สาธารณรัฐสโลวีเนีย

สาธารณรัฐสโลวีเนีย (The Republic of Slovenia) ตั้งอยู่ทางใต้ของทวีปยุโรปกลาง มีพื้นที่ประมาณ 20,273 ตารางกิโลเมตร (เล็กกว่าไทย 25 เท่า) มีพรมแดนทิศเหนือติดออสเตรีย ทิศตะวันออกเฉียงเหนือติดฮังการี ทิศตะวันตกติดอิตาลี ทิศตะวันออก และทิศใต้ติดโครเอเชีย มีพื้นที่ติดชายฝั่งทะเลอเดรียติก

สภาพอากาศแบบเมดิเตอร์เรเนียน โดยมีอุณหภูมิเฉลี่ยในฤดูร้อนประมาณ 21 องศาเซลเซียส ฤดูหนาวอุณหภูมิเฉลี่ยประมาณ 0 องศาเซลเซียส

ข้อมูลทั่วไป

ภูมิประเทศและภูมิอากาศ

สาธารณรัฐสโลวีเนีย (The Republic of Slovenia) ตั้งอยู่ทางใต้ของทวีปยุโรปกลาง มีพื้นที่ประมาณ 20,273 ตารางกิโลเมตร (เล็กกว่าไทย 25 เท่า) มีพรมแดนทิศเหนือติดออสเตรีย ทิศตะวันออกเฉียงเหนือติดฮังการี ทิศตะวันตกติดอิตาลี ทิศตะวันออก และทิศใต้ติดโครเอเชีย มีพื้นที่ติดชายฝั่งทะเลอเดรียติก

สภาพอากาศแบบเมดิเตอร์เรเนียน โดยมีอุณหภูมิเฉลี่ยในฤดูร้อนประมาณ 21 องศาเซลเซียส ฤดูหนาวอุณหภูมิเฉลี่ยประมาณ 0 องศาเซลเซียส

ประชากร

2.05 ล้านคน (ไทย 67.6 ล้านคน)

การเมืองการปกครอง

ประชาธิปไตยแบบรัฐสภา ซึ่งเป็นระบบสองสภา (Bicameral Parliament) คือ วุฒิสภา (National Council) ทำหน้าที่นิติบัญญัติ มี 40 ที่นั่ง มาจากการเลือกตั้งโดยตรง 22 ที่นั่ง มาจากตัวแทนกลุ่มทางสังคม เศรษฐกิจและสาขาอาชีพต่างๆ 18 ที่นั่ง มีวาระ 5 ปี และ สภาผู้แทนราษฎร (National Assembly) มี 90 ที่นั่ง มาจากระบบสัดส่วน 50 ที่นั่ง มาจากการเลือกตั้งโดยตรง 38 ที่นั่ง มาจากผู้แทนชนกลุ่มน้อยชาวฮังกาเรียนและอิตาเลียน 2 ที่นั่ง มีวาระ 4 ปี

ภาษา

สโลวีน

ศาสนา

คริสต์นิกายโรมันคาธิลิก ร้อยละ 57.8 มุสลิม ร้อยละ 2.4 คริสต์นิกายออธอด็อกซ์ ร้อยละ 2.3 คริสต์นิกายอื่นๆ ร้อยละ 0.9 ไม่นับถือศาสนา ร้อยละ 10.1 อื่นๆ หรือไม่ระบุ ร้อยละ 26.5

สกุลเงิน

1 ยูโร เท่ากับ 44.85 (ณ วันที่ 30 มกราคม 2557)

ข้อมูลทั่วไปประเทศสาธารณรัฐสโลวีเนีย

ภูมิประเทศและภูมิอากาศ

สาธารณรัฐสโลวีเนีย (The Republic of Slovenia) ตั้งอยู่ทางใต้ของทวีปยุโรปกลาง มีพื้นที่ประมาณ 20,273 ตารางกิโลเมตร (เล็กกว่าไทย 25 เท่า) มีพรมแดนทิศเหนือติดออสเตรีย ทิศตะวันออกเฉียงเหนือติดฮังการี ทิศตะวันตกติดอิตาลี ทิศตะวันออก และทิศใต้ติดโครเอเชีย มีพื้นที่ติดชายฝั่งทะเลอเดรียติก

สภาพอากาศแบบเมดิเตอร์เรเนียน โดยมีอุณหภูมิเฉลี่ยในฤดูร้อนประมาณ 21 องศาเซลเซียส ฤดูหนาวอุณหภูมิเฉลี่ยประมาณ 0 องศาเซลเซียส

ประชากร

2.05 ล้านคน (ไทย 67.6 ล้านคน)

การเมืองการปกครอง

ประชาธิปไตยแบบรัฐสภา ซึ่งเป็นระบบสองสภา (Bicameral Parliament) คือ วุฒิสภา (National Council) ทำหน้าที่นิติบัญญัติ มี 40 ที่นั่ง มาจากการเลือกตั้งโดยตรง 22 ที่นั่ง มาจากตัวแทนกลุ่มทางสังคม เศรษฐกิจและสาขาอาชีพต่างๆ 18 ที่นั่ง มีวาระ 5 ปี และ สภาผู้แทนราษฎร (National Assembly) มี 90 ที่นั่ง มาจากระบบสัดส่วน 50 ที่นั่ง มาจากการเลือกตั้งโดยตรง 38 ที่นั่ง มาจากผู้แทนชนกลุ่มน้อยชาวฮังกาเรียนและอิตาเลียน 2 ที่นั่ง มีวาระ 4 ปี

ภาษา

สโลวีน

ศาสนา

คริสต์นิกายโรมันคาธิลิก ร้อยละ 57.8 มุสลิม ร้อยละ 2.4 คริสต์นิกายออธอด็อกซ์ ร้อยละ 2.3 คริสต์นิกายอื่นๆ ร้อยละ 0.9 ไม่นับถือศาสนา ร้อยละ 10.1 อื่นๆ หรือไม่ระบุ ร้อยละ 26.5

สกุลเงิน

1 ยูโร เท่ากับ 44.85 (ณ วันที่ 30 มกราคม 2557)

ข้อมูลการค้า-การลงทุน

สโลวีเนียมีระบบเศรษฐกิจแบบตลาดเสรี เศรษฐกิจมีการพึ่งพาจากภาคบริการ (คิดเป็นร้อยละ 62 ของ ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ) และการค้าระหว่างประเทศเป็นหลัก (คิดเป็นร้อยละ 58 ของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ) ซึ่งการค้า 1 ใน 3 เป็นการค้ากับ EU โดยเฉพาะอย่างยิ่งเยอรมนี อิตาลี ออสเตรีย ฝรั่งเศส และโครเอเชีย

สโลวีเนียมีท่าเรือโคเปอร์ซึ่งสามารถขนถ่ายสินค้าจากยุโรปตะวันออกสู่ทะเลอาเดรียติกเพื่อออกไปยังทะเลเมดิเตอร์เรเนียน โดยมีอุปกรณ์ที่ทันสมัย และมีเครือข่ายระบบขนส่งทั้งทางรถไฟและทางบกที่เชื่อมต่อกับประเทศในยุโรป อาทิ เยอรมนี ออสเตรีย เช็ก สโลวาเกีย ฮังการี สวิตเซอร์แลนด์ โครเอเชีย และอิตาลี อีกทั้งเมืองโคเปอร์ยังเป็นเมืองปลอดภาษีด้วย ส่งผลให้มีสินค้าขนถ่ายผ่านท่าเรือดังกล่าวเฉลี่ย 7 ล้านตันต่อปี นอกจากนี้ สโลวีเนียมีเครือข่ายการติดต่อทางธุรกิจกับประเทศในยุโรป โดยเฉพาะอดีตยูโกสลาเวีย บริษัทเดินเรือกว่า 30 บริษัท มาขึ้นที่ท่าโคเปอร์ ซึ่งเป็นท่าเรือที่ใหญ่เป็นลำดับสองในแถบเมดิเตอร์เรเนียน และรับเก็บรักษาและกระจายสินค้าเกือบทุกชนิด โดยประเทศที่ใช้บริการมาก ได้แก่ ออสเตรีย อิตาลี ฮังการี สโลวะเกีย และเยอรมนี (ตอนใต้) เป็นต้น

ประเทศคู่ค้าสำคัญ ได้แก่ EU (เยอรมนี อิตาลี ออสเตรีย ฝรั่งเศส) รัสเซีย กลุ่มประเทศอดีตยูโกสลาเวีย (โครเอเชีย เซอร์เบีย-มอนเตเนโกร) กลุ่มประเทศ CEFTA (Central European Free Trade Agreement ได้แก่ โปแลนด์ สาธารณรัฐเช็ก สโลวาเกีย ฮังการี สโลวีเนีย โรมาเนีย บัลแกเรีย) กลุ่มประเทศ EFTA (European Free Trade Association (EFTA) ได้แก่ ไอซ์แลนด์ ลิกเตนสไตน์ นอร์เวย์ สวิตเซอร์แลนด์)

ข้อมูลการค้า-การลงทุน

สโลวีเนียมีระบบเศรษฐกิจแบบตลาดเสรี เศรษฐกิจมีการพึ่งพาจากภาคบริการ (คิดเป็นร้อยละ 62 ของ ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ) และการค้าระหว่างประเทศเป็นหลัก (คิดเป็นร้อยละ 58 ของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ) ซึ่งการค้า 1 ใน 3 เป็นการค้ากับ EU โดยเฉพาะอย่างยิ่งเยอรมนี อิตาลี ออสเตรีย ฝรั่งเศส และโครเอเชีย

สโลวีเนียมีท่าเรือโคเปอร์ซึ่งสามารถขนถ่ายสินค้าจากยุโรปตะวันออกสู่ทะเลอาเดรียติกเพื่อออกไปยังทะเลเมดิเตอร์เรเนียน โดยมีอุปกรณ์ที่ทันสมัย และมีเครือข่ายระบบขนส่งทั้งทางรถไฟและทางบกที่เชื่อมต่อกับประเทศในยุโรป อาทิ เยอรมนี ออสเตรีย เช็ก สโลวาเกีย ฮังการี สวิตเซอร์แลนด์ โครเอเชีย และอิตาลี อีกทั้งเมืองโคเปอร์ยังเป็นเมืองปลอดภาษีด้วย ส่งผลให้มีสินค้าขนถ่ายผ่านท่าเรือดังกล่าวเฉลี่ย 7 ล้านตันต่อปี นอกจากนี้ สโลวีเนียมีเครือข่ายการติดต่อทางธุรกิจกับประเทศในยุโรป โดยเฉพาะอดีตยูโกสลาเวีย บริษัทเดินเรือกว่า 30 บริษัท มาขึ้นที่ท่าโคเปอร์ ซึ่งเป็นท่าเรือที่ใหญ่เป็นลำดับสองในแถบเมดิเตอร์เรเนียน และรับเก็บรักษาและกระจายสินค้าเกือบทุกชนิด โดยประเทศที่ใช้บริการมาก ได้แก่ ออสเตรีย อิตาลี ฮังการี สโลวะเกีย และเยอรมนี (ตอนใต้) เป็นต้น

ประเทศคู่ค้าสำคัญ ได้แก่ EU (เยอรมนี อิตาลี ออสเตรีย ฝรั่งเศส) รัสเซีย กลุ่มประเทศอดีตยูโกสลาเวีย (โครเอเชีย เซอร์เบีย-มอนเตเนโกร) กลุ่มประเทศ CEFTA (Central European Free Trade Agreement ได้แก่ โปแลนด์ สาธารณรัฐเช็ก สโลวาเกีย ฮังการี สโลวีเนีย โรมาเนีย บัลแกเรีย) กลุ่มประเทศ EFTA (European Free Trade Association (EFTA) ได้แก่ ไอซ์แลนด์ ลิกเตนสไตน์ นอร์เวย์ สวิตเซอร์แลนด์)

กฎระเบียบการทำธุรกิจ

- ข้อกำหนดเกี่ยวกับบรรจุภัณฑ์สำหรับสินค้านำเข้าสโลวีเนีย เช่น ตราสัญลักษณ์ CE เป็นสัญลักษณ์รับรองคุณภาพทางด้านความปลอดภัยของสินค้า ได้แก่ เครื่องจักร วัสดุก่อสร้าง อุปกรณ์สื่อสารโทรคมนาคม อุปกรณ์ทางการแพทย์ ของเล่นเด็ก เป็นต้น

- เนื่องจากสโลวีเนียเป็นสมาชิกของสหภาพยุโรป (EU) กฏระเบียบการนำเข้าสินค้าและค่าธรรมเนียมทางศุลกากรจึงใช้กฏเดียวกันกับสหภาพยุโรป การค้าภายในกลุ่มตลาด EU เองไม่มีการกีดกันทางด้านภาษี และทุกประเทศในกลุ่ม EU ใช้อัตราภาษีเดียวกันสำหรับตลาดภายนอก

- อัตราเฉลี่ยภาษีศุลกากรสำหรับสินค้านำเข้าของ EU อยู่ที่ร้อยละ 4 และร้อยละ 60 ของสินค้านำเข้าทั้งหมดสามารถนำเข้าไปขายในประเทศต่าง ๆ ในกลุ่ม EU ได้โดยปราศจากภาษี อัตราภาษีนำเข้าของสโลวีเนียอยู่ภายใต้ระเบียบของ EU หรือที่เรียกว่า “TARIC”

- Generalized System of Preferences (GSP) เป็นระบบสิทธิพิเศษทางภาษีศุลกากรสำหรับสินค้านำเข้าจากประเทศกำลังพัฒนา โดยสินค้าที่จะได้รับสิทธิพิเศษนี้จะต้องมีเอกสารรับรองแหล่งกำเนิดของสินค้าด้วย

- ภาษีบริษัทมีอัตราร้อยละ17 และมีระเบียบทางภาษีที่เปิดโอกาสให้บริษัทสามารถลดภาระค่าใช้จ่ายด้านภาษีได้มากถึงเกือบร้อยละ 40 (แต่ไม่เกินมูลค่าของฐานภาษี) ขณะที่การลงทุนทางด้านการวิจัยและพัฒนาสามารถลดได้ถึงเกือบร้อยเปอร์เซนต์

- รายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับการค้าและการลงทุนในสโลวีเนีย สามารถดูได้ที่ http://www.slovenia.si/business/ ซึ่งเป็นเว็บไซต์ที่จัดทำโดย The Government Communication Office of the Republic of Slovenia หรือที่ http://www.investslovenia.org/ จัดทำโดยกระทรวงการพัฒนาทางเศรษฐกิจและเทคโนโลยี

กฎระเบียบการทำธุรกิจ

- ข้อกำหนดเกี่ยวกับบรรจุภัณฑ์สำหรับสินค้านำเข้าสโลวีเนีย เช่น ตราสัญลักษณ์ CE เป็นสัญลักษณ์รับรองคุณภาพทางด้านความปลอดภัยของสินค้า ได้แก่ เครื่องจักร วัสดุก่อสร้าง อุปกรณ์สื่อสารโทรคมนาคม อุปกรณ์ทางการแพทย์ ของเล่นเด็ก เป็นต้น

- เนื่องจากสโลวีเนียเป็นสมาชิกของสหภาพยุโรป (EU) กฏระเบียบการนำเข้าสินค้าและค่าธรรมเนียมทางศุลกากรจึงใช้กฏเดียวกันกับสหภาพยุโรป การค้าภายในกลุ่มตลาด EU เองไม่มีการกีดกันทางด้านภาษี และทุกประเทศในกลุ่ม EU ใช้อัตราภาษีเดียวกันสำหรับตลาดภายนอก

- อัตราเฉลี่ยภาษีศุลกากรสำหรับสินค้านำเข้าของ EU อยู่ที่ร้อยละ 4 และร้อยละ 60 ของสินค้านำเข้าทั้งหมดสามารถนำเข้าไปขายในประเทศต่าง ๆ ในกลุ่ม EU ได้โดยปราศจากภาษี อัตราภาษีนำเข้าของสโลวีเนียอยู่ภายใต้ระเบียบของ EU หรือที่เรียกว่า “TARIC”

- Generalized System of Preferences (GSP) เป็นระบบสิทธิพิเศษทางภาษีศุลกากรสำหรับสินค้านำเข้าจากประเทศกำลังพัฒนา โดยสินค้าที่จะได้รับสิทธิพิเศษนี้จะต้องมีเอกสารรับรองแหล่งกำเนิดของสินค้าด้วย

- ภาษีบริษัทมีอัตราร้อยละ17 และมีระเบียบทางภาษีที่เปิดโอกาสให้บริษัทสามารถลดภาระค่าใช้จ่ายด้านภาษีได้มากถึงเกือบร้อยละ 40 (แต่ไม่เกินมูลค่าของฐานภาษี) ขณะที่การลงทุนทางด้านการวิจัยและพัฒนาสามารถลดได้ถึงเกือบร้อยเปอร์เซนต์

- รายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับการค้าและการลงทุนในสโลวีเนีย สามารถดูได้ที่ http://www.slovenia.si/business/ ซึ่งเป็นเว็บไซต์ที่จัดทำโดย The Government Communication Office of the Republic of Slovenia หรือที่ http://www.investslovenia.org/ จัดทำโดยกระทรวงการพัฒนาทางเศรษฐกิจและเทคโนโลยี

นโยบายการส่งเสริมการลงทุน

สโลวีเนียมีนโยบายส่งเสริมการลงทุนที่จะสามารถเปิดโอกาสให้นักลงทุนชาวต่างชาติสามารถเข้ามาลงทุนในสโลวีเนียได้อย่างเสรีมากขึ้น การเคลื่อนย้ายเงินทุนเป็นไปอย่างเสรีและอยู่ภายใต้ข้อกำหนดของ EU

สิทธิประโยชน์

ระเบียบ GSP ฉบับใหม่ของอียูได้รับการประกาศเมื่อเดือนธันวาคม 2555 แต่จะเริ่มมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2557 เป็นต้นไป โดยภายใต้ระเบียบใหม่ ไทยจะถูกตัดสิทธิพิเศษทางศุลกากรใน 3 กลุ่มสินค้า ได้แก่ กุ้งและผลิตภัณฑ์ประมงบางชนิด ขนมขบเคี้ยวและอาหารสัตว์ อัญมณีและเครื่องประดับ รวมถึงไข่มุก เนื่องจากไทยส่งออกสินค้าทั้ง 3 กลุ่มเกินกว่าสัดส่วนที่ถูกกำหนดไว้ (17.5 % ของสินค้าประเภทนั้นที่อียูนำเข้าจากทุกประเทศที่ได้รับสิทธิ GSP) ทำให้สินค้าเหล่านี้ถูกตัด GSP ส่งผลกระทบต่อความสามารถในการแข่งขันของสินค้าไทยในตลาด EU

การถูกตัดสิทธิ GSP ภาษีนำเข้ากุ้งแช่แข็งจะปรับเพิ่มจากร้อยละ 4.2 เป็นร้อยละ 12 ขณะที่สินค้าผลิตภัณฑ์กุ้งอื่น ๆ จะเพิ่มจากร้อยละ 7 เป็นร้อยละ 20

ในขณะเดียวกันภาครัฐไทยกำลังพิจารณาประกอบการหาทางแก้ไขปัญหาการถูกอียูตัดสิทธิพิเศษทางศุลกากร (GSP) ของสหภาพยุโรปของสินค้าทั้ง 3 กลุ่ม โดยในระยะสั้นจะเน้นที่สินค้าประมงก่อนโดยอาจจะขอให้ EU งดเว้นการเก็บอากรกับสินค้าประมงเป็นการชั่วคราว หรือขอให้ EU ให้โควต้าแก่สินค้าประมงเป็นกรณีพิเศษ และในระยะยาวอาจจะมีการหารือระหว่างไทยกับ EU ในบริบทของการเจรจาความตกลงว่าด้วยเขตการค้าเสรีระหว่างกัน สำหรับสินค้าทั้ง 3 กลุ่ม

ข้อมูลอื่น ๆ

  • ค่าแรงขั้นต่ำตามกฎหมายแรงงานสโลวีเนีย          783.70 ยูโร ต่อเดือน
  • เงินเดือนพนักงานรวมเฉลี่ย (gross salary)         1,617.19 ยูโรต่อเดือน
  • เงินเดือนหลังหักค่าใช้จ่ายเฉลี่ย (net salary)       938.24 ยูโรต่อเดือน

สิทธิประโยชน์

ระเบียบ GSP ฉบับใหม่ของอียูได้รับการประกาศเมื่อเดือนธันวาคม 2555 แต่จะเริ่มมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2557 เป็นต้นไป โดยภายใต้ระเบียบใหม่ ไทยจะถูกตัดสิทธิพิเศษทางศุลกากรใน 3 กลุ่มสินค้า ได้แก่ กุ้งและผลิตภัณฑ์ประมงบางชนิด ขนมขบเคี้ยวและอาหารสัตว์ อัญมณีและเครื่องประดับ รวมถึงไข่มุก เนื่องจากไทยส่งออกสินค้าทั้ง 3 กลุ่มเกินกว่าสัดส่วนที่ถูกกำหนดไว้ (17.5 % ของสินค้าประเภทนั้นที่อียูนำเข้าจากทุกประเทศที่ได้รับสิทธิ GSP) ทำให้สินค้าเหล่านี้ถูกตัด GSP ส่งผลกระทบต่อความสามารถในการแข่งขันของสินค้าไทยในตลาด EU

การถูกตัดสิทธิ GSP ภาษีนำเข้ากุ้งแช่แข็งจะปรับเพิ่มจากร้อยละ 4.2 เป็นร้อยละ 12 ขณะที่สินค้าผลิตภัณฑ์กุ้งอื่น ๆ จะเพิ่มจากร้อยละ 7 เป็นร้อยละ 20

ในขณะเดียวกันภาครัฐไทยกำลังพิจารณาประกอบการหาทางแก้ไขปัญหาการถูกอียูตัดสิทธิพิเศษทางศุลกากร (GSP) ของสหภาพยุโรปของสินค้าทั้ง 3 กลุ่ม โดยในระยะสั้นจะเน้นที่สินค้าประมงก่อนโดยอาจจะขอให้ EU งดเว้นการเก็บอากรกับสินค้าประมงเป็นการชั่วคราว หรือขอให้ EU ให้โควต้าแก่สินค้าประมงเป็นกรณีพิเศษ และในระยะยาวอาจจะมีการหารือระหว่างไทยกับ EU ในบริบทของการเจรจาความตกลงว่าด้วยเขตการค้าเสรีระหว่างกัน สำหรับสินค้าทั้ง 3 กลุ่ม

ข้อมูลอื่น ๆ

  • ค่าแรงขั้นต่ำตามกฎหมายแรงงานสโลวีเนีย          783.70 ยูโร ต่อเดือน
  • เงินเดือนพนักงานรวมเฉลี่ย (gross salary)         1,617.19 ยูโรต่อเดือน
  • เงินเดือนหลังหักค่าใช้จ่ายเฉลี่ย (net salary)       938.24 ยูโรต่อเดือน

ประเด็นท้าทายในการทำธุรกิจ

โอกาสของสินค้าและธุรกิจของไทยในสโลวีเนีย

ในปี 2556 ไทยและสโลวีเนียมีมูลค่าการค้ารวมอยู่ที่ 79.99 ล้านเหรียญสหรัฐฯ โดยไทยส่งออกมายังสโลวีเนียคิดเป็นมูลค่าราว 42.35 ล้านเหรียญสหรัฐฯ และสโลวีเนียส่งออกไปยังไทยมีมูลค่า 37.64 ล้านเหรียญสหรัฐฯ คิดเป็นดุลการค้าที่ไทยได้เปรียบอยู่ประมาณ 4.71 ล้านเหรียญสหรัฐฯ

สินค้าส่งออกที่สำคัญของไทยมายังสโลวีเนีย ได้แก่ รถยนต์ อุปกรณ์ และส่วนประกอบ เครื่องปรับอากาศและส่วนประกอบ ยางพารา ผลิตภัณฑ์ยาง เม็ดพลาสติก ส่วนสินค้านำเข้าสำคัญจากสโลวีเนียมายังไทย ได้แก่ ผลิตภัณฑ์เวชกรรมและเภสัชกรรม เครื่องจักรไฟฟ้าและส่วนประกอบ เคมีภัณฑ์ พืชและผลิตภัณฑ์จากพืช เครื่องจักรกลและส่วนประกอบ

ปัจจุบันมีนักธุรกิจไทยไปลงทุนในสโลวีเนียในกิจการสปา 9 แห่ง และร้านอาหารไทย 4 ร้าน

จุดแข็งของเศรษฐกิจสโลวีเนีย

  • ค่าจ้างแรงงานที่มีฝีมืออยู่ในระดับที่ไม่สูงมากเมื่อเทียบกับประเทศอื่น ๆ ใน EU
  • ถึงแม้จะเป็นตลาดขนาดเล็ก แต่ก็มียุทธศาสตร์การเชื่อมโยงทางการค้าที่ดี และมีโอกาสในการขยายตลาดไปยังสู่ภูมิภาคบอลข่านทางทิศเหนือ
  • ระบบการคมนาคมขนส่งมีความทันสมัย และยังมีทางออกสู่ทะเล ทำให้การขนส่งสินค้าทางเรือเป็นไปด้วยความสะดวก และมีเมืองท่าที่สำคัญและทันสมัย คือ เมืองโคเปอร์

ประเด็นท้าทายในการทำธุรกิจ

  • เศรษฐกิจยังไม่มีเสถียรภาพเท่าที่ควร
  • ปัญหาและอุปสรรคทางการค้าระหว่างไทย-สหภาพยุโรป ได้แก่ปัญหาภาษีผลิตภัณฑ์มันสำปะหลัง เพลี้ยไฟในดอกกล้วยไม้ ผลิตภัณฑ์หอยสองฝา AD/CVD และ GSP

ประเด็นท้าทายในการทำธุรกิจ

โอกาสของสินค้าและธุรกิจของไทยในสโลวีเนีย

ในปี 2556 ไทยและสโลวีเนียมีมูลค่าการค้ารวมอยู่ที่ 79.99 ล้านเหรียญสหรัฐฯ โดยไทยส่งออกมายังสโลวีเนียคิดเป็นมูลค่าราว 42.35 ล้านเหรียญสหรัฐฯ และสโลวีเนียส่งออกไปยังไทยมีมูลค่า 37.64 ล้านเหรียญสหรัฐฯ คิดเป็นดุลการค้าที่ไทยได้เปรียบอยู่ประมาณ 4.71 ล้านเหรียญสหรัฐฯ

สินค้าส่งออกที่สำคัญของไทยมายังสโลวีเนีย ได้แก่ รถยนต์ อุปกรณ์ และส่วนประกอบ เครื่องปรับอากาศและส่วนประกอบ ยางพารา ผลิตภัณฑ์ยาง เม็ดพลาสติก ส่วนสินค้านำเข้าสำคัญจากสโลวีเนียมายังไทย ได้แก่ ผลิตภัณฑ์เวชกรรมและเภสัชกรรม เครื่องจักรไฟฟ้าและส่วนประกอบ เคมีภัณฑ์ พืชและผลิตภัณฑ์จากพืช เครื่องจักรกลและส่วนประกอบ

ปัจจุบันมีนักธุรกิจไทยไปลงทุนในสโลวีเนียในกิจการสปา 9 แห่ง และร้านอาหารไทย 4 ร้าน

จุดแข็งของเศรษฐกิจสโลวีเนีย

  • ค่าจ้างแรงงานที่มีฝีมืออยู่ในระดับที่ไม่สูงมากเมื่อเทียบกับประเทศอื่น ๆ ใน EU
  • ถึงแม้จะเป็นตลาดขนาดเล็ก แต่ก็มียุทธศาสตร์การเชื่อมโยงทางการค้าที่ดี และมีโอกาสในการขยายตลาดไปยังสู่ภูมิภาคบอลข่านทางทิศเหนือ
  • ระบบการคมนาคมขนส่งมีความทันสมัย และยังมีทางออกสู่ทะเล ทำให้การขนส่งสินค้าทางเรือเป็นไปด้วยความสะดวก และมีเมืองท่าที่สำคัญและทันสมัย คือ เมืองโคเปอร์

ประเด็นท้าทายในการทำธุรกิจ

  • เศรษฐกิจยังไม่มีเสถียรภาพเท่าที่ควร
  • ปัญหาและอุปสรรคทางการค้าระหว่างไทย-สหภาพยุโรป ได้แก่ปัญหาภาษีผลิตภัณฑ์มันสำปะหลัง เพลี้ยไฟในดอกกล้วยไม้ ผลิตภัณฑ์หอยสองฝา AD/CVD และ GSP

    

สาระน่ารู้

  • One Galle Face is Colombo's first internationally developed integrated lifestyle destination that makes living, working, entertainment and hospitality possible all in one location. Hong Kong's leisure entity Shanri-La Hotels and Resorts foresees the completion of this project by 2018 with a hefty investment of over US$ 600 million. The twin towers will be used for residence, which consist of 50 floors each, 16 penthouses and 8 duplex and simplex units. The target market is expatriates, international investors and the expanding population of Sri Lanka.
  • Following the tremendous success of the Exhibition 2018 and the 36th Annual Sessions, which took place at the Bandaranaike Memorial International Conference Hall in Colombo from February 22 to 25 earlier this year, the SLIA is proud to prsent  the next edition in a superior manner.<br />
    <br />
    Save the date :February 20th to 24th, 2019
  • The Institution of Engineers, Sri Lanka is the successor to the ‘Engineering Association of Ceylon’, which was founded in 1906. In 1968, the Institution of Engineers, Sri Lanka was made an incorporated body of the government, by an Act of Parliament. The IESL being the Apex body for engineering professionals in Sri Lanka, having a membership of more than 20,000, is called upon to represent the profession at many national forums and contribute to national development. By virtue of agreements it has entered into with the International Engineers’ Alliance (IEA) for mutual recognition of competencies, members assessed to have such competencies by IESL are eligible to practice engineering in the member countries including Japan, Australia, United Kingdom, Singapore, Pakistan, India, USA, Canada and South Korea.<br />
    <br />
    IESL with the Vision to be among the leading professional institutions of engineering and technology in the world, has Missioned Techno Sri Lanka’s for “Bringing out and Unleashing the Country’s Multi – Disciplinary Engineering Talents, to Drive Sri Lanka into Technological Excellence for Revolutionary Uplifting of Peoples’ Living Conditions and Prosperity”. Engineers are driven by passion to look beyond the regular, push borders and create the impossible. This is also reflective of the fact that Engineers over centuries are really innovators, who think beyond the realm and invent solutions for mankind, ahead of their time. That’s what engineering is all about and it’s the reason Engineers will always be the ingenious inventors and imaginative innovators throughout time.<br />
    <br />
    The flagship event of IESL, Techno Sri Lanka, since its inception in 1985 has grown to be the largest and the only engineering and technology exhibition held annually in Colombo. Techno, living up to its standards, has provided the means for uplifting peoples’ living conditions and has become an ideal venue for industry professionals, business heads, technologists and keen public to come together on a single global platform.<br />
    <br />
    The world is changing; engineers are in the forefront of this change. Expectations are very high in today’s society. However, the Planet’s resources are fast depleting and engineers have to be smart and innovative to achieve high goals with very low resource consumption. Technology should reach the masses and make them do things differently, as doing ‘business as usual’ will not leave a healthy planet for our children and grandchildren. We need ‘sustainable technologies’ that will revolutionize the day-to-day activities, such as mobile technology, nanotechnology, household solar PV technology and perhaps other inventions and breakthroughs to satisfy the society’s expectations and still not be blamed by our future generations for not leaving them a livable Planet Earth.<br />
    <br />
    Considering these facts, Techno Sri Lanka has redefined its Theme for the year 2018, aiming to fulfill the expectations of all stakeholders.
  • 01. - 03. November 2018 | Trade fair for hotels, hospitality, tourism and food businesses<br />
    <br />
    The Hotel, Hospitality & Food Asia in Sri Lanka has been designed by the dynamic development of the hotel and catering industry and the tourism and food companies to take account of South Asia. She is a specifically targeted at this sector business-to-business event. This exhibition is communication and information platform in the industry and provides the exhibiting companies the opportunity to present to an audience of experts here. Visitors can find information here thoroughly and comprehensively about the latest developments, trends, products and services in various fields. HHF Sri Lanka is the leading marketplace for regional networking and distribution, as well as a new basis for the procurement of products. The program will be held a culinary competition and other live features.<br />
    <br />
    The Hotel Hospitality & Food Asia will take place on 3 days from Thursday, 01. November to Saturday, 03. November 2018 in Colombo.
  • Infotel theme will be Towards a Digital Economy, is aligning with national priorities of enhancing the digital infrastructure of the country for facilitating a digitally empowered ecosystem while improving the Citizens’ engagement in a digital society.
  • The Western Region MegapolisDevelopment Plan, also called Western Region Megapolis Planning Project(WRMPP), is a urban planning, zoning and development project aimed at creating a Megapolis in the Western Province of Sri Lanka by 2030 , which would help address the issues of waste management, traffic congestion, slums and environmental pollution. This project is intended to build a Megacity that matches other well-known economic hubs such as Dubai,Singapore,Seoul and Tokyo. For more information, please visit <a class="txttohtmllink" href="http://www.megapolis.gov.lk/">http://www.megapolis.gov.lk/</a>




เอกสารอ้างอิง
  • สาธารณรัฐสโลวีเนีย (The Republic of Slovenia). ที่มา: สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงเวียนนา [10 เมษายน 2557]

ดาวน์โหลด

ติดต่อหน่วยงาน

European Union - EU
สหภาพยุโรป

เป็นการรวมกลุ่มระหว่างประเทศ ทั้งด้านการเมือง เศรษฐกิจ และสังคมแบบเหนือรัฐ (supranational) ที่ใหญ่ที่สุดและก้าวหน้าที่สุดในโลก โดยปัจจุบันมีสมาชิก 27 ประเทศ ทั้งนี้ ในปี 2554 สหภาพยุโรปถือเป็นคู่ค้าสำคัญอันดับที่ 4 ของไทย
สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงบรัสเซลส์
876 Chaussee de Waterloo, 1000, Brussels, Belgium
Tel: (+32) 2 629 0035
Website : www2.thaieurope.net