ตุรกี

สาธารณรัฐตุรกี (Republic of Turkey) ถือเป็นประเทศที่มีความเป็นประชาธิปไตยมากที่สุดเมื่อเปรียบเทียบกับประเทศมุสลิมอื่นๆ ที่ส่วนใหญ่อยู่ในดินแดนตะวันออกกลาง ปัจจัยสำคัญประการหนึ่งคือหลักการแบ่งแยกศาสนาออกจากการเมืองอย่างเด็ดขาด ตุรกีมีนโยบายการเมืองใกล้ชิดกับชาติตะวันตก โดยเป็นสมาชิก NATO, OECD และสหภาพศุลกากร (Customs Union) ของยุโรป รัฐบาลตุรกีมีเสถียรภาพสูง พรรครัฐบาลได้รับความนิยมอย่างมากจากประชาชนเนื่องจากได้ฟื้นฟูการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ ลดภาวะเงินเฟ้อ และเปิดให้ประชาชนมีเสรีภาพมากขึ้น อีกทั้งยังส่งเสริมบทบาทของประเทศในการเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันในภูมิภาค อย่างไรก็ตาม ปัจจัยเสี่ยงของรัฐบาลตุรกีได้แก่ ปัญหาผู้ก่อการร้ายชาวเคิร์ด (PKK) และปัญหาไซปรัส

ข้อมูลทั่วไป

ภูมิประเทศและภูมิอากาศ

ประเทศตุรกี มีพื้นที่ทั้งหมด 783,562 ตารางกิโลเมตร (รวมทะเลสาบและเกาะ) ที่ตั้งส่วนหนึ่งอยู่ทางตะวันออกเฉียงใต้ของทวีปยุโรป อีกส่วนหนึ่งอยู่ในเอเชียตะวันตก ทิศเหนือติดทะเลดำ ทิศตะวันออกติดประเทศจอร์เจียและประเทศอาร์เมเนีย ทิศใต้ติดประเทศอิรักประเทศซีเรียและทะเลเมดิเตอร์เรเนียน ทิศตะวันตกเฉียงเหนือจดประเทศบัลแกเรียและประเทศกรีซ และมีกรุงอังการา (Ankara) เป็นเมืองหลวง

ตุรกีเป็นประเทศสองทวีปที่มีดินแดนอยู่ทั้งในทวีปเอเชียและทวีปยุโรป ในฝั่งเอเชียครอบคลุมบริเวณส่วนใหญ่ของคาบสมุทรอานาโตเลีย นับเป็นพื้นที่ร้อยละ 97 ของประเทศ และถูกแยกจากตุรกีฝั่งยุโรปด้วยช่องแคบบอสพอรัส ทะเลมาร์มะรา และช่องแคบดาร์ดะเนลส์ ในฝั่งยุโรปตั้งอยู่บนคาบสมุทรบอลข่าน มีพื้นที่คิดเป็นร้อยละ 3 ของทั้งประเทศ

ภูมิอากาศของตุรกีเป็นอากาศแบบภาคพื้นทวีปในพื้นที่ตอนในและแบบเมดิเตอร์เรเนียนตามชายฝั่งทะเลภาคใต้ หน้าร้อนอากาศร้อนและแห้งแล้ง ส่วนหน้าหนาวอากาศอบอุ่นและมีฝนตก เทือกเขาที่ตั้งอยู่ใกล้ชายฝั่งเป็นตัวกั้นทำให้ภูมิอากาศตอนกลางของประเทศเป็นแบบภาคพื้นทวีป ซึ่งมีความแตกต่างระหว่างฤดูอย่างเห็นได้ชัด ฤดูหนาวบริเวณที่ราบสูงตอนกลางหนาวมาก อาจมีหิมะปกคลุมนานถึง 4 เดือนต่อปี

ประชากร

ตุรกีมีประชากรทั้งหมดประมาณ 73.72 ล้านคน ส่วนใหญ่เป็นชาวเติร์ก (85%) และเคิร์ด (15%) นอกจากนั้นเป็นชนกลุ่มน้อยเชื้อสายลาซ เฮมซิน อาหรับ ยิว กรีก และอาร์เมเนีย


การเมืองการปกครอง

ตุรกีเป็นประเทศสาธารณรัฐที่แยกศาสนาออกจากการเมือง (secular state) มีการปกครองแบบรัฐสภา (republican parliamentary democracy) โดยมีประธานาธิบดีเป็นประมุขของประเทศ และมีนายกรัฐมนตรีซึ่งมาจากการแต่งตั้งของประธานาธิบดีเป็นหัวหน้าคณะรัฐบาล ประธานาธิบดีเป็นประมุขมาจากการเลือกตั้งของสภาแห่งชาติ ดำรงวาระตำแหน่งวาระละ 7 ปี สถาบันทางการเมืองนั้นมีสภาแห่งชาติเป็นสภาเดียว สมาชิกจำนวน 550 คน การเลือกตั้งสมาชิกสภาแห่งชาติมีขึ้นทุก 5 ปี

ภาษา

ภาษาเตอร์กิช เป็นภาษาราชการ ภาษาอื่นที่ใช้ในประเทศได้แก่ เคิร์ด (Kurdish) และอารบิก (Arabic)

ศาสนา

ร้อยละ 99 ของชาวตุรกีนับถือศาสนาอิสลาม ที่เหลือเป็นคริสต์นิกายกรีกออร์ทอดอกซ์ นิกายจอร์เจียนออร์ทอดอกซ์ นิกายโรมันคาทอลิก นิกายโปรเตสแตนต์ และยิว

สกุลเงิน

ลีราใหม่ (New Turkish Lira-TRY) อัตราแลกเปลี่ยน 1 ลีรา เท่ากับ 16.20 บาท (28 พฤษภาคม 2556)

ข้อมูลทั่วไปประเทศตุรกี

ภูมิประเทศและภูมิอากาศ

ประเทศตุรกี มีพื้นที่ทั้งหมด 783,562 ตารางกิโลเมตร (รวมทะเลสาบและเกาะ) ที่ตั้งส่วนหนึ่งอยู่ทางตะวันออกเฉียงใต้ของทวีปยุโรป อีกส่วนหนึ่งอยู่ในเอเชียตะวันตก ทิศเหนือติดทะเลดำ ทิศตะวันออกติดประเทศจอร์เจียและประเทศอาร์เมเนีย ทิศใต้ติดประเทศอิรักประเทศซีเรียและทะเลเมดิเตอร์เรเนียน ทิศตะวันตกเฉียงเหนือจดประเทศบัลแกเรียและประเทศกรีซ และมีกรุงอังการา (Ankara) เป็นเมืองหลวง

ตุรกีเป็นประเทศสองทวีปที่มีดินแดนอยู่ทั้งในทวีปเอเชียและทวีปยุโรป ในฝั่งเอเชียครอบคลุมบริเวณส่วนใหญ่ของคาบสมุทรอานาโตเลีย นับเป็นพื้นที่ร้อยละ 97 ของประเทศ และถูกแยกจากตุรกีฝั่งยุโรปด้วยช่องแคบบอสพอรัส ทะเลมาร์มะรา และช่องแคบดาร์ดะเนลส์ ในฝั่งยุโรปตั้งอยู่บนคาบสมุทรบอลข่าน มีพื้นที่คิดเป็นร้อยละ 3 ของทั้งประเทศ

ภูมิอากาศของตุรกีเป็นอากาศแบบภาคพื้นทวีปในพื้นที่ตอนในและแบบเมดิเตอร์เรเนียนตามชายฝั่งทะเลภาคใต้ หน้าร้อนอากาศร้อนและแห้งแล้ง ส่วนหน้าหนาวอากาศอบอุ่นและมีฝนตก เทือกเขาที่ตั้งอยู่ใกล้ชายฝั่งเป็นตัวกั้นทำให้ภูมิอากาศตอนกลางของประเทศเป็นแบบภาคพื้นทวีป ซึ่งมีความแตกต่างระหว่างฤดูอย่างเห็นได้ชัด ฤดูหนาวบริเวณที่ราบสูงตอนกลางหนาวมาก อาจมีหิมะปกคลุมนานถึง 4 เดือนต่อปี

ประชากร

ตุรกีมีประชากรทั้งหมดประมาณ 73.72 ล้านคน ส่วนใหญ่เป็นชาวเติร์ก (85%) และเคิร์ด (15%) นอกจากนั้นเป็นชนกลุ่มน้อยเชื้อสายลาซ เฮมซิน อาหรับ ยิว กรีก และอาร์เมเนีย


การเมืองการปกครอง

ตุรกีเป็นประเทศสาธารณรัฐที่แยกศาสนาออกจากการเมือง (secular state) มีการปกครองแบบรัฐสภา (republican parliamentary democracy) โดยมีประธานาธิบดีเป็นประมุขของประเทศ และมีนายกรัฐมนตรีซึ่งมาจากการแต่งตั้งของประธานาธิบดีเป็นหัวหน้าคณะรัฐบาล ประธานาธิบดีเป็นประมุขมาจากการเลือกตั้งของสภาแห่งชาติ ดำรงวาระตำแหน่งวาระละ 7 ปี สถาบันทางการเมืองนั้นมีสภาแห่งชาติเป็นสภาเดียว สมาชิกจำนวน 550 คน การเลือกตั้งสมาชิกสภาแห่งชาติมีขึ้นทุก 5 ปี

ภาษา

ภาษาเตอร์กิช เป็นภาษาราชการ ภาษาอื่นที่ใช้ในประเทศได้แก่ เคิร์ด (Kurdish) และอารบิก (Arabic)

ศาสนา

ร้อยละ 99 ของชาวตุรกีนับถือศาสนาอิสลาม ที่เหลือเป็นคริสต์นิกายกรีกออร์ทอดอกซ์ นิกายจอร์เจียนออร์ทอดอกซ์ นิกายโรมันคาทอลิก นิกายโปรเตสแตนต์ และยิว

สกุลเงิน

ลีราใหม่ (New Turkish Lira-TRY) อัตราแลกเปลี่ยน 1 ลีรา เท่ากับ 16.20 บาท (28 พฤษภาคม 2556)

ข้อมูลการค้า-การลงทุน

ตุรกีมีผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) อยู่ที่ 729.05 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ รายได้ประชาชาติต่อหัว 13,392 ดอลลาร์สหรัฐฯ อัตราการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจร้อยละ 7.8 ประเทศคู่ค้าที่สำคัญ ได้แก่ เยอรมนี สหราชอาณาจักร อิตาลี ฝรั่งเศส สเปน สหรัฐอเมริกา สหภาพยุโรป ตะวันออกกลาง CIS แอฟริกา รัสเซีย สินค้าส่งออกหลัก ได้แก่ เสื้อผ้าและสิ่งทอ ยานยนต์และอะไหล่ ผลิตภัณฑ์เหล็กที่ใช้ในอุตสาหกรรม เครื่องรับวิทยุและโทรทัศน์ อุปกรณ์สื่อสาร ส่วนสินค้านำเข้าหลัก ได้แก่ น้ำมันและก๊าซธรรมชาติ เครื่องจักร เคมีภัณฑ์ เป็นต้น

ตุรกีถือเป็นตลาดที่สำคัญของไทย โดยเฉพาะเป้าหมายการขยายตลาดอาหารฮาลาลไปสู่สหภาพยุโรป ในปัจจุบันตุรกีเป็นตลาดส่งออกลำดับที่ 28 ของไทยในตลาดโลก โดยการค้าของสองฝ่ายมีมูลค่า 39,602.9 ล้านบาท โดยไทยส่งออก 31,559 ล้านบาท นำเข้า 8,043.9 ล้านบาท และได้ดุลการค้า 23,515.1 ล้านบาท โดยสินค้าส่งออกที่สำคัญของไทยได้แก่ ยางพารา ด้าย เส้นใยประดิษฐ์ รถยนต์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ เครื่องปรับอากาศและส่วนประกอบ เครื่องรับวิทยุ โทรทัศน์และส่วนประกอบ อัญมณีและเครื่องประดับ สิ่งทออื่นๆ ผ้าผืน เหล็ก เหล็กกล้าและผลิตภัณฑ์

ทั้งนี้ไทยมีสินค้าเกษตรส่งออกที่สำคัญได้แก่ ยางพารา ข้าว ผลิตภัณฑ์มันสำปะหลัง ผักสดแช่เย็น แช่แข็ง และแห้ง ผลไม้สดแช่เย็น แช่แข็ง และแห้ง ปลามีชีวิต และพันธุ์ปลา กุ้งสดแช่เย็น แช่แข็ง และปลาหมึกสดแช่เย็น แช่แข็ง เป็นต้น ส่วนสินค้านำเข้าที่สำคัญคือ เหล็กและเหล็กกล้า เครื่องเพชรพลอย อัญมณี เงินแท่งและทองคำ ผ้าผืน เครื่องจักรใช้ในอุตสาหกรรม เคมีภัณฑ์ เส้นใยใช้ในการทอ กระดาษและผลิตภัณฑ์ ผลิตภัณฑ์ยาง เสื้อผ้า รองเท้าและผลิตภัณฑ์สิ่งทอ

ข้อมูลการค้า-การลงทุน

ตุรกีมีผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) อยู่ที่ 729.05 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ รายได้ประชาชาติต่อหัว 13,392 ดอลลาร์สหรัฐฯ อัตราการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจร้อยละ 7.8 ประเทศคู่ค้าที่สำคัญ ได้แก่ เยอรมนี สหราชอาณาจักร อิตาลี ฝรั่งเศส สเปน สหรัฐอเมริกา สหภาพยุโรป ตะวันออกกลาง CIS แอฟริกา รัสเซีย สินค้าส่งออกหลัก ได้แก่ เสื้อผ้าและสิ่งทอ ยานยนต์และอะไหล่ ผลิตภัณฑ์เหล็กที่ใช้ในอุตสาหกรรม เครื่องรับวิทยุและโทรทัศน์ อุปกรณ์สื่อสาร ส่วนสินค้านำเข้าหลัก ได้แก่ น้ำมันและก๊าซธรรมชาติ เครื่องจักร เคมีภัณฑ์ เป็นต้น

ตุรกีถือเป็นตลาดที่สำคัญของไทย โดยเฉพาะเป้าหมายการขยายตลาดอาหารฮาลาลไปสู่สหภาพยุโรป ในปัจจุบันตุรกีเป็นตลาดส่งออกลำดับที่ 28 ของไทยในตลาดโลก โดยการค้าของสองฝ่ายมีมูลค่า 39,602.9 ล้านบาท โดยไทยส่งออก 31,559 ล้านบาท นำเข้า 8,043.9 ล้านบาท และได้ดุลการค้า 23,515.1 ล้านบาท โดยสินค้าส่งออกที่สำคัญของไทยได้แก่ ยางพารา ด้าย เส้นใยประดิษฐ์ รถยนต์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ เครื่องปรับอากาศและส่วนประกอบ เครื่องรับวิทยุ โทรทัศน์และส่วนประกอบ อัญมณีและเครื่องประดับ สิ่งทออื่นๆ ผ้าผืน เหล็ก เหล็กกล้าและผลิตภัณฑ์

ทั้งนี้ไทยมีสินค้าเกษตรส่งออกที่สำคัญได้แก่ ยางพารา ข้าว ผลิตภัณฑ์มันสำปะหลัง ผักสดแช่เย็น แช่แข็ง และแห้ง ผลไม้สดแช่เย็น แช่แข็ง และแห้ง ปลามีชีวิต และพันธุ์ปลา กุ้งสดแช่เย็น แช่แข็ง และปลาหมึกสดแช่เย็น แช่แข็ง เป็นต้น ส่วนสินค้านำเข้าที่สำคัญคือ เหล็กและเหล็กกล้า เครื่องเพชรพลอย อัญมณี เงินแท่งและทองคำ ผ้าผืน เครื่องจักรใช้ในอุตสาหกรรม เคมีภัณฑ์ เส้นใยใช้ในการทอ กระดาษและผลิตภัณฑ์ ผลิตภัณฑ์ยาง เสื้อผ้า รองเท้าและผลิตภัณฑ์สิ่งทอ

กฎระเบียบการทำธุรกิจ

นับตั้งแต่ปี 2004 เป็นต้นมา รัฐบาลตุรกีได้ปรับปรุงกฎหมายที่เกียวข้องกับการค้าและการลงทุนให้มีความเป็นสากลและสอดคล้องกับกฎหมายของสหภาพยุโรป สรุปสาระสำคัญได้ดังนี้

  • แก้ไขปัญหาความล่าช้าของการอนุมัติ อนุญาตของหน่วยงานราชการ โดยการกำหนดกรอบระยะเวลาการปฏิบัติงานและจำนวนเอกสารที่ต้องรายงาน เช่น กำหนดให้สามารถจดทะเบียนจัดตั้งบริษัทใน 1 วัน กำหนดให้การพิจารณารายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อมให้เสร็จภายใน 33 วัน
  • สถานที่จัดตั้งบริษัท มีการปรับปรุงคุณภาพสาธารณูปโภคพื้นฐาน เช่น ถนน ไฟฟ้า ประปา สนามบิน ท่าเรือ ระบบโทรคมนาคม ฯลฯ
  • มีการคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญาอย่างเคร่งครัด
  • ปรับปรุงประสิทธิภาพการให้บริการนำเข้า ส่งออกของเจ้าหน้าที่ศุลกากร
  • พัฒนาฝีมือแรงงาน โดยการสนับสนุนให้สถาบันการศึกษาเร่งผลิตบุคลากรที่มีคุณภาพ และสนับสนุนให้บุคลากรที่มีคุณภาพทางการศึกษาสูงออกไปทำงานในต่างเมือง (ที่ไม่ใช่อิสตันบูลและอังการา) ให้มากขึ้น

นโยบายการส่งเสริมการลงทุน

ตุรกีเป็นอีกประเทศหนึ่งที่ให้ความสำคัญกับนโยบายส่งเสริมการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (Foreign Direct Investment: FDI) มาก โดยได้มีการแก้ไขกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการประกอบธุรกิจของคนต่างชาติ การร่วมลงทุน และได้พัฒนามาตรการส่งเสริมการลงทุนมาโดยตลอด ปัจจุบันมีบริษัทที่ร่วมลงทุนระหว่างชาวตุรกีกับต่างชาติประมาณ 17,756 บริษัท โดยประเทศที่เข้ามาลงทุนในตุรกีสูงสุดพิจารณาจากการเคลื่อนย้ายทุนสะสม (Cumulative Capital Inflow) ตั้งแต่ปี 1995-2004 คือ กลุ่มสหภาพยุโรป (เยอรมนี ฝรั่งเศส เนเธอร์แลนด์ สวิตเซอร์แลนด์ สหราชอาณาจักร และอิตาลี) สหรัฐอเมริกา ญี่ปุ่น ซาอุดิอาระเบีย และเกาหลีใต้

รัฐบาลตุรกีเปิดโอกาสให้นักลงทุนต่างชาติเข้าไปลงทุนเกือบทุกสาขาภายใต้เงื่อนไขการกำหนดสัดส่วนการถือหุ้นที่แตกต่างกันไป คือ

  • ธุรกิจการสื่อสารประเภทการกระจายเสียง หรือแพร่ภาพทางวิทยุโทรทัศน์ ต่างชาติถือหุ้นได้ไม่เกินร้อยละ 20
  • ธุรกิจการขนส่งทางอากาศ ทางทะเล และการสื่อสารโทรคมนาคม ต่างชาติถือหุ้นได้ไม่เกินร้อยละ 49
  • การลงทุนในธุรกิจบริการทางเงิน เช่น ธนาคาร ประกันภัย บริษัทเงินทุน บริษัทหลักทรัพย์ ฯลฯ ต้องได้รับอนุญาตจากรัฐบาลตุรกี
  • การลงทุนในธุรกิจปิโตรเลียม ต้องได้รับอนุญาตจากรัฐบาลตุรกี
  • การลงทุนในธุรกิจที่เป็นการแปรรูปรัฐวิสาหกิจ (Privatization of State-owned Enterprises) รัฐบาลตุรกีจะกำหนดเงื่อนไขพิเศษเป็นการเฉพาะกรณีและจะมีการประกาศให้ทราบเป็นครั้งๆ ไป

นโยบายการส่งเสริมการลงทุน

ตุรกีเป็นอีกประเทศหนึ่งที่ให้ความสำคัญกับนโยบายส่งเสริมการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (Foreign Direct Investment: FDI) มาก โดยได้มีการแก้ไขกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการประกอบธุรกิจของคนต่างชาติ การร่วมลงทุน และได้พัฒนามาตรการส่งเสริมการลงทุนมาโดยตลอด ปัจจุบันมีบริษัทที่ร่วมลงทุนระหว่างชาวตุรกีกับต่างชาติประมาณ 17,756 บริษัท โดยประเทศที่เข้ามาลงทุนในตุรกีสูงสุดพิจารณาจากการเคลื่อนย้ายทุนสะสม (Cumulative Capital Inflow) ตั้งแต่ปี 1995-2004 คือ กลุ่มสหภาพยุโรป (เยอรมนี ฝรั่งเศส เนเธอร์แลนด์ สวิตเซอร์แลนด์ สหราชอาณาจักร และอิตาลี) สหรัฐอเมริกา ญี่ปุ่น ซาอุดิอาระเบีย และเกาหลีใต้

รัฐบาลตุรกีเปิดโอกาสให้นักลงทุนต่างชาติเข้าไปลงทุนเกือบทุกสาขาภายใต้เงื่อนไขการกำหนดสัดส่วนการถือหุ้นที่แตกต่างกันไป คือ

  • ธุรกิจการสื่อสารประเภทการกระจายเสียง หรือแพร่ภาพทางวิทยุโทรทัศน์ ต่างชาติถือหุ้นได้ไม่เกินร้อยละ 20
  • ธุรกิจการขนส่งทางอากาศ ทางทะเล และการสื่อสารโทรคมนาคม ต่างชาติถือหุ้นได้ไม่เกินร้อยละ 49
  • การลงทุนในธุรกิจบริการทางเงิน เช่น ธนาคาร ประกันภัย บริษัทเงินทุน บริษัทหลักทรัพย์ ฯลฯ ต้องได้รับอนุญาตจากรัฐบาลตุรกี
  • การลงทุนในธุรกิจปิโตรเลียม ต้องได้รับอนุญาตจากรัฐบาลตุรกี
  • การลงทุนในธุรกิจที่เป็นการแปรรูปรัฐวิสาหกิจ (Privatization of State-owned Enterprises) รัฐบาลตุรกีจะกำหนดเงื่อนไขพิเศษเป็นการเฉพาะกรณีและจะมีการประกาศให้ทราบเป็นครั้งๆ ไป

สิทธิประโยชน์

สิทธิประโยชน์ที่ผู้ลงทุนได้รับตามกฎหมายส่งเสริมการลงทุนของตุรกี คือ

  1. สามารถถือหุ้นในบริษัทที่จัดตั้งในประเทศตุรกีได้ 100 เปอร์เซ็นต์ ยกเว้นกิจการที่กำหนดสัดส่วนการถือหุ้นของชาวต่างชาติ
  2. สิทธิในการโอนผลกำไรกลับประเทศ
  3. สิทธิประโยชน์ทางด้านภาษีและค่าธรรมเนียม ได้แก่ ได้รับยกเว้นภาษีนำเข้าเครื่องจักร และค่าธรรมเนียมการเคลื่อนย้ายเงินทุน
    • ได้รับยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่มสำหรับการซื้อเครื่องจักรและเครื่องมือต่างๆ ในประเทศ ทั้งเพื่อการผลิตในระยะยาวและระยะสั้น
    • กรณีการสร้างโครงสร้างพื้นฐานสำหรับการผลิตได้รับยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่มและภาษีการบริโภคพิเศษ (Special Consumption Tax) และได้รับการยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลหากบริษัทดำเนินกิจการในเขตนิคมอุตสาหกรรม Free Zone
    • ได้รับยกเว้นค่าธรรมเนียมการจัดตั้งบริษัท
    • ได้รับยกเว้นค่าธรรมเนียมการเพิ่มทุน
    ทั้งนี้ สิทธิประโยชน์ที่ผู้ลงทุนได้รับตามข้อ 3 จะแตกต่างกันไปขึ้นอยู่กับเขตส่งเสริมการลงทุน และสาขาอุตสาหกรรมที่ลงทุน
  4. ในกรณีของตุรกีและไทย มีความตกลงเพื่อยกเว้นการเก็บภาษีซ้อน (Agreement of the Avoidance of Double Taxation)

ประเด็นท้าทายในการทำธุรกิจ

แม้ว่ารัฐบาลตุรกีได้ปรับปรุงกฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้องเพื่อดึงดูดการลงทุนจากต่างประเทศ แต่ในสายตาของนักลงทุนต่างชาติแล้ว ยังมองว่าประเทศตุรกียังคงมีความเสียงและอุปสรรคบางประการ ได้แก่

- ปัญหาความสงบเรียบร้อยภายในประเทศ โดยยังคงมีความขัดแย้งภายในระหว่างรัฐบาลกับกลุ่มแบ่งแยกดินแดนชาวเคิร์ด ซึ่งกลุ่มดังกล่าวเลือกใช้วิธีการวางระเบิดก่อกวนเป็นระยะๆ ในเมืองใหญ่ๆ เพื่อเรียกร้องความสนใจหรือโต้ตอบรัฐบาล นอกจากนี้ตุรกียังเป็นประเทศเป้าหมายที่กลุ่มก่อการร้าย Terrorism เลือกใช้เป็นสถานที่ทำลายชีวิตและทรัพย์สินของชาติตะวันตกด้วย

- ปัญหาการทุจริตของนักการเมืองและข้าราชการ โดยมีการเรียกรับสินบนตลอดกระบวนการอนุมัติ อนุญาตดำเนินธุรกิจ แม้กระทั่งการขอใบอนุญาตทำงานหรือใบถิ่นที่อยู่

- ปัญหาการสื่อสารภาษาต่างประเทศ ประชาชนในวัยทำงานที่ไม่ได้อยู่ในเมืองใหญ่ๆ เช่น นครอิสตันบูล หรือกรุงอังการา พูดภาษาอังกฤษหรือภาษาอื่นๆ ได้น้อยมาก


    

สาระน่ารู้

  • สหภาพการค้าแห่งนอร์เวย์ (The Norwegian Confederation of Trade Unions (LO)) – เป็นองค์กรคนงานที่ใหญ่ที่สุดและมีอิทธิพลมากที่สุดในนอร์เวย์
  • One Galle Face is Colombo's first internationally developed integrated lifestyle destination that makes living, working, entertainment and hospitality possible all in one location. Hong Kong's leisure entity Shanri-La Hotels and Resorts foresees the completion of this project by 2018 with a hefty investment of over US$ 600 million. The twin towers will be used for residence, which consist of 50 floors each, 16 penthouses and 8 duplex and simplex units. The target market is expatriates, international investors and the expanding population of Sri Lanka.
  • Following the tremendous success of the Exhibition 2018 and the 36th Annual Sessions, which took place at the Bandaranaike Memorial International Conference Hall in Colombo from February 22 to 25 earlier this year, the SLIA is proud to prsent  the next edition in a superior manner.<br />
    <br />
    Save the date :February 20th to 24th, 2019
  • The Institution of Engineers, Sri Lanka is the successor to the ‘Engineering Association of Ceylon’, which was founded in 1906. In 1968, the Institution of Engineers, Sri Lanka was made an incorporated body of the government, by an Act of Parliament. The IESL being the Apex body for engineering professionals in Sri Lanka, having a membership of more than 20,000, is called upon to represent the profession at many national forums and contribute to national development. By virtue of agreements it has entered into with the International Engineers’ Alliance (IEA) for mutual recognition of competencies, members assessed to have such competencies by IESL are eligible to practice engineering in the member countries including Japan, Australia, United Kingdom, Singapore, Pakistan, India, USA, Canada and South Korea.<br />
    <br />
    IESL with the Vision to be among the leading professional institutions of engineering and technology in the world, has Missioned Techno Sri Lanka’s for “Bringing out and Unleashing the Country’s Multi – Disciplinary Engineering Talents, to Drive Sri Lanka into Technological Excellence for Revolutionary Uplifting of Peoples’ Living Conditions and Prosperity”. Engineers are driven by passion to look beyond the regular, push borders and create the impossible. This is also reflective of the fact that Engineers over centuries are really innovators, who think beyond the realm and invent solutions for mankind, ahead of their time. That’s what engineering is all about and it’s the reason Engineers will always be the ingenious inventors and imaginative innovators throughout time.<br />
    <br />
    The flagship event of IESL, Techno Sri Lanka, since its inception in 1985 has grown to be the largest and the only engineering and technology exhibition held annually in Colombo. Techno, living up to its standards, has provided the means for uplifting peoples’ living conditions and has become an ideal venue for industry professionals, business heads, technologists and keen public to come together on a single global platform.<br />
    <br />
    The world is changing; engineers are in the forefront of this change. Expectations are very high in today’s society. However, the Planet’s resources are fast depleting and engineers have to be smart and innovative to achieve high goals with very low resource consumption. Technology should reach the masses and make them do things differently, as doing ‘business as usual’ will not leave a healthy planet for our children and grandchildren. We need ‘sustainable technologies’ that will revolutionize the day-to-day activities, such as mobile technology, nanotechnology, household solar PV technology and perhaps other inventions and breakthroughs to satisfy the society’s expectations and still not be blamed by our future generations for not leaving them a livable Planet Earth.<br />
    <br />
    Considering these facts, Techno Sri Lanka has redefined its Theme for the year 2018, aiming to fulfill the expectations of all stakeholders.
  • 01. - 03. November 2018 | Trade fair for hotels, hospitality, tourism and food businesses<br />
    <br />
    The Hotel, Hospitality & Food Asia in Sri Lanka has been designed by the dynamic development of the hotel and catering industry and the tourism and food companies to take account of South Asia. She is a specifically targeted at this sector business-to-business event. This exhibition is communication and information platform in the industry and provides the exhibiting companies the opportunity to present to an audience of experts here. Visitors can find information here thoroughly and comprehensively about the latest developments, trends, products and services in various fields. HHF Sri Lanka is the leading marketplace for regional networking and distribution, as well as a new basis for the procurement of products. The program will be held a culinary competition and other live features.<br />
    <br />
    The Hotel Hospitality & Food Asia will take place on 3 days from Thursday, 01. November to Saturday, 03. November 2018 in Colombo.
  • Infotel theme will be Towards a Digital Economy, is aligning with national priorities of enhancing the digital infrastructure of the country for facilitating a digitally empowered ecosystem while improving the Citizens’ engagement in a digital society.




เอกสารอ้างอิง