รัสเซีย

สหพันธรัฐรัสเซีย (Russian Federation) นับเป็นอีกประเทศหนึ่งที่มีศักยภาพด้านการลงทุนที่น่าสนใจ เนื่องจากเป็นตลาดขนาดใหญ่ที่มีประชากรมากกว่า 140 ล้านคน ทั้งยังมีพื้นที่เชื่อมต่อระหว่าง 2 ทวีป คือ เอเชีย และยุโรป นอกจากนี้ รัสเซียยังอุดมไปด้วยทรัพยากรธรรมชาติสำคัญหลายชนิด อาทิ น้ำมัน ก๊าซธรรมชาติ ถ่านหิน อัญมณี และแร่ต่างๆ และมีนโยบายส่งเสริมให้ชาวต่างชาติเข้าไปลงทุนในรัสเซีย ซึ่งไทยมีศักยภาพในหลายสาขาที่สามารถเข้าไปลงทุนในสหพันธรัฐรัสเซียได้ อาทิ ธุรกิจการท่องเที่ยว ร้านอาหารไทย สปา นวดแผนไทย โรงแรม บริการซ่อมรถยนต์และอะไหล่ อุตสาหกรรมอาหารสัตว์ และเฟอร์นิเจอร์ เป็นต้น

ข้อมูลทั่วไป

ภูมิประเทศและภูมิอากาศ

สหพันธรัฐรัสเซีย ตั้งอยู่ทางตอนเหนือของทวีปเอเชียและมีพื้นที่ส่วนหนึ่งอยู่ในทวีปยุโรป โดยมีเทือกเขาอูราเลสเป็นพรมแดนธรรมชาติกั้นระหว่างทวีปเอเชียและยุโรป พื้นที่รวม 17.08 ล้านตารางกิโลเมตร อาณาเขต 20,096.5 กิโลเมตร มีพรมแดนติดกับประเทศอาร์เซอร์ไบจัน 284 กิโลเมตร เบลารุส 959 กิโลเมตร ตะวันออกเฉียงใต้ของจีน 3,605 กิโลเมตร ตอนใต้ของจีน 40 กิโลเมตร เอสโทเนีย 294 กิโลเมตร ฟินแลนด์ 1,340 กิโลเมตร จอร์เจีย 723 กิโลเมตร คาซัคสถาน 6,846 กิโลเมตร เกาหลีเหนือ 19 กิโลเมตร ลัตเวีย 217 กิโลเมตร ลิทัวเนีย 280.5 กิโลเมตร มองโกเลีย 3,485 กิโลเมตร นอร์เวย์ 196 กิโลเมตร โปแลนด์ 232 กิโลเมตร ยูเครน 1,576 กิโลเมตร

สภาพภูมิประเทศของรัสเซียเป็นที่ราบกว้างทางด้านตะวันตกของเทือกเขาอูรัลมีเนินเขาเตี้ยๆ มีป่าสนและที่ราบกว้างใหญ่ในไซบีเรีย และมีที่ราบสูงสลับกับภูเขาตลอดแนวเขตแดนทางทิศใต้

ส่วนสภาพภูมิอากาศ บริเวณที่ราบทางตอนใต้จะมีความชื้นสัมพัทธ์ใกล้เคียงกับด้านที่ติดกับทวีปยุโรป อากาศแบบกึ่งอาร์กติกในเขตไซบีเรีย ไปจนถึงภูมิอากาศแบบทุนดราทางขั้วโลกเหนือ หน้าหนาวและหน้าร้อนในแต่ละพื้นที่จะมีอุณหภูมิแตกต่างกันออกไปเนื่องจากรัสเซียมีพื้นที่กว้าง ภัยธรรมชาติที่สำคัญคือ หน้าดินแข็งตัวเป็นส่วนใหญ่ในแถบไซบีเรียเป็นอุปสรรคต่อการพัฒนา ภูเขาไฟที่ยังไม่ดับที่เกาะคูริล ภูเขาไฟระเบิดและแผ่นดินไหว มีน้ำป่าไหลหลากในฤดูใบไม้ผลิ และมีไฟป่าในฤดูร้อนและฤดูใบไม้ร่วง

ประชากร

143 ล้านคน (ไทย 67.6 ล้านคน)

การเมืองการปกครอง

รัสเซียมีระบอบการปกครองแบบ สหพันธรัฐ มีประธานาธิบดีเป็นประมุขและเป็นหัวหน้ารัฐบาล และมีนายกรัฐมนตรีเป็นหัวหน้าฝ่ายบริหาร แบ่งการปกครองออกเป็น 21 สาธารณรัฐ 7 ดินแดน 47 แคว้น 2 นครสหพันธ์ 1 แคว้นปกครองตนเอง และ 6 เขตปกตรองตนเอง และมีเมืองหลวงคือ กรุงมอสโคว (Moscow)

ภาษา

รัสเซีย

ศาสนา

รัสเซียนออร์โธดอกซ์ 70% อิสลาม 5.5 % และอื่น ๆ 24.5%

สกุลเงิน

        รูเบิล (1 รูเบิล ประมาณ 1 บาท ณ วันที่ 4 มกราคม 2556)

โครงสร้างพื้นฐาน

รัสเซียมีเส้นทางการขนส่งทั้งทางบก ทางน้ำและทางอากาศ โดยมีสนามบินหลัก 12 แห่ง มีท่าเรือใหญ่ 16 แห่ง และมีถนน 34 เส้นที่อยู่ในเครือข่ายถนนยุโรปและเอเชีย อย่างไรก็ตาม เครือข่ายการขนส่งส่วนใหญ่ของรัสเซียไม่มีการเชื่อมโยงกัน เช่น สนามบินหลัก 8 แห่งจากทั้งหมด 12 แห่ง ไม่มีทางรถไฟเชื่อมและส่วนใหญ่รองรับผู้โดยสารเกินขีดความสามารถยังต้องมีการลงทุนปรับปรุง ขณะที่ท่าเรือ 16 แห่งในรัสเซียไม่มีทางออกโดยตรงที่เชื่อมเครือข่ายถนนหลวง และถนนในรัสเซียมีเพียง 9% ที่เป็นถนนหลวงหลายเลน

ข้อมูลทั่วไปประเทศรัสเซีย

ภูมิประเทศและภูมิอากาศ

สหพันธรัฐรัสเซีย ตั้งอยู่ทางตอนเหนือของทวีปเอเชียและมีพื้นที่ส่วนหนึ่งอยู่ในทวีปยุโรป โดยมีเทือกเขาอูราเลสเป็นพรมแดนธรรมชาติกั้นระหว่างทวีปเอเชียและยุโรป พื้นที่รวม 17.08 ล้านตารางกิโลเมตร อาณาเขต 20,096.5 กิโลเมตร มีพรมแดนติดกับประเทศอาร์เซอร์ไบจัน 284 กิโลเมตร เบลารุส 959 กิโลเมตร ตะวันออกเฉียงใต้ของจีน 3,605 กิโลเมตร ตอนใต้ของจีน 40 กิโลเมตร เอสโทเนีย 294 กิโลเมตร ฟินแลนด์ 1,340 กิโลเมตร จอร์เจีย 723 กิโลเมตร คาซัคสถาน 6,846 กิโลเมตร เกาหลีเหนือ 19 กิโลเมตร ลัตเวีย 217 กิโลเมตร ลิทัวเนีย 280.5 กิโลเมตร มองโกเลีย 3,485 กิโลเมตร นอร์เวย์ 196 กิโลเมตร โปแลนด์ 232 กิโลเมตร ยูเครน 1,576 กิโลเมตร

สภาพภูมิประเทศของรัสเซียเป็นที่ราบกว้างทางด้านตะวันตกของเทือกเขาอูรัลมีเนินเขาเตี้ยๆ มีป่าสนและที่ราบกว้างใหญ่ในไซบีเรีย และมีที่ราบสูงสลับกับภูเขาตลอดแนวเขตแดนทางทิศใต้

ส่วนสภาพภูมิอากาศ บริเวณที่ราบทางตอนใต้จะมีความชื้นสัมพัทธ์ใกล้เคียงกับด้านที่ติดกับทวีปยุโรป อากาศแบบกึ่งอาร์กติกในเขตไซบีเรีย ไปจนถึงภูมิอากาศแบบทุนดราทางขั้วโลกเหนือ หน้าหนาวและหน้าร้อนในแต่ละพื้นที่จะมีอุณหภูมิแตกต่างกันออกไปเนื่องจากรัสเซียมีพื้นที่กว้าง ภัยธรรมชาติที่สำคัญคือ หน้าดินแข็งตัวเป็นส่วนใหญ่ในแถบไซบีเรียเป็นอุปสรรคต่อการพัฒนา ภูเขาไฟที่ยังไม่ดับที่เกาะคูริล ภูเขาไฟระเบิดและแผ่นดินไหว มีน้ำป่าไหลหลากในฤดูใบไม้ผลิ และมีไฟป่าในฤดูร้อนและฤดูใบไม้ร่วง

ประชากร

143 ล้านคน (ไทย 67.6 ล้านคน)

การเมืองการปกครอง

รัสเซียมีระบอบการปกครองแบบ สหพันธรัฐ มีประธานาธิบดีเป็นประมุขและเป็นหัวหน้ารัฐบาล และมีนายกรัฐมนตรีเป็นหัวหน้าฝ่ายบริหาร แบ่งการปกครองออกเป็น 21 สาธารณรัฐ 7 ดินแดน 47 แคว้น 2 นครสหพันธ์ 1 แคว้นปกครองตนเอง และ 6 เขตปกตรองตนเอง และมีเมืองหลวงคือ กรุงมอสโคว (Moscow)

ภาษา

รัสเซีย

ศาสนา

รัสเซียนออร์โธดอกซ์ 70% อิสลาม 5.5 % และอื่น ๆ 24.5%

สกุลเงิน

        รูเบิล (1 รูเบิล ประมาณ 1 บาท ณ วันที่ 4 มกราคม 2556)

โครงสร้างพื้นฐาน

รัสเซียมีเส้นทางการขนส่งทั้งทางบก ทางน้ำและทางอากาศ โดยมีสนามบินหลัก 12 แห่ง มีท่าเรือใหญ่ 16 แห่ง และมีถนน 34 เส้นที่อยู่ในเครือข่ายถนนยุโรปและเอเชีย อย่างไรก็ตาม เครือข่ายการขนส่งส่วนใหญ่ของรัสเซียไม่มีการเชื่อมโยงกัน เช่น สนามบินหลัก 8 แห่งจากทั้งหมด 12 แห่ง ไม่มีทางรถไฟเชื่อมและส่วนใหญ่รองรับผู้โดยสารเกินขีดความสามารถยังต้องมีการลงทุนปรับปรุง ขณะที่ท่าเรือ 16 แห่งในรัสเซียไม่มีทางออกโดยตรงที่เชื่อมเครือข่ายถนนหลวง และถนนในรัสเซียมีเพียง 9% ที่เป็นถนนหลวงหลายเลน

ข้อมูลการค้า-การลงทุน

รัสเซียมีผลิตภัณฑ์มวลรวมประชาชาติ (GDP) ประมาณ 2.509 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐฯ และมีรายได้ประชาชาติต่อหัวอยู่ที่ 17,700 ดอลลาร์สหรัฐฯ เศรษฐกิจรัสเซียขยายตัวเฉลี่ยกว่า 6% ต่อปี มีสินค้าส่งออกที่สำคัญ ได้แก่ ปิโตรเลียมและผลิตภัณฑ์จากปิโตรเลียม ก๊าซธรรมชาติ ไม้และผลิตภัณฑ์จากไม้ โลหะ เคมีภัณฑ์ และผลิตภัณฑ์อื่นๆ ทั้งทางพลเรือนและเพื่อการทหาร โดยมีตลาดหลักคือ เยอรมัน เนเธอร์แลนด์ โปแลนด์ จีน และอิตาลี ส่วนสินค้านำเข้านั้นส่วนใหญ่เป็นเครื่องจักรและเครื่องมือต่างๆ สินค้าประจำวัน ยา เนื้อสัตว์ น้ำตาล ผลิตภัณฑ์โลหะแบบกึ่งสำเร็จ มีประเทศคู่ค้า คือ เยอรมัน จีน ยูเครน และอิตาลี

สำหรับความสัมพันธ์ทางการค้ากับประเทศไทยนั้น รัสเซียถือเป็นคู่ค้าอันดับหนึ่งของไทยในกลุ่มประเทศยุโรปตะวันออก โดยไทยเป็นฝ่ายขาดดุลรัสเซียมาโดยตลอด เนื่องจากสินค้าที่ไทยส่งออกไปรัสเซียส่วนใหญ่เป็นสินค้าอุปโภคบริโภคที่มีมูลค่าไม่มากนัก เช่น เครื่องรับวิทยุโทรทัศน์และส่วนประกอบ ข้าว ผลไม้กระป๋องและแปรรูป และน้ำตาลทราย ในขณะที่ไทยนำเข้าสินค้าเหล็กและเหล็กกล้าจากรัสเซียเป็นจำนวนมาก นอกจากนี้ยังมีการนำเข้า ปุ๋ย สินแร่โลหะอื่น ๆ และเศษโลหะ เครื่องเพชรพลอย อัญมณี เงินแท่งและทองคำ แร่ดิบ เยื่อกระดาษและเศษกระดาษ กระดาษ กระดาษแข็ง และผลิตภัณฑ์ ยาง ยางสังเคราะห์ รวมทั้งเศษยาง หนังดิบและหนังฟอก

ส่วนการลงทุนนั้น นักลงทุนไทยยังมีการลงทุนในรัสเซียน้อยมาก โดยบริษัทไทยที่ได้เข้าไปลงทุนในรัสเซียในขณะนี้ ได้แก่ บริษัท Warehouse ผู้ผลิตเครื่องสำอาง และบริษัท Charoen Pakhand Foods Public Co.Ltd (CPF) โรงงานผลิตอาหารสัตว์และเลี้ยงสุกร ซึ่งจะขยายขอบข่ายการลงทุนจนครบวงจรในอนาคต อย่างไรก็ตาม ที่ผ่านมา มีบริษัทไทยให้ความสนใจเข้าไปลงทุนโครงการในรัสเซียหลายแห่ง แต่ยังอยู่ในขั้นศึกษาและพิจารณาความเป็นไปได้ เช่น โครงการสร้างพื้นที่อุตสาหกรรมในกรุงมอสโก การตั้งศูนย์ธุรกิจไทย-รัสเซีย ทั้งนี้ ไทยมีศักยภาพในหลายสาขาที่สามารถเข้าไปลงทุนในสหพันธรัฐรัสเซียได้ อาทิ ธุรกิจการท่องเที่ยว ร้านอาหารไทย สปา นวดแผนไทย โรงแรม บริการซ่อมรถยนต์และอะไหล่ อุตสาหกรรมอาหารสัตว์ และเฟอร์นิเจอร์

ข้อมูลการค้า-การลงทุน

รัสเซียมีผลิตภัณฑ์มวลรวมประชาชาติ (GDP) ประมาณ 2.509 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐฯ และมีรายได้ประชาชาติต่อหัวอยู่ที่ 17,700 ดอลลาร์สหรัฐฯ เศรษฐกิจรัสเซียขยายตัวเฉลี่ยกว่า 6% ต่อปี มีสินค้าส่งออกที่สำคัญ ได้แก่ ปิโตรเลียมและผลิตภัณฑ์จากปิโตรเลียม ก๊าซธรรมชาติ ไม้และผลิตภัณฑ์จากไม้ โลหะ เคมีภัณฑ์ และผลิตภัณฑ์อื่นๆ ทั้งทางพลเรือนและเพื่อการทหาร โดยมีตลาดหลักคือ เยอรมัน เนเธอร์แลนด์ โปแลนด์ จีน และอิตาลี ส่วนสินค้านำเข้านั้นส่วนใหญ่เป็นเครื่องจักรและเครื่องมือต่างๆ สินค้าประจำวัน ยา เนื้อสัตว์ น้ำตาล ผลิตภัณฑ์โลหะแบบกึ่งสำเร็จ มีประเทศคู่ค้า คือ เยอรมัน จีน ยูเครน และอิตาลี

สำหรับความสัมพันธ์ทางการค้ากับประเทศไทยนั้น รัสเซียถือเป็นคู่ค้าอันดับหนึ่งของไทยในกลุ่มประเทศยุโรปตะวันออก โดยไทยเป็นฝ่ายขาดดุลรัสเซียมาโดยตลอด เนื่องจากสินค้าที่ไทยส่งออกไปรัสเซียส่วนใหญ่เป็นสินค้าอุปโภคบริโภคที่มีมูลค่าไม่มากนัก เช่น เครื่องรับวิทยุโทรทัศน์และส่วนประกอบ ข้าว ผลไม้กระป๋องและแปรรูป และน้ำตาลทราย ในขณะที่ไทยนำเข้าสินค้าเหล็กและเหล็กกล้าจากรัสเซียเป็นจำนวนมาก นอกจากนี้ยังมีการนำเข้า ปุ๋ย สินแร่โลหะอื่น ๆ และเศษโลหะ เครื่องเพชรพลอย อัญมณี เงินแท่งและทองคำ แร่ดิบ เยื่อกระดาษและเศษกระดาษ กระดาษ กระดาษแข็ง และผลิตภัณฑ์ ยาง ยางสังเคราะห์ รวมทั้งเศษยาง หนังดิบและหนังฟอก

ส่วนการลงทุนนั้น นักลงทุนไทยยังมีการลงทุนในรัสเซียน้อยมาก โดยบริษัทไทยที่ได้เข้าไปลงทุนในรัสเซียในขณะนี้ ได้แก่ บริษัท Warehouse ผู้ผลิตเครื่องสำอาง และบริษัท Charoen Pakhand Foods Public Co.Ltd (CPF) โรงงานผลิตอาหารสัตว์และเลี้ยงสุกร ซึ่งจะขยายขอบข่ายการลงทุนจนครบวงจรในอนาคต อย่างไรก็ตาม ที่ผ่านมา มีบริษัทไทยให้ความสนใจเข้าไปลงทุนโครงการในรัสเซียหลายแห่ง แต่ยังอยู่ในขั้นศึกษาและพิจารณาความเป็นไปได้ เช่น โครงการสร้างพื้นที่อุตสาหกรรมในกรุงมอสโก การตั้งศูนย์ธุรกิจไทย-รัสเซีย ทั้งนี้ ไทยมีศักยภาพในหลายสาขาที่สามารถเข้าไปลงทุนในสหพันธรัฐรัสเซียได้ อาทิ ธุรกิจการท่องเที่ยว ร้านอาหารไทย สปา นวดแผนไทย โรงแรม บริการซ่อมรถยนต์และอะไหล่ อุตสาหกรรมอาหารสัตว์ และเฟอร์นิเจอร์

กฎระเบียบการทำธุรกิจ

รัสเซียมีการปฏิรูประบบเศรษฐกิจ กฎหมาย และกฎระเบียบต่างๆ เพื่อการเข้าเป็นสมาชิก WTO ซึ่งจะส่งผลให้การค้าของรัสเซียเปิดเสรี โปร่งใส และคาดการณ์ได้มากขึ้น ทั้งนี้ สินค้าที่เข้าเขตแดนรัสเซียจะต้องผ่านศุลกากรและโดยปกติบริษัทรัสเซียที่เป็นคู่ค้าบริษัทต่างชาติจะต้องรับผิดชอบกระบวนการทางศุลกากร ซึ่งพิธีการทางศุลกากร มีลำดับขั้นตอนหลักๆ ได้แก่ สินค้าเข้าที่ด่านศุลกากร ขนถ่ายสินค้า ยื่นเอกสารศุลกากร ยื่นเอกสารอื่น ๆ (เช่นใบอนุญาตนำเข้า) จ่ายภาษีและค่าธรรมเนียมอื่นๆ จากนั้นสำนักงานศุลกากรอาจจะเรียกตรวจเอกสารจากผู้นำเข้าและส่งออกเพื่อยืนยันสถานะทางกฎหมาย

สินค้าที่ควบคุมคุณภาพ

สินค้าบริโภคส่วนใหญ่และเครื่องจักรบางชนิดจะต้องได้รับใบรับรอง (Certificate of Conformity) ออกโดยหน่วยงาน Gosstandart ก่อนจำหน่ายในรัสเซีย ซึ่งมีอายุ 1-3 ปี โดยผู้เชี่ยวชาญจากหน่วยงาน RosTest / Federal Service for Veterinary and Surveillance จะเดินทางไปตรวจที่โรงงานผลิตของประเทศผู้ส่งออก โดยโรงงานจะต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่าย กระบวนการขอใบรับรองยุ่งยากและเสียเวลานาน ผู้ส่งออกส่วนใหญ่จะว่าจ้างบริษัทที่ปรึกษาช่วยดำเนินการ

การลงทุนของต่างชาติ

รัฐบาลรัสเซียอนุญาตให้นักลงทุนต่างชาติสามารถเป็นเจ้าของกิจการได้ทั้งหมด 100% ในเกือบทุกภาคธุรกิจ ยกเว้น ธุรกิจธนาคารและประกันภัย โทรคมนาคม น้ำมันและก๊าซธรรมชาติ ระบบโครงสร้างพื้นฐาน และการท่องเที่ยว อาทิ กำหนดให้นักลงทุนต่างชาติมีสัดส่วนการลงทุนในธุรกิจประกันภัย และธุรกิจการบิน ได้ไม่เกิน 25%

กฎระเบียบการทำธุรกิจ

รัสเซียมีการปฏิรูประบบเศรษฐกิจ กฎหมาย และกฎระเบียบต่างๆ เพื่อการเข้าเป็นสมาชิก WTO ซึ่งจะส่งผลให้การค้าของรัสเซียเปิดเสรี โปร่งใส และคาดการณ์ได้มากขึ้น ทั้งนี้ สินค้าที่เข้าเขตแดนรัสเซียจะต้องผ่านศุลกากรและโดยปกติบริษัทรัสเซียที่เป็นคู่ค้าบริษัทต่างชาติจะต้องรับผิดชอบกระบวนการทางศุลกากร ซึ่งพิธีการทางศุลกากร มีลำดับขั้นตอนหลักๆ ได้แก่ สินค้าเข้าที่ด่านศุลกากร ขนถ่ายสินค้า ยื่นเอกสารศุลกากร ยื่นเอกสารอื่น ๆ (เช่นใบอนุญาตนำเข้า) จ่ายภาษีและค่าธรรมเนียมอื่นๆ จากนั้นสำนักงานศุลกากรอาจจะเรียกตรวจเอกสารจากผู้นำเข้าและส่งออกเพื่อยืนยันสถานะทางกฎหมาย

สินค้าที่ควบคุมคุณภาพ

สินค้าบริโภคส่วนใหญ่และเครื่องจักรบางชนิดจะต้องได้รับใบรับรอง (Certificate of Conformity) ออกโดยหน่วยงาน Gosstandart ก่อนจำหน่ายในรัสเซีย ซึ่งมีอายุ 1-3 ปี โดยผู้เชี่ยวชาญจากหน่วยงาน RosTest / Federal Service for Veterinary and Surveillance จะเดินทางไปตรวจที่โรงงานผลิตของประเทศผู้ส่งออก โดยโรงงานจะต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่าย กระบวนการขอใบรับรองยุ่งยากและเสียเวลานาน ผู้ส่งออกส่วนใหญ่จะว่าจ้างบริษัทที่ปรึกษาช่วยดำเนินการ

การลงทุนของต่างชาติ

รัฐบาลรัสเซียอนุญาตให้นักลงทุนต่างชาติสามารถเป็นเจ้าของกิจการได้ทั้งหมด 100% ในเกือบทุกภาคธุรกิจ ยกเว้น ธุรกิจธนาคารและประกันภัย โทรคมนาคม น้ำมันและก๊าซธรรมชาติ ระบบโครงสร้างพื้นฐาน และการท่องเที่ยว อาทิ กำหนดให้นักลงทุนต่างชาติมีสัดส่วนการลงทุนในธุรกิจประกันภัย และธุรกิจการบิน ได้ไม่เกิน 25%

นโยบายการส่งเสริมการลงทุน

นับตั้งแต่ปี 1992 รัสเซียได้ดำเนินการปฏิรูประบบเศรษฐกิจจากระบบวางแผนส่วนกลางไปสู่ระบบเสรีนิยม โดยมีแนวทางที่สำคัญๆ ได้แก่ การแปรรูปรัฐวิสาหกิจ การเปิดเสรีการค้า และการปฏิรูประบบการเงิน การคลัง โดยมีเป้าหมายเพื่อนำรัสเซียให้พ้นจากสภาวะถดถอยทางเศรษฐกิจ อันเป็นผลสืบเนื่องมาจากความล้มเหลวของการบริหารเศรษฐกิจแบบวางแผนจากส่วนกลางในสมัยสหภาพโซเวียต ทั้งนี้ รัฐบาลรัสเซียยังคงดำเนินนโยบายอื่นๆ เพื่อเปิดเสรีทางเศรษฐกิจมากขึ้น โดยเฉพาะการลดบทบาทของรัฐบาลในภาคธุรกิจ การสร้างความสามารถในการแข่งขันของภาคเอกชน ตลอดจน การลดอัตราภาษีศุลกากร

นอกจากนี้ รัฐบาลรัสเซียยังให้ความสำคัญต่อการลงทุนของประเทศเป็นอย่างมาก เพื่อกระตุ้นภาคอุตสาหกรรมโดยรวม พร้อมทั้งขยายธุรกิจ การเพิ่มการจ้างงาน การเพิ่มผลผลิต และการพัฒนาระบบธุรกิจของบริษัทภายในประเทศให้มีความทันสมัย โดยรัฐบาลรัสเซียได้ประกาศใช้ Law on Foreign Investment เพื่อส่งเสริมและดึงดูดนักลงทุนต่างชาติให้เข้าไปลงทุนในรัสเซียเพิ่มขึ้น นับตั้งแต่วันที่ 9 กรกฎาคม 2542 เป็นต้นมา และมีหน่วยงานส่งเสริมการลงทุนในรัสเซีย คือ The Russian State Investment Agency อยู่ในสังกัดกระทรวงพัฒนาเศรษฐกิจและการค้าของรัสเซีย ทำหน้าที่ส่งเสริมการลงทุนและอำนวยความสะดวกด้านการลงทุนให้แก่นักลงทุนต่างชาติ นอกจากนี้ ยังมี Institute of Direct Investment Foundation (IDI) ซึ่งเป็นองค์กรที่ไม่แสวงหากำไร ทำหน้าที่เป็นผู้เก็บรวบรวมฐานข้อมูลด้านการลงทุนที่สำคัญ อันจะเป็นประโยชน์ต่อนักลงทุนต่างชาติที่ต้องการเข้าไปลงทุนในรัสเซียด้วย

ทั้งนี้ รัฐบาลรัสเซียได้กำหนดประเภทกิจการที่รัฐบาลให้การส่งเสริมการลงทุนเป็นพิเศษ ได้แก่

  • การลงทุนที่เน้นการใช้เทคโนโลยีขั้นสูงในการผลิต
  • การผลิตเพื่อการส่งออก โดยเน้นในสาขาพลังงาน และการใช้ประโยชน์จากทรัพยากรธรรมชาติที่รัสเซียมีอยู่มาก อาทิ อุตสาหกรรมน้ำมันและก๊าซธรรมชาติ อุตสาหกรรมเหล็ก ฯลฯ
  • การผลิตเพื่อทดแทนการนำเข้า โดยเน้นการผลิตสินค้าอุปโภคบริโภค อาหาร และยารักษาโรค
  • การก่อสร้างระบบคมนาคมและการสื่อสาร รวมทั้งด้านการขนส่ง
  • อุตสาหกรรมที่เน้นการใช้แรงงานท้องถิ่นเป็นจำนวนมาก เพื่อเพิ่มการจ้างงานในรัสเซีย

นโยบายการส่งเสริมการลงทุน

นับตั้งแต่ปี 1992 รัสเซียได้ดำเนินการปฏิรูประบบเศรษฐกิจจากระบบวางแผนส่วนกลางไปสู่ระบบเสรีนิยม โดยมีแนวทางที่สำคัญๆ ได้แก่ การแปรรูปรัฐวิสาหกิจ การเปิดเสรีการค้า และการปฏิรูประบบการเงิน การคลัง โดยมีเป้าหมายเพื่อนำรัสเซียให้พ้นจากสภาวะถดถอยทางเศรษฐกิจ อันเป็นผลสืบเนื่องมาจากความล้มเหลวของการบริหารเศรษฐกิจแบบวางแผนจากส่วนกลางในสมัยสหภาพโซเวียต ทั้งนี้ รัฐบาลรัสเซียยังคงดำเนินนโยบายอื่นๆ เพื่อเปิดเสรีทางเศรษฐกิจมากขึ้น โดยเฉพาะการลดบทบาทของรัฐบาลในภาคธุรกิจ การสร้างความสามารถในการแข่งขันของภาคเอกชน ตลอดจน การลดอัตราภาษีศุลกากร

นอกจากนี้ รัฐบาลรัสเซียยังให้ความสำคัญต่อการลงทุนของประเทศเป็นอย่างมาก เพื่อกระตุ้นภาคอุตสาหกรรมโดยรวม พร้อมทั้งขยายธุรกิจ การเพิ่มการจ้างงาน การเพิ่มผลผลิต และการพัฒนาระบบธุรกิจของบริษัทภายในประเทศให้มีความทันสมัย โดยรัฐบาลรัสเซียได้ประกาศใช้ Law on Foreign Investment เพื่อส่งเสริมและดึงดูดนักลงทุนต่างชาติให้เข้าไปลงทุนในรัสเซียเพิ่มขึ้น นับตั้งแต่วันที่ 9 กรกฎาคม 2542 เป็นต้นมา และมีหน่วยงานส่งเสริมการลงทุนในรัสเซีย คือ The Russian State Investment Agency อยู่ในสังกัดกระทรวงพัฒนาเศรษฐกิจและการค้าของรัสเซีย ทำหน้าที่ส่งเสริมการลงทุนและอำนวยความสะดวกด้านการลงทุนให้แก่นักลงทุนต่างชาติ นอกจากนี้ ยังมี Institute of Direct Investment Foundation (IDI) ซึ่งเป็นองค์กรที่ไม่แสวงหากำไร ทำหน้าที่เป็นผู้เก็บรวบรวมฐานข้อมูลด้านการลงทุนที่สำคัญ อันจะเป็นประโยชน์ต่อนักลงทุนต่างชาติที่ต้องการเข้าไปลงทุนในรัสเซียด้วย

ทั้งนี้ รัฐบาลรัสเซียได้กำหนดประเภทกิจการที่รัฐบาลให้การส่งเสริมการลงทุนเป็นพิเศษ ได้แก่

  • การลงทุนที่เน้นการใช้เทคโนโลยีขั้นสูงในการผลิต
  • การผลิตเพื่อการส่งออก โดยเน้นในสาขาพลังงาน และการใช้ประโยชน์จากทรัพยากรธรรมชาติที่รัสเซียมีอยู่มาก อาทิ อุตสาหกรรมน้ำมันและก๊าซธรรมชาติ อุตสาหกรรมเหล็ก ฯลฯ
  • การผลิตเพื่อทดแทนการนำเข้า โดยเน้นการผลิตสินค้าอุปโภคบริโภค อาหาร และยารักษาโรค
  • การก่อสร้างระบบคมนาคมและการสื่อสาร รวมทั้งด้านการขนส่ง
  • อุตสาหกรรมที่เน้นการใช้แรงงานท้องถิ่นเป็นจำนวนมาก เพื่อเพิ่มการจ้างงานในรัสเซีย

สิทธิประโยชน์

รัฐบาลรัสเซียได้ให้สิทธิประโยชน์ด้านการลงทุน โดยนักลงทุนต่างชาติจะได้รับการยกเว้นภาษีการขาย (Turnover Tax) และลดหย่อนการเก็บภาษีกำไรสุทธิ (Profit Tax) จากอัตรา 35% เหลือเพียง 24% รวมทั้งมีการนำระบบ Tax Code มาใช้ เพื่อช่วยให้ระบบการจัดเก็บภาษีของรัสเซีย ที่เก็บจากนักลงทุนต่างชาติและนักลงทุนท้องถิ่นเป็นมาตรฐานเดียวกัน

ประเด็นท้าทายในการทำธุรกิจ

แม้ว่าประเทศรัสเซียจะเป็นตลาดใหญ่ที่มีความน่าสนใจ แต่การทำธุรกิจในประเทศรัสเซียเป็นเรื่องซับซ้อนและมีความเสี่ยงสูง โดยมีปัญหาหลักๆ คือ การคอรัปชั่น การเข้าถึงแหล่งเงินทุน กระบวนการอนุมัติเอกสารรับรองโครงการ การจัดหาพื้นที่ ความพร้อมในด้านสาธารณูปโภค กระบวนการในด้านศุลกากร

นอกจากนี้ รัสเซียยังมีปัญหาด้านเศรษฐกิจ โดยเฉพาะโครงสร้างเศรษฐกิจที่พึ่งพาภาคภาคอุตสาหกรรมพลังงานและเชื้อเพลิงเป็นหลัก ทั้งยังขาดการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน ความล่าช้าในการปฏิรูปสาธารณูปโภค อสังหาริมทรัพย์ ระบบการธนาคารและภาคการเงิน การขาดการลงทุนของธุรกิจขนาดกลางและย่อมและธุรกิจรายใหม่ๆ ระบบการผลิตส่วนใหญ่ไม่สามารถเพิ่มผลผลิต ทำให้ประสบภาวะขาดทุน และช่องว่างของรายได้ระหว่างประชาชนในเมืองและชนบท

ข่าวเศรษฐกิจ / เรื่องเด่น / ข่าวประชาสัมพันธ์ในศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในรัสเซีย

  • Innoprom 2017 “Intelligent Production: Global Approach”
  • ประเทศไทยภูมิใจนำเสนอ www.ThailandPresents.com
  • บริษัท ปตท. และ บริษัท Rosneft Trading S.A. ลงนามสัญญาซื้อขายน้ำมันในงาน SPIEF 2017 <br />
    <br />
    เมื่อวันที่ 2 มิถุนายน 2560 ในงาน St. Petersburg Economic Forum (SPIEF)  ณ นครเซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก บริษัท ปตท. และ บริษัท Rosneft Trading S.A. สวิตเซอร์แลนด์ บริษัทลูกของบริษัท Rostneft ของรัสเซียได้ลงนามสัญญาซื้อ – ขาย น้ำมัน โดยมีผู้แทนสถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงมอสโก และ สำนักงานการค้าต่างประเทศ ณ กรุงมอสโก เข้าร่วมเป็นสักขีพยานในพิธีลงนามด้วย สัญญาดังกล่าวมีผลบังคับใช้จนถึงปี ค.ศ. 2037 และจะทำให้บริษัททั้งสองสามารถซื้อขายน้ำมันระหว่างกันได้ในจำนวนสูงสุดถึง 200 ล้านตัน และทำให้ ปตท. กลายเป็นผู้กระจายน้ำมันคุณภาพดีจากรัสเซียในภูมิภาคอาเซียนอีกด้วย การลงนามสัญญาดังกล่าวถือเป็นการปฏิบัติตาม MOU ครม. ระหว่าง ปตท. และบริษัท Rostneft ของรัสเซียที่ลงนามเมื่อเดือน ก.ย. 2559 ระหว่างงาน Eastern Economic Forum (EEF)<br />
  • เอกอัครราชทูตฯ และ ประธาน Board ของ Eurasian Economic Commission (EEC) หารือลู่ทางกระชับความสัมพันธ์เศรษฐกิจ ไทย – EAEU <br />
    <br />
    เมื่อวันที่ 16 พ.ค. 2560 เอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงมอสโก ดร. เกรียงศักดิ์ กิตติชัยเสรี ได้เข้าพบหารือกับนาย Tigran Sargsyan ประธาน Board ของ Eurasian Economic Commission (EEC) อดีตนายกรัฐมนตรีอาร์เมเนีย เพื่อหารือเกี่ยวกับแนวทางการพัฒนาความร่วมมือระหว่างไทยกับ Eurasian Economic Union (EAEU) โดยมีที่ปรึกษาฝ่ายการพาณิชย์  พรพรรณ ภิรมย์พานิช เข้าร่วมด้วย <br />
    <br />
    ไทยได้รับการสนับสนุน การจัดทำ Joint Feasibility Study (JFS) เพื่อจัดทำความตกลงการค้าเสรี (FTA) ระหว่าง EAEU กับ ไทย จาก นาย Sargsyan อย่างไรก็ดี ขณะนี้ EAEU อยู่ระหว่างการเจรจาความตกลงดังกล่าวกับอีก 7 ประเทศ  ดังนั้น ประธาน Board ของ EEC จึงเสนอให้ไทยอาศัยกลไกบันทึกความร่วมมือระหว่าง EEC กับไทย ในการเตรียมความพร้อมการจัดทำ FTA ในอนาคต <br />
    ขณะนี้ ทั้งสองฝ่ายกำลังจัดทำร่างสุดท้ายของบันทึกความร่วมมือที่มีสาระสำคัญเป็นการเรียนรู้ และแลกเปลี่ยนความรู้และประสบการณ์เกี่ยวกับกฎระเบียบด้านการค้าและการลงทุนของทั้งไทย และ EAEU โดยคาดว่าจะสามารถลงนามได้ภายในเดือนกรกฎาคม 2560  <br />


    

สาระน่ารู้

  • One Galle Face is Colombo's first internationally developed integrated lifestyle destination that makes living, working, entertainment and hospitality possible all in one location. Hong Kong's leisure entity Shanri-La Hotels and Resorts foresees the completion of this project by 2018 with a hefty investment of over US$ 600 million. The twin towers will be used for residence, which consist of 50 floors each, 16 penthouses and 8 duplex and simplex units. The target market is expatriates, international investors and the expanding population of Sri Lanka.
  • Following the tremendous success of the Exhibition 2018 and the 36th Annual Sessions, which took place at the Bandaranaike Memorial International Conference Hall in Colombo from February 22 to 25 earlier this year, the SLIA is proud to prsent  the next edition in a superior manner.<br />
    <br />
    Save the date :February 20th to 24th, 2019
  • The Institution of Engineers, Sri Lanka is the successor to the ‘Engineering Association of Ceylon’, which was founded in 1906. In 1968, the Institution of Engineers, Sri Lanka was made an incorporated body of the government, by an Act of Parliament. The IESL being the Apex body for engineering professionals in Sri Lanka, having a membership of more than 20,000, is called upon to represent the profession at many national forums and contribute to national development. By virtue of agreements it has entered into with the International Engineers’ Alliance (IEA) for mutual recognition of competencies, members assessed to have such competencies by IESL are eligible to practice engineering in the member countries including Japan, Australia, United Kingdom, Singapore, Pakistan, India, USA, Canada and South Korea.<br />
    <br />
    IESL with the Vision to be among the leading professional institutions of engineering and technology in the world, has Missioned Techno Sri Lanka’s for “Bringing out and Unleashing the Country’s Multi – Disciplinary Engineering Talents, to Drive Sri Lanka into Technological Excellence for Revolutionary Uplifting of Peoples’ Living Conditions and Prosperity”. Engineers are driven by passion to look beyond the regular, push borders and create the impossible. This is also reflective of the fact that Engineers over centuries are really innovators, who think beyond the realm and invent solutions for mankind, ahead of their time. That’s what engineering is all about and it’s the reason Engineers will always be the ingenious inventors and imaginative innovators throughout time.<br />
    <br />
    The flagship event of IESL, Techno Sri Lanka, since its inception in 1985 has grown to be the largest and the only engineering and technology exhibition held annually in Colombo. Techno, living up to its standards, has provided the means for uplifting peoples’ living conditions and has become an ideal venue for industry professionals, business heads, technologists and keen public to come together on a single global platform.<br />
    <br />
    The world is changing; engineers are in the forefront of this change. Expectations are very high in today’s society. However, the Planet’s resources are fast depleting and engineers have to be smart and innovative to achieve high goals with very low resource consumption. Technology should reach the masses and make them do things differently, as doing ‘business as usual’ will not leave a healthy planet for our children and grandchildren. We need ‘sustainable technologies’ that will revolutionize the day-to-day activities, such as mobile technology, nanotechnology, household solar PV technology and perhaps other inventions and breakthroughs to satisfy the society’s expectations and still not be blamed by our future generations for not leaving them a livable Planet Earth.<br />
    <br />
    Considering these facts, Techno Sri Lanka has redefined its Theme for the year 2018, aiming to fulfill the expectations of all stakeholders.
  • 01. - 03. November 2018 | Trade fair for hotels, hospitality, tourism and food businesses<br />
    <br />
    The Hotel, Hospitality & Food Asia in Sri Lanka has been designed by the dynamic development of the hotel and catering industry and the tourism and food companies to take account of South Asia. She is a specifically targeted at this sector business-to-business event. This exhibition is communication and information platform in the industry and provides the exhibiting companies the opportunity to present to an audience of experts here. Visitors can find information here thoroughly and comprehensively about the latest developments, trends, products and services in various fields. HHF Sri Lanka is the leading marketplace for regional networking and distribution, as well as a new basis for the procurement of products. The program will be held a culinary competition and other live features.<br />
    <br />
    The Hotel Hospitality & Food Asia will take place on 3 days from Thursday, 01. November to Saturday, 03. November 2018 in Colombo.
  • Infotel theme will be Towards a Digital Economy, is aligning with national priorities of enhancing the digital infrastructure of the country for facilitating a digitally empowered ecosystem while improving the Citizens’ engagement in a digital society.
  • The Western Region MegapolisDevelopment Plan, also called Western Region Megapolis Planning Project(WRMPP), is a urban planning, zoning and development project aimed at creating a Megapolis in the Western Province of Sri Lanka by 2030 , which would help address the issues of waste management, traffic congestion, slums and environmental pollution. This project is intended to build a Megacity that matches other well-known economic hubs such as Dubai,Singapore,Seoul and Tokyo. For more information, please visit <a class="txttohtmllink" href="http://www.megapolis.gov.lk/">http://www.megapolis.gov.lk/</a>




เอกสารอ้างอิง