ฟิลิปปินส์

ฟิลิปปินส์ (Philippines) มีชื่อเรียกอย่างเป็นทางการว่า สาธารณรัฐฟิลิปปินส์ ซึ่งนับเป็นหนึ่งในประเทศเพื่อนบ้าน และพันธมิตรอาเซียน ที่มีความสัมพันธ์อันดีกับไทยมายาวนาน สังคมฟิลิปปินส์มีความเป็นมิตรกับชาวต่างชาติ บุคลากรมีการศึกษาสูง และใช้ภาษาอังกฤษได้ดี ยิ่งกว่านั้นฟิลิปปินส์ยังมีทรัพยากรทางธรรมชาติอยู่ไม่น้อย ทั้งบนผืนดิน ใต้ดิน และในท้องทะเล อีกทั้งรัฐบาลยังมีนโยบายส่งเสริมการลงทุนจากต่างประเทศ จึงเป็นโอกาสสำหรับนักลงทุนต่างชาติ รวมถึงนักลงทุนไทย อย่างไรก็ตาม การศึกษาข้อมูลอย่างละเอียด และการเดินทางไปสำรวจลู่ทางการลงทุนในพื้นที่ด้วยตนเองก็ถือเป็นสิ่งจำเป็น

ข้อมูลทั่วไป

ภูมิประเทศและภูมิอากาศ

ฟิลิปปินส์ มีภูมิประเทศเป็นหมู่เกาะ ประกอบด้วย เกาะใหญ่น้อย รวมกัน 7,107 เกาะ ตั้งอยู่ในมหาสมุทรแปซิฟิกฝั่งตะวันตก มีพื้นที่รวมประมาณ 298,170 ตารางกิโลเมตร โดยมีแนวชายฝั่งทะเลยาวถึง 36,300 กิโลเมตร แต่ไม่มีพื้นที่ส่วนใดของประเทศอยู่ติดพรหมแดนประเทศใดเลย สำหรับทิศเหนือและทิศตะวันตกจรดทะเลจีนใต้ ไกลออกไปทางเหนือ คือ ดินแดนของไต้หวัน จีน ฮ่องกง และญี่ปุ่น ด้านตะวันตก คือ เวียดนาม ทิศใต้จรดทะเลเซลีเบส (Celebes) หรือสุลาเวสี (Sulawesi) อินโดนีเซีย และมาเลเซีย ส่วนด้านตะวันออกจรดมหาสมุทรแปซิฟิก ไกลออกไปเป็นเกาะกวม หมู่เกาะของสหรัฐฯ

ด้านภูมิอากาศจะแบ่งออกเป็น 3 ฤดูกาล คือ ฤดูร้อนในช่วงเดือนมีนาคม-พฤษภาคม มีอุณหภูมิเฉลี่ยที่ 35-40 องศาเซลเซียส ฤดูฝน ในช่วงเดือนมิถุนายน-ตุลาคม ซึ่งถ้ามีความรุนแรงของพายุระดับ 2 ขึ้นไป โรงเรียน ราชการ และห้างร้านต่างๆ จะหยุดทำการชั่วคราว และสุดท้ายฤดูหนาว เดือนพฤศจิกายน-กุมภาพันธ์ จะมีอุณหภูมิอยู่ที่ 17-28 องศาเซลเซียส

ประชากร

ปัจจุบันนี้ ฟิลิปปินส์มีประชากรประมาณ 96 ล้านคน ประกอบด้วยชนพื้นเมืองฟิลิปปินส์ที่เรียกว่า ชาวมาเลย์ 95 % รองลงมาคือ ชาวจีนและลูกครึ่งชาวจีน 1 % ที่เหลือเป็นเชื้อสายอื่นๆ (กว่า 60 % ของประชากรทั้งหมดอยู่ในวัยแรงงาน)

การเมืองการปกครอง

ฟิลิปปินส์ปกครองในระบอบประชาธิปไตย ในรูปแบบสาธารณรัฐ มีประธานาธิบดีเป็นประมุขซึ่งมาจากการเลือกตั้งโดยตรงจากประชาชน อยู่ในตำแหน่งคราวละ 6 ปี แต่ดำรงตำแหน่งได้ไม่เกิน 1 วาระ ส่วนเขตการปกครองนั้น ได้แบ่งออกเป็น 17 เขต 80 จังหวัด และ 120 เมือง นอกจากนั้นยังแบ่งการปกครองย่อยออกเป็น 1,499 เทศบาล และ 41,969 บารังไก ซึ่งเทียบเท่าตำบลหรือหมู่บ้าน

ภาษา

ภาษาราชการของฟิลิปปินส์ คือ ตากาล็อกและอังกฤษ

ศาสนา

ประชากรส่วนใหญ่กว่า 83 % นับถือศาสนาคริสต์นิกายโรมันคาทอลิก อีก 9 % นับถือศาสนาคริสต์นิกายโปรเตสแตนท์ และ 5 % นับถือศาสนาอิสลาม

สกุลเงิน

สกุลเงินของฟิลิปปินส์มีชื่อเรียกว่า "เปโซ" ใช้ตัวย่อเป็นภาษาอังกฤษคือ PHP โดยในปัจจุบันมีอัตราแลกเปลี่ยนอยู่ที่ 1 เปโซ ประมาณ 0.70 บาท (เมษายน 2556)  

โครงสร้างพื้นฐาน

สำหรับโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญของฟิลิปปินส์ แบ่งออกได้เป็นดังนี้

  1. ท่าเรือ - เนื่องจากสภาพทางภูมิศาสตร์ที่เป็นหมู่เกาะจำนวนมากกว่า 7 พันเกาะ ทำให้การคมนาคมทางน้ำเป็นวิธีหนึ่งที่ค่อนข้างสะดวก โดยใช้ขนส่งทั้งสินค้าและผู้โดยสาร ท่าเรือที่สำคัญได้แก่ South Habour, Manila International Container Port (MICP), Cebu, Batangas, Davao, Subic, Cagayan de Oro, General Santos และ Zamboanga
  2. สนามบิน - ฟิลิปปินส์มีสนามบินกว่า 250 แห่ง กระจายอยู่ตามเกาะต่างๆ สนามบินนานาชาติที่สำคัญ ได้แก่ Ninoy Aquino International Airport (NAIA), Clark, Subic, Cebu, Davao, Zamboanga, General Santos, Laguindingan, Laoay และ New Illoil of Ozamis
  3. ถนน - ฟิลิปปินส์มีถนนระยะทางกว่า 2 แสนกิโลเมตร แต่เป็นถนนลาดยางเพียง 2 หมื่นกิโลเมตรเท่านั้น ส่วนใหญ่อยู่บริเวณโดยรอบกรุงมะนิลา และจังหวัดหลัก ทำให้การคมนาคมไม่สะดวกเท่าที่ควร ส่วนการเดินทางระหว่างเมืองค่อนข้างลำบากขณะที่ทางหลวงหลักของประเทศมีเพียง 2 สาย คือ North Luzon Express Way และ South Luzon Express Way
  4. รถไฟ - มีเส้นทางเพียง 897 กิโลเมตร เป็นเส้นทางรถไฟสายเดียวของกรุงมะนิลา ที่ให้บริการจากสถานี Tutuban ไปยังสถานี Tondo ทางใต้ของเลกัสปีซิตี้

ข้อมูลทั่วไปประเทศฟิลิปปินส์

ภูมิประเทศและภูมิอากาศ

ฟิลิปปินส์ มีภูมิประเทศเป็นหมู่เกาะ ประกอบด้วย เกาะใหญ่น้อย รวมกัน 7,107 เกาะ ตั้งอยู่ในมหาสมุทรแปซิฟิกฝั่งตะวันตก มีพื้นที่รวมประมาณ 298,170 ตารางกิโลเมตร โดยมีแนวชายฝั่งทะเลยาวถึง 36,300 กิโลเมตร แต่ไม่มีพื้นที่ส่วนใดของประเทศอยู่ติดพรหมแดนประเทศใดเลย สำหรับทิศเหนือและทิศตะวันตกจรดทะเลจีนใต้ ไกลออกไปทางเหนือ คือ ดินแดนของไต้หวัน จีน ฮ่องกง และญี่ปุ่น ด้านตะวันตก คือ เวียดนาม ทิศใต้จรดทะเลเซลีเบส (Celebes) หรือสุลาเวสี (Sulawesi) อินโดนีเซีย และมาเลเซีย ส่วนด้านตะวันออกจรดมหาสมุทรแปซิฟิก ไกลออกไปเป็นเกาะกวม หมู่เกาะของสหรัฐฯ

ด้านภูมิอากาศจะแบ่งออกเป็น 3 ฤดูกาล คือ ฤดูร้อนในช่วงเดือนมีนาคม-พฤษภาคม มีอุณหภูมิเฉลี่ยที่ 35-40 องศาเซลเซียส ฤดูฝน ในช่วงเดือนมิถุนายน-ตุลาคม ซึ่งถ้ามีความรุนแรงของพายุระดับ 2 ขึ้นไป โรงเรียน ราชการ และห้างร้านต่างๆ จะหยุดทำการชั่วคราว และสุดท้ายฤดูหนาว เดือนพฤศจิกายน-กุมภาพันธ์ จะมีอุณหภูมิอยู่ที่ 17-28 องศาเซลเซียส

ประชากร

ปัจจุบันนี้ ฟิลิปปินส์มีประชากรประมาณ 96 ล้านคน ประกอบด้วยชนพื้นเมืองฟิลิปปินส์ที่เรียกว่า ชาวมาเลย์ 95 % รองลงมาคือ ชาวจีนและลูกครึ่งชาวจีน 1 % ที่เหลือเป็นเชื้อสายอื่นๆ (กว่า 60 % ของประชากรทั้งหมดอยู่ในวัยแรงงาน)

การเมืองการปกครอง

ฟิลิปปินส์ปกครองในระบอบประชาธิปไตย ในรูปแบบสาธารณรัฐ มีประธานาธิบดีเป็นประมุขซึ่งมาจากการเลือกตั้งโดยตรงจากประชาชน อยู่ในตำแหน่งคราวละ 6 ปี แต่ดำรงตำแหน่งได้ไม่เกิน 1 วาระ ส่วนเขตการปกครองนั้น ได้แบ่งออกเป็น 17 เขต 80 จังหวัด และ 120 เมือง นอกจากนั้นยังแบ่งการปกครองย่อยออกเป็น 1,499 เทศบาล และ 41,969 บารังไก ซึ่งเทียบเท่าตำบลหรือหมู่บ้าน

ภาษา

ภาษาราชการของฟิลิปปินส์ คือ ตากาล็อกและอังกฤษ

ศาสนา

ประชากรส่วนใหญ่กว่า 83 % นับถือศาสนาคริสต์นิกายโรมันคาทอลิก อีก 9 % นับถือศาสนาคริสต์นิกายโปรเตสแตนท์ และ 5 % นับถือศาสนาอิสลาม

สกุลเงิน

สกุลเงินของฟิลิปปินส์มีชื่อเรียกว่า "เปโซ" ใช้ตัวย่อเป็นภาษาอังกฤษคือ PHP โดยในปัจจุบันมีอัตราแลกเปลี่ยนอยู่ที่ 1 เปโซ ประมาณ 0.70 บาท (เมษายน 2556)  

โครงสร้างพื้นฐาน

สำหรับโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญของฟิลิปปินส์ แบ่งออกได้เป็นดังนี้

  1. ท่าเรือ - เนื่องจากสภาพทางภูมิศาสตร์ที่เป็นหมู่เกาะจำนวนมากกว่า 7 พันเกาะ ทำให้การคมนาคมทางน้ำเป็นวิธีหนึ่งที่ค่อนข้างสะดวก โดยใช้ขนส่งทั้งสินค้าและผู้โดยสาร ท่าเรือที่สำคัญได้แก่ South Habour, Manila International Container Port (MICP), Cebu, Batangas, Davao, Subic, Cagayan de Oro, General Santos และ Zamboanga
  2. สนามบิน - ฟิลิปปินส์มีสนามบินกว่า 250 แห่ง กระจายอยู่ตามเกาะต่างๆ สนามบินนานาชาติที่สำคัญ ได้แก่ Ninoy Aquino International Airport (NAIA), Clark, Subic, Cebu, Davao, Zamboanga, General Santos, Laguindingan, Laoay และ New Illoil of Ozamis
  3. ถนน - ฟิลิปปินส์มีถนนระยะทางกว่า 2 แสนกิโลเมตร แต่เป็นถนนลาดยางเพียง 2 หมื่นกิโลเมตรเท่านั้น ส่วนใหญ่อยู่บริเวณโดยรอบกรุงมะนิลา และจังหวัดหลัก ทำให้การคมนาคมไม่สะดวกเท่าที่ควร ส่วนการเดินทางระหว่างเมืองค่อนข้างลำบากขณะที่ทางหลวงหลักของประเทศมีเพียง 2 สาย คือ North Luzon Express Way และ South Luzon Express Way
  4. รถไฟ - มีเส้นทางเพียง 897 กิโลเมตร เป็นเส้นทางรถไฟสายเดียวของกรุงมะนิลา ที่ให้บริการจากสถานี Tutuban ไปยังสถานี Tondo ทางใต้ของเลกัสปีซิตี้

ข้อมูลการค้า-การลงทุน

ข้อมูลเศรษฐกิจการค้า

ฟิลิปปินส์มีผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ประมาณ 250.3 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ มีรายได้ต่อหัวเฉลี่ยอยู่ที่ 4,096 ดอลลาร์สหรัฐฯ โดยฟิลิปปินส์มีระบบเศรษฐกิจที่คล้ายคลึงกับไทย คือ เป็นประเทศเกษตรกรรม ซึ่งประชากร 60 % ประกอบอาชีพเกษตรกร อย่างไรก็ตามสินค้าส่งออกรายการสำคัญของฟิลิปปินส์คือ ชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ เสื้อผ้าเครื่องนุ่งห่ม ผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียม เฟอร์นิเจอร์ ส่วนสินค้านำเข้าที่สำคัญ คือ ชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ เชื้อเพลิงและผลิตภัณฑ์ อุปกรณ์ขนส่ง และเครื่องจักรกลและชิ้นส่วนยานยนต์ โดยมี สหรัฐฯ ญี่ปุ่น ฮ่องกง จีน และสิงคโปร์ เป็นคู่ค้ารายสำคัญ

ขณะที่การค้าระหว่างไทยกับฟิลิปปินส์นั้น เติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยฟิลิปปินส์เป็นคู่ค้าลำดับที่ 5 ของไทยในอาเซียน และลำดับที่ 17 ในโลก มีมูลค่าการค้ารวม 7,585.37 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ในขณะที่ไทยเป็นคู่ค้าลำดับที่ 2 ของฟิลิปปินส์ในอาเซียนรองจากสิงคโปร์ และลำดับที่ 7 ของฟิลิปปินส์ในโลก โดยฟิลิปปินส์ส่งออกไปไทยเป็นลำดับที่ 9 และนำเข้าจากไทยเป็นลำดับที่ 8 ของโลก ทั้งนี้ ไทยมักจะเป็นฝ่ายได้ดุลการค้ากับฟิลิปปินส์เป็นส่วนใหญ่

กฎระเบียบการทำธุรกิจ

การประกอบธุรกิจในฟิลิปปินส์ มีขั้นตอนการกำเนินการดังนี้

  1. นักลงทุนควรศึกษาประเภทธุรกิจที่สนใจ จากเอกสารและเดินทางไปสำรวจลู่ทางการลงทุนในฟิลิปปินส์ด้วยตนเอง พร้อมทั้งขอคำแนะนำจากบริษัทที่ปรึกษาก่อน และหากจะร่วมทุนกับท้องถิ่นควรศึกษาผู้ร่วมทุนอย่างรอบคอบ
  2. เมื่อตัดสินใจแล้ว ให้ยื่นข้อเสนอโครงการ (Proposal) พร้อมแบบฟอร์มขอรับส่งเสริมการลงทุน (BOI Form 501) และหลักฐานประกอบต่อ Board of Investments ของฟิลิปปินส์ ซึ่ง BOI จะพิจารณาอนุมัติภายใน 30 วัน
  3. หากอนุมัติ BOI จะออกหลักฐาน Letter of Approval และ Pre-registration Requirements ให้นักลงทุนเพื่อเตรียมหลักฐานสำหรับการจดทะเบียน และส่งกลับ BOI ภายใน 30 วัน
  4. เมื่ออนุมัติ BOI จะออกใบรับรอง (Certificate of Registration) ให้เป็นหลักฐาน จากนั้นนักลงทุนต้องไปแจ้งจดทะเบียนบริษัทตามหน่วยงานที่กำหนด อาทิ Department of Trade and Industry (DTI), Securities and Exchange Commission (SEC) หรือ Philippine Economic Zone Authority (PEZA) หรือหน่วยงานที่กำกับดูแลเขตเศรษฐกิจพิเศษที่กิจการนั้นตั้งอยู่
  5. บริษัทต้องไปจดทะเบียนภาษีที่ Bureau of Internal Revenue รวมทั้งหน่วยงานอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง เช่น Barangay และ Bureau of Fire Protection ซึ่งเป็นหน่วยงานรัฐบาลท้องถิ่นที่โรงงานตั้งอยู่ โดยใช้เวลาประมาณ 1 สัปดาห์ นอกจากนี้ต้องขออนุญาต Department of Environment & Natural Resources กรณีตั้งโรงงานอุตสาหกรรม ซึ่งอาจใช้เวลาประมาณ 2-3 เดือน ต้องขออนุญาต Department of Labour & Employment กรณีต้องการนำเข้าบุคลากรต่างชาติ และ/หรือ ต้องขออนุญาต Department of Health กรณีเป็นกิจการผลิตหรือจำหน่ายอาหาร และกิจการที่เกี่ยวข้อง เช่น ร้านอาหาร เป็นต้น แล้วจึงจะเปิดดำเนินกิจการได้

นโยบายการส่งเสริมการลงทุน

หน่วยงานหลักที่กำกับดูแลการลงทุนของประเทศ คือ Board of Investments (BOI) ในสังกัดกระทรวงการค้าและอุตสาหกรรม (Department of Trade and Industry : DTI) และ Philippine Economic Zone Authority (PEZA) ส่วนกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการลงทุนที่สำคัญมี 2 ฉบับ คือ Foreign Investments Act of 1991 ซึ่งเป็นกฎหมายพื้นฐานในการกำกับดูแลการลงทุนของต่างชาติ และ Special Economic Zone Act of 1995 ซึ่งกำหนดเขตส่งเสริมการลงทุนและสิทธิประโยชน์ในการลงทุนในเขตดังกล่าว โดยกฎหมาย Foreign Investment Act of 1991 อนุญาตให้ต่างชาติลงทุนได้ 100 % ในเกือบทุกกิจการ ยกเว้นที่ระบุใน Foreign Investments Negative List (FINL) โดยแบ่งออกเป็น 2 กลุ่มใหญ่คือ List A ซึ่งจำกัดการถือหุ้นของต่างชาติตามกฎหมายหรือบทบัญญัติเฉพาะ และ List B ซึ่งจำกัดการถือหุ้นของต่างชาติ ด้วยเหตุผลด้านความมั่นคง การป้องกันประเทศ สุขภาพอนามัย วัฒนธรรม หรือเพื่อปกป้องอุตสาหกรรมขนาดกลางและขนาดย่อม

ทั้งนี้ ในแต่ละปี รัฐบาลจะมีการจัดทำแผนลำดับความสำคัญของการลงทุน (Investment Priorities Plan: IPP) เผยแพร่ให้นักลงทุนทราบทางเว็บไซต์ของ BOI อย่างเช่นในฉบับ ปี 2550 ประกาศเมื่อ 13 มิถุนายน 2550 ระบุสาขาการลงทุนที่รัฐบาลให้ความสำคัญสูงสุดถึง 11 สาขา

สิทธิประโยชน์

รัฐบาลฟิลิปปินส์มีการให้สิทธิประโยชน์แก่นักลงทุนแตกต่างกันไปขึ้นอยู่กับสถานที่ตั้งและการจดทะเบียนธุรกิจ

กิจการที่จดทะเบียนกับ BOI

สำหรับสิทธิประโยชน์ที่สำคัญ ได้แก่

  1. กิจการที่จดทะเบียนกับ BOI จะได้รับยกเว้นภาษีเงินได้นับจากปีที่เริ่มผลิตเชิงพาณิชย์ในระยะเวลาแตกต่างกัน ดังนี้
    • โครงการใหม่ที่เป็นโครงการบุกเบิก (Pioneer Status) 6 ปี
    • โครงการใหม่ที่มิได้เป็นโครงการบุกเบิก (Non-pioneer Status) 4 ปี
    • โครงการขยาย 3 ปี และโดยทั่วไปจะจำกัดเฉพาะรายได้ส่วนที่เพิ่มขึ้นเท่านั้น
    • โครงการใหม่หรือโครงการขยายที่อยู่ในเขตห่างไกลความเจริญ (Less Developed Areas : LDAs) 6 ปี ไม่ว่าจะเป็นโครงการบุกเบิกหรือไม่
    • โครงการปรับปรุงกิจการ 3 ปี และโดยทั่วไปจะจำกัดเฉพาะรายได้ส่วนที่เพิ่มขึ้นเท่านั้น
    • โครงการใหม่และโครงการที่ตั้งอยู่ในเขต LDAs อาจได้รับยกเว้นภาษีเงินได้เพิ่มขึ้นอีก 1 ปี ถ้ากิจการนั้นมีการใช้วัตถุดิบในประเทศอย่างน้อย กึ่งหนึ่งของต้นทุนวัตถุดิบในปีก่อนหน้า (ยกเว้น BOI กำหนดสัดส่วนสูงกว่านี้) หรือ สัดส่วนทุนต่อแรงงานไม่เกิน 10,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อคน หรือ มีรายได้เงินตราต่างประเทศสุทธิอย่างน้อย 500,000 ดอลลาร์สหรัฐฯต่อปี
  2. กิจการที่มีคลังสินค้าทัณฑ์บนจะได้รับยกเว้นภาษีนำเข้าสินค้าและชิ้นส่วน
  3. การยกเว้นค่าธรรมเนียมท่าเรือ ภาษีส่งออก และค่าธรรมเนียมการนำเข้า กิจการที่จดทะเบียนภายใต้ IPP จะได้รับยกเว้นค่าธรรมเนียมในการใช้ท่าเรือ ภาษีส่งออก และค่าธรรมเนียมการนำเข้าเป็นเวลา 10 ปีนับจากวันที่จดทะเบียน
  4. การหักลดหย่อนภาษีเงินได้นิติบุคคล กิจการสามารถนำรายจ่ายมาหักลดหย่อนรายได้ ก่อนนำมาคำนวณภาษีเงินได้ ดังนี้
    • ค่าจ้างแรงงานสามารถนำมาหักลดหย่อนได้กึ่งหนึ่ง หากกิจการนั้นมีสัดส่วนทุนต่อแรงงานตามที่กำหนดและไม่ได้รับยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลตามข้อ 1
    • ค่าใช้จ่ายในการสร้างสาธารณูปโภคที่จำเป็น สามารถนำมาหักค่าใช้จ่ายได้ทั้งหมด หากกิจการนั้นตั้งอยู่ในเขตท้องถิ่นห่างไกลความเจริญที่ขาดแคลนโครงสร้างพื้นฐาน สาธารณูปโภคและสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ ทั้งนี้ ยกเว้นกิจการเหมืองแร่และป่าไม้ ซึ่งจำเป็นต้องอยู่ใกล้แหล่งวัตถุดิบอยู่แล้ว
  5. กิจการที่จดทะเบียนกับ BOI สามารถจ้างแรงงานต่างชาติในตำแหน่งผู้อำนวยการช่างเทคนิคและที่ปรึกษา ได้ 5 ปีนับจากวันที่จดทะเบียน ทั้งนี้ ยกเว้นประธานบริษัทกรรมการผู้จัดการ และผู้อำนวยการด้านการเงิน ไม่มีข้อจำกัดนี้
  6. กิจการที่ได้รับส่งเสริมการลงทุนจาก BOI จะได้รับสิทธิประโยชน์ในการนำเข้าอุปกรณ์ชิ้นส่วนอะไหล่ วัตถุดิบ และสินค้า และการส่งออกสินค้า โดยการผ่อนคลายระบบพิธีการศุลกากร เพื่ออำนวยความสะดวกแก่นักลงทุน

กิจการที่จดทะเบียนกับ PEZA

สำหรับกิจการที่ตั้งอยู่ในเขตส่งเสริมการลงทุนภายใต้การกำกับดูแลของ PEZA และมีการส่งออกอย่างน้อย 70 % จะได้รับสิทธิประโยชน์ในการลงทุนที่สำคัญ ดังนี้

  1. การยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลผู้ประกอบการจะได้รับยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลเป็นเวลา 4 ปี และขยายได้อีกไม่เกิน 4 ปี หลังจากนั้นสามารถเลือกเสียภาษีเงินได้ในอัตราพิเศษ (Special Income Tax) 5 % ของรายได้รวม (Gross Income) แทนการเสียภาษีเงินได้และภาษีท้องถิ่นในอัตราทั่วไปได้
  2. การยกเว้นภาษีนำเข้า ผู้ประกอบการได้รับยกเว้นภาษีนำเข้าเครื่องจักร อุปกรณ์ชิ้นส่วนอะไหล่ และวัตถุดิบทั้งหมด
  3. การยกเว้นค่าธรรมเนียมท่าเรือ ภาษีส่งออก และค่าธรรมเนียมการนำเข้าผู้ประกอบการจะได้รับยกเว้นค่าธรรมเนียมการใช้ท่าเรือ ภาษีส่งออก และค่าธรรมเนียมในการนำเข้าสินค้าต่างๆ
  4. สิทธิการพำนักถาวรผู้ประกอบการต่างชาติและครอบครัวจะได้สิทธิการพำนักถาวรหากมีการลงทุนเริ่มต้นไม่น้อยกว่า 150,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ
  5. การผ่อนคลายพิธีการศุลกากรผู้ประกอบการจะได้รับความสะดวกในการนำเข้าและส่งออกสินค้า โดยการผ่อนคลายระบบพิธีการศุลกากรให้คล่องตัวขึ้น

สิทธิประโยชน์

รัฐบาลฟิลิปปินส์มีการให้สิทธิประโยชน์แก่นักลงทุนแตกต่างกันไปขึ้นอยู่กับสถานที่ตั้งและการจดทะเบียนธุรกิจ

กิจการที่จดทะเบียนกับ BOI

สำหรับสิทธิประโยชน์ที่สำคัญ ได้แก่

  1. กิจการที่จดทะเบียนกับ BOI จะได้รับยกเว้นภาษีเงินได้นับจากปีที่เริ่มผลิตเชิงพาณิชย์ในระยะเวลาแตกต่างกัน ดังนี้
    • โครงการใหม่ที่เป็นโครงการบุกเบิก (Pioneer Status) 6 ปี
    • โครงการใหม่ที่มิได้เป็นโครงการบุกเบิก (Non-pioneer Status) 4 ปี
    • โครงการขยาย 3 ปี และโดยทั่วไปจะจำกัดเฉพาะรายได้ส่วนที่เพิ่มขึ้นเท่านั้น
    • โครงการใหม่หรือโครงการขยายที่อยู่ในเขตห่างไกลความเจริญ (Less Developed Areas : LDAs) 6 ปี ไม่ว่าจะเป็นโครงการบุกเบิกหรือไม่
    • โครงการปรับปรุงกิจการ 3 ปี และโดยทั่วไปจะจำกัดเฉพาะรายได้ส่วนที่เพิ่มขึ้นเท่านั้น
    • โครงการใหม่และโครงการที่ตั้งอยู่ในเขต LDAs อาจได้รับยกเว้นภาษีเงินได้เพิ่มขึ้นอีก 1 ปี ถ้ากิจการนั้นมีการใช้วัตถุดิบในประเทศอย่างน้อย กึ่งหนึ่งของต้นทุนวัตถุดิบในปีก่อนหน้า (ยกเว้น BOI กำหนดสัดส่วนสูงกว่านี้) หรือ สัดส่วนทุนต่อแรงงานไม่เกิน 10,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อคน หรือ มีรายได้เงินตราต่างประเทศสุทธิอย่างน้อย 500,000 ดอลลาร์สหรัฐฯต่อปี
  2. กิจการที่มีคลังสินค้าทัณฑ์บนจะได้รับยกเว้นภาษีนำเข้าสินค้าและชิ้นส่วน
  3. การยกเว้นค่าธรรมเนียมท่าเรือ ภาษีส่งออก และค่าธรรมเนียมการนำเข้า กิจการที่จดทะเบียนภายใต้ IPP จะได้รับยกเว้นค่าธรรมเนียมในการใช้ท่าเรือ ภาษีส่งออก และค่าธรรมเนียมการนำเข้าเป็นเวลา 10 ปีนับจากวันที่จดทะเบียน
  4. การหักลดหย่อนภาษีเงินได้นิติบุคคล กิจการสามารถนำรายจ่ายมาหักลดหย่อนรายได้ ก่อนนำมาคำนวณภาษีเงินได้ ดังนี้
    • ค่าจ้างแรงงานสามารถนำมาหักลดหย่อนได้กึ่งหนึ่ง หากกิจการนั้นมีสัดส่วนทุนต่อแรงงานตามที่กำหนดและไม่ได้รับยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลตามข้อ 1
    • ค่าใช้จ่ายในการสร้างสาธารณูปโภคที่จำเป็น สามารถนำมาหักค่าใช้จ่ายได้ทั้งหมด หากกิจการนั้นตั้งอยู่ในเขตท้องถิ่นห่างไกลความเจริญที่ขาดแคลนโครงสร้างพื้นฐาน สาธารณูปโภคและสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ ทั้งนี้ ยกเว้นกิจการเหมืองแร่และป่าไม้ ซึ่งจำเป็นต้องอยู่ใกล้แหล่งวัตถุดิบอยู่แล้ว
  5. กิจการที่จดทะเบียนกับ BOI สามารถจ้างแรงงานต่างชาติในตำแหน่งผู้อำนวยการช่างเทคนิคและที่ปรึกษา ได้ 5 ปีนับจากวันที่จดทะเบียน ทั้งนี้ ยกเว้นประธานบริษัทกรรมการผู้จัดการ และผู้อำนวยการด้านการเงิน ไม่มีข้อจำกัดนี้
  6. กิจการที่ได้รับส่งเสริมการลงทุนจาก BOI จะได้รับสิทธิประโยชน์ในการนำเข้าอุปกรณ์ชิ้นส่วนอะไหล่ วัตถุดิบ และสินค้า และการส่งออกสินค้า โดยการผ่อนคลายระบบพิธีการศุลกากร เพื่ออำนวยความสะดวกแก่นักลงทุน

กิจการที่จดทะเบียนกับ PEZA

สำหรับกิจการที่ตั้งอยู่ในเขตส่งเสริมการลงทุนภายใต้การกำกับดูแลของ PEZA และมีการส่งออกอย่างน้อย 70 % จะได้รับสิทธิประโยชน์ในการลงทุนที่สำคัญ ดังนี้

  1. การยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลผู้ประกอบการจะได้รับยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลเป็นเวลา 4 ปี และขยายได้อีกไม่เกิน 4 ปี หลังจากนั้นสามารถเลือกเสียภาษีเงินได้ในอัตราพิเศษ (Special Income Tax) 5 % ของรายได้รวม (Gross Income) แทนการเสียภาษีเงินได้และภาษีท้องถิ่นในอัตราทั่วไปได้
  2. การยกเว้นภาษีนำเข้า ผู้ประกอบการได้รับยกเว้นภาษีนำเข้าเครื่องจักร อุปกรณ์ชิ้นส่วนอะไหล่ และวัตถุดิบทั้งหมด
  3. การยกเว้นค่าธรรมเนียมท่าเรือ ภาษีส่งออก และค่าธรรมเนียมการนำเข้าผู้ประกอบการจะได้รับยกเว้นค่าธรรมเนียมการใช้ท่าเรือ ภาษีส่งออก และค่าธรรมเนียมในการนำเข้าสินค้าต่างๆ
  4. สิทธิการพำนักถาวรผู้ประกอบการต่างชาติและครอบครัวจะได้สิทธิการพำนักถาวรหากมีการลงทุนเริ่มต้นไม่น้อยกว่า 150,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ
  5. การผ่อนคลายพิธีการศุลกากรผู้ประกอบการจะได้รับความสะดวกในการนำเข้าและส่งออกสินค้า โดยการผ่อนคลายระบบพิธีการศุลกากรให้คล่องตัวขึ้น

ประเด็นท้าทายในการทำธุรกิจ

ปัญหาทางการค้าที่ภาคเอกชนไทยประสบ ได้แก่

  1. การถูกเรียกเก็บภาษีซ้ำซ้อน
  2. ปัญหาการทุ่มตลาดสินค้า โดยเฉพาะอย่างยิ่งการถูกสินค้านำเข้าจากจีนมาแย่งส่วนแบ่งทางการตลาด
  3. การมีกฎระเบียบและข้อกำหนดด้านสุขอนามัยและโรคเกี่ยวกับพืชที่เข้มงวด
  4. การห้ามนำเข้าผลิตภัณฑ์สัตว์ปีกสดและแช่แข็งจากไทยตั้งแต่วันที่ 23 มกราคม 2547 ซึ่งจนถึงปัจจุบันยังไม่มีการยกเลิก
  5. ฟิลิปปินส์อยู่ในเขตมรสุม ทำให้มีสภาพอากาศแปรปรวน และฝนตกหนักอันเนื่องจากพายุ และไต้ฝุ่น จนต้องประสบภัยธรรมชาติบ่อยครั้ง และก่อให้เกิดความเสียหายต่อผลผลิตเกษตรเป็นจำนวนมาก
  6. มีภัยพิบัติทางธรรมชาติที่มักเกิดขึ้นรุนแรงบ่อยครั้ง ประกอบกับปัญหาทางการเมือง ล้วนเป็นปัจจัยที่พึงตระหนักสำหรับนักลงทุนไทย

ข่าวเศรษฐกิจ / เรื่องเด่น / ข่าวประชาสัมพันธ์ในฟิลิปปินส์



    

สาระน่ารู้

  • สหภาพการค้าแห่งนอร์เวย์ (The Norwegian Confederation of Trade Unions (LO)) – เป็นองค์กรคนงานที่ใหญ่ที่สุดและมีอิทธิพลมากที่สุดในนอร์เวย์
  • One Galle Face is Colombo's first internationally developed integrated lifestyle destination that makes living, working, entertainment and hospitality possible all in one location. Hong Kong's leisure entity Shanri-La Hotels and Resorts foresees the completion of this project by 2018 with a hefty investment of over US$ 600 million. The twin towers will be used for residence, which consist of 50 floors each, 16 penthouses and 8 duplex and simplex units. The target market is expatriates, international investors and the expanding population of Sri Lanka.
  • Following the tremendous success of the Exhibition 2018 and the 36th Annual Sessions, which took place at the Bandaranaike Memorial International Conference Hall in Colombo from February 22 to 25 earlier this year, the SLIA is proud to prsent  the next edition in a superior manner.<br />
    <br />
    Save the date :February 20th to 24th, 2019
  • The Institution of Engineers, Sri Lanka is the successor to the ‘Engineering Association of Ceylon’, which was founded in 1906. In 1968, the Institution of Engineers, Sri Lanka was made an incorporated body of the government, by an Act of Parliament. The IESL being the Apex body for engineering professionals in Sri Lanka, having a membership of more than 20,000, is called upon to represent the profession at many national forums and contribute to national development. By virtue of agreements it has entered into with the International Engineers’ Alliance (IEA) for mutual recognition of competencies, members assessed to have such competencies by IESL are eligible to practice engineering in the member countries including Japan, Australia, United Kingdom, Singapore, Pakistan, India, USA, Canada and South Korea.<br />
    <br />
    IESL with the Vision to be among the leading professional institutions of engineering and technology in the world, has Missioned Techno Sri Lanka’s for “Bringing out and Unleashing the Country’s Multi – Disciplinary Engineering Talents, to Drive Sri Lanka into Technological Excellence for Revolutionary Uplifting of Peoples’ Living Conditions and Prosperity”. Engineers are driven by passion to look beyond the regular, push borders and create the impossible. This is also reflective of the fact that Engineers over centuries are really innovators, who think beyond the realm and invent solutions for mankind, ahead of their time. That’s what engineering is all about and it’s the reason Engineers will always be the ingenious inventors and imaginative innovators throughout time.<br />
    <br />
    The flagship event of IESL, Techno Sri Lanka, since its inception in 1985 has grown to be the largest and the only engineering and technology exhibition held annually in Colombo. Techno, living up to its standards, has provided the means for uplifting peoples’ living conditions and has become an ideal venue for industry professionals, business heads, technologists and keen public to come together on a single global platform.<br />
    <br />
    The world is changing; engineers are in the forefront of this change. Expectations are very high in today’s society. However, the Planet’s resources are fast depleting and engineers have to be smart and innovative to achieve high goals with very low resource consumption. Technology should reach the masses and make them do things differently, as doing ‘business as usual’ will not leave a healthy planet for our children and grandchildren. We need ‘sustainable technologies’ that will revolutionize the day-to-day activities, such as mobile technology, nanotechnology, household solar PV technology and perhaps other inventions and breakthroughs to satisfy the society’s expectations and still not be blamed by our future generations for not leaving them a livable Planet Earth.<br />
    <br />
    Considering these facts, Techno Sri Lanka has redefined its Theme for the year 2018, aiming to fulfill the expectations of all stakeholders.
  • 01. - 03. November 2018 | Trade fair for hotels, hospitality, tourism and food businesses<br />
    <br />
    The Hotel, Hospitality & Food Asia in Sri Lanka has been designed by the dynamic development of the hotel and catering industry and the tourism and food companies to take account of South Asia. She is a specifically targeted at this sector business-to-business event. This exhibition is communication and information platform in the industry and provides the exhibiting companies the opportunity to present to an audience of experts here. Visitors can find information here thoroughly and comprehensively about the latest developments, trends, products and services in various fields. HHF Sri Lanka is the leading marketplace for regional networking and distribution, as well as a new basis for the procurement of products. The program will be held a culinary competition and other live features.<br />
    <br />
    The Hotel Hospitality & Food Asia will take place on 3 days from Thursday, 01. November to Saturday, 03. November 2018 in Colombo.
  • Infotel theme will be Towards a Digital Economy, is aligning with national priorities of enhancing the digital infrastructure of the country for facilitating a digitally empowered ecosystem while improving the Citizens’ engagement in a digital society.




เอกสารอ้างอิง
  • สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ). สาธารณรัฐฟิลิปปินส์ (Republic of the Philippines) (ออนไลน์). สืบค้นจาก: www.boi.go.th/thai/asean/Philippines/main.html [8 กรกฎาคม 2551]
  • THE WORLD BANK 2012. GDP per capita (current US$) (ออนไลน์). สืบค้นจาก: http://data.worldbank.org/indicator/NY.GDP.PCAP.CD/countries [17 กรกฎาคม 2556 ]

ดาวน์โหลด

ติดต่อหน่วยงาน

สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงมะนิลา
107 Thailand (Rada) Street, Legaspi Village, Makati City, Metro Manila, The Philippines
Tel: (632) 815-4219-20
Fax: (632) 815-4221
Website: www.thaiembassymnl.ph