เปรู

สาธารณรัฐเปรู (República del Perú) เคยตกเป็นประเทศอาณานิคมของสเปน และได้เปลี่ยนการปกครองเป็นระบอบประชาธิปไตยในปี พ.ศ.2523 ซึ่งมีการวางรากฐานที่สำคัญในระบอบเศรษฐกิจของเปรู รวมถึงมีการยกเลิกการควบคุมราคา การแทรกแซงทางการค้า และการควบคุมการลงทุนจากต่างประเทศ อีกทั้งได้ริเริ่มการแปรรูปรัฐวิสาหกิจ ซึ่งทำให้เศรษฐกิจเปรูขยายตัวอย่างมั่นคงตั้งแต่ปี พ.ศ.2536 อย่างไรก็ตาม เปรูประสบกับปัญหาเศรษฐกิจตกต่ำอีกครั้งระหว่างช่วงวิกฤติเศรษฐกิจเอเชียในปี 2540 แต่รัฐบาลก็ได้แก้ไขด้วยการกำหนดนโยบายส่งเสริมการลงทุนจากต่างประเทศและส่งเสริมการส่งออก

ปัจจุบันเศรษฐกิจของเปรูมีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยในปี 2551 อัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจสูงถึงร้อยละ 9.8 เป็นอัตราการเติบโตสูงที่สุดนับตั้งแต่ปี 2537 อีกทั้งมีอัตราเงินเฟ้อ และอัตราแลก เปลี่ยนที่มีเสถียรภาพมากที่สุดในภูมิภาคอเมริกาใต้ ซึ่งภาวะเศรษฐกิจของเปรูขณะนี้มีเสถียรภาพดีกว่าประเทศอื่นๆ ในอเมริกาใต้ ส่งผลต่อความเชื่อมั่นของนักธุรกิจและนักลงทุนต่างประเทศ

ข้อมูลทั่วไป

ภูมิประเทศและภูมิอากาศ

ประเทศเปรูตั้งอยู่ในทวีปอเมริกาใต้ ริมฝั่งมหาสมุทรแปซิฟิก มีพรมแดนด้านเหนือติดกับเอกวาดอร์และโคลอมเบีย ด้านตะวันออกติดกับบราซิลและโบลิเวีย และด้านใต้ติดกับชิลี มีพื้นที่ทั้งหมด 1,285,220 ตารางกิโลเมตร พื้นดิน 1,280,000 ตารางกิโลเมตร พื้นน้ำ 5,220 ตารางกิโลเมตร พรมแดนทั้งหมดยาว 7,641 กิโลเมตร ภูมิประเทศทางด้านตะวันออกเป็นที่ราบชายฝั่งทะเล ที่ราบสูงและขรุขระ เทือกเขาแอนดีสในตอนกลาง ทางตะวันออกเป็นที่ราบต่ำป่าอเมซอน สภาพภูมิอากาศทางภาคตะวันออกของประเทศเปรูมีอากาศร้อนชื้น ภาคตะวันตกแห้งแล้งแบบทะเลทราย และแถบเทือกเขาแอนดีสมีอากาศหนาวเย็น

ประชากร

เปรูมีประชากรประมาณ 30.8 ล้านคน (2555) อัตราการเติบโตของประชากรอยู่ที่ 1% ประชากรส่วนใหญ่ 45% มีเชื้อชาติอเมอรินเดียน เป็นชาวเมสติโซ 37% ผิวขาว 15% ผิวดำ ชาวญี่ปุ่น ชาวจีน และอื่นๆ 3%

การเมืองการปกครอง

รูปแบบการปกครองของเปรูเป็นสาธารณรัฐประชาธิปไตยแบบมีผู้แทน ใช้ระบอบประธานาธิบดี เมืองหลวงคือ กรุงลิมา การแบ่งเขตการปกครองออกเป็น 25 แคว้น แต่ละแคว้นแบ่งออกเป็นจังหวัดและเขตย่อยลงมาตามลำดับ (ยกเว้นจังหวัดลิมาซึ่งเป็นเอกเทศไม่อยู่ในแคว้นใด) แต่ละแคว้นจะเลือกรัฐบาลท้องถิ่นซึ่งประกอบด้วยประธานและสภา มีวาระ 4 ปี มีหน้าที่ดูแลเรื่องการพัฒนาภูมิภาค โครงการลงทุนสาธารณะ ส่งเสริมกิจกรรมทางเศรษฐกิจ และการจัดการทรัพย์สินสาธารณะ (จังหวัดลิมาบริหารโดยเทศบาลมหานครลิมา)

ภาษา

ภาษาสเปนเป็นภาษาราชการของประเทศเปรู และยังมีการใช้ภาษาท้องถิ่น เช่น ภาษาไอมารา และภาษาของชาวอเมซอน

ศาสนา

คริสต์โรมันคาทอลิก ร้อยละ 81

สกุลเงิน

นูเอโบ โซล (Nuevo Sol) อัตราแลกเปลี่ยน 1 ดอลลาร์สหรัฐ เท่ากับ 2.60 นูเอโบโซล

ข้อมูลทั่วไปประเทศเปรู

ภูมิประเทศและภูมิอากาศ

ประเทศเปรูตั้งอยู่ในทวีปอเมริกาใต้ ริมฝั่งมหาสมุทรแปซิฟิก มีพรมแดนด้านเหนือติดกับเอกวาดอร์และโคลอมเบีย ด้านตะวันออกติดกับบราซิลและโบลิเวีย และด้านใต้ติดกับชิลี มีพื้นที่ทั้งหมด 1,285,220 ตารางกิโลเมตร พื้นดิน 1,280,000 ตารางกิโลเมตร พื้นน้ำ 5,220 ตารางกิโลเมตร พรมแดนทั้งหมดยาว 7,641 กิโลเมตร ภูมิประเทศทางด้านตะวันออกเป็นที่ราบชายฝั่งทะเล ที่ราบสูงและขรุขระ เทือกเขาแอนดีสในตอนกลาง ทางตะวันออกเป็นที่ราบต่ำป่าอเมซอน สภาพภูมิอากาศทางภาคตะวันออกของประเทศเปรูมีอากาศร้อนชื้น ภาคตะวันตกแห้งแล้งแบบทะเลทราย และแถบเทือกเขาแอนดีสมีอากาศหนาวเย็น

ประชากร

เปรูมีประชากรประมาณ 30.8 ล้านคน (2555) อัตราการเติบโตของประชากรอยู่ที่ 1% ประชากรส่วนใหญ่ 45% มีเชื้อชาติอเมอรินเดียน เป็นชาวเมสติโซ 37% ผิวขาว 15% ผิวดำ ชาวญี่ปุ่น ชาวจีน และอื่นๆ 3%

การเมืองการปกครอง

รูปแบบการปกครองของเปรูเป็นสาธารณรัฐประชาธิปไตยแบบมีผู้แทน ใช้ระบอบประธานาธิบดี เมืองหลวงคือ กรุงลิมา การแบ่งเขตการปกครองออกเป็น 25 แคว้น แต่ละแคว้นแบ่งออกเป็นจังหวัดและเขตย่อยลงมาตามลำดับ (ยกเว้นจังหวัดลิมาซึ่งเป็นเอกเทศไม่อยู่ในแคว้นใด) แต่ละแคว้นจะเลือกรัฐบาลท้องถิ่นซึ่งประกอบด้วยประธานและสภา มีวาระ 4 ปี มีหน้าที่ดูแลเรื่องการพัฒนาภูมิภาค โครงการลงทุนสาธารณะ ส่งเสริมกิจกรรมทางเศรษฐกิจ และการจัดการทรัพย์สินสาธารณะ (จังหวัดลิมาบริหารโดยเทศบาลมหานครลิมา)

ภาษา

ภาษาสเปนเป็นภาษาราชการของประเทศเปรู และยังมีการใช้ภาษาท้องถิ่น เช่น ภาษาไอมารา และภาษาของชาวอเมซอน

ศาสนา

คริสต์โรมันคาทอลิก ร้อยละ 81

สกุลเงิน

นูเอโบ โซล (Nuevo Sol) อัตราแลกเปลี่ยน 1 ดอลลาร์สหรัฐ เท่ากับ 2.60 นูเอโบโซล

ข้อมูลการค้า-การลงทุน

ประเทศเปรูมีผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (GDP) อยู่ที่ 325.4 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ รายได้ต่อหัวราว 10,700 ดอลลาร์สหรัฐฯ มีอัตราการเจริญเติบโต GDP ประมาณ 6% (ค่าประมาณ พ.ศ.2555) แยกตามการผลิตได้เป็นภาคการเกษตร 7.8% ภาคอุตสาหกรรม 33.9% และภาคการบริการ 58.4% ผลผลิตทางการเกษตรที่สำคัญคือ หน่อไม้ฝรั่ง กาแฟ ฝ้าย อ้อย ข้าว มันฝรั่ง ข้าวโพด กล้วยกล้าย (กล้าย พบและใช้รับประทานมากในทวีปแอฟริกา) องุ่น ส้ม โกโก้ สัตว์ปีก เนื้อวัว ผลิตภัณฑ์นม ปลา หมูกินนี

อุตสาหกรรมที่สำคัญของเปรูคือ เหมืองแร่ เหล็ก โลหะปลอม ปิโตรเลียม ก๊าซธรรมชาติ อุปกรณ์ตกปลา สิ่งทอ เสื้อผ้า และอาหาร ซึ่งอัตราการเติบโตภาคอุตสาหกรรมอยู่ที่ 5% มีหนี้สาธารณะ 18.3% ของ GDP สินค้าส่งออกที่สำคัญคือ ทองคำ หินมีค่า ทองแดง สังกะสี ตลาดส่งออกที่สำคัญคือ สหรัฐฯ (16.2%) จีน (15.5%) สวิตเซอร์แลนด์ (10.9%) แคนาดา (9.5%) ญี่ปุ่น (5 %) และไทย (0.28%) ส่วนสินค้าส่งออกสำคัญได้แก่ ทองแดง ทองคำ สังกะสี ปิโตรเลียมดิบและผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียม กาแฟ มันฝรั่ง หน่อไม้ฝรั่ง สิ่งทอ หมูกินนี

ประเทศเปรูนั้นมีมูลค่าการนำเข้า 41.15 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ โดยสินค้านำเข้าสำคัญคือ เครื่องจักรกล น้ำมันดิบ น้ำมันเชื้อเพลิง เครื่องรับวิทยุ โทรทัศน์ ยานยนต์ และพลาสติก แหล่งนำเข้าที่สำคัญ คือ สหรัฐฯ (19.3%) จีน (17.0%) บราซิล (7.2%) เอกวาดอร์ (4.7%) ญี่ปุ่น (4.6%) ไทย (1.24%) มาเลเซีย (0.53%) อินโดนีเซีย (0.40%) และสิงคโปร์ (0.13%)

ทั้งนี้ ในแง่การลงทุนกับประเทศไทย ปัจจุบันมูลค่าการลงทุนระหว่างไทยและเปรูยังมีน้อยมาก โดยไทยเป็นประเทศแรกในเอเชียที่เปรูมาลงทุนในสินค้าน้ำอัดลม โดยบริษัทเปรูที่ลงทุนในไทยคือ บริษัท อาเจไทย ตั้งอยู่ที่นิคมอุตสาหกรรมอมตะนคร จ.ชลบุรี ประกอบกิจการผลิตเพื่อจำหน่ายเครื่องดื่มที่ไม่มีแอลกอฮอล์และน้ำอัดลมภายใต้ชื่อ “Big Cola” เพื่อส่งออกไปยังประเทศในภูมิภาคเอเชีย ต่อมาเปรูได้มีการลงทุนในเวียดนาม อินโดนีเซีย อินเดีย ฟิลิปปินส์ และจีน

ข้อมูลการค้า-การลงทุน

ประเทศเปรูมีผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (GDP) อยู่ที่ 325.4 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ รายได้ต่อหัวราว 10,700 ดอลลาร์สหรัฐฯ มีอัตราการเจริญเติบโต GDP ประมาณ 6% (ค่าประมาณ พ.ศ.2555) แยกตามการผลิตได้เป็นภาคการเกษตร 7.8% ภาคอุตสาหกรรม 33.9% และภาคการบริการ 58.4% ผลผลิตทางการเกษตรที่สำคัญคือ หน่อไม้ฝรั่ง กาแฟ ฝ้าย อ้อย ข้าว มันฝรั่ง ข้าวโพด กล้วยกล้าย (กล้าย พบและใช้รับประทานมากในทวีปแอฟริกา) องุ่น ส้ม โกโก้ สัตว์ปีก เนื้อวัว ผลิตภัณฑ์นม ปลา หมูกินนี

อุตสาหกรรมที่สำคัญของเปรูคือ เหมืองแร่ เหล็ก โลหะปลอม ปิโตรเลียม ก๊าซธรรมชาติ อุปกรณ์ตกปลา สิ่งทอ เสื้อผ้า และอาหาร ซึ่งอัตราการเติบโตภาคอุตสาหกรรมอยู่ที่ 5% มีหนี้สาธารณะ 18.3% ของ GDP สินค้าส่งออกที่สำคัญคือ ทองคำ หินมีค่า ทองแดง สังกะสี ตลาดส่งออกที่สำคัญคือ สหรัฐฯ (16.2%) จีน (15.5%) สวิตเซอร์แลนด์ (10.9%) แคนาดา (9.5%) ญี่ปุ่น (5 %) และไทย (0.28%) ส่วนสินค้าส่งออกสำคัญได้แก่ ทองแดง ทองคำ สังกะสี ปิโตรเลียมดิบและผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียม กาแฟ มันฝรั่ง หน่อไม้ฝรั่ง สิ่งทอ หมูกินนี

ประเทศเปรูนั้นมีมูลค่าการนำเข้า 41.15 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ โดยสินค้านำเข้าสำคัญคือ เครื่องจักรกล น้ำมันดิบ น้ำมันเชื้อเพลิง เครื่องรับวิทยุ โทรทัศน์ ยานยนต์ และพลาสติก แหล่งนำเข้าที่สำคัญ คือ สหรัฐฯ (19.3%) จีน (17.0%) บราซิล (7.2%) เอกวาดอร์ (4.7%) ญี่ปุ่น (4.6%) ไทย (1.24%) มาเลเซีย (0.53%) อินโดนีเซีย (0.40%) และสิงคโปร์ (0.13%)

ทั้งนี้ ในแง่การลงทุนกับประเทศไทย ปัจจุบันมูลค่าการลงทุนระหว่างไทยและเปรูยังมีน้อยมาก โดยไทยเป็นประเทศแรกในเอเชียที่เปรูมาลงทุนในสินค้าน้ำอัดลม โดยบริษัทเปรูที่ลงทุนในไทยคือ บริษัท อาเจไทย ตั้งอยู่ที่นิคมอุตสาหกรรมอมตะนคร จ.ชลบุรี ประกอบกิจการผลิตเพื่อจำหน่ายเครื่องดื่มที่ไม่มีแอลกอฮอล์และน้ำอัดลมภายใต้ชื่อ “Big Cola” เพื่อส่งออกไปยังประเทศในภูมิภาคเอเชีย ต่อมาเปรูได้มีการลงทุนในเวียดนาม อินโดนีเซีย อินเดีย ฟิลิปปินส์ และจีน

กฎระเบียบการทำธุรกิจ

มาตรการห้ามนำเข้า

เปรูห้ามนำเข้าสินค้าบางรายการ ได้แก่ สินค้าที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพและไม่มีความปลอดภัย เสื้อผ้าใช้แล้ว (ยกเว้นเพื่อการบริจาค) รถยนต์ใช้แล้วเกิน 5 ปี รถบรรทุกใช้แล้วเกิน 8 ปี และยางรถยนต์ใช้แล้ว เป็นต้น

ป้ายและตราสินค้า

สินค้าเพื่อการอุปโภคและบริโภคทุกชนิดจะต้องมีป้ายกำกับรายละเอียดชื่อตราสินค้า ผู้ผลิต ประเทศผู้ผลิต วิธีการใช้ น้ำหนัก (ระบบเมตริก) และวันที่หมดอายุ (ถ้ามี) โดยสินค้าเพื่อการบริโภคจะต้องระบุรายละเอียดเพิ่มเติม ได้แก่ ปริมาณส่วนประกอบหลัก และวันที่ผลิต ทั้งนี้ ยังมีกฎระเบียบพิเศษสำหรับป้ายสินค้าบางประเภท เช่น ของใช้และเครื่องประดับที่ทำจากเงิน/ทอง ไม้ขีดไฟ บุหรี่ ยาและเคมีภัณฑ์ที่ใช้กับคนและสัตว์

มาตรการด้านเทคนิค

กฎระเบียบด้านเทคนิคของเปรูโดยทั่วไปจะยึดมาตรฐานระหว่างประเทศภายใต้องค์การการค้าโลก โดยหน่วยงานที่รับผิดชอบคือ Commission on Technical and Trade Regulations (CRT)

ใบรับรองสินค้าเกษตรและอาหาร

นอกเหนือจากใบรับรองคุณภาพซึ่งออกโดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในประเทศไทย เช่น หนังสือรับรองสุขอนามัย หนังสือรับรองสุขลักษณะ และหนังสือรับรองเรื่องสารปรอทแล้ว สินค้าเกษตร ปศุสัตว์และสินค้าประมงทุกชนิดจะต้องมีใบอนุญาตจากกระทรวงการเกษตรของเปรู

พิธีการศุลกากร

ผู้นำเข้าที่ได้รับใบอนุญาตจาก The National Tax Administration Supervisory Authority (SUNAT) สามารถดำเนินการด้านพิธีการศุลกากรด้วยตัวเองโดยไม่จำเป็นต้องผ่านนายหน้า และการนำเข้าสินค้าที่ต่ำกว่า 2,000 เหรียญสหรัฐฯ ไม่จำเป็นต้องผ่านพิธีการศุลกากร โดยพิธีการศุลกากรเจ้าหน้าที่จะใช้วิธีสุ่มตรวจสอบเอกสารและสินค้านำเข้าไม่เกินร้อยละ 15 ของการนำเข้าทั้งหมด โดยเวลาที่ใช้ในการตรวจสอบจะขึ้นอยู่กับชนิดสินค้า ปริมาณ และลักษณะสินค้าที่ต้องมีใบรับรองเฉพาะ โดยเฉลี่ยการตรวจสอบเอกสารใช้เวลาประมาณ 2.3-5.9 ชั่วโมง และการตรวจสอบสินค้าใช้เวลาประมาณ 13.4-19 ชั่วโมง

การประเมินราคาภาษีศุลกากรเป็นการประเมินตามมูลค่า C.I.F. ซึ่งจะขึ้นอยู่กับมูลค่าการซื้อขาย ที่ผ่านมาการประเมินราคาภาษีศุลกากรเป็นการประเมินจากราคาซื้อขาย (Transaction Value) ที่ร้อยละ 85 ของราคาที่ปรากฏ โดยเจ้าหน้าที่ศุลกากรจะเปรียบเทียบราคาสินค้าที่แจ้งกับราคาที่เป็นตัวชี้วัด (ราคาประเมินจากการซื้อขาย) ถ้าราคาที่แจ้งต่ำกว่าระดับราคาที่เป็นตัวชี้วัด ผู้นำเข้าจะต้องจ่ายภาษีตามราคาที่เป็นตัวชี้วัด การประเมินภาษีศุลกากรของเปรูมีปัญหาความล่าช้าเนื่องจากมีผู้ตรวจสอบ 2 ฝ่าย คือฝ่ายศุลกากรและฝ่ายผู้ตรวจสอบ (Supervisor) ที่ได้รับแต่งตั้งจากศุลกากรเพื่อตรวจสอบมูลค่าตามราคาที่ใช้เป็นตัวชี้วัด

กฎว่าด้วยถิ่นกำเนิดสินค้า สินค้าทั่วไปที่ไม่ได้อยู่ภายใต้ความตกลงทางการค้าใดเป็นพิเศษ มีหลักเกณฑ์ขั้นพื้นฐานคือจะต้องไม่เป็นสินค้าที่ใช้วัตถุดิบจากประเทศที่ 3 โดยมีการเปลี่ยนแปลงประเภทพิกัดและมูลค่าวัตถุดิบจากประเทศที่ 3 ไม่เกินร้อยละ 50 ของมูลค่าสินค้าขั้นสุดท้ายตามราคา F.O.B.

กฎระเบียบการทำธุรกิจ

มาตรการห้ามนำเข้า

เปรูห้ามนำเข้าสินค้าบางรายการ ได้แก่ สินค้าที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพและไม่มีความปลอดภัย เสื้อผ้าใช้แล้ว (ยกเว้นเพื่อการบริจาค) รถยนต์ใช้แล้วเกิน 5 ปี รถบรรทุกใช้แล้วเกิน 8 ปี และยางรถยนต์ใช้แล้ว เป็นต้น

ป้ายและตราสินค้า

สินค้าเพื่อการอุปโภคและบริโภคทุกชนิดจะต้องมีป้ายกำกับรายละเอียดชื่อตราสินค้า ผู้ผลิต ประเทศผู้ผลิต วิธีการใช้ น้ำหนัก (ระบบเมตริก) และวันที่หมดอายุ (ถ้ามี) โดยสินค้าเพื่อการบริโภคจะต้องระบุรายละเอียดเพิ่มเติม ได้แก่ ปริมาณส่วนประกอบหลัก และวันที่ผลิต ทั้งนี้ ยังมีกฎระเบียบพิเศษสำหรับป้ายสินค้าบางประเภท เช่น ของใช้และเครื่องประดับที่ทำจากเงิน/ทอง ไม้ขีดไฟ บุหรี่ ยาและเคมีภัณฑ์ที่ใช้กับคนและสัตว์

มาตรการด้านเทคนิค

กฎระเบียบด้านเทคนิคของเปรูโดยทั่วไปจะยึดมาตรฐานระหว่างประเทศภายใต้องค์การการค้าโลก โดยหน่วยงานที่รับผิดชอบคือ Commission on Technical and Trade Regulations (CRT)

ใบรับรองสินค้าเกษตรและอาหาร

นอกเหนือจากใบรับรองคุณภาพซึ่งออกโดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในประเทศไทย เช่น หนังสือรับรองสุขอนามัย หนังสือรับรองสุขลักษณะ และหนังสือรับรองเรื่องสารปรอทแล้ว สินค้าเกษตร ปศุสัตว์และสินค้าประมงทุกชนิดจะต้องมีใบอนุญาตจากกระทรวงการเกษตรของเปรู

พิธีการศุลกากร

ผู้นำเข้าที่ได้รับใบอนุญาตจาก The National Tax Administration Supervisory Authority (SUNAT) สามารถดำเนินการด้านพิธีการศุลกากรด้วยตัวเองโดยไม่จำเป็นต้องผ่านนายหน้า และการนำเข้าสินค้าที่ต่ำกว่า 2,000 เหรียญสหรัฐฯ ไม่จำเป็นต้องผ่านพิธีการศุลกากร โดยพิธีการศุลกากรเจ้าหน้าที่จะใช้วิธีสุ่มตรวจสอบเอกสารและสินค้านำเข้าไม่เกินร้อยละ 15 ของการนำเข้าทั้งหมด โดยเวลาที่ใช้ในการตรวจสอบจะขึ้นอยู่กับชนิดสินค้า ปริมาณ และลักษณะสินค้าที่ต้องมีใบรับรองเฉพาะ โดยเฉลี่ยการตรวจสอบเอกสารใช้เวลาประมาณ 2.3-5.9 ชั่วโมง และการตรวจสอบสินค้าใช้เวลาประมาณ 13.4-19 ชั่วโมง

การประเมินราคาภาษีศุลกากรเป็นการประเมินตามมูลค่า C.I.F. ซึ่งจะขึ้นอยู่กับมูลค่าการซื้อขาย ที่ผ่านมาการประเมินราคาภาษีศุลกากรเป็นการประเมินจากราคาซื้อขาย (Transaction Value) ที่ร้อยละ 85 ของราคาที่ปรากฏ โดยเจ้าหน้าที่ศุลกากรจะเปรียบเทียบราคาสินค้าที่แจ้งกับราคาที่เป็นตัวชี้วัด (ราคาประเมินจากการซื้อขาย) ถ้าราคาที่แจ้งต่ำกว่าระดับราคาที่เป็นตัวชี้วัด ผู้นำเข้าจะต้องจ่ายภาษีตามราคาที่เป็นตัวชี้วัด การประเมินภาษีศุลกากรของเปรูมีปัญหาความล่าช้าเนื่องจากมีผู้ตรวจสอบ 2 ฝ่าย คือฝ่ายศุลกากรและฝ่ายผู้ตรวจสอบ (Supervisor) ที่ได้รับแต่งตั้งจากศุลกากรเพื่อตรวจสอบมูลค่าตามราคาที่ใช้เป็นตัวชี้วัด

กฎว่าด้วยถิ่นกำเนิดสินค้า สินค้าทั่วไปที่ไม่ได้อยู่ภายใต้ความตกลงทางการค้าใดเป็นพิเศษ มีหลักเกณฑ์ขั้นพื้นฐานคือจะต้องไม่เป็นสินค้าที่ใช้วัตถุดิบจากประเทศที่ 3 โดยมีการเปลี่ยนแปลงประเภทพิกัดและมูลค่าวัตถุดิบจากประเทศที่ 3 ไม่เกินร้อยละ 50 ของมูลค่าสินค้าขั้นสุดท้ายตามราคา F.O.B.

นโยบายการส่งเสริมการลงทุน

เปรูยึดมั่นแนวทางการดำเนินนโยบายการค้าเสรี และมีนโยบายเป็นมิตรกับนักลงทุนต่างชาติมาโดยตลอด รัฐธรรมนูญของเปรูให้หลักประกันในการปฏิบัติที่เท่าเทียมกันระหว่างการประกอบธุรกิจของชาวเปรูกับคนต่างชาติ ตามหลักการการปฏิบัติเยี่ยงคนในชาติ ยกเว้นภายในอาณาเขต 50 กิโลเมตรจากพรมแดนระหว่างประเทศ

รัฐธรรมนูญของเปรูอนุญาตให้นักธุรกิจต่างชาติสามารถเข้ามาลงทุนได้โดยไม่มีข้อจำกัดในกิจกรรมทางเศรษฐกิจส่วนใหญ่ และผู้ประกอบการต่างชาติสามารถเป็นเจ้าของกิจการต่างๆ ได้ทั้งหมดไม่ว่าจะโดยผ่านตลาดหลักทรัพย์หรือไม่ผ่านตลาดหลักทรัพย์

นโยบายการส่งเสริมการลงทุน

เปรูยึดมั่นแนวทางการดำเนินนโยบายการค้าเสรี และมีนโยบายเป็นมิตรกับนักลงทุนต่างชาติมาโดยตลอด รัฐธรรมนูญของเปรูให้หลักประกันในการปฏิบัติที่เท่าเทียมกันระหว่างการประกอบธุรกิจของชาวเปรูกับคนต่างชาติ ตามหลักการการปฏิบัติเยี่ยงคนในชาติ ยกเว้นภายในอาณาเขต 50 กิโลเมตรจากพรมแดนระหว่างประเทศ

รัฐธรรมนูญของเปรูอนุญาตให้นักธุรกิจต่างชาติสามารถเข้ามาลงทุนได้โดยไม่มีข้อจำกัดในกิจกรรมทางเศรษฐกิจส่วนใหญ่ และผู้ประกอบการต่างชาติสามารถเป็นเจ้าของกิจการต่างๆ ได้ทั้งหมดไม่ว่าจะโดยผ่านตลาดหลักทรัพย์หรือไม่ผ่านตลาดหลักทรัพย์

สิทธิประโยชน์

ไทยและเปรูได้ลงนามกรอบความตกลงว่าด้วยการเป็นหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจที่ใกล้ชิดยิ่งขึ้น (Framework Agreement on Closer Economic Partnership) ซึ่งครอบคลุมเรื่องการเปิดเสรีการค้าสินค้า การค้าบริการ และการลงทุน การอำนวยความสะดวกทางการค้าและความร่วมมือด้านอื่นๆ รวมทั้งการท่องเที่ยวและการขนส่ง และต่อมาระหว่างปี 2548-2553 ได้จัดทำพิธีสาร 4 ฉบับ เพื่อเร่งเปิดเสรีการค้าสินค้าและอำนวยความสะดวกทางการค้า

ปัจจุบันในเปรูมีร้านอาหารไทยเพียง 4 ร้าน และไม่มีเจ้าของเป็นคนไทย ฝ่ายเปรูจึงได้เชิญชวนให้นักธุรกิจไทยร่วมลงทุนเพื่อเปิดร้านอาหารไทยในเปรู รวมทั้งร่วมลงทุนในอุตสาหกรรมด้านต่างๆ ได้แก่ ธุรกิจโรงแรม การก่อสร้างเส้นทางคมนาคม อุตสาหกรรมแปรรูปไม้ เช่น เฟอร์นิเจอร์ โดยพร้อมให้สัมปทาน 50 ปี ซึ่งหากนักลงทุนไทยใช้ไม้จากเปรูเพื่อผลิตเฟอร์นิเจอร์ส่งออกไปยังสหรัฐฯ จะไม่ต้องเสียภาษีสหรัฐฯ ตามข้อตกลง Andean Trade Promotion and Drug Eradication (ATPDEA) อุตสาหกรรมประมงและการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ และการสำรวจขุดเจาะแหล่งน้ำมันและก๊าซธรรมชาติ

และเมื่อความตกลงระหว่งไทยและเปรูมีผลบังคับใช้ จะมีผลทำให้สินค้าไทยส่งออกไปเปรูได้มากขึ้น ซึ่งเป็นผลมาจากการลด/ยกเลิกภาษีนำเข้าของเปรู โดยสินค้าที่เปรูพร้อมจะลดภาษีเป็น 0 ทันที ได้แก่ รถปิคอัพ เครื่องซักผ้า ยางและผลิตภัณฑ์ยาง เป็นต้น ส่วนสินค้าที่เปรูจะลดเป็นศูนย์ภายใน 5 ปี ได้แก่ ด้ายใยสังเคราะห์ และส่วนประกอบรถยนต์ เป็นต้น

นอกจากนี้ ไทยยังจะสามารถนำเข้าสินค้าจากเปรูในราคาถูกลง โดยสินค้าที่ไทยพร้อมลดภาษีเป็น 0 ทันที ได้แก่ สังกะสี องุ่นสด เศษอะลูมิเนียม เป็นต้น ส่วนสินค้าที่ไทยพร้อมลดภาษีเป็นศูนย์ภายใน 5 ปี ได้แก่ น้ำมันปลา ไข่ปลา กุ้งแช่แข็ง เป็นต้น

ประเด็นท้าทายในการทำธุรกิจ

  • ระยะทางที่ห่างไกลและปัญหาด้านภาษา ซึ่งนักธุรกิจไทยส่วนใหญ่ไม่มีความสามารถด้านภาษาสเปน
  • สินค้าไทยยังไม่เป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลายในเปรูมากนัก ผู้ประกอบการจึงควรที่จะเร่งศึกษาข้อมูลตลาด และเข้าร่วมงานแสดงสินค้าเพื่อสามารถเข้าถึงความต้องการที่แท้จริงของผู้บริโภค รวมทั้งเร่งเตรียมความพร้อมเพื่อใช้ประโยชน์จากความตกลงเปิดเสรีทางการค้าและอำนวยความสะดวกทางการค้า
  • มีการกำหนดมาตรการ SPS สำหรับสินค้าเกษตรและอาหารที่มีความเข้มงวด โดยเฉพาะอย่างยิ่งกรณีที่เปรูยังคงห้ามนำเข้าข้าวไทย โดยอ้างว่าอาจจะมีการแพร่เชื้อไข้หวัดนก
  •  ศูนย์ข้อมูลการลงทุนไทยในต่างประเทศภายใต้ BOI และสถาบันวิจัยนโยบายเศรษฐกิจได้จัดทำเอกสารการศึกษาระเบียบการลงทุนและการทำธุรกิจในสาธารณรัฐเปรูโดยละเอียด สามารถศึกษาได้ที่ : http://toi.boi.go.th/?mod=aseanDetail&id=48

    

สาระน่ารู้

  • สหภาพการค้าแห่งนอร์เวย์ (The Norwegian Confederation of Trade Unions (LO)) – เป็นองค์กรคนงานที่ใหญ่ที่สุดและมีอิทธิพลมากที่สุดในนอร์เวย์
  • One Galle Face is Colombo's first internationally developed integrated lifestyle destination that makes living, working, entertainment and hospitality possible all in one location. Hong Kong's leisure entity Shanri-La Hotels and Resorts foresees the completion of this project by 2018 with a hefty investment of over US$ 600 million. The twin towers will be used for residence, which consist of 50 floors each, 16 penthouses and 8 duplex and simplex units. The target market is expatriates, international investors and the expanding population of Sri Lanka.
  • Following the tremendous success of the Exhibition 2018 and the 36th Annual Sessions, which took place at the Bandaranaike Memorial International Conference Hall in Colombo from February 22 to 25 earlier this year, the SLIA is proud to prsent  the next edition in a superior manner.<br />
    <br />
    Save the date :February 20th to 24th, 2019
  • The Institution of Engineers, Sri Lanka is the successor to the ‘Engineering Association of Ceylon’, which was founded in 1906. In 1968, the Institution of Engineers, Sri Lanka was made an incorporated body of the government, by an Act of Parliament. The IESL being the Apex body for engineering professionals in Sri Lanka, having a membership of more than 20,000, is called upon to represent the profession at many national forums and contribute to national development. By virtue of agreements it has entered into with the International Engineers’ Alliance (IEA) for mutual recognition of competencies, members assessed to have such competencies by IESL are eligible to practice engineering in the member countries including Japan, Australia, United Kingdom, Singapore, Pakistan, India, USA, Canada and South Korea.<br />
    <br />
    IESL with the Vision to be among the leading professional institutions of engineering and technology in the world, has Missioned Techno Sri Lanka’s for “Bringing out and Unleashing the Country’s Multi – Disciplinary Engineering Talents, to Drive Sri Lanka into Technological Excellence for Revolutionary Uplifting of Peoples’ Living Conditions and Prosperity”. Engineers are driven by passion to look beyond the regular, push borders and create the impossible. This is also reflective of the fact that Engineers over centuries are really innovators, who think beyond the realm and invent solutions for mankind, ahead of their time. That’s what engineering is all about and it’s the reason Engineers will always be the ingenious inventors and imaginative innovators throughout time.<br />
    <br />
    The flagship event of IESL, Techno Sri Lanka, since its inception in 1985 has grown to be the largest and the only engineering and technology exhibition held annually in Colombo. Techno, living up to its standards, has provided the means for uplifting peoples’ living conditions and has become an ideal venue for industry professionals, business heads, technologists and keen public to come together on a single global platform.<br />
    <br />
    The world is changing; engineers are in the forefront of this change. Expectations are very high in today’s society. However, the Planet’s resources are fast depleting and engineers have to be smart and innovative to achieve high goals with very low resource consumption. Technology should reach the masses and make them do things differently, as doing ‘business as usual’ will not leave a healthy planet for our children and grandchildren. We need ‘sustainable technologies’ that will revolutionize the day-to-day activities, such as mobile technology, nanotechnology, household solar PV technology and perhaps other inventions and breakthroughs to satisfy the society’s expectations and still not be blamed by our future generations for not leaving them a livable Planet Earth.<br />
    <br />
    Considering these facts, Techno Sri Lanka has redefined its Theme for the year 2018, aiming to fulfill the expectations of all stakeholders.
  • 01. - 03. November 2018 | Trade fair for hotels, hospitality, tourism and food businesses<br />
    <br />
    The Hotel, Hospitality & Food Asia in Sri Lanka has been designed by the dynamic development of the hotel and catering industry and the tourism and food companies to take account of South Asia. She is a specifically targeted at this sector business-to-business event. This exhibition is communication and information platform in the industry and provides the exhibiting companies the opportunity to present to an audience of experts here. Visitors can find information here thoroughly and comprehensively about the latest developments, trends, products and services in various fields. HHF Sri Lanka is the leading marketplace for regional networking and distribution, as well as a new basis for the procurement of products. The program will be held a culinary competition and other live features.<br />
    <br />
    The Hotel Hospitality & Food Asia will take place on 3 days from Thursday, 01. November to Saturday, 03. November 2018 in Colombo.
  • Infotel theme will be Towards a Digital Economy, is aligning with national priorities of enhancing the digital infrastructure of the country for facilitating a digitally empowered ecosystem while improving the Citizens’ engagement in a digital society.




เอกสารอ้างอิง

ดาวน์โหลด

ติดต่อหน่วยงาน

Business Information Center (BIC)
Ministry of Foreign Affairs, Kingdom of Thailand , Sri Ayudhya Road, Bangkok 10400 Thailand

ประเทศ / เขตเศรษฐกิจพิเศษ
ในภูมิภาคเดียวกัน