สวิตเซอร์แลนด์

สวิตเซอร์แลนด์ (Switzerland) มีชื่อทางการว่า สมาพันธรัฐสวิส เป็นประเทศขนาดเล็กที่ไม่มีทางออกสู่ทะเล และตั้งอยู่ในทวีปยุโรปตะวันตก แต่นับเป็นประเทศที่มีความสำคัญ ในด้านการลงทุนในระดับนานาชาติมาเป็นระยะเวลานาน ทั้งในฐานะผู้ลงทุน และประเทศเจ้าบ้านสำหรับบริษัทต่างชาติ เนื่องจากมีที่ตั้งทางภูมิศาสตร์อยู่ใจกลางทวีปยุโรป ความมั่นคงทางเศรษฐกิจการเมือง และมีความพร้อมทางโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญต่างๆ ยิ่งไปกว่านั้นรัฐบาลสวิตเซอร์แลนด์ยังมีนโยบายเปิดกว้างสำหรับการลงทุน โดยรัฐธรรมนูญได้บัญญัติสิทธิขั้นพื้นฐานแก่ชาวสวิสและชาวต่างชาติอย่างเท่าเทียมกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งสิทธิในการครอบครองทรัพย์สิน สิทธิในการจ้างงาน และเสรีภาพในด้านการค้า ชาวต่างชาติสามารถลงทุนได้ในทุกสาขาโดยไม่มีข้อจำกัด ยกเว้นกิจการที่ภาครัฐเป็นผู้ถือเอกสิทธิในการดำเนินการเท่านั้น

ข้อมูลทั่วไป

ภูมิประเทศและภูมิอากาศ

สวิตเซอร์แลนด์ ตั้งอยู่กลางทวีปยุโรป ล้อมรอบด้วยเทือกเขาแอลป์ (Alps) มีพื้นที่ทั้งหมดประมาณ 41,285 ตารางกิโลเมตร โดยมีพรหมแดนทิศเหนือติดกับเยอรมนี ทิศตะวันออกติดกับออสเตรียและลิกเตนสไตน์ ทิศตะวันตกติดกับฝรั่งเศส และทิศใต้ติดกับอิตาลี แต่ไม่มีพื้นที่ส่วนใดของประเทศอยู่ติดทะเล

สำหรับภูมิอากาศนั้น จะเปลี่ยนแปลงไปตามความสูงของพื้นที่ ตั้งแต่ภูมิอากาศแบบแอลป์จนถึงแบบเมดิเตอร์เรเนียน ฤดูหนาว อากาศจะหนาว มีฝน และหิมะ ส่วนฤดูร้อน อากาศจะอบอุ่น เย็นชื้น และมีฝนเป็นบางครั้ง

ประชากร

7.9 ล้านคน (ไทย 67.6 ล้านคน)

การเมืองการปกครอง

สำหรับการปกครองของสวิตเซอร์แลนด์ เป็นประชาธิปไตยแบบสมาพันธรัฐ (Confederation) ประกอบด้วย มณฑล (Canton) 26 มณฑล ในจำนวนนี้ 3 มณฑลถูกแบ่งออกเป็นกึ่งมณฑล (half-canton) 6 แห่ง ซึ่งมีอำนาจบริหารภายในของแต่ละมณฑล ขณะที่อำนาจบริหารส่วนกลางจะอยู่ที่คณะมนตรีแห่งสมาพันธ์ (Federal Council) ซึ่งเทียบเท่ากับคณะรัฐมนตรี ประกอบด้วยสมาชิกที่เรียกว่ามนตรีแห่งสมาพันธ์ (Federal Councillor) 7 คน มีวาระในตำแหน่งคราวละ 4 ปี และใน 7 คน จะผลัดกันเป็น ประธานาธิบดีคนละ 1 ปี

ภาษา

เยอรมัน ฝรั่งเศส อิตาเลียน โรมานซ์

ศาสนา

โรมันคาทอลิกร้อยละ 41.8 โปรเตสแตนท์ ร้อยละ 35.3 มุสลิมร้อยละ 4.3 และอื่นๆ ร้อยละ 18.6

สกุลเงิน

1 ฟรังก์สวิส เท่ากับ 32.62 บาท (28 มกราคม 2556)

โครงสร้างพื้นฐาน

สวิตเซอร์แลนด์ มีการคมนาคมขนส่งที่ค่อนข้างครบครันและทันสมัย โดยแบ่งออกเป็น

ทางบก: มีทางหลวงแผ่นดินเชื่อมโยงเมืองต่างๆ ทั่วประเทศยาวกว่า 71,297 กิโลเมตร ในจำนวนนี้เป็นถนนแบบ Super highway ยาวประมาณ 1,763 กิโลเมตร เชื่อมระหว่างเมืองสำคัญต่างๆ ทั่วประเทศ โดยเป็นเส้นทางเชื่อมต่อประเทศเพื่อนบ้าน ได้แก่ เยอรมนี ออสเตรีย อิตาลี ฝรั่งเศส นอกจากนั้นยังมีอุโมงค์เจาะผ่านเขาเป็นจำนวนมากถึง 220 แห่ง รวมระยะทาง 200 กิโลเมตร

รถไฟ: สวิตเซอร์แลนด์มีทางรถไฟยาว 4,583 กิโลเมตร

ทางน้ำ: เนื่องจากสวิสเป็นประเทศที่ไม่มีเขตแดนติดทะเล ดังนั้นการขนส่งทางน้ำจะต้องผ่านท่าเรือขนส่งสินค้าภายในประเทศเพียงท่าเรือเดียว คือ ท่าเรือเมืองบาเซล ซึ่งเชื่อมระหว่างท่าเรือรอตเตอร์ดัมของเนเธอร์แลนด์และแม่น้ำไรน์ซึ่งไหลผ่านเข้าสู่เยอรมนีทางตอนใต้ขึ้นเหลือก่อนลงสู่ทะเลเหนือ (North Sea) ในเนเธอร์แลนด์ ส่วนการขนส่งภายในประเทศใช้แม่น้ำไรน์ ที่มีระยะทางยาวประมาณ 65 กิโลเมตร จากเมืองบาเซลไปทางตะวันออกเฉียงเหนือลงสู่ทะเลสาบ Bodensee ในเขตของเยอรมนี

ทางอากาศ: สวิตเซอร์แลนด์มีสนามบินในประเทศรวม 27 แห่ง จำแนกเป็นสนามบินพาณิชย์ 20 แห่งและสนามบินทางการทหาร 7 แห่ง

ข้อมูลทั่วไปประเทศสวิตเซอร์แลนด์

ภูมิประเทศและภูมิอากาศ

สวิตเซอร์แลนด์ ตั้งอยู่กลางทวีปยุโรป ล้อมรอบด้วยเทือกเขาแอลป์ (Alps) มีพื้นที่ทั้งหมดประมาณ 41,285 ตารางกิโลเมตร โดยมีพรหมแดนทิศเหนือติดกับเยอรมนี ทิศตะวันออกติดกับออสเตรียและลิกเตนสไตน์ ทิศตะวันตกติดกับฝรั่งเศส และทิศใต้ติดกับอิตาลี แต่ไม่มีพื้นที่ส่วนใดของประเทศอยู่ติดทะเล

สำหรับภูมิอากาศนั้น จะเปลี่ยนแปลงไปตามความสูงของพื้นที่ ตั้งแต่ภูมิอากาศแบบแอลป์จนถึงแบบเมดิเตอร์เรเนียน ฤดูหนาว อากาศจะหนาว มีฝน และหิมะ ส่วนฤดูร้อน อากาศจะอบอุ่น เย็นชื้น และมีฝนเป็นบางครั้ง

ประชากร

7.9 ล้านคน (ไทย 67.6 ล้านคน)

การเมืองการปกครอง

สำหรับการปกครองของสวิตเซอร์แลนด์ เป็นประชาธิปไตยแบบสมาพันธรัฐ (Confederation) ประกอบด้วย มณฑล (Canton) 26 มณฑล ในจำนวนนี้ 3 มณฑลถูกแบ่งออกเป็นกึ่งมณฑล (half-canton) 6 แห่ง ซึ่งมีอำนาจบริหารภายในของแต่ละมณฑล ขณะที่อำนาจบริหารส่วนกลางจะอยู่ที่คณะมนตรีแห่งสมาพันธ์ (Federal Council) ซึ่งเทียบเท่ากับคณะรัฐมนตรี ประกอบด้วยสมาชิกที่เรียกว่ามนตรีแห่งสมาพันธ์ (Federal Councillor) 7 คน มีวาระในตำแหน่งคราวละ 4 ปี และใน 7 คน จะผลัดกันเป็น ประธานาธิบดีคนละ 1 ปี

ภาษา

เยอรมัน ฝรั่งเศส อิตาเลียน โรมานซ์

ศาสนา

โรมันคาทอลิกร้อยละ 41.8 โปรเตสแตนท์ ร้อยละ 35.3 มุสลิมร้อยละ 4.3 และอื่นๆ ร้อยละ 18.6

สกุลเงิน

1 ฟรังก์สวิส เท่ากับ 32.62 บาท (28 มกราคม 2556)

โครงสร้างพื้นฐาน

สวิตเซอร์แลนด์ มีการคมนาคมขนส่งที่ค่อนข้างครบครันและทันสมัย โดยแบ่งออกเป็น

ทางบก: มีทางหลวงแผ่นดินเชื่อมโยงเมืองต่างๆ ทั่วประเทศยาวกว่า 71,297 กิโลเมตร ในจำนวนนี้เป็นถนนแบบ Super highway ยาวประมาณ 1,763 กิโลเมตร เชื่อมระหว่างเมืองสำคัญต่างๆ ทั่วประเทศ โดยเป็นเส้นทางเชื่อมต่อประเทศเพื่อนบ้าน ได้แก่ เยอรมนี ออสเตรีย อิตาลี ฝรั่งเศส นอกจากนั้นยังมีอุโมงค์เจาะผ่านเขาเป็นจำนวนมากถึง 220 แห่ง รวมระยะทาง 200 กิโลเมตร

รถไฟ: สวิตเซอร์แลนด์มีทางรถไฟยาว 4,583 กิโลเมตร

ทางน้ำ: เนื่องจากสวิสเป็นประเทศที่ไม่มีเขตแดนติดทะเล ดังนั้นการขนส่งทางน้ำจะต้องผ่านท่าเรือขนส่งสินค้าภายในประเทศเพียงท่าเรือเดียว คือ ท่าเรือเมืองบาเซล ซึ่งเชื่อมระหว่างท่าเรือรอตเตอร์ดัมของเนเธอร์แลนด์และแม่น้ำไรน์ซึ่งไหลผ่านเข้าสู่เยอรมนีทางตอนใต้ขึ้นเหลือก่อนลงสู่ทะเลเหนือ (North Sea) ในเนเธอร์แลนด์ ส่วนการขนส่งภายในประเทศใช้แม่น้ำไรน์ ที่มีระยะทางยาวประมาณ 65 กิโลเมตร จากเมืองบาเซลไปทางตะวันออกเฉียงเหนือลงสู่ทะเลสาบ Bodensee ในเขตของเยอรมนี

ทางอากาศ: สวิตเซอร์แลนด์มีสนามบินในประเทศรวม 27 แห่ง จำแนกเป็นสนามบินพาณิชย์ 20 แห่งและสนามบินทางการทหาร 7 แห่ง

ข้อมูลการค้า-การลงทุน

สวิตเซอร์แลนด์เป็นประเทศมีสภาพเศรษฐกิจที่มั่งคั่งและมั่นคง ทำให้มีผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศสูงถึง 665 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ประชากรมีรายได้เฉลี่ยต่อหัว 84,983 เหรียญสหรัฐฯ ต่อปี จึงทำให้มีกำลังซื้อสูง มีอัตราการว่างงานต่ำ อีกทั้งยังเป็นประเทศผู้ลงทุนสำคัญ เป็นศูนย์กลางการเงินและผู้นำระดับโลกด้านเวชกรรมเภสัชกรรม เครื่องจักรและการทำนาฬิกา โดยมีบริษัทชั้นนำของโลก อาทิ Novartis, Roche, UBS, ABB และ Credit Suisse เป็นต้น นอกจากนี้ ในการประชุม World Economic Forum ที่เมืองดาวอส (Davos) ในสวิตเซอร์แลนด์ เมื่อปี 2549 ได้จัดให้สวิตเซอร์แลนด์เป็นประเทศที่มีความสามารถในการแข่งขันเป็นอันดับ 1 ของโลกอีกด้วย

สำหรับสินค้านำเข้าที่สำคัญของสวิตเซอร์แลนด์ คือ เคมีภัณฑ์ เครื่องจักร เครื่องมืออิเล็กทรอนิกส์ นาฬิกา ยานพาหนะ สิ่งทอ เสื้อผ้า และรองเท้า ส่วนสินค้าส่งออกที่สำคัญ ได้แก่ เคมีภัณฑ์ เครื่องจักร เครื่องมืออิเล็กทรอนิกส์ นาฬิกา และเหล็ก

ด้านการค้าขายระหว่างไทยกับสวิส สินค้าสำคัญที่ไทยส่งออกไปยังสวิตเซอร์แลนด์ ได้แก่ อัญมณีและเครื่องประดับ นาฬิกาและส่วนประกอบ ส่วนประกอบอากาศยานและอุปกรณ์การบิน เครื่องยนต์สันดาปภายในแบบลูกสูบและส่วนประกอบ เครื่องใช้ไฟฟ้าและส่วนประกอบ เครื่องใช้สำหรับเดินทาง อาหารทะเลกระป๋องและแปรรูป เครื่องจักรกลและส่วนประกอบ ไม้และผลิตภัณฑ์ไม้ และสิ่งทออื่นๆ

ข้อมูลการค้า-การลงทุน

สวิตเซอร์แลนด์เป็นประเทศมีสภาพเศรษฐกิจที่มั่งคั่งและมั่นคง ทำให้มีผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศสูงถึง 665 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ประชากรมีรายได้เฉลี่ยต่อหัว 84,983 เหรียญสหรัฐฯ ต่อปี จึงทำให้มีกำลังซื้อสูง มีอัตราการว่างงานต่ำ อีกทั้งยังเป็นประเทศผู้ลงทุนสำคัญ เป็นศูนย์กลางการเงินและผู้นำระดับโลกด้านเวชกรรมเภสัชกรรม เครื่องจักรและการทำนาฬิกา โดยมีบริษัทชั้นนำของโลก อาทิ Novartis, Roche, UBS, ABB และ Credit Suisse เป็นต้น นอกจากนี้ ในการประชุม World Economic Forum ที่เมืองดาวอส (Davos) ในสวิตเซอร์แลนด์ เมื่อปี 2549 ได้จัดให้สวิตเซอร์แลนด์เป็นประเทศที่มีความสามารถในการแข่งขันเป็นอันดับ 1 ของโลกอีกด้วย

สำหรับสินค้านำเข้าที่สำคัญของสวิตเซอร์แลนด์ คือ เคมีภัณฑ์ เครื่องจักร เครื่องมืออิเล็กทรอนิกส์ นาฬิกา ยานพาหนะ สิ่งทอ เสื้อผ้า และรองเท้า ส่วนสินค้าส่งออกที่สำคัญ ได้แก่ เคมีภัณฑ์ เครื่องจักร เครื่องมืออิเล็กทรอนิกส์ นาฬิกา และเหล็ก

ด้านการค้าขายระหว่างไทยกับสวิส สินค้าสำคัญที่ไทยส่งออกไปยังสวิตเซอร์แลนด์ ได้แก่ อัญมณีและเครื่องประดับ นาฬิกาและส่วนประกอบ ส่วนประกอบอากาศยานและอุปกรณ์การบิน เครื่องยนต์สันดาปภายในแบบลูกสูบและส่วนประกอบ เครื่องใช้ไฟฟ้าและส่วนประกอบ เครื่องใช้สำหรับเดินทาง อาหารทะเลกระป๋องและแปรรูป เครื่องจักรกลและส่วนประกอบ ไม้และผลิตภัณฑ์ไม้ และสิ่งทออื่นๆ

กฎระเบียบการทำธุรกิจ

สวิตเซอร์แลนด์มีนโยบายเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการดำเนินธุรกิจต่างๆ ได้อย่างเสรี มีความเสมอภาคเท่าเทียมกัน สนับสนุนให้เกิดการแข่งขันอย่างยุติธรรม หากเป็นการกระทำที่ไม่ขัดต่อหลักกฎหมายสากล และกฎระเบียบแห่งรัฐธรรมนูญ

สำหรับนักลงทุนต่างชาติที่พักอาศัยในสวิตเซอร์แลนด์และมีใบอนุญาตทำงาน หรือมีถิ่นอาศัยในสวิตเซอร์แลนด์อย่างถาวรสามารถเปิดบริษัทของตนเอง หรือเข้าถือหุ้น หรือเปิดดำเนินการสาขาได้เหมือนเช่นชาวสวิสทั่วไป ส่วนนักลงทุนต่างชาตินอกเหนือจากกรณีข้างต้นสามารถตั้งบริษัทในสวิตเซอร์แลนด์ ได้เช่นกันในกรณีที่มีการว่าจ้างชาวสวิสเข้าทำงาน โดยไม่จำเป็นต้องเป็นผู้ถือหุ้นและไม่มีการจำกัดสัดส่วนของผู้ถือหุ้นต่างชาติ อย่างไรก็ตาม รัฐบาลกลางของสวิสกำหนดให้ผู้ลงทุนในธุรกิจบางประเภทต้องมีใบอนุญาตพิเศษ (License or permit) หรือลิขสิทธิ์ (Patent) หรือสัมปทาน (Concession) ในการดำเนินกิจการ ได้แก่ ธุรกิจธนาคาร ประกันภัยและนายหน้าในการลงทุน ธุรกิจการโรงแรมและร้านอาหาร แพทย์ ทันตแพทย์ เภสัชกรและทนายความ ธุรกิจการค้าและการบริการบางประเภท อาทิเช่น การจำหน่ายไวน์ และบริษัทจัดหางาน เป็นต้น

ขั้นตอนการจดทะเบียน

หลังจากผู้ประกอบการตัดสินใจแล้วว่าจะจดทะเบียนธุรกิจในสวิตเซอร์แลนด์ ควรติดต่อหน่วยงานพัฒนาธุรกิจ (Economic Development Agency) ของมณฑลที่จะใช้เป็นที่ตั้งของกิจการนั้นๆ เพื่อรับคำปรึกษาและคำแนะนำต่างๆ นอกจากนั้นผู้ประกอบการอาจขอคำแนะนำอื่นๆ เพิ่มเติมได้จากธนาคาร บริษัทที่ปรึกษา และสำนักงานทนายความต่างๆ ด้วยเช่นกัน ทั้งนี้ กระบวนการจดทะเบียนธุรกิจใช้เวลา 2-4 อาทิตย์ นับตั้งแต่การยื่นหลักฐานจนกระทั่งถึงวันที่บริษัทได้รับการจดทะเบียนถูกต้องตามกฎหมาย โดยมีกระบวนการดังนี้

  1. การลงทะเบียนและขออนุมัติชื่อกิจการ
  2. การจัดเตรียมเอกสาร
  3. การชำระทุนจดทะเบียนของบริษัทให้แก่ธนาคาร
  4. การดำเนินการด้านเอกสาร
  5. การลงประกาศในเอกสารของหน่วยงานท้องถิ่น
  6. การลงนามชื่อผู้รับผิดชอบในทะเบียนพาณิชย์

กฎระเบียบการทำธุรกิจ

สวิตเซอร์แลนด์มีนโยบายเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการดำเนินธุรกิจต่างๆ ได้อย่างเสรี มีความเสมอภาคเท่าเทียมกัน สนับสนุนให้เกิดการแข่งขันอย่างยุติธรรม หากเป็นการกระทำที่ไม่ขัดต่อหลักกฎหมายสากล และกฎระเบียบแห่งรัฐธรรมนูญ

สำหรับนักลงทุนต่างชาติที่พักอาศัยในสวิตเซอร์แลนด์และมีใบอนุญาตทำงาน หรือมีถิ่นอาศัยในสวิตเซอร์แลนด์อย่างถาวรสามารถเปิดบริษัทของตนเอง หรือเข้าถือหุ้น หรือเปิดดำเนินการสาขาได้เหมือนเช่นชาวสวิสทั่วไป ส่วนนักลงทุนต่างชาตินอกเหนือจากกรณีข้างต้นสามารถตั้งบริษัทในสวิตเซอร์แลนด์ ได้เช่นกันในกรณีที่มีการว่าจ้างชาวสวิสเข้าทำงาน โดยไม่จำเป็นต้องเป็นผู้ถือหุ้นและไม่มีการจำกัดสัดส่วนของผู้ถือหุ้นต่างชาติ อย่างไรก็ตาม รัฐบาลกลางของสวิสกำหนดให้ผู้ลงทุนในธุรกิจบางประเภทต้องมีใบอนุญาตพิเศษ (License or permit) หรือลิขสิทธิ์ (Patent) หรือสัมปทาน (Concession) ในการดำเนินกิจการ ได้แก่ ธุรกิจธนาคาร ประกันภัยและนายหน้าในการลงทุน ธุรกิจการโรงแรมและร้านอาหาร แพทย์ ทันตแพทย์ เภสัชกรและทนายความ ธุรกิจการค้าและการบริการบางประเภท อาทิเช่น การจำหน่ายไวน์ และบริษัทจัดหางาน เป็นต้น

ขั้นตอนการจดทะเบียน

หลังจากผู้ประกอบการตัดสินใจแล้วว่าจะจดทะเบียนธุรกิจในสวิตเซอร์แลนด์ ควรติดต่อหน่วยงานพัฒนาธุรกิจ (Economic Development Agency) ของมณฑลที่จะใช้เป็นที่ตั้งของกิจการนั้นๆ เพื่อรับคำปรึกษาและคำแนะนำต่างๆ นอกจากนั้นผู้ประกอบการอาจขอคำแนะนำอื่นๆ เพิ่มเติมได้จากธนาคาร บริษัทที่ปรึกษา และสำนักงานทนายความต่างๆ ด้วยเช่นกัน ทั้งนี้ กระบวนการจดทะเบียนธุรกิจใช้เวลา 2-4 อาทิตย์ นับตั้งแต่การยื่นหลักฐานจนกระทั่งถึงวันที่บริษัทได้รับการจดทะเบียนถูกต้องตามกฎหมาย โดยมีกระบวนการดังนี้

  1. การลงทะเบียนและขออนุมัติชื่อกิจการ
  2. การจัดเตรียมเอกสาร
  3. การชำระทุนจดทะเบียนของบริษัทให้แก่ธนาคาร
  4. การดำเนินการด้านเอกสาร
  5. การลงประกาศในเอกสารของหน่วยงานท้องถิ่น
  6. การลงนามชื่อผู้รับผิดชอบในทะเบียนพาณิชย์

นโยบายการส่งเสริมการลงทุน

สวิตเซอร์แลนด์ได้ให้สิทธิพิเศษทางภาษีศุลกากร (GSP) แก่ไทย ตั้งแต่ปี 2525 ทำให้สินค้าอุปโภคบริโภคที่ไทยส่งออกไปยังสวิตเซอร์แลนด์เกือบทั้งหมด รวมทั้งอัญมณีและเครื่องประดับ สินค้าเกษตร และอุตสาหกรรมบางประเภท เช่น รองเท้า สิ่งทอ ได้รับยกเว้นภาษีศุลกากรหรือถูกเรียกเก็บภาษีในอัตราต่ำ ขณะเดียวกัน มีการจัดตั้งหอการค้าสมาพันธรัฐสวิส –ไทย ขึ้นในประเทศไทยเมื่อปี 2535 และสมาพันธรัฐสวิสจัดตั้งหอการค้าเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ขึ้นที่นครซูริค เมื่อปี 2537

สิทธิประโยชน์

มาตรการสำคัญในการส่งเสริมการลงทุนของสวิตเซอร์แลนด์ ได้แก่

  1. การลดหย่อนภาษี (Tax Relief or Exemption) กฎหมาย Lex Bonny ของสวิสให้อำนาจรัฐบาลกลางและรัฐบาลของแต่ละรัฐในการพิจารณาลดหย่อนภาษีหรืองดเว้นภาษีเป็นระยะเวลามากที่สุด 10 ปี ให้แก่บริษัทที่เข้ามาลงทุนและจ้างงานในเขตที่เศรษฐกิจยังไม่เจริญเติบโตมากนัก
  2. การให้การรับรอง หรือ การรับประกัน (Guarantees) โดยรัฐบาลออกหนังสือรับประกันแก่ธนาคารผู้ให้กู้ยืมมาลงทุน เป็นจำนวนไม่เกินหนึ่งในสามของค่าใช้จ่ายโครงการทั้งหมดเป็นระยะเวลามากที่สุด 8 ปี

ประเด็นท้าทายในการทำธุรกิจ

ปัญหาหลักของการไปทำการค้าการลงทุนที่สวิตเซอร์แลนด์ในปัจจุบัน คือ การออกวีซ่าอนุญาตทำงานให้กับชาวต่างชาติจะค่อนข้างยุ่งยาก และมีขั้นตอนซับซ้อน จำเป็นต้องแสดงเหตุผลความจำเป็นในการจ้างแทนที่จะใช้พนักงานท้องถิ่นชาวสวิส

ข่าวเศรษฐกิจ / เรื่องเด่น / ข่าวประชาสัมพันธ์ในสวิตเซอร์แลนด์

  • สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงเบิร์นรายงานความเคลื่อนไหวด้านเศรษฐกิจที่สำคัญในสวิตเซอร์แลนด์ในช่วงที่ผ่านมา ดังนี้

    การยกเลิกการตรึงอัตราแลกเปลี่ยนเงินฟรังก์สวิส – ยูโร เมื่อ 7 ก.พ. 2558 นาย Thomas Jordan ปธ.ธนาคารแห่งชาติสวิส (Swiss National Bank: SNB) ได้ให้สัมภาษณ์เป็นครั้งแรกภายหลังการยกเลิกการตรึงอัตราแลกเปลี่ยนเงินฟรังก์สวิส – ยูโร เมื่อ 15 ม.ค. 2558 โดยยืนยันว่ามาตรการดังกล่าวเป็นทางเลือกที่เหมาะสมที่สุดสำหรับสวิตฯ ไม่เช่นนั้นจะทำให้ SNB ต้องใช้เงินถึงกว่า 6 แสนล้านฟรังก์สวิส (เท่ากับมูลค่า GDP ของสวิตฯ) ภายใน 6 เดือนในการแทรกแซงค่าเงินเพื่อรักษาอัตราแลกเปลี่ยน  โดย SNB ได้พิจารณาแล้วว่าช่วงกลางเดือน ม.ค. ดังกล่าว ตลาดมีสภาพคล่อง  โดยแม้ขณะนี้ค่าเงินฟรังก์สวิสจะยังคงสูง แต่เชื่อว่าจะปรับตัวสู่อัตราที่มั่นคงต่อไป นอกจากนี้  นาย Jordan กล่าวด้วยว่า มีเพียง ครม.สวิสเท่านั้นที่ทราบล่วงหน้าเพียงเล็กน้อยก่อนการประกาศมาตรการดังกล่าว จึงไม่มี insider trading โดย IMF และธนาคารกลางยุโรปทราบภายหลังเริ่มใช้มาตรการ แต่ก็เข้าใจการตัดสินใจของ สวิตฯ  อย่างไรก็ดี  มาตรการดังกล่าวเริ่มปรากฏผลกระทบ โดยสหภาพแรงงานในสวิตฯ เริ่มแสดงความห่วงกังวลต่อแผนของบริษัทต่าง ๆ ที่จะลดค่าแรงหรือจ่ายค่าแรงเป็นเงินยูโรสำหรับแรงงานชายแดนที่มีถิ่นพำนักนอกสวิตฯ และ เพิ่มจำนวนชั่วโมงในการทำงาน เพื่อบริหารจัดการต้นทุนที่สูงขึ้นจากการยกเลิกการตรึงอัตราแลกเปลี่ยน...
  • รายงานประจำปีขององค์การแรงงานระหว่างประเทศเผย จำนวนคนว่างงานบนโลกมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นจาก 201 ล้านคน เป็น 212 ล้านคน ภายในปี 2562 ผลจากสภาพเศรษฐกิจโลกที่กำลังอ่อนแอ...
  •    “บาวเวอร์ เอเชีย” ผู้นำเข้าและจัดจำหน่ายสินค้าคอนซูเมอร์จากประเทศสวิตเซอร์แลนด์ มั่นใจการเมืองไทยสงบ กำลังซื้อผู้บริโภคกลับคืน ฉวยจังหวะเทศกาลแห่งความสุขช่วงปีใหม่ ส่ง “สวิส คอนฟิซ่า” เปิดตลาดช็อกโกแลตพรีเมียม หวังชิงแชร์ 5-10% จากตลาดรวม 4 พันล้านบาทภายใน 2 ปี...
          
  • องค์การการค้าโลก ปรับลดตัวเลขคาดการณ์การขยายตัวของการค้าโลกปีนี้อยู่ที่ร้อยละ 3.1 ลดลงจากเดิมร้อยละ 4.6...
  • สวิตเซอร์แลนด์ยังคงครองอันดับ 1 ประเทศมีความพร้อมเรื่องขีดความสามารถในการแข่งขัน จากการจัดอันดับในปีนี้ของสภาเศรษฐกิจโลก ส่วนไทยอยู่อันดับ 31 ขยับขึ้นมามากถึง 6 ขั้น...
  • สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานเมื่อวันที่ 6 กรกฎาคมว่า สวิตเซอร์แลนด์และจีนเตรียมประกาศความตกลงจัดตั้งเขตการค้าเสรี (เอฟทีเอ) ระหว่าง 2 ประเทศในวันที่ 8 กรกฎาคมนี้ หลังการหารือกันเป็นเวลา 2 ปีก่อนบรรลุข้อตกลงเบื้องต้นไปเมื่อปี 2556 ที่ผ่านมา ส่งผลให้สวิตเซอร์แลนด์กลายเป็นชาติยุโรปแผ่นดินใหญ่ชาติแรกที่บรรลุข้อตกลงเขตการค้าเสรีกับจีน...


    

สาระน่ารู้

  • One Galle Face is Colombo's first internationally developed integrated lifestyle destination that makes living, working, entertainment and hospitality possible all in one location. Hong Kong's leisure entity Shanri-La Hotels and Resorts foresees the completion of this project by 2018 with a hefty investment of over US$ 600 million. The twin towers will be used for residence, which consist of 50 floors each, 16 penthouses and 8 duplex and simplex units. The target market is expatriates, international investors and the expanding population of Sri Lanka.
  • Following the tremendous success of the Exhibition 2018 and the 36th Annual Sessions, which took place at the Bandaranaike Memorial International Conference Hall in Colombo from February 22 to 25 earlier this year, the SLIA is proud to prsent  the next edition in a superior manner.<br />
    <br />
    Save the date :February 20th to 24th, 2019
  • The Institution of Engineers, Sri Lanka is the successor to the ‘Engineering Association of Ceylon’, which was founded in 1906. In 1968, the Institution of Engineers, Sri Lanka was made an incorporated body of the government, by an Act of Parliament. The IESL being the Apex body for engineering professionals in Sri Lanka, having a membership of more than 20,000, is called upon to represent the profession at many national forums and contribute to national development. By virtue of agreements it has entered into with the International Engineers’ Alliance (IEA) for mutual recognition of competencies, members assessed to have such competencies by IESL are eligible to practice engineering in the member countries including Japan, Australia, United Kingdom, Singapore, Pakistan, India, USA, Canada and South Korea.<br />
    <br />
    IESL with the Vision to be among the leading professional institutions of engineering and technology in the world, has Missioned Techno Sri Lanka’s for “Bringing out and Unleashing the Country’s Multi – Disciplinary Engineering Talents, to Drive Sri Lanka into Technological Excellence for Revolutionary Uplifting of Peoples’ Living Conditions and Prosperity”. Engineers are driven by passion to look beyond the regular, push borders and create the impossible. This is also reflective of the fact that Engineers over centuries are really innovators, who think beyond the realm and invent solutions for mankind, ahead of their time. That’s what engineering is all about and it’s the reason Engineers will always be the ingenious inventors and imaginative innovators throughout time.<br />
    <br />
    The flagship event of IESL, Techno Sri Lanka, since its inception in 1985 has grown to be the largest and the only engineering and technology exhibition held annually in Colombo. Techno, living up to its standards, has provided the means for uplifting peoples’ living conditions and has become an ideal venue for industry professionals, business heads, technologists and keen public to come together on a single global platform.<br />
    <br />
    The world is changing; engineers are in the forefront of this change. Expectations are very high in today’s society. However, the Planet’s resources are fast depleting and engineers have to be smart and innovative to achieve high goals with very low resource consumption. Technology should reach the masses and make them do things differently, as doing ‘business as usual’ will not leave a healthy planet for our children and grandchildren. We need ‘sustainable technologies’ that will revolutionize the day-to-day activities, such as mobile technology, nanotechnology, household solar PV technology and perhaps other inventions and breakthroughs to satisfy the society’s expectations and still not be blamed by our future generations for not leaving them a livable Planet Earth.<br />
    <br />
    Considering these facts, Techno Sri Lanka has redefined its Theme for the year 2018, aiming to fulfill the expectations of all stakeholders.
  • 01. - 03. November 2018 | Trade fair for hotels, hospitality, tourism and food businesses<br />
    <br />
    The Hotel, Hospitality & Food Asia in Sri Lanka has been designed by the dynamic development of the hotel and catering industry and the tourism and food companies to take account of South Asia. She is a specifically targeted at this sector business-to-business event. This exhibition is communication and information platform in the industry and provides the exhibiting companies the opportunity to present to an audience of experts here. Visitors can find information here thoroughly and comprehensively about the latest developments, trends, products and services in various fields. HHF Sri Lanka is the leading marketplace for regional networking and distribution, as well as a new basis for the procurement of products. The program will be held a culinary competition and other live features.<br />
    <br />
    The Hotel Hospitality & Food Asia will take place on 3 days from Thursday, 01. November to Saturday, 03. November 2018 in Colombo.
  • Infotel theme will be Towards a Digital Economy, is aligning with national priorities of enhancing the digital infrastructure of the country for facilitating a digitally empowered ecosystem while improving the Citizens’ engagement in a digital society.
  • The Western Region MegapolisDevelopment Plan, also called Western Region Megapolis Planning Project(WRMPP), is a urban planning, zoning and development project aimed at creating a Megapolis in the Western Province of Sri Lanka by 2030 , which would help address the issues of waste management, traffic congestion, slums and environmental pollution. This project is intended to build a Megacity that matches other well-known economic hubs such as Dubai,Singapore,Seoul and Tokyo. For more information, please visit <a class="txttohtmllink" href="http://www.megapolis.gov.lk/">http://www.megapolis.gov.lk/</a>




เอกสารอ้างอิง

ดาวน์โหลด

ติดต่อหน่วยงาน

European Union - EU
สหภาพยุโรป

เป็นการรวมกลุ่มระหว่างประเทศ ทั้งด้านการเมือง เศรษฐกิจ และสังคมแบบเหนือรัฐ (supranational) ที่ใหญ่ที่สุดและก้าวหน้าที่สุดในโลก โดยปัจจุบันมีสมาชิก 27 ประเทศ ทั้งนี้ ในปี 2554 สหภาพยุโรปถือเป็นคู่ค้าสำคัญอันดับที่ 4 ของไทย
สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงบรัสเซลส์
876 Chaussee de Waterloo, 1000, Brussels, Belgium
Tel: (+32) 2 629 0035
Website : www2.thaieurope.net