงทุน และประเทศเจ้าบ้านสำหรับบริษัทต่างชาติ เนื่องจากมีที่ตั้งทางภูมิศาสตร์อยู่ใจกลางทวีปยุโรป ความมั่นคงทางเศรษฐกิจการเมือง และมีความพร้อมทางโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญต่างๆ ยิ่งไปกว่านั้นรัฐบาลสวิตเซอร์แลนด์ยังมีนโยบายเปิดกว้างสำหรับการลงทุน โดยรัฐธรรมนูญได้บัญญัติสิทธิขั้นพื้นฐานแก่ชาวสวิสและชาวต่างชาติอย่างเท่าเทียมกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งสิทธิในการครอบครองทรัพย์สิน สิทธิในการจ้างงาน และเสรีภาพในด้านการค้า ชาวต่างชาติสามารถลงทุนได้ในทุกสาขาโดยไม่มีข้อจำกัด ยกเว้นกิจการที่ภาครัฐเป็นผู้ถือเอกสิทธิในการดำเนินการเท่านั้น

ข้อมูลทั่วไป

ภูมิประเทศและภูมิอากาศ

สวิตเซอร์แลนด์ ตั้งอยู่กลางทวีปยุโรป ล้อมรอบด้วยเทือกเขาแอลป์ (Alps) มีพื้นที่ทั้งหมดประมาณ 41,285 ตารางกิโลเมตร โดยมีพรหมแดนทิศเหนือติดกับเยอรมนี ทิศตะวันออกติดกับออสเตรียและลิกเตนสไตน์ ทิศตะวันตกติดกับฝรั่งเศส และทิศใต้ติดกับอิตาลี แต่ไม่มีพื้นที่ส่วนใดของประเทศอยู่ติดทะเล

สำหรับภูมิอากาศนั้น จะเปลี่ยนแปลงไปตามความสูงของพื้นที่ ตั้งแต่ภูมิอากาศแบบแอลป์จนถึงแบบเมดิเตอร์เรเนียน ฤดูหนาว อากาศจะหนาว มีฝน และหิมะ ส่วนฤดูร้อน อากาศจะอบอุ่น เย็นชื้น และมีฝนเป็นบางครั้ง

ประชากร

7.9 ล้านคน (ไทย 67.6 ล้านคน)

การเมืองการปกครอง

สำหรับการปกครองของสวิตเซอร์แลนด์ เป็นประชาธิปไตยแบบสมาพันธรัฐ (Confederation) ประกอบด้วย มณฑล (Canton) 26 มณฑล ในจำนวนนี้ 3 มณฑลถูกแบ่งออกเป็นกึ่งมณฑล (half-canton) 6 แห่ง ซึ่งมีอำนาจบริหารภายในของแต่ละมณฑล ขณะที่อำนาจบริหารส่วนกลางจะอยู่ที่คณะมนตรีแห่งสมาพันธ์ (Federal Council) ซึ่งเทียบเท่ากับคณะรัฐมนตรี ประกอบด้วยสมาชิกที่เรียกว่ามนตรีแห่งสมาพันธ์ (Federal Councillor) 7 คน มีวาระในตำแหน่งคราวละ 4 ปี และใน 7 คน จะผลัดกันเป็น ประธานาธิบดีคนละ 1 ปี

ภาษา

เยอรมัน ฝรั่งเศส อิตาเลียน โรมานซ์

ศาสนา

โรมันคาทอลิกร้อยละ 41.8 โปรเตสแตนท์ ร้อยละ 35.3 มุสลิมร้อยละ 4.3 และอื่นๆ ร้อยละ 18.6

สกุลเงิน

1 ฟรังก์สวิส เท่ากับ 32.62 บาท (28 มกราคม 2556)

โครงสร้างพื้นฐาน

สวิตเซอร์แลนด์ มีการคมนาคมขนส่งที่ค่อนข้างครบครันและทันสมัย โดยแบ่งออกเป็น

ทางบก: มีทางหลวงแผ่นดินเชื่อมโยงเมืองต่างๆ ทั่วประเทศยาวกว่า 71,297 กิโลเมตร ในจำนวนนี้เป็นถนนแบบ Super highway ยาวประมาณ 1,763 กิโลเมตร เชื่อมระหว่างเมืองสำคัญต่างๆ ทั่วประเทศ โดยเป็นเส้นทางเชื่อมต่อประเทศเพื่อนบ้าน ได้แก่ เยอรมนี ออสเตรีย อิตาลี ฝรั่งเศส นอกจากนั้นยังมีอุโมงค์เจาะผ่านเขาเป็นจำนวนมากถึง 220 แห่ง รวมระยะทาง 200 กิโลเมตร

รถไฟ: สวิตเซอร์แลนด์มีทางรถไฟยาว 4,583 กิโลเมตร

ทางน้ำ: เนื่องจากสวิสเป็นประเทศที่ไม่มีเขตแดนติดทะเล ดังนั้นการขนส่งทางน้ำจะต้องผ่านท่าเรือขนส่งสินค้าภายในประเทศเพียงท่าเรือเดียว คือ ท่าเรือเมืองบาเซล ซึ่งเชื่อมระหว่างท่าเรือรอตเตอร์ดัมของเนเธอร์แลนด์และแม่น้ำไรน์ซึ่งไหลผ่านเข้าสู่เยอรมนีทางตอนใต้ขึ้นเหลือก่อนลงสู่ทะเลเหนือ (North Sea) ในเนเธอร์แลนด์ ส่วนการขนส่งภายในประเทศใช้แม่น้ำไรน์ ที่มีระยะทางยาวประมาณ 65 กิโลเมตร จากเมืองบาเซลไปทางตะวันออกเฉียงเหนือลงสู่ทะเลสาบ Bodensee ในเขตของเยอรมนี

ทางอากาศ: สวิตเซอร์แลนด์มีสนามบินในประเทศรวม 27 แห่ง จำแนกเป็นสนามบินพาณิชย์ 20 แห่งและสนามบินทางการทหาร 7 แห่ง

ข้อมูลทั่วไปประเทศสวิตเซอร์แลนด์

ภูมิประเทศและภูมิอากาศ

สวิตเซอร์แลนด์ ตั้งอยู่กลางทวีปยุโรป ล้อมรอบด้วยเทือกเขาแอลป์ (Alps) มีพื้นที่ทั้งหมดประมาณ 41,285 ตารางกิโลเมตร โดยมีพรหมแดนทิศเหนือติดกับเยอรมนี ทิศตะวันออกติดกับออสเตรียและลิกเตนสไตน์ ทิศตะวันตกติดกับฝรั่งเศส และทิศใต้ติดกับอิตาลี แต่ไม่มีพื้นที่ส่วนใดของประเทศอยู่ติดทะเล

สำหรับภูมิอากาศนั้น จะเปลี่ยนแปลงไปตามความสูงของพื้นที่ ตั้งแต่ภูมิอากาศแบบแอลป์จนถึงแบบเมดิเตอร์เรเนียน ฤดูหนาว อากาศจะหนาว มีฝน และหิมะ ส่วนฤดูร้อน อากาศจะอบอุ่น เย็นชื้น และมีฝนเป็นบางครั้ง

ประชากร

7.9 ล้านคน (ไทย 67.6 ล้านคน)

การเมืองการปกครอง

สำหรับการปกครองของสวิตเซอร์แลนด์ เป็นประชาธิปไตยแบบสมาพันธรัฐ (Confederation) ประกอบด้วย มณฑล (Canton) 26 มณฑล ในจำนวนนี้ 3 มณฑลถูกแบ่งออกเป็นกึ่งมณฑล (half-canton) 6 แห่ง ซึ่งมีอำนาจบริหารภายในของแต่ละมณฑล ขณะที่อำนาจบริหารส่วนกลางจะอยู่ที่คณะมนตรีแห่งสมาพันธ์ (Federal Council) ซึ่งเทียบเท่ากับคณะรัฐมนตรี ประกอบด้วยสมาชิกที่เรียกว่ามนตรีแห่งสมาพันธ์ (Federal Councillor) 7 คน มีวาระในตำแหน่งคราวละ 4 ปี และใน 7 คน จะผลัดกันเป็น ประธานาธิบดีคนละ 1 ปี

ภาษา

เยอรมัน ฝรั่งเศส อิตาเลียน โรมานซ์

ศาสนา

โรมันคาทอลิกร้อยละ 41.8 โปรเตสแตนท์ ร้อยละ 35.3 มุสลิมร้อยละ 4.3 และอื่นๆ ร้อยละ 18.6

สกุลเงิน

1 ฟรังก์สวิส เท่ากับ 32.62 บาท (28 มกราคม 2556)

โครงสร้างพื้นฐาน

สวิตเซอร์แลนด์ มีการคมนาคมขนส่งที่ค่อนข้างครบครันและทันสมัย โดยแบ่งออกเป็น

ทางบก: มีทางหลวงแผ่นดินเชื่อมโยงเมืองต่างๆ ทั่วประเทศยาวกว่า 71,297 กิโลเมตร ในจำนวนนี้เป็นถนนแบบ Super highway ยาวประมาณ 1,763 กิโลเมตร เชื่อมระหว่างเมืองสำคัญต่างๆ ทั่วประเทศ โดยเป็นเส้นทางเชื่อมต่อประเทศเพื่อนบ้าน ได้แก่ เยอรมนี ออสเตรีย อิตาลี ฝรั่งเศส นอกจากนั้นยังมีอุโมงค์เจาะผ่านเขาเป็นจำนวนมากถึง 220 แห่ง รวมระยะทาง 200 กิโลเมตร

รถไฟ: สวิตเซอร์แลนด์มีทางรถไฟยาว 4,583 กิโลเมตร

ทางน้ำ: เนื่องจากสวิสเป็นประเทศที่ไม่มีเขตแดนติดทะเล ดังนั้นการขนส่งทางน้ำจะต้องผ่านท่าเรือขนส่งสินค้าภายในประเทศเพียงท่าเรือเดียว คือ ท่าเรือเมืองบาเซล ซึ่งเชื่อมระหว่างท่าเรือรอตเตอร์ดัมของเนเธอร์แลนด์และแม่น้ำไรน์ซึ่งไหลผ่านเข้าสู่เยอรมนีทางตอนใต้ขึ้นเหลือก่อนลงสู่ทะเลเหนือ (North Sea) ในเนเธอร์แลนด์ ส่วนการขนส่งภายในประเทศใช้แม่น้ำไรน์ ที่มีระยะทางยาวประมาณ 65 กิโลเมตร จากเมืองบาเซลไปทางตะวันออกเฉียงเหนือลงสู่ทะเลสาบ Bodensee ในเขตของเยอรมนี

ทางอากาศ: สวิตเซอร์แลนด์มีสนามบินในประเทศรวม 27 แห่ง จำแนกเป็นสนามบินพาณิชย์ 20 แห่งและสนามบินทางการทหาร 7 แห่ง

ข้อมูลการค้า-การลงทุน

สวิตเซอร์แลนด์เป็นประเทศมีสภาพเศรษฐกิจที่มั่งคั่งและมั่นคง ทำให้มีผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศสูงถึง 665 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ประชากรมีรายได้เฉลี่ยต่อหัว 84,983 เหรียญสหรัฐฯ ต่อปี จึงทำให้มีกำลังซื้อสูง มีอัตราการว่างงานต่ำ อีกทั้งยังเป็นประเทศผู้ลงทุนสำคัญ เป็นศูนย์กลางการเงินและผู้นำระดับโลกด้านเวชกรรมเภสัชกรรม เครื่องจักรและการทำนาฬิกา โดยมีบริษัทชั้นนำของโลก อาทิ Novartis, Roche, UBS, ABB และ Credit Suisse เป็นต้น นอกจากนี้ ในการประชุม World Economic Forum ที่เมืองดาวอส (Davos) ในสวิตเซอร์แลนด์ เมื่อปี 2549 ได้จัดให้สวิตเซอร์แลนด์เป็นประเทศที่มีความสามารถในการแข่งขันเป็นอันดับ 1 ของโลกอีกด้วย

สำหรับสินค้านำเข้าที่สำคัญของสวิตเซอร์แลนด์ คือ เคมีภัณฑ์ เครื่องจักร เครื่องมืออิเล็กทรอนิกส์ นาฬิกา ยานพาหนะ สิ่งทอ เสื้อผ้า และรองเท้า ส่วนสินค้าส่งออกที่สำคัญ ได้แก่ เคมีภัณฑ์ เครื่องจักร เครื่องมืออิเล็กทรอนิกส์ นาฬิกา และเหล็ก

ด้านการค้าขายระหว่างไทยกับสวิส สินค้าสำคัญที่ไทยส่งออกไปยังสวิตเซอร์แลนด์ ได้แก่ อัญมณีและเครื่องประดับ นาฬิกาและส่วนประกอบ ส่วนประกอบอากาศยานและอุปกรณ์การบิน เครื่องยนต์สันดาปภายในแบบลูกสูบและส่วนประกอบ เครื่องใช้ไฟฟ้าและส่วนประกอบ เครื่องใช้สำหรับเดินทาง อาหารทะเลกระป๋องและแปรรูป เครื่องจักรกลและส่วนประกอบ ไม้และผลิตภัณฑ์ไม้ และสิ่งทออื่นๆ

ข้อมูลการค้า-การลงทุน

สวิตเซอร์แลนด์เป็นประเทศมีสภาพเศรษฐกิจที่มั่งคั่งและมั่นคง ทำให้มีผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศสูงถึง 665 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ประชากรมีรายได้เฉลี่ยต่อหัว 84,983 เหรียญสหรัฐฯ ต่อปี จึงทำให้มีกำลังซื้อสูง มีอัตราการว่างงานต่ำ อีกทั้งยังเป็นประเทศผู้ลงทุนสำคัญ เป็นศูนย์กลางการเงินและผู้นำระดับโลกด้านเวชกรรมเภสัชกรรม เครื่องจักรและการทำนาฬิกา โดยมีบริษัทชั้นนำของโลก อาทิ Novartis, Roche, UBS, ABB และ Credit Suisse เป็นต้น นอกจากนี้ ในการประชุม World Economic Forum ที่เมืองดาวอส (Davos) ในสวิตเซอร์แลนด์ เมื่อปี 2549 ได้จัดให้สวิตเซอร์แลนด์เป็นประเทศที่มีความสามารถในการแข่งขันเป็นอันดับ 1 ของโลกอีกด้วย

สำหรับสินค้านำเข้าที่สำคัญของสวิตเซอร์แลนด์ คือ เคมีภัณฑ์ เครื่องจักร เครื่องมืออิเล็กทรอนิกส์ นาฬิกา ยานพาหนะ สิ่งทอ เสื้อผ้า และรองเท้า ส่วนสินค้าส่งออกที่สำคัญ ได้แก่ เคมีภัณฑ์ เครื่องจักร เครื่องมืออิเล็กทรอนิกส์ นาฬิกา และเหล็ก

ด้านการค้าขายระหว่างไทยกับสวิส สินค้าสำคัญที่ไทยส่งออกไปยังสวิตเซอร์แลนด์ ได้แก่ อัญมณีและเครื่องประดับ นาฬิกาและส่วนประกอบ ส่วนประกอบอากาศยานและอุปกรณ์การบิน เครื่องยนต์สันดาปภายในแบบลูกสูบและส่วนประกอบ เครื่องใช้ไฟฟ้าและส่วนประกอบ เครื่องใช้สำหรับเดินทาง อาหารทะเลกระป๋องและแปรรูป เครื่องจักรกลและส่วนประกอบ ไม้และผลิตภัณฑ์ไม้ และสิ่งทออื่นๆ

กฎระเบียบการทำธุรกิจ

สวิตเซอร์แลนด์มีนโยบายเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการดำเนินธุรกิจต่างๆ ได้อย่างเสรี มีความเสมอภาคเท่าเทียมกัน สนับสนุนให้เกิดการแข่งขันอย่างยุติธรรม หากเป็นการกระทำที่ไม่ขัดต่อหลักกฎหมายสากล และกฎระเบียบแห่งรัฐธรรมนูญ

สำหรับนักลงทุนต่างชาติที่พักอาศัยในสวิตเซอร์แลนด์และมีใบอนุญาตทำงาน หรือมีถิ่นอาศัยในสวิตเซอร์แลนด์อย่างถาวรสามารถเปิดบริษัทของตนเอง หรือเข้าถือหุ้น หรือเปิดดำเนินการสาขาได้เหมือนเช่นชาวสวิสทั่วไป ส่วนนักลงทุนต่างชาตินอกเหนือจากกรณีข้างต้นสามารถตั้งบริษัทในสวิตเซอร์แลนด์ ได้เช่นกันในกรณีที่มีการว่าจ้างชาวสวิสเข้าทำงาน โดยไม่จำเป็นต้องเป็นผู้ถือหุ้นและไม่มีการจำกัดสัดส่วนของผู้ถือหุ้นต่างชาติ อย่างไรก็ตาม รัฐบาลกลางของสวิสกำหนดให้ผู้ลงทุนในธุรกิจบางประเภทต้องมีใบอนุญาตพิเศษ (License or permit) หรือลิขสิทธิ์ (Patent) หรือสัมปทาน (Concession) ในการดำเนินกิจการ ได้แก่ ธุรกิจธนาคาร ประกันภัยและนายหน้าในการลงทุน ธุรกิจการโรงแรมและร้านอาหาร แพทย์ ทันตแพทย์ เภสัชกรและทนายความ ธุรกิจการค้าและการบริการบางประเภท อาทิเช่น การจำหน่ายไวน์ และบริษัทจัดหางาน เป็นต้น

ขั้นตอนการจดทะเบียน

หลังจากผู้ประกอบการตัดสินใจแล้วว่าจะจดทะเบียนธุรกิจในสวิตเซอร์แลนด์ ควรติดต่อหน่วยงานพัฒนาธุรกิจ (Economic Development Agency) ของมณฑลที่จะใช้เป็นที่ตั้งของกิจการนั้นๆ เพื่อรับคำปรึกษาและคำแนะนำต่างๆ นอกจากนั้นผู้ประกอบการอาจขอคำแนะนำอื่นๆ เพิ่มเติมได้จากธนาคาร บริษัทที่ปรึกษา และสำนักงานทนายความต่างๆ ด้วยเช่นกัน ทั้งนี้ กระบวนการจดทะเบียนธุรกิจใช้เวลา 2-4 อาทิตย์ นับตั้งแต่การยื่นหลักฐานจนกระทั่งถึงวันที่บริษัทได้รับการจดทะเบียนถูกต้องตามกฎหมาย โดยมีกระบวนการดังนี้

  1. การลงทะเบียนและขออนุมัติชื่อกิจการ
  2. การจัดเตรียมเอกสาร
  3. การชำระทุนจดทะเบียนของบริษัทให้แก่ธนาคาร
  4. การดำเนินการด้านเอกสาร
  5. การลงประกาศในเอกสารของหน่วยงานท้องถิ่น
  6. การลงนามชื่อผู้รับผิดชอบในทะเบียนพาณิชย์

กฎระเบียบการทำธุรกิจ

สวิตเซอร์แลนด์มีนโยบายเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการดำเนินธุรกิจต่างๆ ได้อย่างเสรี มีความเสมอภาคเท่าเทียมกัน สนับสนุนให้เกิดการแข่งขันอย่างยุติธรรม หากเป็นการกระทำที่ไม่ขัดต่อหลักกฎหมายสากล และกฎระเบียบแห่งรัฐธรรมนูญ

สำหรับนักลงทุนต่างชาติที่พักอาศัยในสวิตเซอร์แลนด์และมีใบอนุญาตทำงาน หรือมีถิ่นอาศัยในสวิตเซอร์แลนด์อย่างถาวรสามารถเปิดบริษัทของตนเอง หรือเข้าถือหุ้น หรือเปิดดำเนินการสาขาได้เหมือนเช่นชาวสวิสทั่วไป ส่วนนักลงทุนต่างชาตินอกเหนือจากกรณีข้างต้นสามารถตั้งบริษัทในสวิตเซอร์แลนด์ ได้เช่นกันในกรณีที่มีการว่าจ้างชาวสวิสเข้าทำงาน โดยไม่จำเป็นต้องเป็นผู้ถือหุ้นและไม่มีการจำกัดสัดส่วนของผู้ถือหุ้นต่างชาติ อย่างไรก็ตาม รัฐบาลกลางของสวิสกำหนดให้ผู้ลงทุนในธุรกิจบางประเภทต้องมีใบอนุญาตพิเศษ (License or permit) หรือลิขสิทธิ์ (Patent) หรือสัมปทาน (Concession) ในการดำเนินกิจการ ได้แก่ ธุรกิจธนาคาร ประกันภัยและนายหน้าในการลงทุน ธุรกิจการโรงแรมและร้านอาหาร แพทย์ ทันตแพทย์ เภสัชกรและทนายความ ธุรกิจการค้าและการบริการบางประเภท อาทิเช่น การจำหน่ายไวน์ และบริษัทจัดหางาน เป็นต้น

ขั้นตอนการจดทะเบียน

หลังจากผู้ประกอบการตัดสินใจแล้วว่าจะจดทะเบียนธุรกิจในสวิตเซอร์แลนด์ ควรติดต่อหน่วยงานพัฒนาธุรกิจ (Economic Development Agency) ของมณฑลที่จะใช้เป็นที่ตั้งของกิจการนั้นๆ เพื่อรับคำปรึกษาและคำแนะนำต่างๆ นอกจากนั้นผู้ประกอบการอาจขอคำแนะนำอื่นๆ เพิ่มเติมได้จากธนาคาร บริษัทที่ปรึกษา และสำนักงานทนายความต่างๆ ด้วยเช่นกัน ทั้งนี้ กระบวนการจดทะเบียนธุรกิจใช้เวลา 2-4 อาทิตย์ นับตั้งแต่การยื่นหลักฐานจนกระทั่งถึงวันที่บริษัทได้รับการจดทะเบียนถูกต้องตามกฎหมาย โดยมีกระบวนการดังนี้

  1. การลงทะเบียนและขออนุมัติชื่อกิจการ
  2. การจัดเตรียมเอกสาร
  3. การชำระทุนจดทะเบียนของบริษัทให้แก่ธนาคาร
  4. การดำเนินการด้านเอกสาร
  5. การลงประกาศในเอกสารของหน่วยงานท้องถิ่น
  6. การลงนามชื่อผู้รับผิดชอบในทะเบียนพาณิชย์

นโยบายการส่งเสริมการลงทุน

สวิตเซอร์แลนด์ได้ให้สิทธิพิเศษทางภาษีศุลกากร (GSP) แก่ไทย ตั้งแต่ปี 2525 ทำให้สินค้าอุปโภคบริโภคที่ไทยส่งออกไปยังสวิตเซอร์แลนด์เกือบทั้งหมด รวมทั้งอัญมณีและเครื่องประดับ สินค้าเกษตร และอุตสาหกรรมบางประเภท เช่น รองเท้า สิ่งทอ ได้รับยกเว้นภาษีศุลกากรหรือถูกเรียกเก็บภาษีในอัตราต่ำ ขณะเดียวกัน มีการจัดตั้งหอการค้าสมาพันธรัฐสวิส –ไทย ขึ้นในประเทศไทยเมื่อปี 2535 และสมาพันธรัฐสวิสจัดตั้งหอการค้าเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ขึ้นที่นครซูริค เมื่อปี 2537

สิทธิประโยชน์

มาตรการสำคัญในการส่งเสริมการลงทุนของสวิตเซอร์แลนด์ ได้แก่

  1. การลดหย่อนภาษี (Tax Relief or Exemption) กฎหมาย Lex Bonny ของสวิสให้อำนาจรัฐบาลกลางและรัฐบาลของแต่ละรัฐในการพิจารณาลดหย่อนภาษีหรืองดเว้นภาษีเป็นระยะเวลามากที่สุด 10 ปี ให้แก่บริษัทที่เข้ามาลงทุนและจ้างงานในเขตที่เศรษฐกิจยังไม่เจริญเติบโตมากนัก
  2. การให้การรับรอง หรือ การรับประกัน (Guarantees) โดยรัฐบาลออกหนังสือรับประกันแก่ธนาคารผู้ให้กู้ยืมมาลงทุน เป็นจำนวนไม่เกินหนึ่งในสามของค่าใช้จ่ายโครงการทั้งหมดเป็นระยะเวลามากที่สุด 8 ปี

ประเด็นท้าทายในการทำธุรกิจ

ปัญหาหลักของการไปทำการค้าการลงทุนที่สวิตเซอร์แลนด์ในปัจจุบัน คือ การออกวีซ่าอนุญาตทำงานให้กับชาวต่างชาติจะค่อนข้างยุ่งยาก และมีขั้นตอนซับซ้อน จำเป็นต้องแสดงเหตุผลความจำเป็นในการจ้างแทนที่จะใช้พนักงานท้องถิ่นชาวสวิส

ข่าวเศรษฐกิจ / เรื่องเด่น / ข่าวประชาสัมพันธ์ในสวิสเซอร์แลนด์

  •    “บาวเวอร์ เอเชีย” ผู้นำเข้าและจัดจำหน่ายสินค้าคอนซูเมอร์จากประเทศสวิตเซอร์แลนด์ มั่นใจการเมืองไทยสงบ กำลังซื้อผู้บริโภคกลับคืน ฉวยจังหวะเทศกาลแห่งความสุขช่วงปีใหม่ ส่ง “สวิส คอนฟิซ่า” เปิดตลาดช็อกโกแลตพรีเมียม หวังชิงแชร์ 5-10% จากตลาดรวม 4 พันล้านบาทภายใน 2 ปี...
          
  • องค์การการค้าโลก ปรับลดตัวเลขคาดการณ์การขยายตัวของการค้าโลกปีนี้อยู่ที่ร้อยละ 3.1 ลดลงจากเดิมร้อยละ 4.6...
  • สวิตเซอร์แลนด์ยังคงครองอันดับ 1 ประเทศมีความพร้อมเรื่องขีดความสามารถในการแข่งขัน จากการจัดอันดับในปีนี้ของสภาเศรษฐกิจโลก ส่วนไทยอยู่อันดับ 31 ขยับขึ้นมามากถึง 6 ขั้น...
  • สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานเมื่อวันที่ 6 กรกฎาคมว่า สวิตเซอร์แลนด์และจีนเตรียมประกาศความตกลงจัดตั้งเขตการค้าเสรี (เอฟทีเอ) ระหว่าง 2 ประเทศในวันที่ 8 กรกฎาคมนี้ หลังการหารือกันเป็นเวลา 2 ปีก่อนบรรลุข้อตกลงเบื้องต้นไปเมื่อปี 2556 ที่ผ่านมา ส่งผลให้สวิตเซอร์แลนด์กลายเป็นชาติยุโรปแผ่นดินใหญ่ชาติแรกที่บรรลุข้อตกลงเขตการค้าเสรีกับจีน...
  • สวิสทำประชามติค่าจ้างขั้นต่ำที่สูงสุดในโลก ชี้ชั่วโมงละ 25 ดอลลาร์ หรือราว 800 บาท...
  • "บาเซิล เวิลด์" งานแสดงนาฬิกาและอัญมณีจากแบรนด์ชั้นนำที่จัดขึ้นทุกปี ณ เมืองบาเซิล ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ถือเป็นโอกาสสำคัญของค่ายนาฬิกาที่จะได้อวดโฉมเทคโนโลยี หรือดีไซน์ใหม่ล่าสุด กระตุ้นยอดขายจากออร์เดอร์จำนวนมากที่จะเกิดขึ้นภายในงาน อย่างไรก็ตาม ดูเหมือนว่าปัจจัยการเติบโตของนาฬิกาหรูในปีนี้จะไม่สดใสมากนัก จากปัญหาเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นในจีน รวมถึงปัญหาการเมืองในรัสเซีย...


    

สาระน่ารู้

  • ฤดูแต่งงานใกล้เข้ามาแล้ว หากอยู่เมืองไทย ดิฉันคงต้องเตรียมแต่งตัวสวยเดินสายแสดงความยินดีกับมิตรสหายคู่รักแทบทุกสัปดาห์ เงินสะพัดในการจัดงานแต่งงาน 1 คืนมหาศาลนัก หากบ่าวสาวมาจากหลายเชื้อสาย ค่าใช้จ่ายย่อมทวีคูณ ทั้งรดน้ำสังข์ ยกน้ำชา เข้าโบสถ์ เราอาจนึกว่าคนไทยหน้าใหญ่ใจป้ำปิดหมู่บ้านเลี้ยงฉลอง ขอบอกว่างานแต่งงานอินเดียก็อลังการไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากัน...
  • ท่าเรือมอมบาซา (Mombasa Port) เป็นท่าเรือหลักของเคนยาและแอฟริกาตะวันออก นิตยสาร “The Container Management Magazine” จัดอันดับท่าเรือมอมบาซาไว้ในลำดับที่ 5 ของภูมิภาคแอฟริกา รองจาก ท่าเรือเดอร์บันที่แอฟริกาใต้ ท่าเรืออเล็กซานเดรียที่อียิปต์ ท่าเรือแทนเจอร์เมดที่โมรอกโก และท่าเรือ             ซาอิดที่อียิปต์ นับว่าท่าเรือมอมบาซาของเคนยามีศักยภาพที่น่าจับตามองอยู่ไม่น้อยสำหรับคนที่สนใจค้าขายกับแอฟริกา...
  • การขยายโครงการของ CPF Group โดยการลงทุน 10,000 ล้านรูปีที่รัฐอานธรประเทศนั้นไม่เป็นข่าวในสื่อไทย หากได้รับการตีพิมพ์ในเว็บไซต์สื่อชื่อดังของอินเดียหลายสำนัก อย่างเช่น The Hindu และ NDTV.com นั้น แสดงให้เห็นว่ารัฐอานธรประเทศมีอนาคตสดใส มั่นใจได้สำหรับนักลงทุน และคนอินเดียก็อ้าแขนรับคนไทยอย่างเต็มที่
  • ที่กล่าวว่า รัฐกรณาฏกะมีบุคลิกแบบเสือซ่อนเล็บ ก็เพราะว่า ถ้าเปรียบเทียบกับรัฐทางอินเดียตอนใต้ด้วยกันแล้ว รัฐกรณาฏกะแทบไม่มีอะไรที่ฉูดฉาดในการปรากฏตัวต่อสายตาชาวโลก
  • รัฐกรณาฏกะเป็นรัฐที่มีบริษัทต่างชาติเข้ามาลงทุนอยู่เป็นจำนวนมาก ด้วยเหตุที่รัฐนี้มีนโยบายสนับสนุนการลงทุนจากต่างประเทศอย่างเป็นรูปธรรมก่อนรัฐอื่นๆ ในประเทศอินเดีย
  • ช่วงนี้มีแต่คนกล่าวถึงประเทศอินเดียในฐานะของตลาดที่มีศักยภาพ ไม่ว่าจะด้วยประชากรราว 1,200  ล้านคน ที่มีอายุเฉลี่ย 24-25 ปี ซึ่งกำลังเป็นวัยทำงานหนุ่นสาว อีกทั้งความมุ่งมั่นของประเทศในการพัฒนาความเจริญด้านต่างๆ เห็นได้ชัดจากโครงการรถไฟฟ้าที่กำลังผุดขึ้นในหลายๆ เมืองใหญ่ ตลอดจนนโยบายสร้างเมืองอัจฉริยะ (Smart City) อีก 100 เมืองทั่วประเทศ





เอกสารอ้างอิง

ดาวน์โหลด

ติดต่อหน่วยงาน

European Union - EU
สหภาพยุโรป

เป็นการรวมกลุ่มระหว่างประเทศ ทั้งด้านการเมือง เศรษฐกิจ และสังคมแบบเหนือรัฐ (supranational) ที่ใหญ่ที่สุดและก้าวหน้าที่สุดในโลก โดยปัจจุบันมีสมาชิก 27 ประเทศ ทั้งนี้ ในปี 2554 สหภาพยุโรปถือเป็นคู่ค้าสำคัญอันดับที่ 4 ของไทย
สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงบรัสเซลส์
876 Chaussee de Waterloo, 1000, Brussels, Belgium
Tel: (+32) 2 629 0035
Website : www2.thaieurope.net