โปแลนด์

สาธารณรัฐโปแลนด์ (Republic of Poland) เป็นประเทศที่ระบบเศรษฐกิจมีความเข้มแข็ง ซึ่งโปแลนด์เป็นประเทศเดียวในสหภาพยุโรปที่ไม่ประสบภาวะเศรษฐกิจถดถอยในช่วงวิกฤติเศษฐกิจที่ผ่านมาในปี 2008 จนถึงปัจจุบัน แม้ในด้านการคลังโปแลนด์ยังมีปัญหาด้านการขาดดุลส่งผลต่อการเปลี่ยนอัตราค่าเงินมาใช้เงินยูโร แต่ขณะนี้คาดว่าจะสามารถลดการขาดดุลให้อยู่ในอัตราร้อยละ 3 ตามที่สหภาพยุโรปกำหนดได้ในปี 2015

ทั้งนี้ ความต้องการของตลาดในประเทศมีการขยายตัวมาก ภาคธุรกิจขนาดกลางมีการขยายตัว แต่การจับจ่ายของครัวเรือนคงที่ เนื่องจากอัตราการว่างงานยังคงสูงอยู่ ซึ่งเป็นผลมาจากชาวโปแลนด์ที่เคยไปทำงานในต่างประเทศต้องกลับมาอยู่ในประเทศด้วยปัญหาเศรษฐกิจในประเทศที่จ้างงาน ในปัจจุบันผู้บริโภคชาวโปแลนด์เริ่มมีรายได้สูงขึ้นโดยเฉพาะกลุ่มชนชั้นกลางมีมากขึ้น ทำให้สินค้าที่มีตรายี่ห้อและคุณภาพดีเป็นที่ต้องการของตลาด การลงทุนโดยตรงในโปแลนด์นับว่าประสบความสำเร็จด้วยดีในการดึงดูดเงินลงทุนจากต่างประเทศ เนื่องจากอยู่ในที่ตั้งที่ดีใจกลางยุโรป มีกำลังแรงงานมาก เป็นสมาชิกอียู มีเสถียรภาพทางการเมืองและเศรษฐกิจที่มั่นคง รวมทั้งการมีภาระหนี้สินภาครัฐที่ไม่สูงทำให้โปแลนด์เป็นเป้าหมายของการลงทุน

ข้อมูลทั่วไป

ภูมิประเทศและภูมิอากาศ

โปแลนด์ตั้งอยู่บริเวณตอนกลางของทวีปยุโรป มีพื้นที่ 312,685 ตารางกิโลเมตร ทางตะวันออกของประเทศเยอรมัน ทิศเหนือจรดทะเลบอลติก มีอาณาเขตติดกับประเทศเบลารุส สาธารณรัฐเช็ก เยอรมนี ลิทธัวเนีย รัสเซีย สโลวาเกีย และยูเครน ภูมิประเทศส่วนใหญ่เป็นที่ราบ มีเทือกเขาทอดตัวเป็นแนวยาวตลอดชายแดนทางทิศใต้ เมืองหลวงคือกรุงวอร์ซอ (Warsaw)

ทางด้านสภาพอากาศ โปแลนด์เป็นประเทศที่มีอากาศหนาว มีเมฆมาก ช่วงอากาศอบอุ่นจะมีฝน หรือลูกเห็บตกลงมา ฤดูร้อนมีอากาศอบอุ่นและมีฝนตกปรอยๆ ไปจนถึงฝนตกฟ้าคะนอง

ประชากร

38.5 ล้านคน (ไทย 69.5 ล้านคน)

การเมืองการปกครอง

โปแลนด์เป็นประเทศแรกในยุโรปกลางและยุโรปตะวันออกที่เปลี่ยนแปลงการปกครองจากระบอบคอมมิวนิสต์มาเป็นระบอบประชาธิปไตยแบบสาธารณรัฐ แบบรัฐสภา มี 2 สภา คือ สภาสูงและสภาล่าง ระบบกฎหมายเป็นกึ่งผสมระหว่างกฎหมายทวีปยุโรป เป็นหลักและยึดหลักแนวคิดทางด้านคอมมิวนิสต์ ยอมรับกฎของศาลโลกมาใช้ มีประธานาธิบดีเป็นประมุขของประเทศมาจากการเลือกตั้งทั่วไปทุกๆ 5 ปี ซึ่งประธานาธิบดีเป็นผู้แต่งตั้งนายกรัฐมนตรี และสามารถยับยั้งร่างกฎหมายที่ผ่านการพิจารณาของรัฐสภาได้ แต่รัฐสภาสามารถลงคะแนนยืนยันผ่านร่างกฎหมายด้วยคะแนนเสียง 2 ใน 3 ประธานาธิบดีมีอำนาจยุบสภาได้ หากรัฐสภาไม่สามารถผ่านร่างกฎหมายงบประมาณ หรือไม่สามารถตกลงจัดตั้งรัฐบาล

ทั้งนี้ โปแลนด์แบ่งการบริหารรัฐกิจออกเป็น 2 ส่วน ได้แก่ ส่วนกลาง ประกอบด้วยกระทรวง สำนักงานกลาง และสำนักงานในต่างประเทศ และส่วนท้องถิ่น ประกอบด้วย 16 จังหวัด 373 เขต และ 2,483 ตำบล

ภาษา

โปลิช

ศาสนา

คริสต์โรมันคาทอลิก ร้อยละ 96 และอื่นๆ ร้อยละ 4

สกุลเงิน

สว็อตตี้ (1 สว็อตตี้ ประมาณ 9.20 บาท ณ 31 มีนาคม 2556)

ข้อมูลทั่วไปประเทศโปแลนด์

ภูมิประเทศและภูมิอากาศ

โปแลนด์ตั้งอยู่บริเวณตอนกลางของทวีปยุโรป มีพื้นที่ 312,685 ตารางกิโลเมตร ทางตะวันออกของประเทศเยอรมัน ทิศเหนือจรดทะเลบอลติก มีอาณาเขตติดกับประเทศเบลารุส สาธารณรัฐเช็ก เยอรมนี ลิทธัวเนีย รัสเซีย สโลวาเกีย และยูเครน ภูมิประเทศส่วนใหญ่เป็นที่ราบ มีเทือกเขาทอดตัวเป็นแนวยาวตลอดชายแดนทางทิศใต้ เมืองหลวงคือกรุงวอร์ซอ (Warsaw)

ทางด้านสภาพอากาศ โปแลนด์เป็นประเทศที่มีอากาศหนาว มีเมฆมาก ช่วงอากาศอบอุ่นจะมีฝน หรือลูกเห็บตกลงมา ฤดูร้อนมีอากาศอบอุ่นและมีฝนตกปรอยๆ ไปจนถึงฝนตกฟ้าคะนอง

ประชากร

38.5 ล้านคน (ไทย 69.5 ล้านคน)

การเมืองการปกครอง

โปแลนด์เป็นประเทศแรกในยุโรปกลางและยุโรปตะวันออกที่เปลี่ยนแปลงการปกครองจากระบอบคอมมิวนิสต์มาเป็นระบอบประชาธิปไตยแบบสาธารณรัฐ แบบรัฐสภา มี 2 สภา คือ สภาสูงและสภาล่าง ระบบกฎหมายเป็นกึ่งผสมระหว่างกฎหมายทวีปยุโรป เป็นหลักและยึดหลักแนวคิดทางด้านคอมมิวนิสต์ ยอมรับกฎของศาลโลกมาใช้ มีประธานาธิบดีเป็นประมุขของประเทศมาจากการเลือกตั้งทั่วไปทุกๆ 5 ปี ซึ่งประธานาธิบดีเป็นผู้แต่งตั้งนายกรัฐมนตรี และสามารถยับยั้งร่างกฎหมายที่ผ่านการพิจารณาของรัฐสภาได้ แต่รัฐสภาสามารถลงคะแนนยืนยันผ่านร่างกฎหมายด้วยคะแนนเสียง 2 ใน 3 ประธานาธิบดีมีอำนาจยุบสภาได้ หากรัฐสภาไม่สามารถผ่านร่างกฎหมายงบประมาณ หรือไม่สามารถตกลงจัดตั้งรัฐบาล

ทั้งนี้ โปแลนด์แบ่งการบริหารรัฐกิจออกเป็น 2 ส่วน ได้แก่ ส่วนกลาง ประกอบด้วยกระทรวง สำนักงานกลาง และสำนักงานในต่างประเทศ และส่วนท้องถิ่น ประกอบด้วย 16 จังหวัด 373 เขต และ 2,483 ตำบล

ภาษา

โปลิช

ศาสนา

คริสต์โรมันคาทอลิก ร้อยละ 96 และอื่นๆ ร้อยละ 4

สกุลเงิน

สว็อตตี้ (1 สว็อตตี้ ประมาณ 9.20 บาท ณ 31 มีนาคม 2556)

ข้อมูลการค้า-การลงทุน

เศรษฐกิจโปแลนด์ตั้งอยู่บนนโยบายการเงินและการคลังเป็นหลัก สภานโยบายการเงินซึ่งมีประธานธนาคารแห่งชาติโปแลนด์เป็นประธาน ได้กำหนดนโยบายการเงินอย่างรัดกุม เพื่อป้องกันไม่ให้โปแลนด์ประสบปัญหาเศรษฐกิจดังเช่นประเทศเพื่อนบ้าน โดยโปแลนด์มี GDP อยู่ที่ 802 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ รายได้ต่อหัวประมาณ 21,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ มูลค่าการส่งออก 192.3 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ สินค้าส่งออกที่สำคัญคือ เครื่องจักรและอุปกรณ์การขนส่ง สินค้าจากอุตสาหกรรมขนาดกลาง สินค้าเบ็ดเตล็ด อาหารและสัตว์ที่ยังมีชีวิต ประเทศคู่ค้าส่งออกที่สำคัญได้แก่ เยอรมนี 26.8% ฝรั่งเศส 6.3% สหราชอาณาจักร 6.6% อิตาลี 5.5% สาธารณรัฐเช็ก 6.4% เนเธอร์แลนด์ 4.5% และรัสเซีย 4.2%

มูลค่าการนำเข้าประมาณ 206.5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ สินค้านำเข้าที่สำคัญคือเครื่องจักรและอุปกรณ์การขนส่ง สินค้าจากอุตสาหกรรมขนาดกลาง เคมีภัณฑ์ แร่ น้ำมันเชื้อเพลิง น้ำมันหล่อลื่น และผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้อง ซึ่งแหล่งนำเข้าที่สำคัญมาจากเยอรมนี 28.7% รัสเซีย 10.3% เนเธอแลนด์ 5.9% อิตาลี 5.3% จีน 5.3% ฝรั่งเศส 4.4% และสาธารณรัฐเช็ก 4.3%

สำหรับประเทศไทย โปแลนด์เป็นคู่ค้าอันดับ 2 ของไทยในยุโรปตะวันออก (รองจากเช็ก และไม่รวมรัสเซีย-CIS) มูลค่าการค้ารวม 482.96 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ โดยไทยได้เปรียบดุลการค้าอย่างต่อเนื่อง ซึ่งสินค้าส่งออกที่สำคัญของไทยได้แก่ อาหารทะเลกระป๋อง รถบรรทุกดีเซล ตู้เย็น โทรทัศน์สี ยางพารา ผลไม้กระป๋อง เสื้อผ้าสำเร็จรูป และคอมพิวเตอร์ ส่วนสินค้าที่ไทยนำเข้าจากโปแลนด์คือ เครื่องจักร เครื่องเพชรพลอย อัญมณี เงินแท่งและทองคำ รถยนต์โดยสารและรถบรรทุก ปุ๋ย แก้วและผลิตภัณฑ์จากแก้ว เป็นต้น

ข้อมูลการค้า-การลงทุน

เศรษฐกิจโปแลนด์ตั้งอยู่บนนโยบายการเงินและการคลังเป็นหลัก สภานโยบายการเงินซึ่งมีประธานธนาคารแห่งชาติโปแลนด์เป็นประธาน ได้กำหนดนโยบายการเงินอย่างรัดกุม เพื่อป้องกันไม่ให้โปแลนด์ประสบปัญหาเศรษฐกิจดังเช่นประเทศเพื่อนบ้าน โดยโปแลนด์มี GDP อยู่ที่ 802 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ รายได้ต่อหัวประมาณ 21,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ มูลค่าการส่งออก 192.3 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ สินค้าส่งออกที่สำคัญคือ เครื่องจักรและอุปกรณ์การขนส่ง สินค้าจากอุตสาหกรรมขนาดกลาง สินค้าเบ็ดเตล็ด อาหารและสัตว์ที่ยังมีชีวิต ประเทศคู่ค้าส่งออกที่สำคัญได้แก่ เยอรมนี 26.8% ฝรั่งเศส 6.3% สหราชอาณาจักร 6.6% อิตาลี 5.5% สาธารณรัฐเช็ก 6.4% เนเธอร์แลนด์ 4.5% และรัสเซีย 4.2%

มูลค่าการนำเข้าประมาณ 206.5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ สินค้านำเข้าที่สำคัญคือเครื่องจักรและอุปกรณ์การขนส่ง สินค้าจากอุตสาหกรรมขนาดกลาง เคมีภัณฑ์ แร่ น้ำมันเชื้อเพลิง น้ำมันหล่อลื่น และผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้อง ซึ่งแหล่งนำเข้าที่สำคัญมาจากเยอรมนี 28.7% รัสเซีย 10.3% เนเธอแลนด์ 5.9% อิตาลี 5.3% จีน 5.3% ฝรั่งเศส 4.4% และสาธารณรัฐเช็ก 4.3%

สำหรับประเทศไทย โปแลนด์เป็นคู่ค้าอันดับ 2 ของไทยในยุโรปตะวันออก (รองจากเช็ก และไม่รวมรัสเซีย-CIS) มูลค่าการค้ารวม 482.96 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ โดยไทยได้เปรียบดุลการค้าอย่างต่อเนื่อง ซึ่งสินค้าส่งออกที่สำคัญของไทยได้แก่ อาหารทะเลกระป๋อง รถบรรทุกดีเซล ตู้เย็น โทรทัศน์สี ยางพารา ผลไม้กระป๋อง เสื้อผ้าสำเร็จรูป และคอมพิวเตอร์ ส่วนสินค้าที่ไทยนำเข้าจากโปแลนด์คือ เครื่องจักร เครื่องเพชรพลอย อัญมณี เงินแท่งและทองคำ รถยนต์โดยสารและรถบรรทุก ปุ๋ย แก้วและผลิตภัณฑ์จากแก้ว เป็นต้น

กฎระเบียบการทำธุรกิจ

มาตรการทางภาษีศุลกากร

โปแลนด์มีอัตราภาษีศุลกากรหลายอัตรา เช่น อัตราพิเศษสำหรับประเทศสมาชิก WTO ประเทศกำลังพัฒนา ประเทศพัฒนาน้อยที่สุด และประเทศที่มีข้อตกลงพิเศษ เช่น EU CEFTA ลิทธัวเนีย เอสโทเนีย อิสราเอล เป็นต้น

โปแลนด์ให้สิทธิพิเศษทางการค้า (GSP) แก่ประเทศที่มีรายได้ประชาชาติต่อหัวต่ำกว่าร้อยละ 8 ของโปแลนด์ 48 ประเทศ รวมทั้งประเทศไทย เป็นส่วนลดร้อยละ 20 ของอัตราปกติ แต่ไม่ได้ให้ทุกรายการสินค้า สินค้าที่ยกเว้น เช่น สินค้าเกษตรที่มีความอ่อนไหว สินค้าสิ่งทอและเสื้อผ้า

สินค้าส่งออกสำคัญของไทยที่ยังต้องเสียอากรขาเข้าสูง ได้แก่ ผักและผลไม้กระป๋อง (ร้อยละ28-35) กุ้งแช่แข็ง (ร้อยละ 21) เสื้อผ้า (ร้อยละ 18) รองเท้า (ร้อยละ 12, 17) เครื่องประดับด้วยโลหะมีค่า (ร้อยละ 21) นอกจากนี้ยังมีการเรียกเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มในอัตราสูง คือ สินค้าทั่วไป (ร้อยละ 22) สินค้าวัตถุดิบการเกษตร สินค้าสำหรับเด็ก สินค้าเกี่ยวกับการคุ้มครองสุขภาพ สินค้าวัสดุก่อสร้าง การก่อสร้าง การขนส่งยกเว้นแท็กซี่ (ร้อยละ 7) สินค้าเกษตรไม่แปรรูป (ร้อยละ 3) และสินค้าที่ได้รับการยกเว้น เช่น ไข่ ปลา การศึกษา ไปรษณีย์ บริการเพื่อสุขภาพ (ร้อยละ 0)

มาตรการที่มิใช่ด้านภาษี

สินค้าที่ต้องขออนุญาตนำเข้า (license) ได้แก่ เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ผลิตภัณฑ์ยาสูบ ชิ้นส่วนเพื่อประกอบยานยนต์ และสินค้าเกี่ยวกับความปลอดภัยสาธารณะ เช่น สินค้าสำหรับทหารและตำรวจ อาวุธยุทธภัณฑ์ ต้องขออนุญาตนำเข้าจาก Department of Trade Regulation ไม่น้อยกว่า 30 วันก่อนผ่านพิธีการศุลกากร นอกจากนี้ สินค้าที่มีโควตานำเข้ารวมทั้งโควตาภาษีตามความตกลงระหว่างประเทศและเหตุผลในประเทศ ต้องขออนุญาตนำเข้าต่อกระทรวงเศรษฐกิจ ยกเว้นสินค้าเกษตร

สินค้าที่ต้องขออนุญาตส่งออกได้แก่ สินค้าเกี่ยวข้องกับความปลอดภัยสาธารณะและสินค้าที่มีโควตาส่งออก ซึ่งโปแลนด์มีโควตาส่งออกผลิตภัณฑ์สิ่งทอ (VER) ไปยัง EU นอร์เวย์ สหรัฐอเมริกา คานาดา และตุรกี นอกจากนี้ยังมีสินค้าที่ต้องห้ามนำเข้าและส่งออก ห้ามนำเข้า ได้แก่ รถโดยสารเก่า เชสซี และตัวถัง ที่มีอายุ 10 ปีขึ้นไป รถบรรทุกที่มีอายุ 6 ปีขึ้นไป เครื่องยนต์ 2 จังหวะ และยานพาหนะที่มีเครื่องยนต์ 2 จังหวะ แต่ไม่มีการห้ามส่งออก

กฎระเบียบการทำธุรกิจ

มาตรการทางภาษีศุลกากร

โปแลนด์มีอัตราภาษีศุลกากรหลายอัตรา เช่น อัตราพิเศษสำหรับประเทศสมาชิก WTO ประเทศกำลังพัฒนา ประเทศพัฒนาน้อยที่สุด และประเทศที่มีข้อตกลงพิเศษ เช่น EU CEFTA ลิทธัวเนีย เอสโทเนีย อิสราเอล เป็นต้น

โปแลนด์ให้สิทธิพิเศษทางการค้า (GSP) แก่ประเทศที่มีรายได้ประชาชาติต่อหัวต่ำกว่าร้อยละ 8 ของโปแลนด์ 48 ประเทศ รวมทั้งประเทศไทย เป็นส่วนลดร้อยละ 20 ของอัตราปกติ แต่ไม่ได้ให้ทุกรายการสินค้า สินค้าที่ยกเว้น เช่น สินค้าเกษตรที่มีความอ่อนไหว สินค้าสิ่งทอและเสื้อผ้า

สินค้าส่งออกสำคัญของไทยที่ยังต้องเสียอากรขาเข้าสูง ได้แก่ ผักและผลไม้กระป๋อง (ร้อยละ28-35) กุ้งแช่แข็ง (ร้อยละ 21) เสื้อผ้า (ร้อยละ 18) รองเท้า (ร้อยละ 12, 17) เครื่องประดับด้วยโลหะมีค่า (ร้อยละ 21) นอกจากนี้ยังมีการเรียกเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มในอัตราสูง คือ สินค้าทั่วไป (ร้อยละ 22) สินค้าวัตถุดิบการเกษตร สินค้าสำหรับเด็ก สินค้าเกี่ยวกับการคุ้มครองสุขภาพ สินค้าวัสดุก่อสร้าง การก่อสร้าง การขนส่งยกเว้นแท็กซี่ (ร้อยละ 7) สินค้าเกษตรไม่แปรรูป (ร้อยละ 3) และสินค้าที่ได้รับการยกเว้น เช่น ไข่ ปลา การศึกษา ไปรษณีย์ บริการเพื่อสุขภาพ (ร้อยละ 0)

มาตรการที่มิใช่ด้านภาษี

สินค้าที่ต้องขออนุญาตนำเข้า (license) ได้แก่ เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ผลิตภัณฑ์ยาสูบ ชิ้นส่วนเพื่อประกอบยานยนต์ และสินค้าเกี่ยวกับความปลอดภัยสาธารณะ เช่น สินค้าสำหรับทหารและตำรวจ อาวุธยุทธภัณฑ์ ต้องขออนุญาตนำเข้าจาก Department of Trade Regulation ไม่น้อยกว่า 30 วันก่อนผ่านพิธีการศุลกากร นอกจากนี้ สินค้าที่มีโควตานำเข้ารวมทั้งโควตาภาษีตามความตกลงระหว่างประเทศและเหตุผลในประเทศ ต้องขออนุญาตนำเข้าต่อกระทรวงเศรษฐกิจ ยกเว้นสินค้าเกษตร

สินค้าที่ต้องขออนุญาตส่งออกได้แก่ สินค้าเกี่ยวข้องกับความปลอดภัยสาธารณะและสินค้าที่มีโควตาส่งออก ซึ่งโปแลนด์มีโควตาส่งออกผลิตภัณฑ์สิ่งทอ (VER) ไปยัง EU นอร์เวย์ สหรัฐอเมริกา คานาดา และตุรกี นอกจากนี้ยังมีสินค้าที่ต้องห้ามนำเข้าและส่งออก ห้ามนำเข้า ได้แก่ รถโดยสารเก่า เชสซี และตัวถัง ที่มีอายุ 10 ปีขึ้นไป รถบรรทุกที่มีอายุ 6 ปีขึ้นไป เครื่องยนต์ 2 จังหวะ และยานพาหนะที่มีเครื่องยนต์ 2 จังหวะ แต่ไม่มีการห้ามส่งออก

นโยบายการส่งเสริมการลงทุน

- การร่วมลงทุนของต่างชาติไม่จำเป็นต้องได้รับอนุญาตจากหน่วยงานของรัฐ ยกเว้นกิจการธนาคารซึ่งต้องได้รับอนุญาตจากผู้ว่าการธนาคารชาติ และกิจการที่มีขั้นตอนการขออนุญาตเฉพาะจากกระทรวงและจังหวัดที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ กิจการเหมืองแร่ การค้าและแปรรูปโลหะมีค่า การผลิตเหล้า การผลิตผลิตภัณฑ์ยาสูบ กิจการขนส่งทางอากาศและการค้า อาวุธและวัตถุระเบิด นอกจากนี้ ต่างชาติอาจขออนุญาตจัดตั้งกิจการที่ต่างชาติเป็นผู้ถือหุ้นทั้งหมดได้โดยจดทะเบียนกับศาลเศรษฐกิจประจำเขตที่ตั้งกิจการดังกล่าว

- ภายหลังการตรวจสอบบัญชีประจำปี ของผู้ตรวจสอบและมีการชำระภาษีครบถ้วนแล้ว ผู้ถือหุ้นชาวต่างชาติสามารถโอนเงินได้จากการขายหุ้นออกนอกประเทศได้

- บริษัทอาจจ้างชาวต่างชาติทำงานได้ ผู้รับจ้างชาวต่างชาติอาจนำรายได้จากการรับจ้างไป ซื้อเงินตราต่างประเทศและโอนเงินออกต่างประเทศได้

- บริษัทร่วมลงทุนกับต่างชาติได้รับการปฏิบัติเยี่ยงบริษัทอื่นๆ ต้องชำระภาษีในอัตราเดียวกัน และอาจขอลดหย่อนภาษีได้ภายใต้เงื่อนไขเดียวกัน

-การลงทุนในเขตเศรษฐกิจพิเศษ (Law on Special Economic Zones : SEZ) ผู้ลงทุนจะต้องดำเนินการตามเงื่อนไข และระยะเวลาที่กำหนด สิทธิต่างๆ ที่ได้รับจะขึ้นกับประเภทกิจการ ขนาดการลงทุนและการจ้างงานในอนาคต โดยผู้ลงทุนมีพันธะที่ต้องดำเนินการภายในระยะเวลา 5 ปีคือ ดำเนินกิจการอย่างต่อเนื่อง รักษาความเป็นเจ้าของในทรัพย์สินที่ลงทุนในเขตเศรษฐกิจพิเศษเป็นเวลา 5 ปี นับตั้งแต่ได้รับสิทธิประโยชน์ รักษาระดับอัตราการจ้างงานใหม่เป็นเวลา 5 ปีนับตั้งแต่ได้รับสิทธิประโยชน์

นโยบายการส่งเสริมการลงทุน

- การร่วมลงทุนของต่างชาติไม่จำเป็นต้องได้รับอนุญาตจากหน่วยงานของรัฐ ยกเว้นกิจการธนาคารซึ่งต้องได้รับอนุญาตจากผู้ว่าการธนาคารชาติ และกิจการที่มีขั้นตอนการขออนุญาตเฉพาะจากกระทรวงและจังหวัดที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ กิจการเหมืองแร่ การค้าและแปรรูปโลหะมีค่า การผลิตเหล้า การผลิตผลิตภัณฑ์ยาสูบ กิจการขนส่งทางอากาศและการค้า อาวุธและวัตถุระเบิด นอกจากนี้ ต่างชาติอาจขออนุญาตจัดตั้งกิจการที่ต่างชาติเป็นผู้ถือหุ้นทั้งหมดได้โดยจดทะเบียนกับศาลเศรษฐกิจประจำเขตที่ตั้งกิจการดังกล่าว

- ภายหลังการตรวจสอบบัญชีประจำปี ของผู้ตรวจสอบและมีการชำระภาษีครบถ้วนแล้ว ผู้ถือหุ้นชาวต่างชาติสามารถโอนเงินได้จากการขายหุ้นออกนอกประเทศได้

- บริษัทอาจจ้างชาวต่างชาติทำงานได้ ผู้รับจ้างชาวต่างชาติอาจนำรายได้จากการรับจ้างไป ซื้อเงินตราต่างประเทศและโอนเงินออกต่างประเทศได้

- บริษัทร่วมลงทุนกับต่างชาติได้รับการปฏิบัติเยี่ยงบริษัทอื่นๆ ต้องชำระภาษีในอัตราเดียวกัน และอาจขอลดหย่อนภาษีได้ภายใต้เงื่อนไขเดียวกัน

-การลงทุนในเขตเศรษฐกิจพิเศษ (Law on Special Economic Zones : SEZ) ผู้ลงทุนจะต้องดำเนินการตามเงื่อนไข และระยะเวลาที่กำหนด สิทธิต่างๆ ที่ได้รับจะขึ้นกับประเภทกิจการ ขนาดการลงทุนและการจ้างงานในอนาคต โดยผู้ลงทุนมีพันธะที่ต้องดำเนินการภายในระยะเวลา 5 ปีคือ ดำเนินกิจการอย่างต่อเนื่อง รักษาความเป็นเจ้าของในทรัพย์สินที่ลงทุนในเขตเศรษฐกิจพิเศษเป็นเวลา 5 ปี นับตั้งแต่ได้รับสิทธิประโยชน์ รักษาระดับอัตราการจ้างงานใหม่เป็นเวลา 5 ปีนับตั้งแต่ได้รับสิทธิประโยชน์

สิทธิประโยชน์

สิทธิประโยชน์ที่นักลงทุนได้รับกรณีลงทุนในเขต SEZ คือ การยกเว้นภาษีเงินได้ ซึ่งผู้ลงทุนสามารถเลือกขอรับสิทธิประโยชน์ตามสัดส่วนมูลค่าการลงทุนหรือตามต้นทุนการจ้างงานใหม่

  • กรณีที่ขอรับสิทธิประโยชน์ตามสัดส่วนมูลค่าการลงทุน ต้องมีไม่ต่ำกว่า 100,000 ยูโร ซึ่งผู้ลงทุนจะได้รับการยกเว้นภาษีเงินได้ไม่เกินร้อยละ 50 ของมูลค่าการลงทุนทั้งหมด โดยในการคำนวณสิทธิประโยชน์ให้พิจารณาใช้ค่าที่ดินไม่เกินร้อยละ 5 ของการลงทุนรวม ค่าอาคารและสิ่งก่อสร้างไม่เกินร้อยละ 40 ของการลงทุนรวม และค่าอุปกรณ์ไม่เกินร้อยละ 70 ของการลงทุนรวม
  • กรณีที่ขอรับสิทธิประโยชน์ตามต้นทุนการจ้างงานใหม่ ซึ่งผู้ลงทุนจะได้รับการยกเว้นภาษีเงินได้ไม่เกินร้อยละ 50 ของค่าใช้จ่ายในการจ้างงานใหม่ใน 2 ปี หากเป็นกิจการขนาดเล็กและขนาดกลางจะได้รับสิทธิประโยชน์ในการยกเว้นภาษีเงินได้ไม่เกินร้อยละ 65 ของมูลค่าการลงทุนทั้งหมดหรือของมูลค่าการจ้างงานใหม่ใน 2 ปี ทั้งนี้ ยกเว้นการลงทุนเขตเศรษฐกิจพิเศษคราคูฟ (Krakowski Park Technologiczny) ซึ่งจะได้รับความช่วยเหลือไม่เกินร้อยละ 40 สำหรับกิจการขนาดใหญ่ และร้อยละ 55 สำหรับกิจการขนาดเล็กและกลาง นอกจากนี้ แต่ละเขตเศรษฐกิจพิเศษอาจมีการสนับสนุนอื่นที่แตกต่างกันได้ เช่น การลดหย่อนภาษีท้องถิ่น (ภาษีทรัพย์สิน) และการให้บริการต่างๆ เป็นต้น
  • กิจการยกเว้นสิทธิประโยชน์ ได้แก่ กิจการโรงงานวัตถุระเบิด การผลิตยาสูบ เครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ น้ำมันเชื้อเพลิง เครื่องเล่นเกม การซ่อมเครื่องยนต์ การให้บริการก่อสร้างบางประเภท การค้าปลีก-ส่ง การซ่อมแซมยานพาหนะ เคหสถานและอุปกรณ์ต่างๆ โรงแรม บริการจัดเลี้ยง ธุรกิจการเงิน การให้บริการที่เกี่ยวเนื่องกับอสังหาริมทรัพย์ การให้เช่า การศึกษา การให้บริการสาธารณะ การป้องกันประเทศ การประกันภัย การสาธารณสุขและการประกันสังคม การให้บริการด้านสุขาภิบาลท้องถิ่นและการประกอบธุรกิจที่ต้องจดทะเบียนวิชาชีพบางประเภท

สิทธิประโยชน์

สิทธิประโยชน์ที่นักลงทุนได้รับกรณีลงทุนในเขต SEZ คือ การยกเว้นภาษีเงินได้ ซึ่งผู้ลงทุนสามารถเลือกขอรับสิทธิประโยชน์ตามสัดส่วนมูลค่าการลงทุนหรือตามต้นทุนการจ้างงานใหม่

  • กรณีที่ขอรับสิทธิประโยชน์ตามสัดส่วนมูลค่าการลงทุน ต้องมีไม่ต่ำกว่า 100,000 ยูโร ซึ่งผู้ลงทุนจะได้รับการยกเว้นภาษีเงินได้ไม่เกินร้อยละ 50 ของมูลค่าการลงทุนทั้งหมด โดยในการคำนวณสิทธิประโยชน์ให้พิจารณาใช้ค่าที่ดินไม่เกินร้อยละ 5 ของการลงทุนรวม ค่าอาคารและสิ่งก่อสร้างไม่เกินร้อยละ 40 ของการลงทุนรวม และค่าอุปกรณ์ไม่เกินร้อยละ 70 ของการลงทุนรวม
  • กรณีที่ขอรับสิทธิประโยชน์ตามต้นทุนการจ้างงานใหม่ ซึ่งผู้ลงทุนจะได้รับการยกเว้นภาษีเงินได้ไม่เกินร้อยละ 50 ของค่าใช้จ่ายในการจ้างงานใหม่ใน 2 ปี หากเป็นกิจการขนาดเล็กและขนาดกลางจะได้รับสิทธิประโยชน์ในการยกเว้นภาษีเงินได้ไม่เกินร้อยละ 65 ของมูลค่าการลงทุนทั้งหมดหรือของมูลค่าการจ้างงานใหม่ใน 2 ปี ทั้งนี้ ยกเว้นการลงทุนเขตเศรษฐกิจพิเศษคราคูฟ (Krakowski Park Technologiczny) ซึ่งจะได้รับความช่วยเหลือไม่เกินร้อยละ 40 สำหรับกิจการขนาดใหญ่ และร้อยละ 55 สำหรับกิจการขนาดเล็กและกลาง นอกจากนี้ แต่ละเขตเศรษฐกิจพิเศษอาจมีการสนับสนุนอื่นที่แตกต่างกันได้ เช่น การลดหย่อนภาษีท้องถิ่น (ภาษีทรัพย์สิน) และการให้บริการต่างๆ เป็นต้น
  • กิจการยกเว้นสิทธิประโยชน์ ได้แก่ กิจการโรงงานวัตถุระเบิด การผลิตยาสูบ เครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ น้ำมันเชื้อเพลิง เครื่องเล่นเกม การซ่อมเครื่องยนต์ การให้บริการก่อสร้างบางประเภท การค้าปลีก-ส่ง การซ่อมแซมยานพาหนะ เคหสถานและอุปกรณ์ต่างๆ โรงแรม บริการจัดเลี้ยง ธุรกิจการเงิน การให้บริการที่เกี่ยวเนื่องกับอสังหาริมทรัพย์ การให้เช่า การศึกษา การให้บริการสาธารณะ การป้องกันประเทศ การประกันภัย การสาธารณสุขและการประกันสังคม การให้บริการด้านสุขาภิบาลท้องถิ่นและการประกอบธุรกิจที่ต้องจดทะเบียนวิชาชีพบางประเภท

ประเด็นท้าทายในการทำธุรกิจ

  • ชาวโปลิชให้ความสำคัญต่อปัจจัยด้านราคาในการตัดสินใจซื้อสินค้า ผู้นำเข้าจะเลือกซื้อสินค้าจากประเทศในเอเชียเพราะราคาต่ำกว่า แต่ไทยมักจะเสียเปรียบในด้านราคาต่อจีนและเวียดนามเนื่องจากราคาสินค้าบางอย่างแพงกว่า
  • โปแลนด์มีข้อกำหนดในการควบคุมมาตรฐานและสุขอนามัยสินค้าอาหารที่นำเข้าอย่างเข้มงวดในแนวทางเดียวกับกฎระเบียบของ EU
  • ระยะทางที่ห่างไกลระหว่างไทยและโปแลนด์ ไม่มีเที่ยวบินตรงระหว่างกัน เป็นอุปสรรคต่อการท่องเที่ยว การค้าและการลงทุน โดยเฉพาะด้านการค้าส่งผลให้ต้นทุนในการขนส่งสูง
  • โปแลนด์มีโครงสร้างตลาดซับซ้อน ผู้นำเข้ากระจายอยู่ทั่วประเทศ ร้านค้าย่อยมีจำนวนมาก ยากที่จะสามารถมีเครือข่ายการค้าครอบคลุมทั่วโปแลนด์
  • ความเป็นไทยยังไม่เป็นที่รู้จักกว้างขวางในตลาดโปแลนด์ ผู้ซื้อยังสับสนระหว่างคำว่า "Thailand" กับ "Taiwan"
  • สินค้าไทยเสียอากรขาเข้าสูงกว่าสินค้าจากประเทศที่มีความตกลงการค้าเสรีกับโปแลนด์ เช่น EU, EFTA, CEFTA, ตุรกี อิสราเอล เอสโทเนีย ลิทัวเนีย ลัทเวีย เป็นต้น

ประเด็นท้าทายในการทำธุรกิจ

  • ชาวโปลิชให้ความสำคัญต่อปัจจัยด้านราคาในการตัดสินใจซื้อสินค้า ผู้นำเข้าจะเลือกซื้อสินค้าจากประเทศในเอเชียเพราะราคาต่ำกว่า แต่ไทยมักจะเสียเปรียบในด้านราคาต่อจีนและเวียดนามเนื่องจากราคาสินค้าบางอย่างแพงกว่า
  • โปแลนด์มีข้อกำหนดในการควบคุมมาตรฐานและสุขอนามัยสินค้าอาหารที่นำเข้าอย่างเข้มงวดในแนวทางเดียวกับกฎระเบียบของ EU
  • ระยะทางที่ห่างไกลระหว่างไทยและโปแลนด์ ไม่มีเที่ยวบินตรงระหว่างกัน เป็นอุปสรรคต่อการท่องเที่ยว การค้าและการลงทุน โดยเฉพาะด้านการค้าส่งผลให้ต้นทุนในการขนส่งสูง
  • โปแลนด์มีโครงสร้างตลาดซับซ้อน ผู้นำเข้ากระจายอยู่ทั่วประเทศ ร้านค้าย่อยมีจำนวนมาก ยากที่จะสามารถมีเครือข่ายการค้าครอบคลุมทั่วโปแลนด์
  • ความเป็นไทยยังไม่เป็นที่รู้จักกว้างขวางในตลาดโปแลนด์ ผู้ซื้อยังสับสนระหว่างคำว่า "Thailand" กับ "Taiwan"
  • สินค้าไทยเสียอากรขาเข้าสูงกว่าสินค้าจากประเทศที่มีความตกลงการค้าเสรีกับโปแลนด์ เช่น EU, EFTA, CEFTA, ตุรกี อิสราเอล เอสโทเนีย ลิทัวเนีย ลัทเวีย เป็นต้น

ข่าวเศรษฐกิจ / เรื่องเด่น / ข่าวประชาสัมพันธ์ในโปแลนด์

  • คงปฏิเสธไม่ได้ว่าโครงสร้างพื้นฐานเป็นหัวใจสำคัญของการพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืน เพราะไม่เพียงแต่จะช่วยอำนวยความสะดวกให้แก่ประชาชนในประเทศแล้ว ยังเป็นปัจจัยดึงดูดให้นักลงทุนต่างชาติสนใจเข้ามาลงทุนในประเทศ ซึ่งสำหรับโครงการการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานของโปแลนด์ ศูนย์ธุรกิจสัมพันธ์ กระทรวงการต่างประเทศ ได้รับข้อมูลที่น่าสนใจจากสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงวอร์ซอ (สาธารณรัฐโปแลนด์) เกี่ยวกับการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานต่าง ๆ ของโปแลนด์...
      


    

สาระน่ารู้

  • สหภาพการค้าแห่งนอร์เวย์ (The Norwegian Confederation of Trade Unions (LO)) – เป็นองค์กรคนงานที่ใหญ่ที่สุดและมีอิทธิพลมากที่สุดในนอร์เวย์
  • One Galle Face is Colombo's first internationally developed integrated lifestyle destination that makes living, working, entertainment and hospitality possible all in one location. Hong Kong's leisure entity Shanri-La Hotels and Resorts foresees the completion of this project by 2018 with a hefty investment of over US$ 600 million. The twin towers will be used for residence, which consist of 50 floors each, 16 penthouses and 8 duplex and simplex units. The target market is expatriates, international investors and the expanding population of Sri Lanka.
  • Following the tremendous success of the Exhibition 2018 and the 36th Annual Sessions, which took place at the Bandaranaike Memorial International Conference Hall in Colombo from February 22 to 25 earlier this year, the SLIA is proud to prsent  the next edition in a superior manner.<br />
    <br />
    Save the date :February 20th to 24th, 2019
  • The Institution of Engineers, Sri Lanka is the successor to the ‘Engineering Association of Ceylon’, which was founded in 1906. In 1968, the Institution of Engineers, Sri Lanka was made an incorporated body of the government, by an Act of Parliament. The IESL being the Apex body for engineering professionals in Sri Lanka, having a membership of more than 20,000, is called upon to represent the profession at many national forums and contribute to national development. By virtue of agreements it has entered into with the International Engineers’ Alliance (IEA) for mutual recognition of competencies, members assessed to have such competencies by IESL are eligible to practice engineering in the member countries including Japan, Australia, United Kingdom, Singapore, Pakistan, India, USA, Canada and South Korea.<br />
    <br />
    IESL with the Vision to be among the leading professional institutions of engineering and technology in the world, has Missioned Techno Sri Lanka’s for “Bringing out and Unleashing the Country’s Multi – Disciplinary Engineering Talents, to Drive Sri Lanka into Technological Excellence for Revolutionary Uplifting of Peoples’ Living Conditions and Prosperity”. Engineers are driven by passion to look beyond the regular, push borders and create the impossible. This is also reflective of the fact that Engineers over centuries are really innovators, who think beyond the realm and invent solutions for mankind, ahead of their time. That’s what engineering is all about and it’s the reason Engineers will always be the ingenious inventors and imaginative innovators throughout time.<br />
    <br />
    The flagship event of IESL, Techno Sri Lanka, since its inception in 1985 has grown to be the largest and the only engineering and technology exhibition held annually in Colombo. Techno, living up to its standards, has provided the means for uplifting peoples’ living conditions and has become an ideal venue for industry professionals, business heads, technologists and keen public to come together on a single global platform.<br />
    <br />
    The world is changing; engineers are in the forefront of this change. Expectations are very high in today’s society. However, the Planet’s resources are fast depleting and engineers have to be smart and innovative to achieve high goals with very low resource consumption. Technology should reach the masses and make them do things differently, as doing ‘business as usual’ will not leave a healthy planet for our children and grandchildren. We need ‘sustainable technologies’ that will revolutionize the day-to-day activities, such as mobile technology, nanotechnology, household solar PV technology and perhaps other inventions and breakthroughs to satisfy the society’s expectations and still not be blamed by our future generations for not leaving them a livable Planet Earth.<br />
    <br />
    Considering these facts, Techno Sri Lanka has redefined its Theme for the year 2018, aiming to fulfill the expectations of all stakeholders.
  • 01. - 03. November 2018 | Trade fair for hotels, hospitality, tourism and food businesses<br />
    <br />
    The Hotel, Hospitality & Food Asia in Sri Lanka has been designed by the dynamic development of the hotel and catering industry and the tourism and food companies to take account of South Asia. She is a specifically targeted at this sector business-to-business event. This exhibition is communication and information platform in the industry and provides the exhibiting companies the opportunity to present to an audience of experts here. Visitors can find information here thoroughly and comprehensively about the latest developments, trends, products and services in various fields. HHF Sri Lanka is the leading marketplace for regional networking and distribution, as well as a new basis for the procurement of products. The program will be held a culinary competition and other live features.<br />
    <br />
    The Hotel Hospitality & Food Asia will take place on 3 days from Thursday, 01. November to Saturday, 03. November 2018 in Colombo.
  • Infotel theme will be Towards a Digital Economy, is aligning with national priorities of enhancing the digital infrastructure of the country for facilitating a digitally empowered ecosystem while improving the Citizens’ engagement in a digital society.




เอกสารอ้างอิง

ดาวน์โหลด

ติดต่อหน่วยงาน

European Union - EU
สหภาพยุโรป

เป็นการรวมกลุ่มระหว่างประเทศ ทั้งด้านการเมือง เศรษฐกิจ และสังคมแบบเหนือรัฐ (supranational) ที่ใหญ่ที่สุดและก้าวหน้าที่สุดในโลก โดยปัจจุบันมีสมาชิก 27 ประเทศ ทั้งนี้ ในปี 2554 สหภาพยุโรปถือเป็นคู่ค้าสำคัญอันดับที่ 4 ของไทย
สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงบรัสเซลส์
876 Chaussee de Waterloo, 1000, Brussels, Belgium
Tel: (+32) 2 629 0035
Website : www2.thaieurope.net