สาธารณรัฐเกาหลี (เกาหลีใต้)

สาธารณรัฐเกาหลี (The Republic of Korea) หรือที่รู้จักกันทั่วไปว่า เกาหลีใต้ (South Korea) ตั้งอยู่ทางตอนใต้ของคาบสมุทรเกาหลี เกาหลีใต้พัฒนาประเทศจนสามารถผงาดขึ้นมาเป็นประเทศผู้นำทางเศรษฐกิจจากประเทศที่ยากจนในช่วงสงครามเกาหลี โดยใช้เวลาเพียง 60 ปี ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ของเกาหลีใต้สูงเป็นอันดับ 4 ในทวีปเอเชีย และอันดับ 15 ของโลก นอกจากนี้ยังเป็นสมาชิกเขตเศรษฐกิจที่สำคัญ เช่น OECD APEC และมี FTA กับประเทศคู่ค้าหลายประเทศ ในแง่การลงทุนและการดำเนินธุรกิจ เกาหลีใต้เป็นฐานการลงทุนที่น่าสนใจ ทั้งเพื่อสนองตอบต่อผู้บริโภคภายในประเทศกว่า 50 ล้านคนที่ประกอบด้วยกำลังแรงงานที่มีพื้นฐานความรู้และมีการพัฒนาเทคโนโลยีที่ทันสมัย อุตสาหกรรมที่ก้าวหน้า และระบบโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมขนส่งและโลจิสติกส์ที่ครอบคลุมทั้งประเทศ รวมทั้งเป็นฐานการลงทุนเพื่อการส่งออกไปยังประเทศใกล้เคียงที่สำคัญ เช่น จีน ญี่ปุ่น ได้สะดวกในราคาต้นทุนที่สมเหตุผล

ข้อมูลทั่วไป

ภูมิประเทศและภูมิอากาศ

เกาหลีใต้ตั้งอยู่ทางใต้ของคาบสมุทรเกาหลี ทิศเหนือติดกับสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนเกาหลี (เกาหลีเหนือ) ทิศตะวันออกติดกับทะเลตะวันออก (ทะเลญี่ปุ่น) ทิศตะวันตกติดกับทะเลเหลือง และทิศใต้ติดกับช่องแคบเกาหลี (Korea Strait) มีพื้นที่ 99,392 ตารางกิโลเมตร (ร้อยละ 45 ของพื้นที่คาบสมุทรเกาหลี) หรือประมาณ 1 ใน 5 ของประเทศไทย พื้นที่ร้อยละ 70 ของประเทศเป็นเทือกเขา

สำหรับภูมิอากาศ เกาหลีใต้มี 4 ฤดู คือ ฤดูใบไม้ผลิ ฤดูร้อน ฤดูใบไม้ร่วง และฤดูหนาว โดยฤดูใบไม้ผลิในเดือนเมษายน – พฤษภาคม ส่วนในฤดูร้อนระหว่างเดือนมิถุนายน – สิงหาคมเป็นช่วงที่ฝนตกชุก ฤดูใบไม้ร่วมในช่วงเดือนกันยายน – ตุลาคม สำหรับฤดูหนาวครอบคลุมประมาณ 5 เดือนเริ่มตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน – มีนาคม อุณหภูมิโดยเฉลี่ย -20 องศา ในฤดูหนาวและ 34 องศาในฤดูร้อน

ประชากร

จำนวนประชากรในเกาหลีใต้ ณ เดือนพฤษภาคม 2556 มี 51,034,494 คน ในแง่ความหนาแน่นของประชากร มีประชากรอาศัยอยู่ในประเทศ 511 คนต่อตารางกิโลเมตร เมื่อวันที่ 23 มิถุนายน 2555 เกาหลีใต้ทำลายสถิติมีประชากรถึง 50 ล้านคนเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ จากจำนวนประชากรในเกาหลีใต้ทั้งหมด มี 10,181,807 คน หรือประมาณร้อยละ 20 อาศัยอยู่ในกรุงโซล เมืองหลวง นอกนั้นกระจายอาศัยในเมืองใหญ่ เช่น นครปูซาน 3,536,426 คน นครอินชอน 2,859,335 คน เมืองแดกู 2,505,083 คน เมืองแดจอน 1,529,085 คน เมืองกวางจู 1,471,801 คน และเมืองอูลซาน 1,151,340 คน

การเมืองการปกครอง

เกาหลีใต้ปกครองแบบประชาธิปไตยระบบรัฐสภา (สภาเดียว) มีระบอบการปกครองแบบสาธารณรัฐ มีประธานาธิบดีเป็นผู้นำสูงสุด ดำรงตำแหน่งประมุขของรัฐ หัวหน้ารัฐบาล และผู้บัญชาการทหารสูงสุด

เกาหลีใต้แบ่งเขตการปกครองท้องถิ่นออกเป็น 9 จังหวัด (ได้แก่ คยองกี คังวอน ชุงชองเหนือ ชุงชองใต้ ชอลลาเหนือ ชอลลาใต้ คยองซังเหนือ คยองซังใต้ และ 1 เขตการปกครองพิเศษคือเกาะเชจู) และ 6 เมืองมหานคร (ได้แก่ ปูซาน แดกู อินชอน แดจอน กวางจูและอูลซาน) 1 นครพิเศษคือกรุงโซล และ 1 นครปกครองตนเองพิเศษคือเซจอง

ภาษา

ภาษาเกาหลี เป็นภาษาราชการ

ศาสนา

ชาวเกาหลีใต้นับถือศาสนาคริสต์ร้อยละ 52 (โปรเตสแตนท์ ร้อยละ 46 โรมันคาทอลิก ร้อยละ 39) ศาสนาพุทธ ร้อยละ 46 ขงจื๊อ ร้อยละ 1 และอื่น ๆ ร้อยละ 1

สกุลเงิน

สกุลเงินของเกาหลีใต้ คือ “วอน” ใช้ตัวย่อเป็นอักษรภาษาอังกฤษว่า KRW โดยอัตราแลกเปลี่ยนปัจจุบันอยู่ที่ 1 วอนเท่ากับ 0.029 บาท (ณ เดือนกันยายน 2556)

ข้อมูลทั่วไปประเทศสาธารณรัฐเกาหลี (เกาหลีใต้)

ภูมิประเทศและภูมิอากาศ

เกาหลีใต้ตั้งอยู่ทางใต้ของคาบสมุทรเกาหลี ทิศเหนือติดกับสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนเกาหลี (เกาหลีเหนือ) ทิศตะวันออกติดกับทะเลตะวันออก (ทะเลญี่ปุ่น) ทิศตะวันตกติดกับทะเลเหลือง และทิศใต้ติดกับช่องแคบเกาหลี (Korea Strait) มีพื้นที่ 99,392 ตารางกิโลเมตร (ร้อยละ 45 ของพื้นที่คาบสมุทรเกาหลี) หรือประมาณ 1 ใน 5 ของประเทศไทย พื้นที่ร้อยละ 70 ของประเทศเป็นเทือกเขา

สำหรับภูมิอากาศ เกาหลีใต้มี 4 ฤดู คือ ฤดูใบไม้ผลิ ฤดูร้อน ฤดูใบไม้ร่วง และฤดูหนาว โดยฤดูใบไม้ผลิในเดือนเมษายน – พฤษภาคม ส่วนในฤดูร้อนระหว่างเดือนมิถุนายน – สิงหาคมเป็นช่วงที่ฝนตกชุก ฤดูใบไม้ร่วมในช่วงเดือนกันยายน – ตุลาคม สำหรับฤดูหนาวครอบคลุมประมาณ 5 เดือนเริ่มตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน – มีนาคม อุณหภูมิโดยเฉลี่ย -20 องศา ในฤดูหนาวและ 34 องศาในฤดูร้อน

ประชากร

จำนวนประชากรในเกาหลีใต้ ณ เดือนพฤษภาคม 2556 มี 51,034,494 คน ในแง่ความหนาแน่นของประชากร มีประชากรอาศัยอยู่ในประเทศ 511 คนต่อตารางกิโลเมตร เมื่อวันที่ 23 มิถุนายน 2555 เกาหลีใต้ทำลายสถิติมีประชากรถึง 50 ล้านคนเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ จากจำนวนประชากรในเกาหลีใต้ทั้งหมด มี 10,181,807 คน หรือประมาณร้อยละ 20 อาศัยอยู่ในกรุงโซล เมืองหลวง นอกนั้นกระจายอาศัยในเมืองใหญ่ เช่น นครปูซาน 3,536,426 คน นครอินชอน 2,859,335 คน เมืองแดกู 2,505,083 คน เมืองแดจอน 1,529,085 คน เมืองกวางจู 1,471,801 คน และเมืองอูลซาน 1,151,340 คน

การเมืองการปกครอง

เกาหลีใต้ปกครองแบบประชาธิปไตยระบบรัฐสภา (สภาเดียว) มีระบอบการปกครองแบบสาธารณรัฐ มีประธานาธิบดีเป็นผู้นำสูงสุด ดำรงตำแหน่งประมุขของรัฐ หัวหน้ารัฐบาล และผู้บัญชาการทหารสูงสุด

เกาหลีใต้แบ่งเขตการปกครองท้องถิ่นออกเป็น 9 จังหวัด (ได้แก่ คยองกี คังวอน ชุงชองเหนือ ชุงชองใต้ ชอลลาเหนือ ชอลลาใต้ คยองซังเหนือ คยองซังใต้ และ 1 เขตการปกครองพิเศษคือเกาะเชจู) และ 6 เมืองมหานคร (ได้แก่ ปูซาน แดกู อินชอน แดจอน กวางจูและอูลซาน) 1 นครพิเศษคือกรุงโซล และ 1 นครปกครองตนเองพิเศษคือเซจอง

ภาษา

ภาษาเกาหลี เป็นภาษาราชการ

ศาสนา

ชาวเกาหลีใต้นับถือศาสนาคริสต์ร้อยละ 52 (โปรเตสแตนท์ ร้อยละ 46 โรมันคาทอลิก ร้อยละ 39) ศาสนาพุทธ ร้อยละ 46 ขงจื๊อ ร้อยละ 1 และอื่น ๆ ร้อยละ 1

สกุลเงิน

สกุลเงินของเกาหลีใต้ คือ “วอน” ใช้ตัวย่อเป็นอักษรภาษาอังกฤษว่า KRW โดยอัตราแลกเปลี่ยนปัจจุบันอยู่ที่ 1 วอนเท่ากับ 0.029 บาท (ณ เดือนกันยายน 2556)

ข้อมูลการค้า-การลงทุน

ภาพรวมสถานการณ์เศรษฐกิจ

ในปี 2555 เกาหลีใต้มีผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) 1,538,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ สูงเป็นอันดับ 4 ในทวีปเอเชีย และอันดับ 15 ของโลก มีรายได้ประชากรต่อหัวอยู่ที่ 29,833 ดอลลาร์สหรัฐ เศรษฐกิจขยายตัวร้อยละ 2 ลดลงจากร้อยละ 3.6 ในปี 2554 โดยมีปัจจัยสำคัญมาจากวิกฤติเศรษฐกิจเขตยูโร สถานการณ์เศรษฐกิจในสหรัฐฯ และจีน การอ่อนตัวของค่าเงินเยนที่ส่งผลกระทบโดยตรงต่อสินค้าส่งออกของเกาหลีใต้และการชะลอตัวลงของอุปสงค์ภายในประเทศ จากปัญหาหนี้ในครัวเรือนและการออมที่ลดลง ทั้งนี้ ภาคการส่งออกของเกาหลีใต้ซึ่งมีสัดส่วนคิดเป็นร้อยละ 57 ของ GDP ถือเป็นกลไกขับเคลื่อนเศรษฐกิจที่สำคัญของประเทศ

ในปี 2556 เศรษฐกิจเกาหลีใต้คาดว่าจะฟื้นตัวอย่างช้า ๆ และขยายตัวร้อยละ 2.8 ในช่วงครึ่งปีแรกจะขยายตัวร้อยละ 1.9 ก่อนจะกลับสู่ภาวะปกติและขยายตัวร้อยละ 3.5 ในช่วงครึ่งปีหลัง ปัจจัยขับเคลื่อนเศรษฐกิจที่สำคัญมาจากภาคการส่งออก (มากกว่าอุปสงค์ภายในประเทศ) โดยยังคงมีปัจจัยเสี่ยงจากผลกระทบจากการชะลอตัวทางเศรษฐกิจในยุโรป สหรัฐฯ จีนและค่าเงินเยนที่อ่อนตัวลงของญี่ปุ่น ทั้งนี้ ในปี 2557 เศรษฐกิจเกาหลีใต้คาดว่าจะขยายตัวที่ร้อยละ 3.8

ทรัพยากรที่สำคัญของเกาหลีใต้ ได้แก่ ถ่านหิน ทังสเตน กราไฟต์ ตะกั่ว อุตสาหกรรมหลักได้แก่การผลิตชิ้นส่วนประกอบ รถยนต์ การต่อเรือ และปิโตรเคมี

สถานการณ์การค้า

ในปี 2555 เกาหลีใต้ส่งออก 548,200 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ลดลงร้อยละ 1.3 เมื่อเทียบกับปี 2554 และนำเข้า 519,500 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ลดลงร้อยละ 0.9 จากปี 2554 แม้จะได้รับผลกระทบจากการชะลอตัวของเศรษฐกิจโลก การค้ารวมของเกาหลีใต้มีมูลค่า 1.067 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งมีมูลค่าการค้าเกินกว่า 1 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ ติดต่อกันเป็นปีที่ 2 ตลาดส่งออกที่สำคัญของเกาหลีใต้ 5 อันดับแรก ได้แก่ จีน คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 24.5 ของการส่งออกทั้งหมด อาเซียน ร้อยละ 14.4 (การส่งออกไปยังอาเซียนขยายตัวร้อยละ 9.9) สหรัฐฯ ร้อยละ 10.7 สหภาพยุโรป ร้อยละ 9 และญี่ปุ่น ร้อยละ 7.1 ส่วนตลาดนำเข้าที่สำคัญ 5 อันดับแรก ได้แก่ ตะวันออกกลาง คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 24.4 ของการนำเข้าทั้งหมด จีน ร้อยละ 15.6 ญี่ปุ่น ร้อยละ 12.4 อาเซียน ร้อยละ 10 (การนำเข้าจากอาเซียนลดลงร้อยละ 1.8) และสหภาพยุโรป ร้อยละ 9.7

ในปี 2555 สินค้าส่งออกที่สำคัญของเกาหลีใต้ 5 อันดับแรก ได้แก่ ผลิตภัณฑ์จากน้ำมัน ชิ้นส่วนประกอบ เครื่องจักร ยานยนต์ และปิโตรเคมี ส่วนสินค้านำเข้าที่สำคัญของเกาหลีใต้ 5 อันดับแรก ได้แก่ น้ำมันเชื้อเพลิง ชิ้นส่วนประกอบ ก๊าซธรรมชาติ ผลิตภัณฑ์จากน้ำมัน และถ่านหิน

สำหรับสถานการณ์ด้านการค้าระหว่างไทย – เกาหลีใต้ ในปี 2555 เกาหลีใต้ส่งออกไปยังประเทศไทย 8,221.082 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้นร้อยละ 2.81 จากปี 2554 และนำเข้าจาก ปทท. 5,353.244 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ลดลงร้อยละ 1.11 จากปี 2554 เกาหลีใต้ได้ดุลการค้าไทยมูลค่า 2,867.837 ล้านดอลลาร์สหรัฐ มูลค่าการค้ารวมในปี 2555 คิดเป็น 13,574.326 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ลดลงร้อยละ 2.14 จากปี 2554 ไทยเป็นคู่ค้าอันดับที่ 20 ของเกาหลีใต้ และเป็นคู่ค้าอันดับที่ 5 ของเกาหลีใต้ เมื่อเทียบกับประเทศสมาชิกอาเซียนทั้งหมด (การค้าระหว่างเกาหลีใต้กับประเทศสมาชิกอาเซียนทั้งหมด มีมูลค่า 131,122.448 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เป็นอันดับ 2 ของการค้าระหว่างประเทศของเกาหลีใต้ทั้งหมด)

สถานการณ์การลงทุน

ส่วนด้านการลงทุน ในปี 2555 การลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (FDI) ในเกาหลีใต้ เพิ่มขึ้นร้อยละ 18.9 จากปี 2554 แตะสถิติสูงสุดที่ 16,260 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้นจาก 13,670 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ในปี 2554 ประเทศที่ลงทุนสูงสุดในเกาหลีใต้ ได้แก่ ญี่ปุ่น (การลงทุนขยายตัวร้อยละ 98.4) สหรัฐฯ (ขยายตัวร้อยละ 54.9) สหภาพยุโรป (ขยายตัวร้อยละ 46.6) ในสองกรณีหลัง การลงทุนเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญเป็นผลจากการลงนามในความตกลง FTAs

ขณะที่เกาหลีใต้ไปลงทุนในต่างประเทศ ลดลงร้อยละ 14.3 เมื่อเทียบกับปี 2554 คิดเป็นมูลค่า 39,010 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ปี 2554 มีมูลค่า 45,530 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) โดยส่วนมากเป็นการลงทุนในสาขาการผลิต การก่อสร้าง และการบริการ ในสหรัฐฯ จีน อาเซียน ออสเตรเลีย เนเธอร์แลนด์ และฮ่องกง

สำหรับสถานการณ์ด้านการลงทุนระหว่างไทย – เกาหลีใต้ ในปี 2555 เกาหลีใต้ลงทุนในไทย 157 โครงการ มูลค่า 93.885 ล้านดอลลาร์สหรัฐ คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 0.24 หรืออันดับที่ 26 ของการลงทุนในต่างประเทศของเกาหลีใต้ทั้งหมด และเป็นอันดับ 8 เมื่อเทียบกับการลงทุนของเกาหลีใต้ในประเทศสมาชิกอาเซียนทั้งหมด (เกาหลีใต้ลงทุนในประเทศสมาชิกอาเซียน 4,453.988 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เป็นอันดับ 3 ของการลงทุนในต่างประเทศของเกาหลีใต้ทั้งหมด) ส่วนการลงทุนสะสมของเกาหลีใต้ในประเทศไทยตั้งแต่ปี 2523 – 2555 มีทั้งหมด 1,829 โครงการ มูลค่า 2,443.517 ล้านดอลลาร์สหรัฐ คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 0.74 หรืออันดับที่ 26 ของการลงทุนในต่างประเทศสะสมของของเกาหลีใต้ทั้งหมดและเป็นอันดับ 8 ที่เกาหลีใต้ลงทุนสะสมในประเทศสมาชิกอาเซียนทั้งหมด

สถานการณ์การท่องเที่ยว

ด้านการท่องเที่ยว ในปี 2555 มีนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางไปยังเกาหลีใต้ 11,140,028 คน เพิ่มขึ้นร้อยละ 13.7 จากปี 2554 โดยมีการใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยว 14,176.2 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้นร้อยละ 14.4 นักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางไปยังเกาหลีใต้มากที่สุด 5 อันดับมาจากญี่ปุ่น จีน สหรัฐฯ ไต้หวัน และประเทศไทย ขณะที่มีนักท่องเที่ยวเกาหลีใต้เดินทางไปต่างประเทศ 13,736,976 คน เพิ่มขึ้นร้อยละ 8.2 มีการใช้จ่ายไป 15,736.9 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้นร้อยละ 1.2

สำหรับสถานการณ์ด้านการท่องเที่ยวระหว่างไทย – เกาหลีใต้ ในปี 2555 มีนักท่องเที่ยวไทยเดินทางไปยังเกาหลีใต้ 395,984 คน เพิ่มขึ้นร้อยละ 28 จากปี 2554 มากเป็นอันดับที่ 5 หรือคิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 3.5 ของจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางไปยังเกาหลีใต้ทั้งหมด ทั้งนี้ นักท่องเที่ยวไทยมีจำนวนสูงสุดในกลุ่มนักท่องเที่ยวอาเซียนที่เดินทางไปยังเกาหลีใต้ทั้งหมด สำหรับนักท่องเที่ยวเกาหลีใต้เดินทางไปประเทศไทยจำนวน 1,169,131 คน เพิ่มขึ้นร้อยละ 16.18 จากปี 2554 คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 5.24 ของนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางไปประเทศไทยทั้งหมด

ข้อมูลการค้า-การลงทุน

ภาพรวมสถานการณ์เศรษฐกิจ

ในปี 2555 เกาหลีใต้มีผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) 1,538,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ สูงเป็นอันดับ 4 ในทวีปเอเชีย และอันดับ 15 ของโลก มีรายได้ประชากรต่อหัวอยู่ที่ 29,833 ดอลลาร์สหรัฐ เศรษฐกิจขยายตัวร้อยละ 2 ลดลงจากร้อยละ 3.6 ในปี 2554 โดยมีปัจจัยสำคัญมาจากวิกฤติเศรษฐกิจเขตยูโร สถานการณ์เศรษฐกิจในสหรัฐฯ และจีน การอ่อนตัวของค่าเงินเยนที่ส่งผลกระทบโดยตรงต่อสินค้าส่งออกของเกาหลีใต้และการชะลอตัวลงของอุปสงค์ภายในประเทศ จากปัญหาหนี้ในครัวเรือนและการออมที่ลดลง ทั้งนี้ ภาคการส่งออกของเกาหลีใต้ซึ่งมีสัดส่วนคิดเป็นร้อยละ 57 ของ GDP ถือเป็นกลไกขับเคลื่อนเศรษฐกิจที่สำคัญของประเทศ

ในปี 2556 เศรษฐกิจเกาหลีใต้คาดว่าจะฟื้นตัวอย่างช้า ๆ และขยายตัวร้อยละ 2.8 ในช่วงครึ่งปีแรกจะขยายตัวร้อยละ 1.9 ก่อนจะกลับสู่ภาวะปกติและขยายตัวร้อยละ 3.5 ในช่วงครึ่งปีหลัง ปัจจัยขับเคลื่อนเศรษฐกิจที่สำคัญมาจากภาคการส่งออก (มากกว่าอุปสงค์ภายในประเทศ) โดยยังคงมีปัจจัยเสี่ยงจากผลกระทบจากการชะลอตัวทางเศรษฐกิจในยุโรป สหรัฐฯ จีนและค่าเงินเยนที่อ่อนตัวลงของญี่ปุ่น ทั้งนี้ ในปี 2557 เศรษฐกิจเกาหลีใต้คาดว่าจะขยายตัวที่ร้อยละ 3.8

ทรัพยากรที่สำคัญของเกาหลีใต้ ได้แก่ ถ่านหิน ทังสเตน กราไฟต์ ตะกั่ว อุตสาหกรรมหลักได้แก่การผลิตชิ้นส่วนประกอบ รถยนต์ การต่อเรือ และปิโตรเคมี

สถานการณ์การค้า

ในปี 2555 เกาหลีใต้ส่งออก 548,200 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ลดลงร้อยละ 1.3 เมื่อเทียบกับปี 2554 และนำเข้า 519,500 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ลดลงร้อยละ 0.9 จากปี 2554 แม้จะได้รับผลกระทบจากการชะลอตัวของเศรษฐกิจโลก การค้ารวมของเกาหลีใต้มีมูลค่า 1.067 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งมีมูลค่าการค้าเกินกว่า 1 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ ติดต่อกันเป็นปีที่ 2 ตลาดส่งออกที่สำคัญของเกาหลีใต้ 5 อันดับแรก ได้แก่ จีน คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 24.5 ของการส่งออกทั้งหมด อาเซียน ร้อยละ 14.4 (การส่งออกไปยังอาเซียนขยายตัวร้อยละ 9.9) สหรัฐฯ ร้อยละ 10.7 สหภาพยุโรป ร้อยละ 9 และญี่ปุ่น ร้อยละ 7.1 ส่วนตลาดนำเข้าที่สำคัญ 5 อันดับแรก ได้แก่ ตะวันออกกลาง คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 24.4 ของการนำเข้าทั้งหมด จีน ร้อยละ 15.6 ญี่ปุ่น ร้อยละ 12.4 อาเซียน ร้อยละ 10 (การนำเข้าจากอาเซียนลดลงร้อยละ 1.8) และสหภาพยุโรป ร้อยละ 9.7

ในปี 2555 สินค้าส่งออกที่สำคัญของเกาหลีใต้ 5 อันดับแรก ได้แก่ ผลิตภัณฑ์จากน้ำมัน ชิ้นส่วนประกอบ เครื่องจักร ยานยนต์ และปิโตรเคมี ส่วนสินค้านำเข้าที่สำคัญของเกาหลีใต้ 5 อันดับแรก ได้แก่ น้ำมันเชื้อเพลิง ชิ้นส่วนประกอบ ก๊าซธรรมชาติ ผลิตภัณฑ์จากน้ำมัน และถ่านหิน

สำหรับสถานการณ์ด้านการค้าระหว่างไทย – เกาหลีใต้ ในปี 2555 เกาหลีใต้ส่งออกไปยังประเทศไทย 8,221.082 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้นร้อยละ 2.81 จากปี 2554 และนำเข้าจาก ปทท. 5,353.244 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ลดลงร้อยละ 1.11 จากปี 2554 เกาหลีใต้ได้ดุลการค้าไทยมูลค่า 2,867.837 ล้านดอลลาร์สหรัฐ มูลค่าการค้ารวมในปี 2555 คิดเป็น 13,574.326 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ลดลงร้อยละ 2.14 จากปี 2554 ไทยเป็นคู่ค้าอันดับที่ 20 ของเกาหลีใต้ และเป็นคู่ค้าอันดับที่ 5 ของเกาหลีใต้ เมื่อเทียบกับประเทศสมาชิกอาเซียนทั้งหมด (การค้าระหว่างเกาหลีใต้กับประเทศสมาชิกอาเซียนทั้งหมด มีมูลค่า 131,122.448 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เป็นอันดับ 2 ของการค้าระหว่างประเทศของเกาหลีใต้ทั้งหมด)

สถานการณ์การลงทุน

ส่วนด้านการลงทุน ในปี 2555 การลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (FDI) ในเกาหลีใต้ เพิ่มขึ้นร้อยละ 18.9 จากปี 2554 แตะสถิติสูงสุดที่ 16,260 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้นจาก 13,670 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ในปี 2554 ประเทศที่ลงทุนสูงสุดในเกาหลีใต้ ได้แก่ ญี่ปุ่น (การลงทุนขยายตัวร้อยละ 98.4) สหรัฐฯ (ขยายตัวร้อยละ 54.9) สหภาพยุโรป (ขยายตัวร้อยละ 46.6) ในสองกรณีหลัง การลงทุนเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญเป็นผลจากการลงนามในความตกลง FTAs

ขณะที่เกาหลีใต้ไปลงทุนในต่างประเทศ ลดลงร้อยละ 14.3 เมื่อเทียบกับปี 2554 คิดเป็นมูลค่า 39,010 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ปี 2554 มีมูลค่า 45,530 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) โดยส่วนมากเป็นการลงทุนในสาขาการผลิต การก่อสร้าง และการบริการ ในสหรัฐฯ จีน อาเซียน ออสเตรเลีย เนเธอร์แลนด์ และฮ่องกง

สำหรับสถานการณ์ด้านการลงทุนระหว่างไทย – เกาหลีใต้ ในปี 2555 เกาหลีใต้ลงทุนในไทย 157 โครงการ มูลค่า 93.885 ล้านดอลลาร์สหรัฐ คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 0.24 หรืออันดับที่ 26 ของการลงทุนในต่างประเทศของเกาหลีใต้ทั้งหมด และเป็นอันดับ 8 เมื่อเทียบกับการลงทุนของเกาหลีใต้ในประเทศสมาชิกอาเซียนทั้งหมด (เกาหลีใต้ลงทุนในประเทศสมาชิกอาเซียน 4,453.988 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เป็นอันดับ 3 ของการลงทุนในต่างประเทศของเกาหลีใต้ทั้งหมด) ส่วนการลงทุนสะสมของเกาหลีใต้ในประเทศไทยตั้งแต่ปี 2523 – 2555 มีทั้งหมด 1,829 โครงการ มูลค่า 2,443.517 ล้านดอลลาร์สหรัฐ คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 0.74 หรืออันดับที่ 26 ของการลงทุนในต่างประเทศสะสมของของเกาหลีใต้ทั้งหมดและเป็นอันดับ 8 ที่เกาหลีใต้ลงทุนสะสมในประเทศสมาชิกอาเซียนทั้งหมด

สถานการณ์การท่องเที่ยว

ด้านการท่องเที่ยว ในปี 2555 มีนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางไปยังเกาหลีใต้ 11,140,028 คน เพิ่มขึ้นร้อยละ 13.7 จากปี 2554 โดยมีการใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยว 14,176.2 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้นร้อยละ 14.4 นักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางไปยังเกาหลีใต้มากที่สุด 5 อันดับมาจากญี่ปุ่น จีน สหรัฐฯ ไต้หวัน และประเทศไทย ขณะที่มีนักท่องเที่ยวเกาหลีใต้เดินทางไปต่างประเทศ 13,736,976 คน เพิ่มขึ้นร้อยละ 8.2 มีการใช้จ่ายไป 15,736.9 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้นร้อยละ 1.2

สำหรับสถานการณ์ด้านการท่องเที่ยวระหว่างไทย – เกาหลีใต้ ในปี 2555 มีนักท่องเที่ยวไทยเดินทางไปยังเกาหลีใต้ 395,984 คน เพิ่มขึ้นร้อยละ 28 จากปี 2554 มากเป็นอันดับที่ 5 หรือคิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 3.5 ของจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางไปยังเกาหลีใต้ทั้งหมด ทั้งนี้ นักท่องเที่ยวไทยมีจำนวนสูงสุดในกลุ่มนักท่องเที่ยวอาเซียนที่เดินทางไปยังเกาหลีใต้ทั้งหมด สำหรับนักท่องเที่ยวเกาหลีใต้เดินทางไปประเทศไทยจำนวน 1,169,131 คน เพิ่มขึ้นร้อยละ 16.18 จากปี 2554 คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 5.24 ของนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางไปประเทศไทยทั้งหมด

กฎระเบียบการทำธุรกิจ

เกาหลีใต้เปิดเสรีด้านการลงทุนและเปิดรับนักลงทุนจากต่างประเทศ การเข้าไปจดทะเบียนดำเนินธุรกิจสามารถกระทำได้อย่างเสรี โดยไม่มีข้อจำกัดเป็นการเฉพาะสำหรับชาวต่างชาติ ยกเว้นในสาขาที่ส่งผลกระทบต่อความมั่นคง บริษัทจดทะเบียนยังสามารถดำเนินธุรกิจได้มากกว่า 1 ชนิดควบคู่กัน รัฐบาลเกาหลีใต้กำหนดวงเงินลงทุนขั้นต่ำไว้ในการจดทะเบียนธุรกิจ ที่ 100 ล้านวอน (ประมาณ 100,000 ดอลลาร์สหรัฐ)

การจดทะเบียนธุรกิจโดยต่างชาติสามารถกระทำได้ทั้งในรูปของบริษัทจดทะเบียน ห้างหุ้นส่วนจำกัด สาขาของบริษัทจากต่างประเทศ และการเข้าไปลงทุนประกอบการผลิต โดยมีขั้นตอนการจดทะเบียนตามหลักสากล กล่าวคือ เริ่มด้วยการจดทะเบียนบริษัท/ธุรกิจ เปิดบัญชีกับธนาคาร โดยเงินลงทุนเข้าบัญชี จดทะเบียนกับสำนักงานภาษีในท้องถิ่น ว่าจ้างพนักงาน และเริ่มดำเนินธุรกิจ

นโยบายการส่งเสริมการลงทุน

นโยบายส่งเสริมการลงทุน

เกาหลีใต้มีนโยบายส่งเสริมการลงทุนตามกฎหมาย Foreign Investment Promotion Act เช่น การเข้าไปลงทุนใน Foreign Investment Zone และการลงทุนในสาขาที่ระบุให้การสนับสนุนเป็นพิเศษ สิทธิพิเศษที่จะได้รับ เช่น การยกเว้นภาษีธุรกิจและภาษีรายได้ การยกเว้นค่าธรรมเนียมการใช้ประโยชน์สิ่งอำนวยความสะดวก เป็นต้น

ช่องทางการลงทุน

สาขาที่รัฐบาลเกาหลีใต้ให้การสนับสนุน ได้แก่

  • R&D
  • Semiconductor
  • Display Industry  
  • Auto parts
  • Information and Communication
  • Pharmaceutical
  • Machinery and components
  • Fine chemical
  • Logistics

นโยบายการส่งเสริมการลงทุน

นโยบายส่งเสริมการลงทุน

เกาหลีใต้มีนโยบายส่งเสริมการลงทุนตามกฎหมาย Foreign Investment Promotion Act เช่น การเข้าไปลงทุนใน Foreign Investment Zone และการลงทุนในสาขาที่ระบุให้การสนับสนุนเป็นพิเศษ สิทธิพิเศษที่จะได้รับ เช่น การยกเว้นภาษีธุรกิจและภาษีรายได้ การยกเว้นค่าธรรมเนียมการใช้ประโยชน์สิ่งอำนวยความสะดวก เป็นต้น

ช่องทางการลงทุน

สาขาที่รัฐบาลเกาหลีใต้ให้การสนับสนุน ได้แก่

  • R&D
  • Semiconductor
  • Display Industry  
  • Auto parts
  • Information and Communication
  • Pharmaceutical
  • Machinery and components
  • Fine chemical
  • Logistics

สิทธิประโยชน์

ภายใต้ Foreign Investment Promotion Act นักลงทุนต่างชาติจะได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษีทั้ง corporate tax และ income tax เป็นเวลาอย่างน้อย 7 ปี

- สำหรับอุตสาหกรรมที่สนับสนุนธุรกิจบริการและเทคโนโลยีขั้นสูง และธุรกิจที่ตั้งอยู่ในเขตส่งเสริมการลงทุนต่างชาติในลักษณะ stand-alone ได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษีเป็นเวลา 7 ปี โดยในช่วง 5 ปีแรกได้รับการยกเว้นไม่ต้องจ่ายภาษี ส่วนอีก 2 ปีที่เหลือได้รับการลดหย่อนให้จ่ายภาษีเพียงร้อยละ 50

- สำหรับธุรกิจที่ตั้งอยู่ในเขตส่งเสริมการลงทุนต่างชาติในลักษณะ complex ธุรกิจใน Free Economic Zone (FEZ) ธุรกิจใน Free Trade Zone (FTZ) ธุรกิจใน business city development zone และโครงการใน Free Economic Zone และโครงการใน Business City Development Zone จะได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษีเป็นเวลา 5 ปี โดย 3 ปีแรกได้รับการยกเว้นไม่ต้องจ่ายภาษี ส่วนอีก 2 ปีที่เหลือได้รับการลดหย่อนให้จ่ายภาษีเพียงร้อยละ 50

ประเด็นท้าทายในการทำธุรกิจ

ปัญหาและอุปสรรคต่อการลงทุนในเกาหลีใต้ที่ผู้ประกอบการไทยประสบ ได้แก่

  • ต้นทุนสูง โดยเฉพาะค่าจ้างพนักงาน ค่าเช่าสำนักงาน
  • การสร้างแบรนด์ให้เป็นได้รับการยอมรับในเกาหลีใต้เป็นเรื่องที่ต้องใช้เวลา
  • การติดต่อสื่อสารต้องใช้ภาษาเกาหลีเป็นหลัก
  • แนวคิด (Mentality) ที่แตกต่างกันระหว่างไทยกับเกาหลีใต้ ขณะที่นักธุรกิจเกาหลีใต้ชอบทำอะไรเร็ว ๆ และไม่ค่อยรอบคอบ แต่นักธุรกิจไทยค่อย ๆ ทำอย่างค่อยเป็นค่อยไปด้วยความปราณีต

ข่าวเศรษฐกิจ / เรื่องเด่น / ข่าวประชาสัมพันธ์ในศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเกาหลีใต้



    

สาระน่ารู้

  • One Galle Face is Colombo's first internationally developed integrated lifestyle destination that makes living, working, entertainment and hospitality possible all in one location. Hong Kong's leisure entity Shanri-La Hotels and Resorts foresees the completion of this project by 2018 with a hefty investment of over US$ 600 million. The twin towers will be used for residence, which consist of 50 floors each, 16 penthouses and 8 duplex and simplex units. The target market is expatriates, international investors and the expanding population of Sri Lanka.
  • Following the tremendous success of the Exhibition 2018 and the 36th Annual Sessions, which took place at the Bandaranaike Memorial International Conference Hall in Colombo from February 22 to 25 earlier this year, the SLIA is proud to prsent  the next edition in a superior manner.<br />
    <br />
    Save the date :February 20th to 24th, 2019
  • The Institution of Engineers, Sri Lanka is the successor to the ‘Engineering Association of Ceylon’, which was founded in 1906. In 1968, the Institution of Engineers, Sri Lanka was made an incorporated body of the government, by an Act of Parliament. The IESL being the Apex body for engineering professionals in Sri Lanka, having a membership of more than 20,000, is called upon to represent the profession at many national forums and contribute to national development. By virtue of agreements it has entered into with the International Engineers’ Alliance (IEA) for mutual recognition of competencies, members assessed to have such competencies by IESL are eligible to practice engineering in the member countries including Japan, Australia, United Kingdom, Singapore, Pakistan, India, USA, Canada and South Korea.<br />
    <br />
    IESL with the Vision to be among the leading professional institutions of engineering and technology in the world, has Missioned Techno Sri Lanka’s for “Bringing out and Unleashing the Country’s Multi – Disciplinary Engineering Talents, to Drive Sri Lanka into Technological Excellence for Revolutionary Uplifting of Peoples’ Living Conditions and Prosperity”. Engineers are driven by passion to look beyond the regular, push borders and create the impossible. This is also reflective of the fact that Engineers over centuries are really innovators, who think beyond the realm and invent solutions for mankind, ahead of their time. That’s what engineering is all about and it’s the reason Engineers will always be the ingenious inventors and imaginative innovators throughout time.<br />
    <br />
    The flagship event of IESL, Techno Sri Lanka, since its inception in 1985 has grown to be the largest and the only engineering and technology exhibition held annually in Colombo. Techno, living up to its standards, has provided the means for uplifting peoples’ living conditions and has become an ideal venue for industry professionals, business heads, technologists and keen public to come together on a single global platform.<br />
    <br />
    The world is changing; engineers are in the forefront of this change. Expectations are very high in today’s society. However, the Planet’s resources are fast depleting and engineers have to be smart and innovative to achieve high goals with very low resource consumption. Technology should reach the masses and make them do things differently, as doing ‘business as usual’ will not leave a healthy planet for our children and grandchildren. We need ‘sustainable technologies’ that will revolutionize the day-to-day activities, such as mobile technology, nanotechnology, household solar PV technology and perhaps other inventions and breakthroughs to satisfy the society’s expectations and still not be blamed by our future generations for not leaving them a livable Planet Earth.<br />
    <br />
    Considering these facts, Techno Sri Lanka has redefined its Theme for the year 2018, aiming to fulfill the expectations of all stakeholders.
  • 01. - 03. November 2018 | Trade fair for hotels, hospitality, tourism and food businesses<br />
    <br />
    The Hotel, Hospitality & Food Asia in Sri Lanka has been designed by the dynamic development of the hotel and catering industry and the tourism and food companies to take account of South Asia. She is a specifically targeted at this sector business-to-business event. This exhibition is communication and information platform in the industry and provides the exhibiting companies the opportunity to present to an audience of experts here. Visitors can find information here thoroughly and comprehensively about the latest developments, trends, products and services in various fields. HHF Sri Lanka is the leading marketplace for regional networking and distribution, as well as a new basis for the procurement of products. The program will be held a culinary competition and other live features.<br />
    <br />
    The Hotel Hospitality & Food Asia will take place on 3 days from Thursday, 01. November to Saturday, 03. November 2018 in Colombo.
  • Infotel theme will be Towards a Digital Economy, is aligning with national priorities of enhancing the digital infrastructure of the country for facilitating a digitally empowered ecosystem while improving the Citizens’ engagement in a digital society.
  • The Western Region MegapolisDevelopment Plan, also called Western Region Megapolis Planning Project(WRMPP), is a urban planning, zoning and development project aimed at creating a Megapolis in the Western Province of Sri Lanka by 2030 , which would help address the issues of waste management, traffic congestion, slums and environmental pollution. This project is intended to build a Megacity that matches other well-known economic hubs such as Dubai,Singapore,Seoul and Tokyo. For more information, please visit <a class="txttohtmllink" href="http://www.megapolis.gov.lk/">http://www.megapolis.gov.lk/</a>




เอกสารอ้างอิง

ดาวน์โหลด

ติดต่อหน่วยงาน

สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงโซล
653-7, Hannam-dong, Yongsan-gu, Seoul 140-210
Tel: (82-2) 790-2955, 795-0095, 795-3098, 795-3253
Fax: (82-2) 798-3448
Email: rteseoul@kornet.net, thaisel@mfa.go.th
Website: www.thaiembassy.org/seoul