ไต้หวัน

ไต้หวัน เป็นที่รู้จักไปทั่วโลกว่าประสบความสำเร็จทางเศรษฐกิจ โดยเฉพาะสินค้าที่ได้รับตราประทับ " Made in Taiwan " นั้นสร้างภาพลักษณ์ให้ไต้หวันเป็นเกาะแห่งการอุตสาหกรรมในสายตาของชาวโลก มิใช่เพียงเกาะที่เป็นจุดหมายปลายทางแห่งการท่องเที่ยว ซึ่งในความเป็นจริงแล้วไต้หวันเป็นเกาะที่งดงามไปด้วยแหล่งท่องเที่ยวด้านทัศนียภาพและวัฒนธรรมอันหลากหลายมากมาย อีกทั้งยังเป็นแหล่งลงทุนและการค้าที่สำคัญของภูมิภาคที่น่าจับตามองอย่างยิ่งอีกด้วย

ข้อมูลทั่วไป

ภูมิประเทศและภูมิอากาศ

เกาะไต้หวัน ตั้งอยู่ระหว่างทะเลจีนใต้ห่างจากจีนแผ่นดินใหญ่ประมาณ 160 กิโลเมตร ประกอบด้วยเกาะหลักๆ ได้แก่ เกาะไต้หวัน หมู่เกาะเผิงหู (Penghu) จินเหมิน (Kinmen) และหมาจู่ (Matsu) และเกาะเล็กอื่นๆ อีกจำนวนหนึ่ง ลักษณะเป็นเกาะทอดยาวจากเหนือสู่ใต้โดยมีแนวเขาอยู่ที่ส่วนกลางของเกาะ จัดอยู่ในเขตภูเขาไฟและแผ่นดินไหว ครอบคลุมพื้นที่ทั้งหมด 36,000 ตารางกิโลเมตร ทางเหนือติดกับเมืองโอกินาวา ประเทศญี่ปุ่น ทางใต้กับประเทศฟิลิปปินส์

ไต้หวันมีสภาพอากาศค่อนแปรปรวน อุณหภูมิเฉลี่ยทั้งปีอยู่ที่ 22 องศาเซลเซียส เนื่องจากภูมิประเทศ เป็นเกาะในเขตร้อน ทำให้ค่อนข้างร้อนแต่แดดไม่จัดมากนัก ประกอบกับการที่ถูกล้อมรอบด้วยมหาสมุทรแปซิฟิกทำให้มีอากาศแบบชื้น ช่วงฤดูใบผลิและหนาวอากาศแปรปรวนมาก อุณหภูมิต่ำสุดอยู่ในช่วง 12-17 องศาเซลเซียส

ประชากร

ประชากร 23.2 ล้านคน เป็นชาวไต้หวัน (รวมทั้งจีนฮกเกี้ยน) 84% ชาวจีนแผ่นดินใหญ่ 4.5% และชนพื้นเมือง 2%

การเมืองการปกครอง

ปกครองระบอบสาธารณรัฐ เป็นประชาธิบไตยแบบหลายพรรคการเมือง (Multiparty Democracy) โดยรัฐธรรมนูญไต้หวันได้จัดแบ่งอำนาจอธิปไตยออกเป็น 5 สภา ได้แก่ สภาบริหาร (The Executive Yuan) สภานิติบัญญัติ (The Legislative Yuan) สภาตุลาการ (The Judicial Yuan) สภาตรวจสอบและคัดเลือก (The Examination Yuan) และสภาควบคุม (The Control Yuan) เป็นส่วนของการบริหารประเทศสูงสุด

เกาะไต้หวันใช้ระบบประมวลกฎหมาย (กฎหมายลายลักษณ์อักษร) ไม่ยอมรับเขตอำนาจโดยบังคับของศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ (ICJ) ประธานาธิบดีมาจากการเลือกตั้งโดยตรง มีวาระการดำรงตำแหน่งคราวละ 4 ปี และดำรงตำแหน่งได้ไม่เกิน 2 สมัย อำนาจพิเศษของประธานาธิบดีรวมถึงการแต่งตั้งและถอดถอนข้าราชการของสภาควบคุม และสภาตุลาการ (The Control and Judicial Yuans) แก้ปัญหาความขัดแย้งระหว่างอำนาจในการบริหารสภา (inter-Yuan) และการใช้อำนาจในสภาวการณ์ฉุกเฉิน นอกจากนั้นประธานาธิบดียังเป็นประธานของสภาความมั่นคงแห่งชาติโดยตำแหน่งด้วย

ภาษา

ใช้ภาษาจีนกลาง (Mandarin) เป็นภาษาราชการ โดยมีภาษาฮกเกี้ยน (หมิ่นหนาน) เป็นภาษาท้องถิ่นที่ใช้ทั่วไปคู่กับจีนกลาง ข้าราชการระดับสูงทั่วไปสามารถใช้ภาษาอังกฤษได้

ศาสนา

ชาวไต้หวันส่วนใหญ่นับถือศาสนาพุทธมหายาน ขงจื้อ เต๋า ประมาณ 93% คริสต์ 4.5% และอื่นๆ 2.5%

สกุลเงิน

ดอลลาร์ไต้หวัน (NT$) โดย US$ 1 ประมาณ NT$ 29.92 (2556)

ข้อมูลทั่วไปประเทศไต้หวัน

ภูมิประเทศและภูมิอากาศ

เกาะไต้หวัน ตั้งอยู่ระหว่างทะเลจีนใต้ห่างจากจีนแผ่นดินใหญ่ประมาณ 160 กิโลเมตร ประกอบด้วยเกาะหลักๆ ได้แก่ เกาะไต้หวัน หมู่เกาะเผิงหู (Penghu) จินเหมิน (Kinmen) และหมาจู่ (Matsu) และเกาะเล็กอื่นๆ อีกจำนวนหนึ่ง ลักษณะเป็นเกาะทอดยาวจากเหนือสู่ใต้โดยมีแนวเขาอยู่ที่ส่วนกลางของเกาะ จัดอยู่ในเขตภูเขาไฟและแผ่นดินไหว ครอบคลุมพื้นที่ทั้งหมด 36,000 ตารางกิโลเมตร ทางเหนือติดกับเมืองโอกินาวา ประเทศญี่ปุ่น ทางใต้กับประเทศฟิลิปปินส์

ไต้หวันมีสภาพอากาศค่อนแปรปรวน อุณหภูมิเฉลี่ยทั้งปีอยู่ที่ 22 องศาเซลเซียส เนื่องจากภูมิประเทศ เป็นเกาะในเขตร้อน ทำให้ค่อนข้างร้อนแต่แดดไม่จัดมากนัก ประกอบกับการที่ถูกล้อมรอบด้วยมหาสมุทรแปซิฟิกทำให้มีอากาศแบบชื้น ช่วงฤดูใบผลิและหนาวอากาศแปรปรวนมาก อุณหภูมิต่ำสุดอยู่ในช่วง 12-17 องศาเซลเซียส

ประชากร

ประชากร 23.2 ล้านคน เป็นชาวไต้หวัน (รวมทั้งจีนฮกเกี้ยน) 84% ชาวจีนแผ่นดินใหญ่ 4.5% และชนพื้นเมือง 2%

การเมืองการปกครอง

ปกครองระบอบสาธารณรัฐ เป็นประชาธิบไตยแบบหลายพรรคการเมือง (Multiparty Democracy) โดยรัฐธรรมนูญไต้หวันได้จัดแบ่งอำนาจอธิปไตยออกเป็น 5 สภา ได้แก่ สภาบริหาร (The Executive Yuan) สภานิติบัญญัติ (The Legislative Yuan) สภาตุลาการ (The Judicial Yuan) สภาตรวจสอบและคัดเลือก (The Examination Yuan) และสภาควบคุม (The Control Yuan) เป็นส่วนของการบริหารประเทศสูงสุด

เกาะไต้หวันใช้ระบบประมวลกฎหมาย (กฎหมายลายลักษณ์อักษร) ไม่ยอมรับเขตอำนาจโดยบังคับของศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ (ICJ) ประธานาธิบดีมาจากการเลือกตั้งโดยตรง มีวาระการดำรงตำแหน่งคราวละ 4 ปี และดำรงตำแหน่งได้ไม่เกิน 2 สมัย อำนาจพิเศษของประธานาธิบดีรวมถึงการแต่งตั้งและถอดถอนข้าราชการของสภาควบคุม และสภาตุลาการ (The Control and Judicial Yuans) แก้ปัญหาความขัดแย้งระหว่างอำนาจในการบริหารสภา (inter-Yuan) และการใช้อำนาจในสภาวการณ์ฉุกเฉิน นอกจากนั้นประธานาธิบดียังเป็นประธานของสภาความมั่นคงแห่งชาติโดยตำแหน่งด้วย

ภาษา

ใช้ภาษาจีนกลาง (Mandarin) เป็นภาษาราชการ โดยมีภาษาฮกเกี้ยน (หมิ่นหนาน) เป็นภาษาท้องถิ่นที่ใช้ทั่วไปคู่กับจีนกลาง ข้าราชการระดับสูงทั่วไปสามารถใช้ภาษาอังกฤษได้

ศาสนา

ชาวไต้หวันส่วนใหญ่นับถือศาสนาพุทธมหายาน ขงจื้อ เต๋า ประมาณ 93% คริสต์ 4.5% และอื่นๆ 2.5%

สกุลเงิน

ดอลลาร์ไต้หวัน (NT$) โดย US$ 1 ประมาณ NT$ 29.92 (2556)

ข้อมูลการค้า-การลงทุน

ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในไต้หวันอยู่ที่ 474 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ มีรายได้ประชาชาติต่อหัวประมาณ 20,374 ดอลลาร์สหรัฐฯ การขยายตัวทางเศรษฐกิจอยู่ที่ร้อยละ 1.3

สินค้านำเข้าที่สำคัญ ได้แก่ แผงวงจรไฟฟ้า เคมีภัณฑ์ เครื่องจักรกลและชิ้นส่วน แร่เหล็กและเหล็กเส้น เครื่องจักรไฟฟ้าและชิ้นส่วน โดยสินค้าส่งออกที่สำคัญคือ แผงวงจรไฟฟ้า เคมีภัณฑ์ โพลิเมอร์ ยางพารา เหล็กโลหะ และอุปกรณ์ที่ทำจากเหล็กโลหะ

ไต้หวันนั้นมีพื้นฐานทางเศรษฐกิจที่เข้มแข็งและมีบรรยากาศการลงทุนที่ดี ต่อทั้งสำหรับการลงทุนจากในและต่างประเทศ มีความเสี่ยงด้านการลงทุนต่ำที่สุดเหมาะแก่การลงทุน โดยไต้หวันได้รับการจัดอันดับให้เป็นประเทศที่น่าลงทุนอันดับที่ 6 ของโลก ถือเป็นอันดับ 3 ในเอเชียรองจากสิงคโปร์และญี่ปุ่น

แต่ผลกระทบจากวิกฤติเศรษฐกิจโลกส่งผลให้ในปี 2009 ไต้หวันต้องประสบกับภาวะเศรษฐกิจตกต่ำทั้งจากปัจจัยภายนอกและภายใน เนื่องจากกำลังซื้อของประเทศคู่ค้าที่ลดลดมูลค่าการส่งออกที่หดตัวอย่างมาก รวมถึงการลงทุนและการบริโภคที่ลดลงของนักธุรกิจในประเทศ ส่งผลให้เศรษฐกิจโดยรวมของประเทศต้องเผชิญหน้ากับภาวะถดถอยรุนแรงที่สุดในรอบ 60 ปี

ไต้หวันเป็นคู่ค้าสำคัญอันดับต้นๆ ของไทย โดยการค้ารวมไทย-ไต้หวันในปี 2009 มีมูลค่า 7.077 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ โดยไทยส่งออกไปไต้หวัน 2.25 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ขณะที่ไทยนำเข้าจากไต้หวัน 4.82 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ และไต้หวันได้ดุลการค้ารวม 2.57 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ

สินค้าส่งออกของไทยไปไต้หวัน 5 อันดับแรก ได้แก่ แผงวงจรไฟฟ้า อุปกรณ์ประมวลข้อมูลอัตโนมัติ เคมีภัณฑ์ น้ำตาล มันสำปะหลัง ขณะที่สินค้าที่ไทยนำเข้าจากไต้หวัน 5 อันดับแรก ได้แก่ แผงวงจรไฟฟ้า เคมีภัณฑ์ เครื่องจักรกลและชิ้นส่วน แร่เหล็กและเหล็กเส้น เครื่องจักรไฟฟ้าและชิ้นส่วน

นอกจากนี้ไต้หวันยังเป็นตลาดแรงงานสำคัญอันดับต้น ๆ ของไทย โดยในปี 2009 มีแรงงานไทยที่ประกอบอาชีพในไต้หวันประมาณ 66,000 คน ซึ่งส่วนใหญ่เป็นแรงงานด้านการก่อสร้าง

ข้อมูลการค้า-การลงทุน

ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในไต้หวันอยู่ที่ 474 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ มีรายได้ประชาชาติต่อหัวประมาณ 20,374 ดอลลาร์สหรัฐฯ การขยายตัวทางเศรษฐกิจอยู่ที่ร้อยละ 1.3

สินค้านำเข้าที่สำคัญ ได้แก่ แผงวงจรไฟฟ้า เคมีภัณฑ์ เครื่องจักรกลและชิ้นส่วน แร่เหล็กและเหล็กเส้น เครื่องจักรไฟฟ้าและชิ้นส่วน โดยสินค้าส่งออกที่สำคัญคือ แผงวงจรไฟฟ้า เคมีภัณฑ์ โพลิเมอร์ ยางพารา เหล็กโลหะ และอุปกรณ์ที่ทำจากเหล็กโลหะ

ไต้หวันนั้นมีพื้นฐานทางเศรษฐกิจที่เข้มแข็งและมีบรรยากาศการลงทุนที่ดี ต่อทั้งสำหรับการลงทุนจากในและต่างประเทศ มีความเสี่ยงด้านการลงทุนต่ำที่สุดเหมาะแก่การลงทุน โดยไต้หวันได้รับการจัดอันดับให้เป็นประเทศที่น่าลงทุนอันดับที่ 6 ของโลก ถือเป็นอันดับ 3 ในเอเชียรองจากสิงคโปร์และญี่ปุ่น

แต่ผลกระทบจากวิกฤติเศรษฐกิจโลกส่งผลให้ในปี 2009 ไต้หวันต้องประสบกับภาวะเศรษฐกิจตกต่ำทั้งจากปัจจัยภายนอกและภายใน เนื่องจากกำลังซื้อของประเทศคู่ค้าที่ลดลดมูลค่าการส่งออกที่หดตัวอย่างมาก รวมถึงการลงทุนและการบริโภคที่ลดลงของนักธุรกิจในประเทศ ส่งผลให้เศรษฐกิจโดยรวมของประเทศต้องเผชิญหน้ากับภาวะถดถอยรุนแรงที่สุดในรอบ 60 ปี

ไต้หวันเป็นคู่ค้าสำคัญอันดับต้นๆ ของไทย โดยการค้ารวมไทย-ไต้หวันในปี 2009 มีมูลค่า 7.077 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ โดยไทยส่งออกไปไต้หวัน 2.25 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ขณะที่ไทยนำเข้าจากไต้หวัน 4.82 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ และไต้หวันได้ดุลการค้ารวม 2.57 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ

สินค้าส่งออกของไทยไปไต้หวัน 5 อันดับแรก ได้แก่ แผงวงจรไฟฟ้า อุปกรณ์ประมวลข้อมูลอัตโนมัติ เคมีภัณฑ์ น้ำตาล มันสำปะหลัง ขณะที่สินค้าที่ไทยนำเข้าจากไต้หวัน 5 อันดับแรก ได้แก่ แผงวงจรไฟฟ้า เคมีภัณฑ์ เครื่องจักรกลและชิ้นส่วน แร่เหล็กและเหล็กเส้น เครื่องจักรไฟฟ้าและชิ้นส่วน

นอกจากนี้ไต้หวันยังเป็นตลาดแรงงานสำคัญอันดับต้น ๆ ของไทย โดยในปี 2009 มีแรงงานไทยที่ประกอบอาชีพในไต้หวันประมาณ 66,000 คน ซึ่งส่วนใหญ่เป็นแรงงานด้านการก่อสร้าง

กฎระเบียบการทำธุรกิจ

การก่อตั้งกิจการในไต้หวัน

- บริษัท ชาวต่างชาติส่วนใหญ่เลือกก่อตั้งบริษัทเพื่อดำเนินธุรกิจในไต้หวันรูปของ Limited company หรือ Company limited by shares โดยเป็นไปตามกฎหมายควบคุมบริษัทและบทญัญญัติว่าด้วยการลงทุนของชาวต่างชาติ ซึ่งนักลงทุนต่างชาติสามารถลงทุนในรูปของเงินทุน เครื่องจักรและอุปกรณ์ วัตถุดิบ สิทธิบัตร เครื่องหมายการค้า ลิขสิทธิ์ ทรัพย์สินทางปัญญา หรือความเชี่ยวชาญทางเทคนิคอื่นๆ ในบริษัทใหม่หรือบริษัทที่ดำเนินธุรกิจอยู่แล้ว

- สำนักงานสาขา บริษัทต่างชาติสามารถดำเนินธุรกิจโดยก่อตั้งสำนักงานสาขา โดยกฎหมายควบคุมบริษัทรับรองสิทธิและข้อผูกพันเสมือนเป็นบริษัทภายในของไต้หวัน ทั้งนี้ ผู้จัดการสาขาจะเป็นผู้รับผิดชอบสำนักงานสาขา โดยต้องทำเรื่องขอรับการรับรองหัวหน้าสำนักงานจากกระทรวงเศรษฐการไต้หวัน

สำนักงานสาขาได้รับประโยชน์ทางภาษีเหนือบริษัทลูกของบริษัทต่างชาติ คือ ผลกำไรที่หักภาษีแล้วไม่เสียภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย ค่าใช้จ่ายทั่วไปและในด้านอำนวยการที่จัดสรรให้หัวหน้าสำนักงานไม่เสียภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย และไม่มีการจัดเก็บภาษีเพิ่มจากรายรับที่จัดสรรไว้

- ไต้หวันเปิดกว้างให้มีการลงทุนจากต่างชาติได้ในหลากหลายอุตสาหกรรม ยกเว้นในกรณีที่มีเงินทุนที่มาจากประเทศจีน หรือเป็นอุตสาหกรรมที่เป็นอันตรายต่อความมั่นคง นอกเหนือจากนี้นักลงทุนต่างชาติสามารถดำเนินธุรกิจได้เท่าเทียมกับผู้ประกอบการไต้หวัน

การจดทะเบียนจัดตั้งบริษัทที่ลงทุนโดยชาวต่างชาตินั้น จะต้องขออนุมัติต่อสำนักงานพิจารณาการลงทุน กระทรวงเศรษฐการ (Investment Commission, MOEA) เมื่อผ่านการอนุมัติจากสำนักงานพิจารณาการลงทุนแล้ว จึงไปดำเนินการจดทะเบียนจัดตั้งบริษัทกับ Department of Business Management ซึ่งประจำอยู่ตามที่ทำการเขตในเมืองต่างๆ ในท้องที่ซึ่งบริษัทตั้งอยู่ โดยธุรกิจที่ไม่ได้อยู่ในบัญชีรายชื่อธุรกิจต้องห้ามสำหรับชาวต่างชาติ (Negative List for Investment by Overseas Chinese and Foreign Nationals) นักลงทุนชาวต่างชาติคนเดียวหรือหลายคนสามารถถือหุ้นได้มากที่สุดร้อยละ 100

กฎระเบียบการทำธุรกิจ

การก่อตั้งกิจการในไต้หวัน

- บริษัท ชาวต่างชาติส่วนใหญ่เลือกก่อตั้งบริษัทเพื่อดำเนินธุรกิจในไต้หวันรูปของ Limited company หรือ Company limited by shares โดยเป็นไปตามกฎหมายควบคุมบริษัทและบทญัญญัติว่าด้วยการลงทุนของชาวต่างชาติ ซึ่งนักลงทุนต่างชาติสามารถลงทุนในรูปของเงินทุน เครื่องจักรและอุปกรณ์ วัตถุดิบ สิทธิบัตร เครื่องหมายการค้า ลิขสิทธิ์ ทรัพย์สินทางปัญญา หรือความเชี่ยวชาญทางเทคนิคอื่นๆ ในบริษัทใหม่หรือบริษัทที่ดำเนินธุรกิจอยู่แล้ว

- สำนักงานสาขา บริษัทต่างชาติสามารถดำเนินธุรกิจโดยก่อตั้งสำนักงานสาขา โดยกฎหมายควบคุมบริษัทรับรองสิทธิและข้อผูกพันเสมือนเป็นบริษัทภายในของไต้หวัน ทั้งนี้ ผู้จัดการสาขาจะเป็นผู้รับผิดชอบสำนักงานสาขา โดยต้องทำเรื่องขอรับการรับรองหัวหน้าสำนักงานจากกระทรวงเศรษฐการไต้หวัน

สำนักงานสาขาได้รับประโยชน์ทางภาษีเหนือบริษัทลูกของบริษัทต่างชาติ คือ ผลกำไรที่หักภาษีแล้วไม่เสียภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย ค่าใช้จ่ายทั่วไปและในด้านอำนวยการที่จัดสรรให้หัวหน้าสำนักงานไม่เสียภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย และไม่มีการจัดเก็บภาษีเพิ่มจากรายรับที่จัดสรรไว้

- ไต้หวันเปิดกว้างให้มีการลงทุนจากต่างชาติได้ในหลากหลายอุตสาหกรรม ยกเว้นในกรณีที่มีเงินทุนที่มาจากประเทศจีน หรือเป็นอุตสาหกรรมที่เป็นอันตรายต่อความมั่นคง นอกเหนือจากนี้นักลงทุนต่างชาติสามารถดำเนินธุรกิจได้เท่าเทียมกับผู้ประกอบการไต้หวัน

การจดทะเบียนจัดตั้งบริษัทที่ลงทุนโดยชาวต่างชาตินั้น จะต้องขออนุมัติต่อสำนักงานพิจารณาการลงทุน กระทรวงเศรษฐการ (Investment Commission, MOEA) เมื่อผ่านการอนุมัติจากสำนักงานพิจารณาการลงทุนแล้ว จึงไปดำเนินการจดทะเบียนจัดตั้งบริษัทกับ Department of Business Management ซึ่งประจำอยู่ตามที่ทำการเขตในเมืองต่างๆ ในท้องที่ซึ่งบริษัทตั้งอยู่ โดยธุรกิจที่ไม่ได้อยู่ในบัญชีรายชื่อธุรกิจต้องห้ามสำหรับชาวต่างชาติ (Negative List for Investment by Overseas Chinese and Foreign Nationals) นักลงทุนชาวต่างชาติคนเดียวหรือหลายคนสามารถถือหุ้นได้มากที่สุดร้อยละ 100

นโยบายการส่งเสริมการลงทุน

มาตรการจูงใจด้านภาษีเพื่อส่งเสริมการลงทุน

1. การลดหย่อนภาษีสำหรับการวิจัยและพัฒนา และการอบรมเพื่อพัฒนาบุคลากร โดยบริษัทสามารถหักลดภาษีด้วยการลงทุนถึงร้อยละ 35 ของมูลค่าการลงทุนเพื่อการวิจัยและพัฒนา และการอบรมเพื่อพัฒนาบุคลากรจากภาษีรายได้ของบริษัทเป็นระยะเวลา 5 ปีนับตั้งแต่ที่ได้มีการลงทุนในด้านดังกล่าว บริษัทสามารถหักค่าใช้จ่ายถึงร้อยละ 50 ของมูลค่าการลงทุนเพื่อการวิจัยและพัฒนา และการอบรมเพื่อพัฒนาบุคลากรที่สูงกว่ามูลค่าการลงทุนเฉลี่ยใน 2 ปีหลังสุดในด้านดังกล่าว สำหรับภาษีรายได้ของบริษัท อย่างไรก็ตาม การหักลดค่าใช้จ่ายสำหรับภาษีประเภทดังกล่าวไม่อาจเกินร้อยละ 50 สำหรับภาษีรายได้จากกำไรของบริษัทในปีนั้นๆ

2. การลดหย่อนภาษีสำหรับการจัดซื้อเครื่องจักรและเทคโนโลยีใหม่ บริษัทสามารถลดหย่อนภาษีได้ระหว่างร้อยละ 5-20 ของมูลค่าการลงทุนในด้านต่างๆ จากภาษีรายได้ของบริษัท

3. การยกเว้นภาษีสำหรับผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมสำคัญหรืออุตสาหกรรมยุทธศาสตร์ จะยกเว้นภาษีรายได้จากกำไรของบริษัทเป็นระยะเวลา 5 ปีสำหรับบริษัทที่อยู่ในอุตสาหกรรมสำคัญหรืออุตสาหกรรมยุทธศาสตร์ของไต้หวัน ตามที่กำหนดโดยประกาศของกระทรวงเศรษฐการไต้หวัน

4. การยกเว้นภาษีรายได้สำหรับการซื้อหุ้นเพื่อแลกกับการส่งมอบเทคโนโลยี หากผู้ลงทุนต่างชาติเข้าถือครองหุ้นบริษัทไต้หวันด้วยวิธีการส่งมอบเทคโนโลยีในสัดส่วนเกินกว่าร้อยละ 20

5. การลดหย่อนภาษีรายได้สำหรับ Options ครองหุ้น ซึ่งแลกเปลี่ยนกับการส่งมอบเทคโนโลยี เทคโนโลยีบริษัทไต้หวันสามารถออก Options สำหรับการถือครองหุ้นให้กับผู้ลงทุนต่างชาติที่เป็นผู้มอบสิทธิบัตรหรือพิเศษได้ในกรณีที่ผู้ลงทุนประสงค์ที่จะเข้าถือครองหุ้นดังกล่าว ทั้งนี้ อัตราภาษีสำหรับ Options หุ้นจะเท่ากับส่วนต่างของราคาหุ้นในปัจจุบันกับราคาหุ้น ณ เวลาที่ออก Options สำหรับการถือครองหุ้น โดยจะคำนวณอัตราที่ต้องเสียภาษีหลังจากหักค่าใช้จ่ายตามมูลค่าของสิทธิบัตรและเทคโนโลยีที่ได้ส่งมอบแล้ว

6. มาตรการยกเว้นภาษีสำหรับการส่งมอบเทคโนโลยีในอุตสาหกรรมเทคโนโลยีชีวภาพและเวชภัณฑ์ใหม่ผู้ลงทุนในอุตสาหกรรมดังกล่าวจะต้องเสียภาษี ของกำไรจากหุ้นโดยคำนวณจากราคาที่ผู้ลงทุนได้ถือครองหุ้นแล้ว ไม่ใช่ราคาในระยะเวลาที่ได้เข้าซื้อหุ้น

7. บริษัทที่ตั้งสำนักงานใหญ่ในไต้หวันและเป็นการลงทุนที่สามารถสร้างประโยชน์ให้กับเศรษฐการไต้หวันจะได้รับการยกเว้นจากภาษีรายได้ของบริษัทในส่วนที่เกี่ยวข้องกับการบริหารเทคโนโลยีและการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยี เช่น รายได้จากลิขสิทธิ์ กำไรจากการลงทุน และรายได้จากการขายทรัพย์สิน

8. การยกเว้นภาษีรายได้จากการจัดตั้งศูนย์กระจายสินค้าและขนส่งสินค้าในไต้หวันผู้ลงทุนต่างชาติที่จัดตั้งบริษัทในไต้หวัน เพื่อวัตถุประสงค์ของการกระจายสินค้าและการขนส่งระหว่างประเทศจะได้รับการยกเว้นภาษีรายได้จากการดำเนินงานในส่วนดังกล่าว

9. การยกเว้นภาษีรายได้จากการขายสิทธิบัตรบริษัทต่างชาติจะได้รับการยกเว้นภาษีรายได้จากการขายสิทธิบัตรให้กับบริษัทไต้หวัน โดยต้องได้รับอนุมัติจากสำนักงานพัฒนาอุตสาหกรรม กระทรวงเศรษฐการไต้หวันก่อน

มาตรการจูงใจที่มิใช่มาตรการทางภาษี

1. การส่งเสริมการวิจัยและพัฒนารัฐบาลไต้หวันสามารถจะให้เงินสนับสนุนได้ถึงสัดส่วนร้อยละ 40 ของมูลค่าค่าใช้จ่ายในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ชนิดใหม่ รัฐบาลไต้หวันสามารถจะให้เงินสนับสนุนได้ถึงสัดส่วนร้อยละ 50 ของมูลค่าค่าใช้จ่ายสำหรับการวิจัยและพัฒนาสำหรับบริษัทที่มีศักยภาพในด้านดังกล่าว

2. สินเชื่ออัตราดอกเบี้ยต่ำ และบริษัทที่ได้รับอนุมัติการส่งเสริมการลงทุนจะได้รับการยกเว้นค่าเช่าในนิคม อุตสาหกรรมเป็นระยะเวลา 2 ปี และจ่ายค่าเช่าเพียงร้อยละ 60 ของค่าเช่าจริงในปีที่ 3-4 และร้อยละ 80 ในปีที่ 5-6 โดยจะจ่ายค่าเช่าเต็มในปีที่ 6

นโยบายการส่งเสริมการลงทุน

มาตรการจูงใจด้านภาษีเพื่อส่งเสริมการลงทุน

1. การลดหย่อนภาษีสำหรับการวิจัยและพัฒนา และการอบรมเพื่อพัฒนาบุคลากร โดยบริษัทสามารถหักลดภาษีด้วยการลงทุนถึงร้อยละ 35 ของมูลค่าการลงทุนเพื่อการวิจัยและพัฒนา และการอบรมเพื่อพัฒนาบุคลากรจากภาษีรายได้ของบริษัทเป็นระยะเวลา 5 ปีนับตั้งแต่ที่ได้มีการลงทุนในด้านดังกล่าว บริษัทสามารถหักค่าใช้จ่ายถึงร้อยละ 50 ของมูลค่าการลงทุนเพื่อการวิจัยและพัฒนา และการอบรมเพื่อพัฒนาบุคลากรที่สูงกว่ามูลค่าการลงทุนเฉลี่ยใน 2 ปีหลังสุดในด้านดังกล่าว สำหรับภาษีรายได้ของบริษัท อย่างไรก็ตาม การหักลดค่าใช้จ่ายสำหรับภาษีประเภทดังกล่าวไม่อาจเกินร้อยละ 50 สำหรับภาษีรายได้จากกำไรของบริษัทในปีนั้นๆ

2. การลดหย่อนภาษีสำหรับการจัดซื้อเครื่องจักรและเทคโนโลยีใหม่ บริษัทสามารถลดหย่อนภาษีได้ระหว่างร้อยละ 5-20 ของมูลค่าการลงทุนในด้านต่างๆ จากภาษีรายได้ของบริษัท

3. การยกเว้นภาษีสำหรับผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมสำคัญหรืออุตสาหกรรมยุทธศาสตร์ จะยกเว้นภาษีรายได้จากกำไรของบริษัทเป็นระยะเวลา 5 ปีสำหรับบริษัทที่อยู่ในอุตสาหกรรมสำคัญหรืออุตสาหกรรมยุทธศาสตร์ของไต้หวัน ตามที่กำหนดโดยประกาศของกระทรวงเศรษฐการไต้หวัน

4. การยกเว้นภาษีรายได้สำหรับการซื้อหุ้นเพื่อแลกกับการส่งมอบเทคโนโลยี หากผู้ลงทุนต่างชาติเข้าถือครองหุ้นบริษัทไต้หวันด้วยวิธีการส่งมอบเทคโนโลยีในสัดส่วนเกินกว่าร้อยละ 20

5. การลดหย่อนภาษีรายได้สำหรับ Options ครองหุ้น ซึ่งแลกเปลี่ยนกับการส่งมอบเทคโนโลยี เทคโนโลยีบริษัทไต้หวันสามารถออก Options สำหรับการถือครองหุ้นให้กับผู้ลงทุนต่างชาติที่เป็นผู้มอบสิทธิบัตรหรือพิเศษได้ในกรณีที่ผู้ลงทุนประสงค์ที่จะเข้าถือครองหุ้นดังกล่าว ทั้งนี้ อัตราภาษีสำหรับ Options หุ้นจะเท่ากับส่วนต่างของราคาหุ้นในปัจจุบันกับราคาหุ้น ณ เวลาที่ออก Options สำหรับการถือครองหุ้น โดยจะคำนวณอัตราที่ต้องเสียภาษีหลังจากหักค่าใช้จ่ายตามมูลค่าของสิทธิบัตรและเทคโนโลยีที่ได้ส่งมอบแล้ว

6. มาตรการยกเว้นภาษีสำหรับการส่งมอบเทคโนโลยีในอุตสาหกรรมเทคโนโลยีชีวภาพและเวชภัณฑ์ใหม่ผู้ลงทุนในอุตสาหกรรมดังกล่าวจะต้องเสียภาษี ของกำไรจากหุ้นโดยคำนวณจากราคาที่ผู้ลงทุนได้ถือครองหุ้นแล้ว ไม่ใช่ราคาในระยะเวลาที่ได้เข้าซื้อหุ้น

7. บริษัทที่ตั้งสำนักงานใหญ่ในไต้หวันและเป็นการลงทุนที่สามารถสร้างประโยชน์ให้กับเศรษฐการไต้หวันจะได้รับการยกเว้นจากภาษีรายได้ของบริษัทในส่วนที่เกี่ยวข้องกับการบริหารเทคโนโลยีและการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยี เช่น รายได้จากลิขสิทธิ์ กำไรจากการลงทุน และรายได้จากการขายทรัพย์สิน

8. การยกเว้นภาษีรายได้จากการจัดตั้งศูนย์กระจายสินค้าและขนส่งสินค้าในไต้หวันผู้ลงทุนต่างชาติที่จัดตั้งบริษัทในไต้หวัน เพื่อวัตถุประสงค์ของการกระจายสินค้าและการขนส่งระหว่างประเทศจะได้รับการยกเว้นภาษีรายได้จากการดำเนินงานในส่วนดังกล่าว

9. การยกเว้นภาษีรายได้จากการขายสิทธิบัตรบริษัทต่างชาติจะได้รับการยกเว้นภาษีรายได้จากการขายสิทธิบัตรให้กับบริษัทไต้หวัน โดยต้องได้รับอนุมัติจากสำนักงานพัฒนาอุตสาหกรรม กระทรวงเศรษฐการไต้หวันก่อน

มาตรการจูงใจที่มิใช่มาตรการทางภาษี

1. การส่งเสริมการวิจัยและพัฒนารัฐบาลไต้หวันสามารถจะให้เงินสนับสนุนได้ถึงสัดส่วนร้อยละ 40 ของมูลค่าค่าใช้จ่ายในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ชนิดใหม่ รัฐบาลไต้หวันสามารถจะให้เงินสนับสนุนได้ถึงสัดส่วนร้อยละ 50 ของมูลค่าค่าใช้จ่ายสำหรับการวิจัยและพัฒนาสำหรับบริษัทที่มีศักยภาพในด้านดังกล่าว

2. สินเชื่ออัตราดอกเบี้ยต่ำ และบริษัทที่ได้รับอนุมัติการส่งเสริมการลงทุนจะได้รับการยกเว้นค่าเช่าในนิคม อุตสาหกรรมเป็นระยะเวลา 2 ปี และจ่ายค่าเช่าเพียงร้อยละ 60 ของค่าเช่าจริงในปีที่ 3-4 และร้อยละ 80 ในปีที่ 5-6 โดยจะจ่ายค่าเช่าเต็มในปีที่ 6

สิทธิประโยชน์

ไต้หวันให้การส่งเสริมการลงทุนจากต่างประเทศที่เป็นประโยชน์และสอดคล้องต่อนโยบายการพัฒนาของไต้หวัน รัฐบาลไต้หวันให้การส่งเสริมการลงทุนโดยให้สิทธิ์ประโยชน์ทางด้านภาษี การวิจัย-พัฒนา การอบรมบุคลลากร ผู้ลงทุนจะได้รับสิทธิ์ประโยชน์ผ่านการลงทุนในนิคมอุตสาหกรรมต่าง ๆ ของไต้หวัน หรือจากการยื่นขอสิทธิ์ประโยชน์จากกรมอุตสาหกรรมของกระทรวงเศรษฐการ อุตสาหกรรมที่ไต้หวันให้การส่งเสริม ได้แก่ อุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์และไมโครอิเล็กทรอนิกส์ จอแสดงผล อ็อบโตอิเล็กทรอนิกส์ เทคโนโลยีชีวภาพและเภสัชกรรม การสื่อสาร เนื้อหาดิจิตอล เครื่องจักรมีความแม่นยำสูง วัสดุและเคมีภัณฑ์ขั้นสูง อากาศยานและอวกาศ และการบริการด้านเทคนิกและวิศวกรรม

ในส่วนของอุตสาหกรรมดั้งเดิม ซึ่งหมายถึงอุตสาหกรรมเบาหรือการผลิตสินค้าทั่วไปรวมทั้งธุรกิจบริการไต้หวันจะให้การส่งเสริมการจัดตั้งสำนักงานใหญ่ การจัดตั้งศูนย์วิจัยพัฒนาการเงินหลักทรัพย์และการประกันภัย โลจิสติกส์ การขนส่งและการก่อสร้างโครงการสาธารณูปโภค

ประเด็นท้าทายในการทำธุรกิจ

1. ไต้หวันมีการใช้มาตรการปกป้องทางการค้า เช่น การเก็บภาษีตอบโต้การทุ่มตลาด (Anti-dumpling-AD) การกำหนดมาตรการพิเศษ (Special safeguard - SPS) การกำหนดโควตาภาษี (Tariff Quota - TRQ) ฯลฯ สินค้าไทยเคยถูกไต่สวนการทุ่มตลาด ได้แก่ กระดาษพิมพ์เขียน ลวดเหล็กเกลียวที่ใช้ในการก่อสร้าง แต่ผลการไต่สวนในขั้นสุดท้ายสรุปว่าไทยไม่มีการทุ่มตลาดจึงรอดพ้นจากการถูกเก็บภาษีตอบโต้

2. มาตรการที่เป็นอุปสรรคในปัจจุบันคือมาตรการพิเศษซึ่งไต้หวันใช้จำกัดการนำเข้าสินค้าเกษตร สินค้าเกษตรแปรรูป ปศุสัตว์ โดยอ้างเหตุผลด้านสุขอนามัยและการกักกันโรคพืชและสัตว์

3. ไต้หวันยังคงมีการกำหนดรายการธุรกิจที่ห้ามชาวต่างชาติลงทุนประกอบการ ได้แก่ การขนส่ง การไปรษณีย์ การให้เช่ารถ การกระจายเสียงวิทยุ โทรทัศน์ การประกอบการสถานบันเทิงชนิดพิเศษ ฯลฯ และมีรายการธุรกิจที่ต้องกำกัด ซึ่งจะต้องได้รับการอนุมัติจากหน่วยงานที่รับผิดชอบก่อน ได้แก่ การเกษตร การประมง การผลิตไวน์ สุรา เบียร์ ยาสูบ ฯลฯ

4. ผู้ประกอบการของไทยมีศักยภาพการลงทุนในสาขาภัตตาคารไทย แต่ประสบปัญหาในการนำเข้าพ่อครัวเนื่องจากไต้หวันกำหนดคุณสมบัติของผู้ที่ขออนุญาตนำเข้าพ่อครัวไว้สูง จะต้องมีเงินทุนจดทะเบียนสูงถึง 5 ล้านเหรียญไต้หวัน ยอดขายปีละ 10 ล้านเหรียญไต้หวัน และได้รับการอนุมัติให้นำเข้าได้ประมาณ 3 คนต่อบริษัท นอกจากนี้พ่อครัว/แม่ครัวต้องจบปริญญาตรีและมีประสบการณ์ 2 ปี หากการศึกษาต่ำกว่าปริญญาตรีจะต้องมีประสบการณ์ทำงาน 5 ปี

5. ในส่วนของบริการนวดและสปานั้นไต้หวันยังไม่เปิดให้มีการนำเข้าแรงงานในประเภทดังกล่าวในทางปฏิบัติ

ข่าวเศรษฐกิจ / เรื่องเด่น / ข่าวประชาสัมพันธ์ในศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในไต้หวัน

  • “ไต้หวัน” นับเป็นจุดหมายปลายทางยอดนิยมในการทำงานสำหรับแรงงานจากประเทศต่าง ๆ โดยเฉพาะประเทศในแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้อย่าง อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ และเวียดนาม
  • ยอดคำสั่งซื้อจากต่างประเทศของไต้หวันในเดือนสิงหาคมเพิ่มขึ้น 5.2% จากปีก่อน...
  • เมื่อกลางเดือน ส.ค. ที่ผ่านมา สำนักงานการค้าและเศรษฐกิจไทย ณ กรุงไทเป  ได้จัดสัมมนาภายใต้หัวข้อ “SMEs ไต้หวันแนะแนวทางผู้ประกอบการไทยเพื่อก้าวไกลในตลาดโลก” เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการ SMEs ของไทยได้เรียนรู้ผ่านประสบการณ์การพัฒนา SMEs ในสาขาต่าง ๆ ของไต้หวัน...
  • ในสภาวะที่การแข่งขันด้านการค้าและการลงทุนในระบบเศรษฐกิจโลกทวีความรุนแรงมากยิ่งขึ้น กอรปกับเมื่อปลายปี 2556 จีนแผ่นดินใหญ่ ยังคงเดินหน้าปฏิรูปเศรษฐกิจของตัวเอง โดยได้เปิดตัว “เขตการค้าเสรีเซี่ยงไฮ้” ไต้หวัน จึงต้อง “งัด” ปรับกลยุทธ์ประบวนท่า เพื่อเสริมความแข่งแกร่งทางด้านเศรษฐกิจให้ตนเอง
  • “การนำเข้า High Density Polyethylene (HDPE) และ Linear Low Density Polyethylene (LLDPE) จากต่างประเทศ ไม่ส่งผลกระทบหรือจะทำให้เกิดผลกระทบต่อผู้ผลิตไต้หวันในอุตสาหกรรมนี้ จึงขอสั่งให้ยุติการสอบสวนเพื่อให้ออกมาตรการปกป้องอุตสาหกรรมภายในที่ได้รับผลกระทบจากการนำเข้าผลิตภัณฑ์ดังกล่าว” สำนักงานการค้าและเศรษฐกิจไทย ณ กรุงไทเป (ไต้หวัน) ให้ข้อมูลตามที่ได้รับแจ้งจากกระทรวงเศรษฐการของไต้หวัน...
  • หน่วยงานภาครัฐไต้หวันนำโรงพยาล 5 แห่ง ลงนาม MoU กับบริษัท Zabeel ของดูไบ เพื่อประชาสัมพันธ์บริการทางการแพทย์ของไต้หวันในตะวันออกกลางและแอฟริกาเหนือ  หวังดึงดูดชาวอาหรับให้เข้ามารับการรักษาพยาบาลและลงทุนในไต้หวันเพิ่มขึ้น China Post หนังสือพิมพ์ท้องถิ่นไต้หวัน รายงานเมื่อวันที่ 14 พฤษภาคมที่ผ่านมา...


    

สาระน่ารู้

  • สหภาพการค้าแห่งนอร์เวย์ (The Norwegian Confederation of Trade Unions (LO)) – เป็นองค์กรคนงานที่ใหญ่ที่สุดและมีอิทธิพลมากที่สุดในนอร์เวย์
  • One Galle Face is Colombo's first internationally developed integrated lifestyle destination that makes living, working, entertainment and hospitality possible all in one location. Hong Kong's leisure entity Shanri-La Hotels and Resorts foresees the completion of this project by 2018 with a hefty investment of over US$ 600 million. The twin towers will be used for residence, which consist of 50 floors each, 16 penthouses and 8 duplex and simplex units. The target market is expatriates, international investors and the expanding population of Sri Lanka.
  • Following the tremendous success of the Exhibition 2018 and the 36th Annual Sessions, which took place at the Bandaranaike Memorial International Conference Hall in Colombo from February 22 to 25 earlier this year, the SLIA is proud to prsent  the next edition in a superior manner.<br />
    <br />
    Save the date :February 20th to 24th, 2019
  • The Institution of Engineers, Sri Lanka is the successor to the ‘Engineering Association of Ceylon’, which was founded in 1906. In 1968, the Institution of Engineers, Sri Lanka was made an incorporated body of the government, by an Act of Parliament. The IESL being the Apex body for engineering professionals in Sri Lanka, having a membership of more than 20,000, is called upon to represent the profession at many national forums and contribute to national development. By virtue of agreements it has entered into with the International Engineers’ Alliance (IEA) for mutual recognition of competencies, members assessed to have such competencies by IESL are eligible to practice engineering in the member countries including Japan, Australia, United Kingdom, Singapore, Pakistan, India, USA, Canada and South Korea.<br />
    <br />
    IESL with the Vision to be among the leading professional institutions of engineering and technology in the world, has Missioned Techno Sri Lanka’s for “Bringing out and Unleashing the Country’s Multi – Disciplinary Engineering Talents, to Drive Sri Lanka into Technological Excellence for Revolutionary Uplifting of Peoples’ Living Conditions and Prosperity”. Engineers are driven by passion to look beyond the regular, push borders and create the impossible. This is also reflective of the fact that Engineers over centuries are really innovators, who think beyond the realm and invent solutions for mankind, ahead of their time. That’s what engineering is all about and it’s the reason Engineers will always be the ingenious inventors and imaginative innovators throughout time.<br />
    <br />
    The flagship event of IESL, Techno Sri Lanka, since its inception in 1985 has grown to be the largest and the only engineering and technology exhibition held annually in Colombo. Techno, living up to its standards, has provided the means for uplifting peoples’ living conditions and has become an ideal venue for industry professionals, business heads, technologists and keen public to come together on a single global platform.<br />
    <br />
    The world is changing; engineers are in the forefront of this change. Expectations are very high in today’s society. However, the Planet’s resources are fast depleting and engineers have to be smart and innovative to achieve high goals with very low resource consumption. Technology should reach the masses and make them do things differently, as doing ‘business as usual’ will not leave a healthy planet for our children and grandchildren. We need ‘sustainable technologies’ that will revolutionize the day-to-day activities, such as mobile technology, nanotechnology, household solar PV technology and perhaps other inventions and breakthroughs to satisfy the society’s expectations and still not be blamed by our future generations for not leaving them a livable Planet Earth.<br />
    <br />
    Considering these facts, Techno Sri Lanka has redefined its Theme for the year 2018, aiming to fulfill the expectations of all stakeholders.
  • 01. - 03. November 2018 | Trade fair for hotels, hospitality, tourism and food businesses<br />
    <br />
    The Hotel, Hospitality & Food Asia in Sri Lanka has been designed by the dynamic development of the hotel and catering industry and the tourism and food companies to take account of South Asia. She is a specifically targeted at this sector business-to-business event. This exhibition is communication and information platform in the industry and provides the exhibiting companies the opportunity to present to an audience of experts here. Visitors can find information here thoroughly and comprehensively about the latest developments, trends, products and services in various fields. HHF Sri Lanka is the leading marketplace for regional networking and distribution, as well as a new basis for the procurement of products. The program will be held a culinary competition and other live features.<br />
    <br />
    The Hotel Hospitality & Food Asia will take place on 3 days from Thursday, 01. November to Saturday, 03. November 2018 in Colombo.
  • Infotel theme will be Towards a Digital Economy, is aligning with national priorities of enhancing the digital infrastructure of the country for facilitating a digitally empowered ecosystem while improving the Citizens’ engagement in a digital society.




เอกสารอ้างอิง

ดาวน์โหลด

ติดต่อหน่วยงาน

สำนักงานการค้าและเศรษฐกิจไทย ณ กรุงไทเป
No. 168, 12th Floor, Sung Chiang Road, Chungshan District, Taipei 104
Tel: (88-62) 2581-1979
Fax: (88-62) 2581-8707
Email : tteo@ms22.hinet.net
Website: http://www.tteo.org.tw/thai/