แอฟริกาใต้

สาธารณรัฐแอฟริกาใต้ (The Republic of South Africa) เป็นประเทศที่มีระบบเศรษกิจใหญ่ที่สุดในทวีปแอฟริกา มีภาคการเงินการธนาคาร และอุตสาหกรรมการผลิตที่แข็งแกร่ง เป็นประเทศผู้ส่งออกโดยเฉพาะเหล็ก ถ่านหิน และอัญมณีรายใหญ่ของโลก มีอุตสาหกรรมแร่ธาตุและการท่องเที่ยวเป็นแหล่งรายได้หลักของประเทศ แอฟริกาใต้มีระบบเศรษฐกิจแบบเสรี ลักษณะที่สำคัญอย่างหนึ่งคือมีโครงสร้างทางเศรษฐกิจที่พัฒนาแล้ว (First World) ควบคู่ไปกับโครงสร้างของเศรษฐกิจที่ด้อยพัฒนา (Third World) ในชุมชนของคนผิวดำ พื้นฐานสำคัญของเศรษฐกิจคือ อุตสาหกรรมการผลิตแร่และการเกษตร แต่ปัจจุบันสาขาอุตสาหกรรมได้ขยายตัวขึ้นและทำรายได้มากที่สุด ทั้งนี้ ภาวะวิกฤติการเงินโลกไม่ส่งผลกระทบต่อระบบธนาคาร และสถาบันการเงินในแอฟริกาใต้อย่างรุนแรงนัก เนื่องจากแอฟริกาใต้มีกฎระเบียบทางการเงินที่เข้มงวด และธนาคารหลักในแอฟริกาใต้มักพึ่งพาเงินทุนสำรองระหว่างกัน และกันมากกว่าที่จะหาแหล่งเงินกู้จากต่างประเทศ

ข้อมูลทั่วไป

ภูมิประเทศและภูมิอากาศ

แอฟริกาใต้ มีพื้นที่ประมาณ 1,219,090 ตารางกิโลเมตร ตั้งอยู่ใต้สุดของทวีปแอฟริกา โดยทิศเหนือติดกับนามิเบีย บอตสวานา ซิมบับเว ทิศตะวันออกเฉียงเหนือติดกับโมซัมบิกและสวาซิแลนด์ ทิศตะวันออกติดกับมหาสมุทรอินเดีย ทิศตะวันตกติดกับมหาสมุทรแอตแลนติก มีเมืองหลวงคือ กรุงพริทอเรีย (Pretoria) สภาพอากาศของแอฟริกาใต้เป็นแบบอบอุ่น มีแสงแดดตลอดปี

ประชากร

แอฟริกาใต้มีประชากรประมาณ 49.0 ล้านคน (2554)

การเมืองการปกครอง

สาธารณรัฐแอฟริกาใต้มีการปกครองระบอบประชาธิปไตยแบบสาธารณรัฐ โดยมีประธานาธิบดีซึ่งมาจากการเลือกตั้งเป็นประมุขแห่งรัฐและผู้นำรัฐบาล ดำรงตำแหน่งวาระละ 5 ปี แต่ไม่เกิน 2 วาระ คณะรัฐมนตรีมาจากการแต่งตั้งของประธานาธิบดี ฝ่ายนิติบัญญัติเป็นระบบ 2 สภา ประกอบด้วย สมาชิกคณะมนตรีเขตการปกครองแห่งชาติ จำนวน 90 ที่นั่ง (คัดเลือกจากฝ่ายนิติบัญญัติของแต่ละเขตการปกครองทั้ง 9 เขต เขตละ 10 ที่นั่ง) มีวาระ 5 ปี และสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร 400 ที่นั่ง ซึ่งทั้งหมดมาจากการเลือกตั้งจากประชาชนโดยตรงในแบบสัดส่วน มีวาระ 5 ปี นอกจากนี้ยังมีฝ่ายตุลาการที่ประกอบด้วยศาลรัฐธรรมนูญ ศาลอุทธรณ์สูงสุด ศาลสูง และศาลปกครอง

ภาษา

ภาษาราชการของแอฟริกาใต้คือ ภาษาอังกฤษ และภาษา Afrikaans

ศาสนา

ชาวแอฟริกาใต้นับถือ Zion Christian  11.1% Pentacostal / Charismatic  8.2% Catholic 7.1% Methodist 6.8% อิสลาม 1.5% คริสต์นิกายอื่นๆ 46.5% ไม่มีศาสนา 15.1% และอื่นๆ 3.7%

สกุลเงิน

แรนด์แอฟริกาใต้ (South Africa Rand - ZAR) อัตราแลกเปลี่ยน 1 ZAR ต่อ 3.09 บาท (7 ธันวาคม 2555)

ข้อมูลทั่วไปประเทศแอฟริกาใต้

ภูมิประเทศและภูมิอากาศ

แอฟริกาใต้ มีพื้นที่ประมาณ 1,219,090 ตารางกิโลเมตร ตั้งอยู่ใต้สุดของทวีปแอฟริกา โดยทิศเหนือติดกับนามิเบีย บอตสวานา ซิมบับเว ทิศตะวันออกเฉียงเหนือติดกับโมซัมบิกและสวาซิแลนด์ ทิศตะวันออกติดกับมหาสมุทรอินเดีย ทิศตะวันตกติดกับมหาสมุทรแอตแลนติก มีเมืองหลวงคือ กรุงพริทอเรีย (Pretoria) สภาพอากาศของแอฟริกาใต้เป็นแบบอบอุ่น มีแสงแดดตลอดปี

ประชากร

แอฟริกาใต้มีประชากรประมาณ 49.0 ล้านคน (2554)

การเมืองการปกครอง

สาธารณรัฐแอฟริกาใต้มีการปกครองระบอบประชาธิปไตยแบบสาธารณรัฐ โดยมีประธานาธิบดีซึ่งมาจากการเลือกตั้งเป็นประมุขแห่งรัฐและผู้นำรัฐบาล ดำรงตำแหน่งวาระละ 5 ปี แต่ไม่เกิน 2 วาระ คณะรัฐมนตรีมาจากการแต่งตั้งของประธานาธิบดี ฝ่ายนิติบัญญัติเป็นระบบ 2 สภา ประกอบด้วย สมาชิกคณะมนตรีเขตการปกครองแห่งชาติ จำนวน 90 ที่นั่ง (คัดเลือกจากฝ่ายนิติบัญญัติของแต่ละเขตการปกครองทั้ง 9 เขต เขตละ 10 ที่นั่ง) มีวาระ 5 ปี และสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร 400 ที่นั่ง ซึ่งทั้งหมดมาจากการเลือกตั้งจากประชาชนโดยตรงในแบบสัดส่วน มีวาระ 5 ปี นอกจากนี้ยังมีฝ่ายตุลาการที่ประกอบด้วยศาลรัฐธรรมนูญ ศาลอุทธรณ์สูงสุด ศาลสูง และศาลปกครอง

ภาษา

ภาษาราชการของแอฟริกาใต้คือ ภาษาอังกฤษ และภาษา Afrikaans

ศาสนา

ชาวแอฟริกาใต้นับถือ Zion Christian  11.1% Pentacostal / Charismatic  8.2% Catholic 7.1% Methodist 6.8% อิสลาม 1.5% คริสต์นิกายอื่นๆ 46.5% ไม่มีศาสนา 15.1% และอื่นๆ 3.7%

สกุลเงิน

แรนด์แอฟริกาใต้ (South Africa Rand - ZAR) อัตราแลกเปลี่ยน 1 ZAR ต่อ 3.09 บาท (7 ธันวาคม 2555)

ข้อมูลการค้า-การลงทุน

แอฟริกาใต้ มีผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศประมาณ 405.4ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ รายได้ประชาชาติต่อหัวราว 10,977 ดอลลาร์สหรัฐ และมีการขยายตัวทางเศรษฐกิจร้อยละ 3.1 ซึ่งอุตสาหกรรมการเกษตรของแอฟริกาใต้มีมูลค่าคิดเป็นร้อยละ 15 ของ GDP มีพื้นที่เพาะปลูกประมาณร้อยละ 12 ของพื้นที่ทั้งหมดของประเทศ โดยร้อยละ 22 ของพื้นที่เพาะปลูกนี้จัดเป็นพื้นที่ที่มีศักยภาพและดินมีคุณภาพสูง มีระบบชลประทานที่ดี ทั้งนี้ พืชไร่ในแอฟริกาใต้ที่ผลิตมากที่สุดคือ ข้าวโพด (ประมาณ 8 ล้านตันต่อปี) ทั้งเพื่อการบริโภคและเลี้ยงสัตว์

นอกจากนี้ยังมีผลผลิตที่สำคัญอื่น ๆ เช่น ข้าวสาลี อ้อย เมล็ดทานตะวัน (ผลิตได้ประมาณ 1 ล้านตันต่อปี เป็นอันดับ 12 ของโลก) ผลผลิตพืชสวนที่สำคัญคือ ส้ม ซึ่งผลิตกว่าปีละ 3 ล้านตัน ส่วนผลิตภัณฑ์จากสัตว์ที่สำคัญคือ สัตว์ปีก ผลิตปีละ 15 ล้านตัน/เนื้อวัว ผลิตกว่าปีละ 11 ล้านตัน

ประเทศคู่ค้าที่สำคัญของแอฟริกาใต้ คือ เยอรมนี อังกฤษ สหรัฐอเมริกา ญี่ปุ่น ฝรั่งเศส และอิตาลี คิดเป็นสัดส่วนกว่าร้อยละ 50 ของการนำเข้ารวมทั้งสิ้นของแอฟริกาใต้ จีน อิตาลี เนเธอร์แลนด์ เบลเยียม ฝรั่งเศส ไต้หวัน ซิมบับเว ไทย มาเลเซีย แคนาดา สิงคโปร์ และบราซิล เป็นต้น

แอฟริกาใต้เป็นคู่ค้าอันดับหนึ่งของไทยในทวีปแอฟริกาและเป็นตลาดส่งออกข้าวที่ใหญ่ที่สุดในอนุภูมิภาคแอฟริกาตอนใต้ และไทยเป็นคู่ค้าอันดับหนึ่งของแอฟริกาใต้ในกลุ่มประเทศอาเซียน การค้าระหว่างไทยกับแอฟริกาใต้มีมูลค่ารวม 3,575 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ โดยไทยส่งออก 2,202.10 ล้านดอลลาร์สหรัฐ นำเข้า 1,373 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ไทยได้ดุลการค้า 828.73 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ สินค้าหลักที่ไทยส่งออกได้แก่ รถยนต์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ ข้าว เครื่องรับวิทยุโทรทัศน์และส่วนประกอบ อาหารทะเลกระป๋องและแปรรูป สำหรับสินค้าหลักที่ไทยนำเข้าจากแอฟริกาใต้ ได้แก่ สินแร่โลหะอื่นๆ เศษโลหะและผลิตภัณฑ์ เยื่อกระดาษและเศษกระดาษ เคมีภัณฑ์ เครื่องเพชรพลอย และอัญมณี

ข้อมูลการค้า-การลงทุน

แอฟริกาใต้ มีผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศประมาณ 405.4ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ รายได้ประชาชาติต่อหัวราว 10,977 ดอลลาร์สหรัฐ และมีการขยายตัวทางเศรษฐกิจร้อยละ 3.1 ซึ่งอุตสาหกรรมการเกษตรของแอฟริกาใต้มีมูลค่าคิดเป็นร้อยละ 15 ของ GDP มีพื้นที่เพาะปลูกประมาณร้อยละ 12 ของพื้นที่ทั้งหมดของประเทศ โดยร้อยละ 22 ของพื้นที่เพาะปลูกนี้จัดเป็นพื้นที่ที่มีศักยภาพและดินมีคุณภาพสูง มีระบบชลประทานที่ดี ทั้งนี้ พืชไร่ในแอฟริกาใต้ที่ผลิตมากที่สุดคือ ข้าวโพด (ประมาณ 8 ล้านตันต่อปี) ทั้งเพื่อการบริโภคและเลี้ยงสัตว์

นอกจากนี้ยังมีผลผลิตที่สำคัญอื่น ๆ เช่น ข้าวสาลี อ้อย เมล็ดทานตะวัน (ผลิตได้ประมาณ 1 ล้านตันต่อปี เป็นอันดับ 12 ของโลก) ผลผลิตพืชสวนที่สำคัญคือ ส้ม ซึ่งผลิตกว่าปีละ 3 ล้านตัน ส่วนผลิตภัณฑ์จากสัตว์ที่สำคัญคือ สัตว์ปีก ผลิตปีละ 15 ล้านตัน/เนื้อวัว ผลิตกว่าปีละ 11 ล้านตัน

ประเทศคู่ค้าที่สำคัญของแอฟริกาใต้ คือ เยอรมนี อังกฤษ สหรัฐอเมริกา ญี่ปุ่น ฝรั่งเศส และอิตาลี คิดเป็นสัดส่วนกว่าร้อยละ 50 ของการนำเข้ารวมทั้งสิ้นของแอฟริกาใต้ จีน อิตาลี เนเธอร์แลนด์ เบลเยียม ฝรั่งเศส ไต้หวัน ซิมบับเว ไทย มาเลเซีย แคนาดา สิงคโปร์ และบราซิล เป็นต้น

แอฟริกาใต้เป็นคู่ค้าอันดับหนึ่งของไทยในทวีปแอฟริกาและเป็นตลาดส่งออกข้าวที่ใหญ่ที่สุดในอนุภูมิภาคแอฟริกาตอนใต้ และไทยเป็นคู่ค้าอันดับหนึ่งของแอฟริกาใต้ในกลุ่มประเทศอาเซียน การค้าระหว่างไทยกับแอฟริกาใต้มีมูลค่ารวม 3,575 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ โดยไทยส่งออก 2,202.10 ล้านดอลลาร์สหรัฐ นำเข้า 1,373 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ไทยได้ดุลการค้า 828.73 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ สินค้าหลักที่ไทยส่งออกได้แก่ รถยนต์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ ข้าว เครื่องรับวิทยุโทรทัศน์และส่วนประกอบ อาหารทะเลกระป๋องและแปรรูป สำหรับสินค้าหลักที่ไทยนำเข้าจากแอฟริกาใต้ ได้แก่ สินแร่โลหะอื่นๆ เศษโลหะและผลิตภัณฑ์ เยื่อกระดาษและเศษกระดาษ เคมีภัณฑ์ เครื่องเพชรพลอย และอัญมณี

กฎระเบียบการทำธุรกิจ

  • นักลงทุนต่างชาติสามารถเข้ามาลงทุนได้ 100% ยกเว้นกิจการประเภทการสื่อสารโทรคมนาคม (30%) และสถานีโทรทัศน์ (20%)
  • การลงทุนในบางกิจกรรมจะต้องผ่านการพิจารณาจากหน่วยงานกำกับดูแลในสาขาของกิจการนั้นๆ เช่น The Financial Services Board (FSB) ซึ่งกำกับดูแลสถาบันการเงินและการธนาคาร
  • แอฟริกาใต้มีกฎหมายที่เกี่ยวข้องที่ต้องศึกษาและป้องกันการเกิดปัญหาในภายหน้า เช่น กฎหมายว่าด้วยการแข่งขัน กฎหมายแรงงาน และกฎหมายเกี่ยวกับสภาพสิ่งแวดล้อม
  • อนุญาตให้นักลงทุนโอนเงินกลับประเทศได้
  • นักลงทุนต่างชาติสามารถเป็นเจ้าของที่ดินและสิ่งก่อสร้างได้
  • นักลงทุนต่างชาติจะต้องได้รับการเห็นชอบจากธนาคารกลางก่อนจึงจะสามารถกู้เงินลงทุนจากสถาบันการเงินของแอฟริกาใต้
  • มีการควบคุมการโอนเงินออกต่างประเทศ โดยโอนได้ไม่เกิน 50,000 แรนด์ หรือเป็นเครื่องจักรให้โอนได้เงินล่วงหน้าได้ไม่เกิน 1 ใน 3 ของมูลค่าเครื่องจักร
  • แอฟริกาใต้ตั้งกำแพงภาษีนำเข้าสินค้าสิ่งทอ โดยเฉพาะเสื้อผ้าสำเร็จรูป คือร้อยละ 40 เพื่อเป็นการปกป้องอุตสาหกรรมภายในประเทศ
  • การออกใบอนุญาตนำเข้า (Import Permit) จะมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับสินค้านั้นๆ เป็นผู้รับผิดชอบพิจารณาการออกใบอนุญาตให้แก่ผู้นำเข้า เช่น การนำเข้าสินค้าอาหารประเภทเนื้อ ไก่ หมู หรืออาหารกระป๋อง จะต้องได้รับใบอนุญาตจากกระทรวงเกษตรและกิจการที่ดินของแอฟริกาใต้ ซึ่งจะเป็นผู้พิจารณา
  • ระบบภาษีนำเข้า ได้มีการลดอัตราภาษีสำหรับเส้นใยจะเหลือร้อยละ 7.5 ด้ายร้อยละ 15 ผ้าผืนร้อยละ 22 เคหะสิ่งทอร้อยละ 30 และเสื้อผ้าร้อยละ 40 แต่ยังคงมีการปรับเพิ่มอัตราภาษีศุลกากรในช่วงบางเวลาอยู่ด้วยหากทางการแอฟริกาใต้พิจารณาเห็นว่ามีปริมาณการนำเข้าสินค้าจากต่างประเทศเข้ามามาก โดยใช้บทเฉพาะกาลตามข้อกำหนดใน WTO

กฎระเบียบการทำธุรกิจ

  • นักลงทุนต่างชาติสามารถเข้ามาลงทุนได้ 100% ยกเว้นกิจการประเภทการสื่อสารโทรคมนาคม (30%) และสถานีโทรทัศน์ (20%)
  • การลงทุนในบางกิจกรรมจะต้องผ่านการพิจารณาจากหน่วยงานกำกับดูแลในสาขาของกิจการนั้นๆ เช่น The Financial Services Board (FSB) ซึ่งกำกับดูแลสถาบันการเงินและการธนาคาร
  • แอฟริกาใต้มีกฎหมายที่เกี่ยวข้องที่ต้องศึกษาและป้องกันการเกิดปัญหาในภายหน้า เช่น กฎหมายว่าด้วยการแข่งขัน กฎหมายแรงงาน และกฎหมายเกี่ยวกับสภาพสิ่งแวดล้อม
  • อนุญาตให้นักลงทุนโอนเงินกลับประเทศได้
  • นักลงทุนต่างชาติสามารถเป็นเจ้าของที่ดินและสิ่งก่อสร้างได้
  • นักลงทุนต่างชาติจะต้องได้รับการเห็นชอบจากธนาคารกลางก่อนจึงจะสามารถกู้เงินลงทุนจากสถาบันการเงินของแอฟริกาใต้
  • มีการควบคุมการโอนเงินออกต่างประเทศ โดยโอนได้ไม่เกิน 50,000 แรนด์ หรือเป็นเครื่องจักรให้โอนได้เงินล่วงหน้าได้ไม่เกิน 1 ใน 3 ของมูลค่าเครื่องจักร
  • แอฟริกาใต้ตั้งกำแพงภาษีนำเข้าสินค้าสิ่งทอ โดยเฉพาะเสื้อผ้าสำเร็จรูป คือร้อยละ 40 เพื่อเป็นการปกป้องอุตสาหกรรมภายในประเทศ
  • การออกใบอนุญาตนำเข้า (Import Permit) จะมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับสินค้านั้นๆ เป็นผู้รับผิดชอบพิจารณาการออกใบอนุญาตให้แก่ผู้นำเข้า เช่น การนำเข้าสินค้าอาหารประเภทเนื้อ ไก่ หมู หรืออาหารกระป๋อง จะต้องได้รับใบอนุญาตจากกระทรวงเกษตรและกิจการที่ดินของแอฟริกาใต้ ซึ่งจะเป็นผู้พิจารณา
  • ระบบภาษีนำเข้า ได้มีการลดอัตราภาษีสำหรับเส้นใยจะเหลือร้อยละ 7.5 ด้ายร้อยละ 15 ผ้าผืนร้อยละ 22 เคหะสิ่งทอร้อยละ 30 และเสื้อผ้าร้อยละ 40 แต่ยังคงมีการปรับเพิ่มอัตราภาษีศุลกากรในช่วงบางเวลาอยู่ด้วยหากทางการแอฟริกาใต้พิจารณาเห็นว่ามีปริมาณการนำเข้าสินค้าจากต่างประเทศเข้ามามาก โดยใช้บทเฉพาะกาลตามข้อกำหนดใน WTO

นโยบายการส่งเสริมการลงทุน

นโยบายการค้าระหว่างประเทศ เช่น นโยบายการค้าเสรี (FTA) กับประเทศในทวีปยุโรป ลาตินอเมริกา สหรัฐฯ จีน อินเดีย เคนยา และไนจีเรีย นโยบาย Finding Strategic Partner กับบราซิล สหรัฐฯ อังกฤษ ฝรั่งเศส เยอรมัน สวีเดน รัสเซีย จีน ญี่ปุ่น ออสเตรเลีย และอินเดีย นโยบาย Regional Development โดยการพัฒนากลุ่ม SADC เช่น การลดภาษีนำเข้าระหว่างกัน และการใช้นโยบาย Butterfly Strategy เพื่อการพัฒนาร่วมกัน โดยให้ทวีปแอฟริกาเป็นศูนย์กลาง และให้ตลาดสำคัญเป็นพันธมิตร อาทิ อเมริกาเหนือ และอเมริกาใต้ นโยบายความตกลงทางการค้านอกภูมิภาคแอฟริกา เช่น การได้รับสิทธิพิเศษ GSP และการยกเว้นภาษีนำเข้าจากสหภาพยุโรป และประเทศผู้ให้อื่นๆ

นโยบายการลงทุน

ค่อนข้างที่จะมีเสรีภาพในการเข้าไปลงทุนในประเทศแอฟริกาใต้ เนื่องจากรัฐบาลได้กำหนดนโยบายเพื่อส่งเสริมการลงทุนภายในประเทศ เช่น นโยบาย Growth Employment and Redistribution (GEAR) ส่งเสริมเงินลงทุนระยะยาวแทนการลงทุนในตลาดหลักทรัพย์ ปรับปรุงสิ่งอำนวยความสะดวกพื้นฐานแก่นักลงทุน จัดหาแหล่งเงินกู้ระยะยาวผ่านสถาบันการเงินของรัฐ ฯลฯ

ความตกลงที่สำคัญระหว่างไทยกับแอฟริกาใต้

  • ความตกลงการบริการคมนาคมทางอากาศ
  • อนุสัญญาเพื่อยกเว้นการเก็บภาษีซ้ำซ้อนระหว่างกัน
  • ความตกลงยกเว้นการตรวจสอบ ลงตราหนังสือเดินทางทูต และราชการ
  • ความตกลงทางการค้า
  • ความตกลงจัดตั้งคณะกรรมาธิการร่วมทางการค้า

นโยบายการส่งเสริมการลงทุน

นโยบายการค้าระหว่างประเทศ เช่น นโยบายการค้าเสรี (FTA) กับประเทศในทวีปยุโรป ลาตินอเมริกา สหรัฐฯ จีน อินเดีย เคนยา และไนจีเรีย นโยบาย Finding Strategic Partner กับบราซิล สหรัฐฯ อังกฤษ ฝรั่งเศส เยอรมัน สวีเดน รัสเซีย จีน ญี่ปุ่น ออสเตรเลีย และอินเดีย นโยบาย Regional Development โดยการพัฒนากลุ่ม SADC เช่น การลดภาษีนำเข้าระหว่างกัน และการใช้นโยบาย Butterfly Strategy เพื่อการพัฒนาร่วมกัน โดยให้ทวีปแอฟริกาเป็นศูนย์กลาง และให้ตลาดสำคัญเป็นพันธมิตร อาทิ อเมริกาเหนือ และอเมริกาใต้ นโยบายความตกลงทางการค้านอกภูมิภาคแอฟริกา เช่น การได้รับสิทธิพิเศษ GSP และการยกเว้นภาษีนำเข้าจากสหภาพยุโรป และประเทศผู้ให้อื่นๆ

นโยบายการลงทุน

ค่อนข้างที่จะมีเสรีภาพในการเข้าไปลงทุนในประเทศแอฟริกาใต้ เนื่องจากรัฐบาลได้กำหนดนโยบายเพื่อส่งเสริมการลงทุนภายในประเทศ เช่น นโยบาย Growth Employment and Redistribution (GEAR) ส่งเสริมเงินลงทุนระยะยาวแทนการลงทุนในตลาดหลักทรัพย์ ปรับปรุงสิ่งอำนวยความสะดวกพื้นฐานแก่นักลงทุน จัดหาแหล่งเงินกู้ระยะยาวผ่านสถาบันการเงินของรัฐ ฯลฯ

ความตกลงที่สำคัญระหว่างไทยกับแอฟริกาใต้

  • ความตกลงการบริการคมนาคมทางอากาศ
  • อนุสัญญาเพื่อยกเว้นการเก็บภาษีซ้ำซ้อนระหว่างกัน
  • ความตกลงยกเว้นการตรวจสอบ ลงตราหนังสือเดินทางทูต และราชการ
  • ความตกลงทางการค้า
  • ความตกลงจัดตั้งคณะกรรมาธิการร่วมทางการค้า

สิทธิประโยชน์

รัฐบาลแอฟริกาใต้ ได้ให้สิทธิพิเศษแก่นักลงทุนต่างชาติในรูปแบบต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นภาษีรายได้ ภาษีศุลกากร การนำเข้าเครื่องจักร วัตถุดิบ และการอำนวยความสะดวกในการส่งออกไปยังประเทศที่สามด้วย

แอฟริกาใต้เป็นส่วนหนึ่งของเขตการค้าเสรีของกลุ่มประชาคมเพื่อการพัฒนาแห่งภูมิภาคแอฟริกาตอนใต้ (SADC) และบรรลุข้อตกลงว่าด้วยการจัดตั้งเขตการค้าเสรีระหว่างแอฟริกาใต้และสหภาพยุโรป ตลอดจนอยู่ระหว่างการเจรจาจัดตั้งเขตเสรีการค้ากับสหรัฐอเมริกา ซึ่งข้อตกลงเหล่านี้จะเป็นโอกาสที่เปิดกว้างให้กับนักลงทุนที่ต้องการเข้าไปลงทุนในแอฟริกาใต้

สินค้าส่วนใหญ่นอกจากจะใช้เพื่อการบริโภคภายในประเทศแล้วยังส่งผ่านไปยังประเทศเพื่อนบ้านโดยไม่ต้องเสียภาษีการนำเข้าภายในกลุ่มประเทศสมาชิก SACU ได้แก่ บอตสวานา นามีเบีย สวาซิแลนด์ เลโซโท

มีนโยบายสร้างความเข้มแข็งให้ชนผิวดำพื้นเมือง (Black Economic Empowerment: BEE) ด้วยการให้สิทธิประโยชน์ต่างๆ สำหรับบริษัทที่มีการว่าจ้างแรงงานคนพื้นเมือง

ประเด็นท้าทายในการทำธุรกิจ

  • ประชากรส่วนใหญ่ของแอฟริกาใต้ยังขาดการศึกษาในระดับสูง และแรงงานชาวผิวดำยังจัดเป็นแรงงานฝีมือต่ำ
  • ขาดงบประมาณในการพัฒนาประเทศแม้ว่าจะมีนโยบายหลายด้านที่ต้องการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของประเทศให้มีทิศทางที่ดีขึ้น เช่น นโยบายให้เยาวชนทุกคนในประเทศเรียนฟรี 10 ปี ในระดับประถมศึกษา แต่ยังไม่สามารถดำเนินการได้
  • ยังมีการแย่งชิงอำนาจของกลุ่มการเมือง และกลุ่มผลประโยชน์
  • มีประชากรหลายเผ่าพันธุ์ ทำให้ยังมีความเชื่อโบราณของคนท้องถิ่นที่หลากหลายซึ่งเป็นอุปสรรคต่อการทำธุรกิจระหว่างประเทศ ทั้งยังมีความแตกต่างด้านภาษา และวัฒนธรรมค่อนข้างมาก โดยเฉพาะภาษาและวัฒนธรรมท้องถิ่น
  • ภาพพจน์ของแอฟริกายังทำให้นักลงทุนต่างชาติมีความกังวลเกี่ยวกับภาพพจน์เชิงลบของแอฟริกาใต้
  • ยังมีความไม่ปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินในบางเมืองที่เป็นแหล่งธุรกิจ
  • แม้ว่าแอฟริกาใต้จะมีนโยบายส่งเสริมการลงทุนจากต่างประเทศแต่ก็ยังมีปัญหาและอุปสรรคบางอย่างสำหรับนักลงทุนต่างชาติ คือ รัฐบาลมีนโยบายสนับสนุนให้จ้างคนงานผิวดำเข้าไปในโรงงานมากขึ้น

ข่าวเศรษฐกิจ / เรื่องเด่น / ข่าวประชาสัมพันธ์ในศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในแอฟริกาใต้

  • ศูนย์ธุรกิจสัมพันธ์ กระทรวงการต่างประเทศได้รับรายงานที่น่าสนใจจากสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงพริทอเรีย (ประเทศแอฟริกาใต้) เกี่ยวกับร่างพระราชบัญญัติการถือครองที่ดิน (The Land Holdings Bill)
  • “เก็บตกจากต่างแดน” ฉบับนี้ จะนำท่านผู้อ่านไปไกลถึงประเทศแอฟริกาใต้ หนึ่งในประเทศกลุ่ม BRICS ซึ่งเป็นกลุ่มประเทศที่ถูกหมายตาว่าจะก้าวขึ้นมาเป็นผู้นำทางเศรษฐกิจใหม่ของโลกเทียบชั้นกลุ่ม G3 (สหรัฐฯ EU และญี่ปุ่น) เนื่องจากเศรษฐกิจมีโอกาสเติบโตได้อีกมากจากความพร้อมของทรัพยากรธรรมชาติและตลาดที่มีขนาดใหญ่ รวมทั้งการเป็นฐานที่มั่น ทางเศรษฐกิจและแหล่งกระจายสินค้าสำคัญของทวีปแอฟริกาโดยในครั้งนี้จะนำท่านผู้อ่านไปสำรวจพื้นที่ลงทุนในอุตสาหกรรมชิ้นส่วนยานยนต์หลังจากเริ่มมีผู้ประกอบการชิ้นส่วนยานยนต์ของไทยหลายรายให้ความสนใจที่จะเข้าไปลงทุนในแอฟริกาใต้ เนื่องจากอุตสาหกรรมยานยนต์ของแอฟริกาใต้เติบโตอย่างรวดเร็ว ทั้งในด้านอุปสงค์จากการขยายตัวของตลาดภายในประเทศและตลาดแอฟริกา (แอฟริกาใต้เป็นฐานการผลิตเพื่อส่งออกรถยนต์ไปทั่วทวีปแอฟริกา) รวมถึงด้านอุปทานที่บริษัทรถยนต์ขนาดใหญ่ของโลก โดยเฉพาะจากยุโรปได้เข้าไปลงทุนตั้งโรงงานประกอบรถยนต์สำเร็จรูป ส่งผลให้แอฟริกาใต้มีความต้องการใช้ชิ้นส่วนยานยนต์เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง แต่จากข้อจำกัดของอุตสาหกรรมชิ้นส่วนยานยนต์ในประเทศที่ยังผลิตได้ไม่เพียงพอต่อความต้องการ ทำให้ต้องพึ่งพาการนำเข้าชิ้นส่วนยานยนต์เป็นจำนวนมาก โดยไทยถือเป็นแหล่งนำ เข้าชิ้นส่วนยานยนต์สำคัญอันดับ 3 ของแอฟริกาใต้ รองจากเยอรมนีและญี่ปุ่น สอดคล้องกับข้อมูลมูลค่าส่งออกชิ้นส่วนยานยนต์ของไทยไปแอฟริกาใต้ในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา ขยายตัวเฉลี่ยสูงถึงเกือบร้อยละ 30ต่อปี ส่งผลให้ผู้ประกอบการชิ้นส่วนยานยนต์ไทยมองเห็นโอกาสในการขยายการลงทุนในแอฟริกาใต้ ทั้งนี้ จะขอพาท่านผู้อ่านไปสำรวจ 3 จังหวัดที่เป็นพื้นที่ลงทุนและคลัสเตอร์สำคัญของอุตสาหกรรมยานยนต์ของแอฟริกาใต้ ได้แก่ Gauteng,Eastern Cape และ Kwazulu-Natal...
  • นายหลิว ไจหยี่ ทูตถาวรประจำสหประชาชาติของจีน กล่าวสนับสนุนให้กลุ่มจี-77 ร่วมมือกันสร้างความสัมพันธ์ระหว่างประเทศที่ทุกฝ่ายจะได้รับประโยชน์...
  • บริษัท เมตาโควตส์ ซอฟต์แวร์ (MetaQuotes Software) ได้เปิดตัว MetaFintech ในฐานะ สำนักงานตัวแทนแห่งใหม่ในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ไปเมื่อเร็วๆนี้ และปัจจุบัน เมตาโควตส์ ซอฟต์แวร์ ประกาศขยายกิจการเพิ่มอีกหนึ่งแห่ง โดยมอบหมายให้บริษัท Derivative System Technologies ทำหน้าที่เป็นสำนักงานตัวแทนในแอฟริกาใต้...
  • “พาณิชย์” จ่อคิวดันส่งออกรถยนต์มือสอง เน้นตลาดเพื่อนบ้าน–แอฟริกา พร้อมช่วยตลาดในประเทศ แถมได้ยอดการส่งออก ด้าน ส.อ.ท.ออกโรงหนุนทันควัน หลังผู้ประกอบการเจอพิษเศรษฐกิจซบเซา แถมค่ายรถยนต์โหมแคมเปญขายรถใหม่ จนรถมือสองล้นตลาด...
  • พันธมิตรในแวดวงอุตสาหกรรมต่างตบเท้าเข้าร่วมการประชุมประจำปีที่มีชื่อเสียงโดดเด่นที่สุดในอุตสาหกรรมน้ำมันและก๊าซแอลเอ็นจีของแอฟริกา โดยนับตั้งแต่ปีพ.ศ. 2537 เป็นต้นมา งานนี้ยังคงได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวางในฐานะที่มีบทบาทสำคัญในการเร่งพัฒนาและยกระดับความสัมพันธ์ระหว่างทั้งบริษัทและรัฐบาล...


    

สาระน่ารู้

  • One Galle Face is Colombo's first internationally developed integrated lifestyle destination that makes living, working, entertainment and hospitality possible all in one location. Hong Kong's leisure entity Shanri-La Hotels and Resorts foresees the completion of this project by 2018 with a hefty investment of over US$ 600 million. The twin towers will be used for residence, which consist of 50 floors each, 16 penthouses and 8 duplex and simplex units. The target market is expatriates, international investors and the expanding population of Sri Lanka.
  • Following the tremendous success of the Exhibition 2018 and the 36th Annual Sessions, which took place at the Bandaranaike Memorial International Conference Hall in Colombo from February 22 to 25 earlier this year, the SLIA is proud to prsent  the next edition in a superior manner.<br />
    <br />
    Save the date :February 20th to 24th, 2019
  • The Institution of Engineers, Sri Lanka is the successor to the ‘Engineering Association of Ceylon’, which was founded in 1906. In 1968, the Institution of Engineers, Sri Lanka was made an incorporated body of the government, by an Act of Parliament. The IESL being the Apex body for engineering professionals in Sri Lanka, having a membership of more than 20,000, is called upon to represent the profession at many national forums and contribute to national development. By virtue of agreements it has entered into with the International Engineers’ Alliance (IEA) for mutual recognition of competencies, members assessed to have such competencies by IESL are eligible to practice engineering in the member countries including Japan, Australia, United Kingdom, Singapore, Pakistan, India, USA, Canada and South Korea.<br />
    <br />
    IESL with the Vision to be among the leading professional institutions of engineering and technology in the world, has Missioned Techno Sri Lanka’s for “Bringing out and Unleashing the Country’s Multi – Disciplinary Engineering Talents, to Drive Sri Lanka into Technological Excellence for Revolutionary Uplifting of Peoples’ Living Conditions and Prosperity”. Engineers are driven by passion to look beyond the regular, push borders and create the impossible. This is also reflective of the fact that Engineers over centuries are really innovators, who think beyond the realm and invent solutions for mankind, ahead of their time. That’s what engineering is all about and it’s the reason Engineers will always be the ingenious inventors and imaginative innovators throughout time.<br />
    <br />
    The flagship event of IESL, Techno Sri Lanka, since its inception in 1985 has grown to be the largest and the only engineering and technology exhibition held annually in Colombo. Techno, living up to its standards, has provided the means for uplifting peoples’ living conditions and has become an ideal venue for industry professionals, business heads, technologists and keen public to come together on a single global platform.<br />
    <br />
    The world is changing; engineers are in the forefront of this change. Expectations are very high in today’s society. However, the Planet’s resources are fast depleting and engineers have to be smart and innovative to achieve high goals with very low resource consumption. Technology should reach the masses and make them do things differently, as doing ‘business as usual’ will not leave a healthy planet for our children and grandchildren. We need ‘sustainable technologies’ that will revolutionize the day-to-day activities, such as mobile technology, nanotechnology, household solar PV technology and perhaps other inventions and breakthroughs to satisfy the society’s expectations and still not be blamed by our future generations for not leaving them a livable Planet Earth.<br />
    <br />
    Considering these facts, Techno Sri Lanka has redefined its Theme for the year 2018, aiming to fulfill the expectations of all stakeholders.
  • 01. - 03. November 2018 | Trade fair for hotels, hospitality, tourism and food businesses<br />
    <br />
    The Hotel, Hospitality & Food Asia in Sri Lanka has been designed by the dynamic development of the hotel and catering industry and the tourism and food companies to take account of South Asia. She is a specifically targeted at this sector business-to-business event. This exhibition is communication and information platform in the industry and provides the exhibiting companies the opportunity to present to an audience of experts here. Visitors can find information here thoroughly and comprehensively about the latest developments, trends, products and services in various fields. HHF Sri Lanka is the leading marketplace for regional networking and distribution, as well as a new basis for the procurement of products. The program will be held a culinary competition and other live features.<br />
    <br />
    The Hotel Hospitality & Food Asia will take place on 3 days from Thursday, 01. November to Saturday, 03. November 2018 in Colombo.
  • Infotel theme will be Towards a Digital Economy, is aligning with national priorities of enhancing the digital infrastructure of the country for facilitating a digitally empowered ecosystem while improving the Citizens’ engagement in a digital society.
  • The Western Region MegapolisDevelopment Plan, also called Western Region Megapolis Planning Project(WRMPP), is a urban planning, zoning and development project aimed at creating a Megapolis in the Western Province of Sri Lanka by 2030 , which would help address the issues of waste management, traffic congestion, slums and environmental pollution. This project is intended to build a Megacity that matches other well-known economic hubs such as Dubai,Singapore,Seoul and Tokyo. For more information, please visit <a class="txttohtmllink" href="http://www.megapolis.gov.lk/">http://www.megapolis.gov.lk/</a>




เอกสารอ้างอิง

ดาวน์โหลด

ติดต่อหน่วยงาน

สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงพริทอเรีย
248 Pretorius/Hill Street Arcadia, Pretoria 0083P.O. Box 12080 Hatfield, Pretoria 0028
P.O. Box 95459, Waterkloof 0145
Tel : (27-12) 342-4600, 342-5470
Fax : (27-12) 342-4805, 342-3986
E-mail :info@thaiembassy.co.za
Website : www.thaiembassy.org/pretoria/