เมียนมาร์

ปัจจุบันพม่าหรือเมียนมาร์ มีผลิตภัณฑ์มวลรวมประมาณ 26.5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ (พฤษภาคม 2555) โครงสร้างทางเศรษฐกิจของพม่าขึ้นอยู่กับภาคเกษตรกรรมเป็นหลัก สินค้าส่งออกที่สำคัญ ได้แก่ ก๊าซธรรมชาติ ถั่วแขก ผ้าผืน ต้นสัก ไม้เนื้อแข็ง ปลา ข้าว ถั่ว ยางดิบ โดยมีตลาดส่งออกหลักคือ ไทย ฮ่องกง จีน และประเทศในกลุ่มอาเซียนอื่นๆ

ข้อมูลทั่วไป

สหภาพพม่า ตั้งอยู่ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ มีอาณาเขตติดกับจีน อินเดีย บังกลาเทศ ลาว และไทย นับว่าตั้งอยู่ในทำเลที่ตั้งที่เหมาะสมในการทำการค้า ที่สำคัญพม่ายังมีจุดยุทธศาสตร์สำคัญ คือ การมีชายฝั่งทะเลที่ทอดยาวถึง 3,000 กิโลเมตรตลอดอ่าวเบงกอล และทะเลอันดามัน ซึ่งเชื่อมไปยังมหาสมุทรอินเดีย

พม่ามีพื้นที่ประเทศโดยรวมทั้งหมด 678,500 ตารางกิโลเมตร แบ่งเป็นพื้นที่ทางบก 657,740 ตารางกิโลเมตร และพื้นที่ทางน้ำ 20,760 ตารางกิโลเมตร แบ่งการปกครองออกเป็น 7 เขตและ 7 รัฐ ได้แก่ เขตอิรวดี เขตมาเกว เขตมัณฑะเลย์ เขตพะโค (หงสาวดี) เขตสะกาย เขตตะนาวศรี และเขตย่างกุ้ง และ 7 รัฐ ได้แก่ รัฐยะไข่ รัฐชิน รัฐกะฉิ่น รัฐกะเหรี่ยง รัฐคะยา รัฐมอญ และรัฐฉาน ปกครองด้วยระบบทหารภายใต้การนำของสภาสันติภาพและการพัฒนาแห่งรัฐ (SPDC) เมืองสำคัญคือ กรุงย่างกุ้ง (ร่างกุ้ง) และเมืองหลวงใหม่ คือ กรุงเนปิดอว์

ทั้งนี้ พม่าถือเป็นตลาดขนาดใหญ่มีประชากรประมาณ 58.38 ล้านคน ประชากรส่วนใหญ่เป็นชาวพม่าประมาณร้อยละ 63 ของประชากรทั้งหมด อีกร้อยละ 16 เป็นชาวไทใหญ่ ส่วนที่เหลือเป็นชนกลุ่มน้อย คือ ชาวมอญ ยะไข่ กะเหรี่ยง กะฉิ่น ไท และชิน ซึ่งการที่มีกลุ่มชาติพันธุ์หลากหลายกลุ่มทำให้พม่ายังมีปัญหาความไม่สงบอยู่เป็นระยะ ด้านภาษาราชการที่ใช้สื่อสาร คือ ภาษาเมียนมาร์ และนอกจากนี้ยังมีการใช้ภาษาอังกฤษกันอย่างแพร่หลาย นอกนั้นเป็นภาษาประจำชนชาติของชนกลุ่มน้อย เช่น มอญ กะเหรี่ยง เป็นต้น

สำหรับระบบสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐานในพม่าในภาพรวมยังไม่ได้มาตรฐาน ทั้งในเรื่องโครงสร้างการคมนาคมขนส่งขั้นพื้นฐานและการให้บริการกระแสไฟฟ้าที่ไม่เพียงพอแก่ความต้องการของประชาชน ส่วนความพร้อมด้านระบบอินเทอร์เน็ตนั้นยังไม่มีระบบการให้บริการที่เป็นมาตรฐาน อีกทั้งอัตราค่าบริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ก็ยังมีราคาสูงมาก

ในส่วนของสกุลเงินที่ใช้อยู่ในพม่า คือ เงินจั๊ต (Kyat) หรือที่ใช้ตัวย่อว่า K โดยมีรหัสสกุลเงินคือ MMK ประเทศพม่าใช้เงินสดเท่านั้นในการชำระค่าสินค้าและค่าบริการเพราะยังไม่มีระบบการใช้บัตรเครดิตและบัตร ATM ปัจจุบันอัตราแลกเปลี่ยนเงินจั๊ตอยู่ที่ประมาณ 880 จั๊ตต่อดอลลาร์สหรัฐฯ (ข้อมูลล่าสุด ณ วันที่ 12 เมษายน 2556)

ข้อมูลทั่วไปประเทศเมียนมาร์

สหภาพพม่า ตั้งอยู่ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ มีอาณาเขตติดกับจีน อินเดีย บังกลาเทศ ลาว และไทย นับว่าตั้งอยู่ในทำเลที่ตั้งที่เหมาะสมในการทำการค้า ที่สำคัญพม่ายังมีจุดยุทธศาสตร์สำคัญ คือ การมีชายฝั่งทะเลที่ทอดยาวถึง 3,000 กิโลเมตรตลอดอ่าวเบงกอล และทะเลอันดามัน ซึ่งเชื่อมไปยังมหาสมุทรอินเดีย

พม่ามีพื้นที่ประเทศโดยรวมทั้งหมด 678,500 ตารางกิโลเมตร แบ่งเป็นพื้นที่ทางบก 657,740 ตารางกิโลเมตร และพื้นที่ทางน้ำ 20,760 ตารางกิโลเมตร แบ่งการปกครองออกเป็น 7 เขตและ 7 รัฐ ได้แก่ เขตอิรวดี เขตมาเกว เขตมัณฑะเลย์ เขตพะโค (หงสาวดี) เขตสะกาย เขตตะนาวศรี และเขตย่างกุ้ง และ 7 รัฐ ได้แก่ รัฐยะไข่ รัฐชิน รัฐกะฉิ่น รัฐกะเหรี่ยง รัฐคะยา รัฐมอญ และรัฐฉาน ปกครองด้วยระบบทหารภายใต้การนำของสภาสันติภาพและการพัฒนาแห่งรัฐ (SPDC) เมืองสำคัญคือ กรุงย่างกุ้ง (ร่างกุ้ง) และเมืองหลวงใหม่ คือ กรุงเนปิดอว์

ทั้งนี้ พม่าถือเป็นตลาดขนาดใหญ่มีประชากรประมาณ 58.38 ล้านคน ประชากรส่วนใหญ่เป็นชาวพม่าประมาณร้อยละ 63 ของประชากรทั้งหมด อีกร้อยละ 16 เป็นชาวไทใหญ่ ส่วนที่เหลือเป็นชนกลุ่มน้อย คือ ชาวมอญ ยะไข่ กะเหรี่ยง กะฉิ่น ไท และชิน ซึ่งการที่มีกลุ่มชาติพันธุ์หลากหลายกลุ่มทำให้พม่ายังมีปัญหาความไม่สงบอยู่เป็นระยะ ด้านภาษาราชการที่ใช้สื่อสาร คือ ภาษาเมียนมาร์ และนอกจากนี้ยังมีการใช้ภาษาอังกฤษกันอย่างแพร่หลาย นอกนั้นเป็นภาษาประจำชนชาติของชนกลุ่มน้อย เช่น มอญ กะเหรี่ยง เป็นต้น

สำหรับระบบสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐานในพม่าในภาพรวมยังไม่ได้มาตรฐาน ทั้งในเรื่องโครงสร้างการคมนาคมขนส่งขั้นพื้นฐานและการให้บริการกระแสไฟฟ้าที่ไม่เพียงพอแก่ความต้องการของประชาชน ส่วนความพร้อมด้านระบบอินเทอร์เน็ตนั้นยังไม่มีระบบการให้บริการที่เป็นมาตรฐาน อีกทั้งอัตราค่าบริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ก็ยังมีราคาสูงมาก

ในส่วนของสกุลเงินที่ใช้อยู่ในพม่า คือ เงินจั๊ต (Kyat) หรือที่ใช้ตัวย่อว่า K โดยมีรหัสสกุลเงินคือ MMK ประเทศพม่าใช้เงินสดเท่านั้นในการชำระค่าสินค้าและค่าบริการเพราะยังไม่มีระบบการใช้บัตรเครดิตและบัตร ATM ปัจจุบันอัตราแลกเปลี่ยนเงินจั๊ตอยู่ที่ประมาณ 880 จั๊ตต่อดอลลาร์สหรัฐฯ (ข้อมูลล่าสุด ณ วันที่ 12 เมษายน 2556)

ข้อมูลการค้า-การลงทุน

ปัจจุบันพม่ามีผลิตภัณฑ์มวลรวมประมาณ 26.5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ (พฤษภาคม 2555) โครงสร้างทางเศรษฐกิจของพม่าขึ้นอยู่กับภาคเกษตรกรรมเป็นหลัก สินค้าส่งออกที่สำคัญ ได้แก่ ก๊าซธรรมชาติ ถั่วแขก ผ้าผืน ต้นสัก ไม้เนื้อแข็ง ปลา ข้าว ถั่ว ยางดิบ โดยมีตลาดส่งออกหลักคือ ไทย ฮ่องกง จีน และประเทศในกลุ่มอาเซียนอื่นๆ ส่วนการนำเข้านั้น ส่วนใหญ่พม่านำเข้าสินค้าทุน อาทิ น้ำมันกลั่น เครื่องยนต์ เครื่องจักรและอุปกรณ์ รวมถึงโลหะขั้นต้นและเครื่องจักรไฟฟ้าที่ใช้ในภาคการผลิต สินค้านำเข้าส่วนใหญ่มาจากจีน รองลงมาคือประเทศในกลุ่มอาเซียน เกาหลีใต้และญี่ปุ่น

ด้านความสัมพันธ์ทางการค้าระหว่างไทยกับพม่า สามารถแบ่งได้ 2 แบบ คือ

  1. การค้าปกติ ซึ่งข้อมูลในปี 2554 พบว่าไทยและพม่ามีมูลค่าการค้าระหว่างกันอยู่ที่ 1.85 แสนล้านบาท โดยไทยเป็นคู่ค้าอันดับ 1 ของพม่า ขณะที่พม่าเป็นคู่ค้าอันดับ 19 ของไทย
  2. การค้าตามแนวชายแดน (ร้อยละ 80) ซึ่งไทยและพม่ามีเส้นเขตแดนร่วมกันยาว 2,401 กิโลเมตร เริ่มตั้งแต่จังหวัดเชียงราย เชียงใหม่ แม่ฮ่องสอน ตาก กาญจนบุรี ราชบุรี เพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพรและระนอง ส่งผลให้มีการค้าชายแดนตามแนวจังหวัดต่างๆ หลายจุด ซึ่งข้อมูลในปี 2553 พบว่ามีมูลค่าการค้าชายแดนไทย-พม่าเกิดขึ้นประมาณ 1.37 แสนล้านบาท

ข้อมูลการค้า-การลงทุน

ปัจจุบันพม่ามีผลิตภัณฑ์มวลรวมประมาณ 26.5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ (พฤษภาคม 2555) โครงสร้างทางเศรษฐกิจของพม่าขึ้นอยู่กับภาคเกษตรกรรมเป็นหลัก สินค้าส่งออกที่สำคัญ ได้แก่ ก๊าซธรรมชาติ ถั่วแขก ผ้าผืน ต้นสัก ไม้เนื้อแข็ง ปลา ข้าว ถั่ว ยางดิบ โดยมีตลาดส่งออกหลักคือ ไทย ฮ่องกง จีน และประเทศในกลุ่มอาเซียนอื่นๆ ส่วนการนำเข้านั้น ส่วนใหญ่พม่านำเข้าสินค้าทุน อาทิ น้ำมันกลั่น เครื่องยนต์ เครื่องจักรและอุปกรณ์ รวมถึงโลหะขั้นต้นและเครื่องจักรไฟฟ้าที่ใช้ในภาคการผลิต สินค้านำเข้าส่วนใหญ่มาจากจีน รองลงมาคือประเทศในกลุ่มอาเซียน เกาหลีใต้และญี่ปุ่น

ด้านความสัมพันธ์ทางการค้าระหว่างไทยกับพม่า สามารถแบ่งได้ 2 แบบ คือ

  1. การค้าปกติ ซึ่งข้อมูลในปี 2554 พบว่าไทยและพม่ามีมูลค่าการค้าระหว่างกันอยู่ที่ 1.85 แสนล้านบาท โดยไทยเป็นคู่ค้าอันดับ 1 ของพม่า ขณะที่พม่าเป็นคู่ค้าอันดับ 19 ของไทย
  2. การค้าตามแนวชายแดน (ร้อยละ 80) ซึ่งไทยและพม่ามีเส้นเขตแดนร่วมกันยาว 2,401 กิโลเมตร เริ่มตั้งแต่จังหวัดเชียงราย เชียงใหม่ แม่ฮ่องสอน ตาก กาญจนบุรี ราชบุรี เพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพรและระนอง ส่งผลให้มีการค้าชายแดนตามแนวจังหวัดต่างๆ หลายจุด ซึ่งข้อมูลในปี 2553 พบว่ามีมูลค่าการค้าชายแดนไทย-พม่าเกิดขึ้นประมาณ 1.37 แสนล้านบาท

กฎระเบียบการทำธุรกิจ

ขั้นตอนการนำเข้า-ส่งออกสินค้า

ในการทำธุรกิจนำเข้า-ส่งออกสินค้านั้น ผู้ประกอบการจะต้องยื่นขอจดทะเบียนเป็นผู้นำเข้า และส่งออกที่สำนักงานทะเบียนนำเข้า-ส่งออก (Export-Import-Registration-Office) กรมการค้ากระทรวงพาณิชย์ โดยมีอัตราค่าธรรมเนียมการจดทะเบียน 5,000 จ๊าด สำหรับระยะเวลา 1 ปี และ 10,000 จ๊าด สำหรับระยะเวลา 3 ปี โดยผู้ที่สามารถยื่นขอจดทะเบียนเป็นผู้นำเข้าส่งออกต้องเป็นบุคคลธรรมดาทั้งหลายที่มีสัญชาติพม่า หรือที่แปลงสัญชาติเป็นพม่า (Naturalized Citizenship) หรือเป็นห้างหุ้นส่วน/บริษัทที่จัดตั้งขึ้นในพม่า หรือเป็นห้างหุ้นส่วนจำกัด บริษัทร่วมทุน ทั้งหลายที่จัดตั้งขึ้นภายใต้กฎหมายการลงทุนต่างประเทศของพม่า รวมทั้งสหกรณ์ทั้งหลายที่จดทะเบียนภายใต้กฎหมายสหกรณ์ของพม่า ปี 2533

ทั้งนี้ ผู้จดทะเบียนนำเข้าส่งออกจะมีสิทธิส่งออกสินค้าทุกชนิดยกเว้น ไม้สัก น้ำมันปิโตรเลียม แก๊สธรรมชาติ ไข่มุกหยก อัญมณี แร่ธรรมชาติ และสินค้าอื่น ๆ ที่ระบุว่าสามารถดำเนินการได้โดยหน่วยงานของรัฐวิสาหกิจแต่เพียงผู้เดียว นอกจากนี้ ยังสามารถนำเข้าสินค้าทุกชนิดตามเงื่อนไขของกฎและระเบียบที่ระบุไว้ ยกเว้นสินค้าที่เป็นสินค้าห้ามนำเข้า สามารถจำหน่ายสินค้าในตลาดภายในประเทศได้ สามารถยื่นขอหนังสือเดินทางประเภทธุรกิจไปต่างประเทศ และสามารถที่จะรับรองแขกต่างประเทศ เพื่อการเจรจาธุรกิจได้

สำหรับการทำธุรกรรมทางการเงิน ผู้นำเข้าจะต้องเปิดบัญชีเงินฝากสกุลเงินตราต่างประเทศที่ Myanmar-Investment-and-Commercial -Bank (MICB) หรือ Myanmar-Foreign-Trade-Bank (MFTB) เพื่อยื่นใบอนุญาตนำเข้าสินค้าจากกระทรวงพาณิชย์ พร้อมทั้งมีแบบสัญญาขาย (Sale Contact) และ Proforma Invoice ซึ่งมีรายละเอียดต่างๆ เกี่ยวกับสินค้า บรรจุภัณฑ์ และระยะเวลาการส่งมอบ ในกรณีที่ซื้อเป็นราคา FOB ผู้นำเข้าจะต้องทำการประกันภัยสินค้ากับ Myanmar Insurance Company และใช้บริษัท Myanmar Five Star Line เป็นผู้ขนส่งสินค้าเท่านั้น และผู้นำเข้าสินค้าจะต้องจ่ายค่าธรรมเนียมการนำเข้าภายใน 21 วัน นับจากวันตามที่ระบุไว้ในอนุญาตนำเข้า

กฎระเบียบการทำธุรกิจ

ขั้นตอนการนำเข้า-ส่งออกสินค้า

ในการทำธุรกิจนำเข้า-ส่งออกสินค้านั้น ผู้ประกอบการจะต้องยื่นขอจดทะเบียนเป็นผู้นำเข้า และส่งออกที่สำนักงานทะเบียนนำเข้า-ส่งออก (Export-Import-Registration-Office) กรมการค้ากระทรวงพาณิชย์ โดยมีอัตราค่าธรรมเนียมการจดทะเบียน 5,000 จ๊าด สำหรับระยะเวลา 1 ปี และ 10,000 จ๊าด สำหรับระยะเวลา 3 ปี โดยผู้ที่สามารถยื่นขอจดทะเบียนเป็นผู้นำเข้าส่งออกต้องเป็นบุคคลธรรมดาทั้งหลายที่มีสัญชาติพม่า หรือที่แปลงสัญชาติเป็นพม่า (Naturalized Citizenship) หรือเป็นห้างหุ้นส่วน/บริษัทที่จัดตั้งขึ้นในพม่า หรือเป็นห้างหุ้นส่วนจำกัด บริษัทร่วมทุน ทั้งหลายที่จัดตั้งขึ้นภายใต้กฎหมายการลงทุนต่างประเทศของพม่า รวมทั้งสหกรณ์ทั้งหลายที่จดทะเบียนภายใต้กฎหมายสหกรณ์ของพม่า ปี 2533

ทั้งนี้ ผู้จดทะเบียนนำเข้าส่งออกจะมีสิทธิส่งออกสินค้าทุกชนิดยกเว้น ไม้สัก น้ำมันปิโตรเลียม แก๊สธรรมชาติ ไข่มุกหยก อัญมณี แร่ธรรมชาติ และสินค้าอื่น ๆ ที่ระบุว่าสามารถดำเนินการได้โดยหน่วยงานของรัฐวิสาหกิจแต่เพียงผู้เดียว นอกจากนี้ ยังสามารถนำเข้าสินค้าทุกชนิดตามเงื่อนไขของกฎและระเบียบที่ระบุไว้ ยกเว้นสินค้าที่เป็นสินค้าห้ามนำเข้า สามารถจำหน่ายสินค้าในตลาดภายในประเทศได้ สามารถยื่นขอหนังสือเดินทางประเภทธุรกิจไปต่างประเทศ และสามารถที่จะรับรองแขกต่างประเทศ เพื่อการเจรจาธุรกิจได้

สำหรับการทำธุรกรรมทางการเงิน ผู้นำเข้าจะต้องเปิดบัญชีเงินฝากสกุลเงินตราต่างประเทศที่ Myanmar-Investment-and-Commercial -Bank (MICB) หรือ Myanmar-Foreign-Trade-Bank (MFTB) เพื่อยื่นใบอนุญาตนำเข้าสินค้าจากกระทรวงพาณิชย์ พร้อมทั้งมีแบบสัญญาขาย (Sale Contact) และ Proforma Invoice ซึ่งมีรายละเอียดต่างๆ เกี่ยวกับสินค้า บรรจุภัณฑ์ และระยะเวลาการส่งมอบ ในกรณีที่ซื้อเป็นราคา FOB ผู้นำเข้าจะต้องทำการประกันภัยสินค้ากับ Myanmar Insurance Company และใช้บริษัท Myanmar Five Star Line เป็นผู้ขนส่งสินค้าเท่านั้น และผู้นำเข้าสินค้าจะต้องจ่ายค่าธรรมเนียมการนำเข้าภายใน 21 วัน นับจากวันตามที่ระบุไว้ในอนุญาตนำเข้า

นโยบายการส่งเสริมการลงทุน

รัฐบาลพม่ามีนโยบายส่งเสริมการลงทุนโดยตรงจากต่างชาติ (Foreign Direct Investment: FDI) และได้ประกาศใช้กฎหมายการลงทุนต่างชาติ หรือ Myanmar Foreign Investment Law (FIL) เมื่อวันที่ 30 พฤศจิกายน 2531 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้เกิดการพัฒนาประเทศ และล่าสุดได้มีการปรับปรุงกฎหมายการลงทุนต่างชาติฉบับใหม่โดยประธานาธิบดีเต็ง เส่ง ของพม่า ได้ลงนามรับรองกฎหมายฉบับใหม่นี้เมื่อวันที่ 2 พฤศจิกายน 2555 มีผลให้การลงทุนมีความยืดหยุ่นมากขึ้น เช่น การยกเลิกข้อจำกัดมูลค่าการลงทุนขั้นต่ำ และการกำหนดสัดส่วนการลงทุนของนักลงทุนต่างชาติ เป็นต้น

สิทธิประโยชน์

สิทธิประโยชน์ด้านการลงทุน

จากนโยบายส่งเสริมการลงทุนโดยตรงจากต่างชาติ นักลงทุนจะได้รับสิทธิพิเศษทางภาษี อาทิ การยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลเป็นระยะเวลา 3 ปีแรกของการประกอบธุรกิจ การยกเว้นภาษีเงินได้จากกำไรสะสมที่นำกลับมาลงทุนใหม่อีกครั้งภายในระยะเวลา 1 ปี หลังจากที่มีกำไรเกิดขึ้น การยกเว้นภาษีศุลกากร สำหรับนำเข้าเครื่องจักรและอุปกรณ์ที่ใช้ในช่วงระยะเวลาการก่อสร้างสำนักงาน การยกเว้นศุลกากร สำหรับนำเข้าวัตถุดิบเป็นระยะเวลา 3 ปีแรกในการดำเนินกิจการ เป็นต้น

สำหรับธุรกิจส่งออกจะได้รับการลดหย่อนภาษีเงินได้ร้อยละ 50 จากผลกำไรที่ได้จากการส่งออก

สิทธิประโยชน์ด้านการค้า

สหภาพพม่า มีการทำข้อตกลงทางการค้าแบบทวิภาคีกับหลายประเทศ ได้แก่ เกาหลีใต้ จีน ไทย บังกลาเทศ อินเดีย ปากีสถาน เวียดนาม ลาว ฟิลิปปินส์ มาเลเซีย ภูมิภาคอาเซียน และอีก 6 ประเทศในยุโรปตะวันออก ซึ่งเงื่อนไขและข้อตกลงต่างๆ อยู่บนพื้นฐานของ “ข้อบัญญัติด้วยชาติที่ได้รับการอนุเคราะห์ยิ่ง ” (The Most ‟ Favored Nation: MFN) ตามหลักของ WTO นอกจากนี้ ยังมีการทำข้อตกลงการทำการค้าชายแดนกับประเทศจีน (มกราคม 1994, ประเทศบังคลาเทศ (พฤษภาคม 1994) และประเทศไทย (มีนาคม 1996) เพื่อขยายการค้าชายแดนให้มากขึ้น

นอกจากนี้ พม่ายังเป็นสมาชิกอาเซียน ( ASEAN :Association of South East Asian Nations) ซึ่งมีพันธะที่จะต้องลดและยกเลิกมาตรการกีดกันทางด้านภาษีและมิใช่ภาษีให้กับสินค้าที่นำเข้าจากประเทศสมาชิกอาเซียนตามกลไก Common Effective Preferential Tariff (CEPT) ภายในปี 2551

สิทธิประโยชน์

สิทธิประโยชน์ด้านการลงทุน

จากนโยบายส่งเสริมการลงทุนโดยตรงจากต่างชาติ นักลงทุนจะได้รับสิทธิพิเศษทางภาษี อาทิ การยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลเป็นระยะเวลา 3 ปีแรกของการประกอบธุรกิจ การยกเว้นภาษีเงินได้จากกำไรสะสมที่นำกลับมาลงทุนใหม่อีกครั้งภายในระยะเวลา 1 ปี หลังจากที่มีกำไรเกิดขึ้น การยกเว้นภาษีศุลกากร สำหรับนำเข้าเครื่องจักรและอุปกรณ์ที่ใช้ในช่วงระยะเวลาการก่อสร้างสำนักงาน การยกเว้นศุลกากร สำหรับนำเข้าวัตถุดิบเป็นระยะเวลา 3 ปีแรกในการดำเนินกิจการ เป็นต้น

สำหรับธุรกิจส่งออกจะได้รับการลดหย่อนภาษีเงินได้ร้อยละ 50 จากผลกำไรที่ได้จากการส่งออก

สิทธิประโยชน์ด้านการค้า

สหภาพพม่า มีการทำข้อตกลงทางการค้าแบบทวิภาคีกับหลายประเทศ ได้แก่ เกาหลีใต้ จีน ไทย บังกลาเทศ อินเดีย ปากีสถาน เวียดนาม ลาว ฟิลิปปินส์ มาเลเซีย ภูมิภาคอาเซียน และอีก 6 ประเทศในยุโรปตะวันออก ซึ่งเงื่อนไขและข้อตกลงต่างๆ อยู่บนพื้นฐานของ “ข้อบัญญัติด้วยชาติที่ได้รับการอนุเคราะห์ยิ่ง ” (The Most ‟ Favored Nation: MFN) ตามหลักของ WTO นอกจากนี้ ยังมีการทำข้อตกลงการทำการค้าชายแดนกับประเทศจีน (มกราคม 1994, ประเทศบังคลาเทศ (พฤษภาคม 1994) และประเทศไทย (มีนาคม 1996) เพื่อขยายการค้าชายแดนให้มากขึ้น

นอกจากนี้ พม่ายังเป็นสมาชิกอาเซียน ( ASEAN :Association of South East Asian Nations) ซึ่งมีพันธะที่จะต้องลดและยกเลิกมาตรการกีดกันทางด้านภาษีและมิใช่ภาษีให้กับสินค้าที่นำเข้าจากประเทศสมาชิกอาเซียนตามกลไก Common Effective Preferential Tariff (CEPT) ภายในปี 2551

ประเด็นท้าทายในการทำธุรกิจ

แม้ว่าพม่าจะเป็นตลาดที่มีความน่าสนใจ แต่ก็ยังมีอุปสรรคด้านการค้าการลงทุนหลายประการที่ผู้ประกอบการควรศึกษาไว้เพื่อมองหาแนวทางแก้ปัญหา โดยอุปสรรคสำคัญที่ผู้ประกอบการต้องเผชิญ มีดังนี้

  • มาตรการห้ามส่งออก ได้แก่ การห้ามส่งออกสินค้าในรูปการค้าปกติทางทะเล 31 รายการ เช่น ข้าว น้ำตาล งา ฝ้าย อัญมณี น้ำมัน ฯลฯ และการห้ามส่งออกสินค้าในรูปการค้าปกติผ่านชายแดน 32 รายการ เช่น ข้าว น้ำมันปิโตรเลียม ยางพารา ฯลฯ
  • การปิดด่านการค้าชายแดนบ่อยครั้ง อันเนื่องมาจากสถานการณ์ความไม่สงบตามแนวชายแดน
  • มาตรการเก็บค่าธรรมเนียมเพิ่มเติมจากภาษีศุลกากรปกติ เช่น ค่านายหน้าในการส่งผ่านสินค้าไปสู่ประเทศที่ 3 การกำหนดให้ผู้นำเข้าสินค้าราคา FOB ทำประกันภัยสินค้ากับ Myanmar Insurance Company และใช้บริษัท Myanmar Five Star Line เป็นผู้ขนส่งเท่านั้น เป็นต้น
  • การขอใบอนุญาตนำเข้าซึ่งมีความเข้มงวดและเลือกปฏิบัติระหว่างนักธุรกิจท้องถิ่นกับนักธุรกิจไทย
  • ระบบการเงินไม่มีเสถียรภาพ ขาดแคลนเงินตราสกุลหลัก
  • เส้นทางคมนาคมทางบกเชื่อมระหว่างไทย-พม่า มีสภาพชำรุดทรุดโทรม เป็นอุปสรรคต่อการขนส่งสินค้า
  • กฎระเบียบการค้าของพม่าไม่มีความแน่นอน เปลี่ยนแปลงบ่อย เจ้าหน้าที่ท้องถิ่นไม่สามารถตัดสินใจเองได้ ต้องสอบถามจากส่วนกลาง ทำให้เกิดความล่าช้า
  • รัฐบาลทหารของพม่าเป็นผู้ผูกขาดระบบการค้า การลงทุน การธนาคาร ซึ่งมีนโยบายไม่แน่นอน

ประเด็นท้าทายในการทำธุรกิจ

แม้ว่าพม่าจะเป็นตลาดที่มีความน่าสนใจ แต่ก็ยังมีอุปสรรคด้านการค้าการลงทุนหลายประการที่ผู้ประกอบการควรศึกษาไว้เพื่อมองหาแนวทางแก้ปัญหา โดยอุปสรรคสำคัญที่ผู้ประกอบการต้องเผชิญ มีดังนี้

  • มาตรการห้ามส่งออก ได้แก่ การห้ามส่งออกสินค้าในรูปการค้าปกติทางทะเล 31 รายการ เช่น ข้าว น้ำตาล งา ฝ้าย อัญมณี น้ำมัน ฯลฯ และการห้ามส่งออกสินค้าในรูปการค้าปกติผ่านชายแดน 32 รายการ เช่น ข้าว น้ำมันปิโตรเลียม ยางพารา ฯลฯ
  • การปิดด่านการค้าชายแดนบ่อยครั้ง อันเนื่องมาจากสถานการณ์ความไม่สงบตามแนวชายแดน
  • มาตรการเก็บค่าธรรมเนียมเพิ่มเติมจากภาษีศุลกากรปกติ เช่น ค่านายหน้าในการส่งผ่านสินค้าไปสู่ประเทศที่ 3 การกำหนดให้ผู้นำเข้าสินค้าราคา FOB ทำประกันภัยสินค้ากับ Myanmar Insurance Company และใช้บริษัท Myanmar Five Star Line เป็นผู้ขนส่งเท่านั้น เป็นต้น
  • การขอใบอนุญาตนำเข้าซึ่งมีความเข้มงวดและเลือกปฏิบัติระหว่างนักธุรกิจท้องถิ่นกับนักธุรกิจไทย
  • ระบบการเงินไม่มีเสถียรภาพ ขาดแคลนเงินตราสกุลหลัก
  • เส้นทางคมนาคมทางบกเชื่อมระหว่างไทย-พม่า มีสภาพชำรุดทรุดโทรม เป็นอุปสรรคต่อการขนส่งสินค้า
  • กฎระเบียบการค้าของพม่าไม่มีความแน่นอน เปลี่ยนแปลงบ่อย เจ้าหน้าที่ท้องถิ่นไม่สามารถตัดสินใจเองได้ ต้องสอบถามจากส่วนกลาง ทำให้เกิดความล่าช้า
  • รัฐบาลทหารของพม่าเป็นผู้ผูกขาดระบบการค้า การลงทุน การธนาคาร ซึ่งมีนโยบายไม่แน่นอน

ข่าวเศรษฐกิจ / เรื่องเด่น / ข่าวประชาสัมพันธ์ในศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเมียนมาร์

  • เป็นที่รู้กันว่าไทยเป็นประเทศที่มีความโดดเด่นเรื่องการแพทย์และสาธารณสุขในระดับโลก โดยไทยสามารถดึงดูดผู้ใช้บริการจากทั่วโลกเข้ามารับการดูแลรักษาสุขภาพ โดยเฉพาะผู้มีรายได้สูงจากตะวันออกกลางและญี่ปุ่น นอกจากนี้ การเปิดประชาคม ASEAN จะเป็นตัวเร่งให้โรงพยาบาลในไทยเริ่มตื่นตัวรับกระแสดังกล่าว รวมถึงการขยายสาขาออกไปยังประเทศเพื่อนบ้านอย่างเวียดนาม กัมพูชา และเมียนมา
  • กองทุนการเงินระหว่างประเทศ หรือ IMF ได้คาดการณ์ว่า เศรษฐกิจเมียนมาปีนี้จะเติบโตถึง 8.5% จะเป็นจริงมากแค่ไหน ย้อนดูผลงานทางเศรษฐกิจเมื่อปี 2558 คงจะพอบอกอะไรได้บ้าง
  • ขณะที่เมียนมาร์ได้กลายเป็นประเทศ “เนื้อหอม” สำหรับนักลงทุนทั่วโลก ชื่อ “ทวาย” ก็เริ่มเป็นที่คุ้นหูและหมายปองสำหรับนักลงทุนไทย
  • คนเมียนมาร์เข้าถึงมือถือครบ 100% ใน 6 ปี ผลสำรวจล่าสุดชี้ ชาวเมียนมาร์จะใช้มือถือครบทุกคนใน 6 ปี หลังรัฐบาลเปิดเสรีอุตสาหกรรมโทรคมนาคม
  • การปฏิรูปทางเศรษฐกิจในพม่า ส่งผลต่อการปรับบรรยากาศการลงทุนและการเปิดคลังทรัพยากรมหาศาลเพื่อรองรับกระแสทุนนิยมและโลกาภิวัตน์ที่ถาโถมเข้าใส่เมียนมาร์อย่างต่อเนื่อง
  •         ตลาดอาเซียนถือเป็นตลาดใหม่ที่มีอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจในระดับสูงและรวดเร็ว โดยเฉพาะชาติที่เพิ่งเปิดประเทศอย่าง "เมียนมาร์" ซึ่งเป็นที่จับตามองของนักลงทุนทั่วโลก เพราะเป็นตลาดใหม่ที่มีศักยภาพซึ่งนักลงทุนที่เข้าไปในเมียนมาร์มากที่สุด คือ จีน รองลงมาเป็นญี่ปุ่น และไทยที่มีสัดส่วนใกล้เคียงกัน



    

สาระน่ารู้

  • สหภาพการค้าแห่งนอร์เวย์ (The Norwegian Confederation of Trade Unions (LO)) – เป็นองค์กรคนงานที่ใหญ่ที่สุดและมีอิทธิพลมากที่สุดในนอร์เวย์
  • One Galle Face is Colombo's first internationally developed integrated lifestyle destination that makes living, working, entertainment and hospitality possible all in one location. Hong Kong's leisure entity Shanri-La Hotels and Resorts foresees the completion of this project by 2018 with a hefty investment of over US$ 600 million. The twin towers will be used for residence, which consist of 50 floors each, 16 penthouses and 8 duplex and simplex units. The target market is expatriates, international investors and the expanding population of Sri Lanka.
  • Following the tremendous success of the Exhibition 2018 and the 36th Annual Sessions, which took place at the Bandaranaike Memorial International Conference Hall in Colombo from February 22 to 25 earlier this year, the SLIA is proud to prsent  the next edition in a superior manner.<br />
    <br />
    Save the date :February 20th to 24th, 2019
  • The Institution of Engineers, Sri Lanka is the successor to the ‘Engineering Association of Ceylon’, which was founded in 1906. In 1968, the Institution of Engineers, Sri Lanka was made an incorporated body of the government, by an Act of Parliament. The IESL being the Apex body for engineering professionals in Sri Lanka, having a membership of more than 20,000, is called upon to represent the profession at many national forums and contribute to national development. By virtue of agreements it has entered into with the International Engineers’ Alliance (IEA) for mutual recognition of competencies, members assessed to have such competencies by IESL are eligible to practice engineering in the member countries including Japan, Australia, United Kingdom, Singapore, Pakistan, India, USA, Canada and South Korea.<br />
    <br />
    IESL with the Vision to be among the leading professional institutions of engineering and technology in the world, has Missioned Techno Sri Lanka’s for “Bringing out and Unleashing the Country’s Multi – Disciplinary Engineering Talents, to Drive Sri Lanka into Technological Excellence for Revolutionary Uplifting of Peoples’ Living Conditions and Prosperity”. Engineers are driven by passion to look beyond the regular, push borders and create the impossible. This is also reflective of the fact that Engineers over centuries are really innovators, who think beyond the realm and invent solutions for mankind, ahead of their time. That’s what engineering is all about and it’s the reason Engineers will always be the ingenious inventors and imaginative innovators throughout time.<br />
    <br />
    The flagship event of IESL, Techno Sri Lanka, since its inception in 1985 has grown to be the largest and the only engineering and technology exhibition held annually in Colombo. Techno, living up to its standards, has provided the means for uplifting peoples’ living conditions and has become an ideal venue for industry professionals, business heads, technologists and keen public to come together on a single global platform.<br />
    <br />
    The world is changing; engineers are in the forefront of this change. Expectations are very high in today’s society. However, the Planet’s resources are fast depleting and engineers have to be smart and innovative to achieve high goals with very low resource consumption. Technology should reach the masses and make them do things differently, as doing ‘business as usual’ will not leave a healthy planet for our children and grandchildren. We need ‘sustainable technologies’ that will revolutionize the day-to-day activities, such as mobile technology, nanotechnology, household solar PV technology and perhaps other inventions and breakthroughs to satisfy the society’s expectations and still not be blamed by our future generations for not leaving them a livable Planet Earth.<br />
    <br />
    Considering these facts, Techno Sri Lanka has redefined its Theme for the year 2018, aiming to fulfill the expectations of all stakeholders.
  • 01. - 03. November 2018 | Trade fair for hotels, hospitality, tourism and food businesses<br />
    <br />
    The Hotel, Hospitality & Food Asia in Sri Lanka has been designed by the dynamic development of the hotel and catering industry and the tourism and food companies to take account of South Asia. She is a specifically targeted at this sector business-to-business event. This exhibition is communication and information platform in the industry and provides the exhibiting companies the opportunity to present to an audience of experts here. Visitors can find information here thoroughly and comprehensively about the latest developments, trends, products and services in various fields. HHF Sri Lanka is the leading marketplace for regional networking and distribution, as well as a new basis for the procurement of products. The program will be held a culinary competition and other live features.<br />
    <br />
    The Hotel Hospitality & Food Asia will take place on 3 days from Thursday, 01. November to Saturday, 03. November 2018 in Colombo.
  • Infotel theme will be Towards a Digital Economy, is aligning with national priorities of enhancing the digital infrastructure of the country for facilitating a digitally empowered ecosystem while improving the Citizens’ engagement in a digital society.




เอกสารอ้างอิง
  • กรมการค้าต่างประเทศ. โอกาสทางการค้าไทย-พม่า ภายใต้ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (AEC). 2555
  • ธนาคารเพื่อการนำเข้าและส่งออกแห่งประเทศไทย. AEC in Focus: กฎหมายลงทุนต่างชาติฉบับใหม่ของพม่า
  • ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย. กฎหมายลงทุนต่างชาติฉบับใหม่ของพม่า พัฒนาการครั้งสำคัญของการปฏิรูปประเทศ (ออนไลน์). สืบค้นจาก: www.exim.go.th/doc/newsCenter/41258.pdf [7 ธันวาคม 2555]
  • สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน. ดัชนีและคู่มือการลงทุนสาธารณรัฐแห่งสหภาพพม่า. 2554
  • สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน. รายงาน Country Profile สหภาพพม่า (ออนไลน์). สืบค้นจาก: www.boi.go.th/thai/clmv/Back_up/file_index/2010_myanmar_0_0.html [15 มีนาคม 2553]
  • GDP per capita (IMF) - IMF estimates, 2010–18 (ออนไลน์). สืบค้นจาก: http://en.wikipedia.org/wiki/List_of_countries_by_past_and_future_GDP_%28nominal%29_per_capita#IMF_estimates.2C_2010.E2.80.9318 [15 มิถุนายน 2556]

ดาวน์โหลด

ติดต่อหน่วยงาน

สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงย่างกุ้ง
No. 94, Pyay Road, Dagon Township, Yangon, Republic of the Union of Myanmar
Tel: (951) 226 721, 226 728, 226 824
Fax: (951) 221 713
Email : thaiembassyygn@gmail.com
Website: www.thaiembassy.org/yangon/