คาซัคสถาน

สาธารณรัฐคาซัคสถาน (Republic of Kazakhstan) เป็นประเทศที่ไม่มีทางออกสู่ทะเลใหญ่ที่สุดในโลก มีพื้นที่ครอบคลุมกว้างขวางในทวีปเอเชีย ก่อนปี 2533 ระบบเศรษฐกิจคาซัคสถานเป็นส่วนหนึ่งของระบบการแบ่งการผลิตของสหภาพโซเวียต โดยถูกกำหนดให้มีความชำนาญด้านเกษตรกรรมตามโครงการดินแดนบริสุทธิ์ฮรุชชอฟ (Khrushchev Virgin Lands) ส่วนอุตสาหกรรมหลักขึ้นอยู่กับการขุดเจาะน้ำมันและการทำเหมืองแร่ การผสมโลหะ และการสกัดแร่ธาตุ ตลอดจนการผลิตเครื่องจักรขนาดใหญ่ เช่น เครื่องมือก่อสร้าง รถแทรกเตอร์ และเครื่องมือเครื่องใช้ในการเกษตร

ภายหลังการสลายตัวของสหภาพโซเวียตความต้องการสินค้าเครื่องจักรกลหนักซึ่งเป็นสินค้าหลักของคาซัคสถานได้ลดลง ส่งผลให้สภาพเศรษฐกิจตกต่ำอย่างมาก อัตราเงินเฟ้อสูงและมูลค่า Real GDP ลดลงมากกว่าร้อยละ 5 รัฐบาลคาซัคสถานจึงทำการปฏิรูประบบเศรษฐกิจและแปรรูปรัฐวิสาหกิจอย่างรวดเร็ว ส่งผลให้ทรัพย์สินส่วนใหญ่ตกสู่ภาคเอกชน อัตราการเจริญเติบโตของประเทศก็เริ่มฟื้นตัวขึ้น

ข้อมูลทั่วไป

ภูมิประเทศและภูมิอากาศ

คาซัคสถานตั้งอยู่ในเขตเอเชียกลาง ทางตอนกลางของที่ราบ Eurasia ระหว่างรัสเซียและอุซเบกิซถาน มีพื้นที่ 2,724,900 ตารางกิโลเมตร (มากเป็นอันดับที่ 9 ของโลก) อาณาเขตพรมแดนยาวทั้งสิ้น 12,185 กิโลเมตร ทิศตะวันออกติดจีน ทิศตะวันตกติดทะเลสาบแคสเปียน ทิศตะวันออกเฉียงเหนือติดคีร์กีสถาน ทิศตะวันตกเฉียงใต้ติดเติร์กเมนิสถาน ไม่มีทางออกทะเล มักเกิดภัยธรรมชาติแผ่นดินไหวทางภาคใต้ และโคลนถล่มบริเวณ Almaty สภาพภูมิอากาศเป็นทะเลทรายแบบภาคพื้นทวีป ฤดูหนาวหนาวจัด (ประมาณ -18 ถึง -30 องศาเซลเซียส) ฤดูร้อนร้อนจัดและแห้ง (ประมาณ 20 - 35 อาศาเซลเซียส)

ประชากร

คาซัคสถานมีประชากรประมาณ 16.9 ล้านคน อัตราการเติบโตของประชากร 1.235% เป็นชาวคาซัค 53% ชาวรัสเซีย 30% ชาวยูเครน 3.7% ชาวอุซเบก 2.5% ที่เหลือมีกว่า 100 เชื้อชาติประมาณ 10.8%

การเมืองการปกครอง

สาธารณรัฐคาซัคสถาน มีการปกครองระบอบประชาธิปไตยแบบสาธารณรัฐ มีประธานาธิบดีเป็นประมุข มีอำนาจเบ็ดเสร็จภายใต้รัฐธรรมนูญ กรุงอัสตานา (Astana) คือเมืองหลวงที่ตั้งอยู่ทางตอนเหนือของประเทศ ฝ่ายบริหารมีประธานาธิบดีเป็นประมุขของรัฐ มาจากการเลือกตั้งในระบบคะแนนนิยม วาระการดำรงตำแหน่ง 5 ปี นายกรัฐมนตรีเป็นหัวหน้าฝ่ายบริหาร ประธานาธิบดีเป็นผู้แต่งตั้งทั้งนายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรี

ฝ่ายนิติบัญญัติ เป็นระบบ 2 สภา ประกอบด้วย วุฒิสภา หรือ Senate จำนวน 47 ที่นั่ง สมาชิก 15 ที่นั่ง ได้รับการแต่งตั้งจากประธานาธิบดี สมาชิก 32 คนมาจากการเลือกตั้งโดยสภาท้องถิ่น (local assemblies) วาระการดำรงตำแหน่ง 6 ปี สมาชิกที่เหลือ 98 ที่นั่งมาจากการเลือกตั้งในระบบคะแนนนิยม วาระการดำรงตำแหน่ง 5 ปี ส่วนฝ่ายตุลาการ คือ ศาลฎีกาสูงสุด และ Constitutional Council ระบบกฎหมายได้รับอิทธิพลจากกฎหมายโรมาโน-เยอรมานิค และทฤษฎีรวมถึงแนวปฏิบัติจากรัสเซีย

ภาษา

"คาซัค" เป็นภาษาราชการที่มีคนใช้กว่า 64.4% ส่วนภาษารัสเซียเป็นภาษาราชการที่มีคนใช้กว่า 95%

ศาสนา

ประชากรของคาซัคสถานส่วนใหญ่นับถือศาสนาอิสลาม นิกายสุหนี่ 47% ศาสนาคริสต์ นิกายออร์โธด็อก 44% นิกายโปรเตสแตนต์ 2% และอื่นๆ 7%

สกุลเงิน

เทงเก (KZT) 1 บาท เท่ากับ 4.80 ktz (กค. 55)

ข้อมูลทั่วไปประเทศคาซัคสถาน

ภูมิประเทศและภูมิอากาศ

คาซัคสถานตั้งอยู่ในเขตเอเชียกลาง ทางตอนกลางของที่ราบ Eurasia ระหว่างรัสเซียและอุซเบกิซถาน มีพื้นที่ 2,724,900 ตารางกิโลเมตร (มากเป็นอันดับที่ 9 ของโลก) อาณาเขตพรมแดนยาวทั้งสิ้น 12,185 กิโลเมตร ทิศตะวันออกติดจีน ทิศตะวันตกติดทะเลสาบแคสเปียน ทิศตะวันออกเฉียงเหนือติดคีร์กีสถาน ทิศตะวันตกเฉียงใต้ติดเติร์กเมนิสถาน ไม่มีทางออกทะเล มักเกิดภัยธรรมชาติแผ่นดินไหวทางภาคใต้ และโคลนถล่มบริเวณ Almaty สภาพภูมิอากาศเป็นทะเลทรายแบบภาคพื้นทวีป ฤดูหนาวหนาวจัด (ประมาณ -18 ถึง -30 องศาเซลเซียส) ฤดูร้อนร้อนจัดและแห้ง (ประมาณ 20 - 35 อาศาเซลเซียส)

ประชากร

คาซัคสถานมีประชากรประมาณ 16.9 ล้านคน อัตราการเติบโตของประชากร 1.235% เป็นชาวคาซัค 53% ชาวรัสเซีย 30% ชาวยูเครน 3.7% ชาวอุซเบก 2.5% ที่เหลือมีกว่า 100 เชื้อชาติประมาณ 10.8%

การเมืองการปกครอง

สาธารณรัฐคาซัคสถาน มีการปกครองระบอบประชาธิปไตยแบบสาธารณรัฐ มีประธานาธิบดีเป็นประมุข มีอำนาจเบ็ดเสร็จภายใต้รัฐธรรมนูญ กรุงอัสตานา (Astana) คือเมืองหลวงที่ตั้งอยู่ทางตอนเหนือของประเทศ ฝ่ายบริหารมีประธานาธิบดีเป็นประมุขของรัฐ มาจากการเลือกตั้งในระบบคะแนนนิยม วาระการดำรงตำแหน่ง 5 ปี นายกรัฐมนตรีเป็นหัวหน้าฝ่ายบริหาร ประธานาธิบดีเป็นผู้แต่งตั้งทั้งนายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรี

ฝ่ายนิติบัญญัติ เป็นระบบ 2 สภา ประกอบด้วย วุฒิสภา หรือ Senate จำนวน 47 ที่นั่ง สมาชิก 15 ที่นั่ง ได้รับการแต่งตั้งจากประธานาธิบดี สมาชิก 32 คนมาจากการเลือกตั้งโดยสภาท้องถิ่น (local assemblies) วาระการดำรงตำแหน่ง 6 ปี สมาชิกที่เหลือ 98 ที่นั่งมาจากการเลือกตั้งในระบบคะแนนนิยม วาระการดำรงตำแหน่ง 5 ปี ส่วนฝ่ายตุลาการ คือ ศาลฎีกาสูงสุด และ Constitutional Council ระบบกฎหมายได้รับอิทธิพลจากกฎหมายโรมาโน-เยอรมานิค และทฤษฎีรวมถึงแนวปฏิบัติจากรัสเซีย

ภาษา

"คาซัค" เป็นภาษาราชการที่มีคนใช้กว่า 64.4% ส่วนภาษารัสเซียเป็นภาษาราชการที่มีคนใช้กว่า 95%

ศาสนา

ประชากรของคาซัคสถานส่วนใหญ่นับถือศาสนาอิสลาม นิกายสุหนี่ 47% ศาสนาคริสต์ นิกายออร์โธด็อก 44% นิกายโปรเตสแตนต์ 2% และอื่นๆ 7%

สกุลเงิน

เทงเก (KZT) 1 บาท เท่ากับ 4.80 ktz (กค. 55)

ข้อมูลการค้า-การลงทุน

สาธารณรัฐคาซัคสถานเป็นประเทศที่มีพื้นที่ใหญ่เป็นอันดับสองในกลุ่มประเทศอดีตสหภาพโซเวียต มีทรัพยากรที่สำคัญจำนวนมาก เช่น น้ำมันดิบ แร่ธาตุ ตลอดจนมีขีดความสามารถทางการเกษตรอันเนื่องมาจากพื้นที่สำหรับเพาะปลูก และทำปศุสัตว์ที่กว้างขวาง ภาคเกษตรกรรมเป็นภาคที่มีการจ้างงานมากที่สุด คิดอัตราส่วนเป็นหนึ่งในสามของการส่งออก ผลผลิตหลักได้แก่ เมล็ดพันธุ์พืช ส่วนด้านการค้า ที่อยู่อาศัย และการคมนาคม ก็มีการขยายตัวอย่างรวดเร็วเช่นกัน

สำหรับการลงทุนนั้นมีมูลค่าร้อยละ 19 ของ GDP โดย 1 ใน 4 ของการลงทุนมาจากบริษัทต่างชาติที่เข้ามาลงทุนในอุตสาหกรรมน้ำมันและก๊าซธรรมชาติ ตลอดจนเหมืองแร่ ซึ่งเป็นอุตสาหกรรมหลักที่ทำรายได้ให้แก่ประเทศ โดยที่คาซัคสถานเป็นแหล่งสำรองน้ำมันของโลกประมาณร้อยละ 2.5 และจะสามารถผลิตน้ำมันได้วันละ 3 ล้านบาร์เรลภายใน พ.ศ.2558 ซึ่งจะทำให้คาซัคสถานอยู่ในกลุ่ม 1 ใน 10 ของประเทศผู้ส่งออกน้ำมันของโลก ศักยภาพเหล่านี้ทำให้คาซัคสถานมีการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างต่อเนื่อง ดังจะเห็นได้จากมูลค่าผลิตภัณฑ์มวลรวม (GDP) ของสาธารณรัฐคาซัคสถานที่เพิ่มขึ้นเฉลี่ยประมาณร้อยละ 9.5 ต่อปี และมีแนวโน้มจะขยายตัวต่อไประหว่างร้อยละ 8.5-9.2 ต่อปี ซึ่งนับว่าสูงที่สุดในกลุ่มประเทศเอเชียกลาง และคาดว่าจะขยายตัวเช่นนี้ไปจนถึง พ.ศ.2558

มูลค่าการส่งออกของคาซัคสถานอยู่ที่ประมาณ 71.97 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ สำหรับการนำเข้ามีมูลค่าประมาณ 38.48 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ โดยตลาดส่งออกสำคัญ ได้แก่ สหภาพยุโรป จีน และรัสเซีย ในขณะที่นำเข้าจากรัสเซีย เยอรมนี จีน อิตาลี สหรัฐอเมริกา อุซเบกิสถาน ตุรกี สหราชอาณาจักร ยูเครน และเกาหลีใต้ สินค้าส่งออกสำคัญ ได้แก่ น้ำมัน เหล็กและโลหะต่างๆ เครื่องจักร เคมีภัณฑ์เมล็ดพืช ฝ้าย เนื้อสัตว์ ถ่านหิน ส่วนสินค้านำเข้าสำคัญ ได้แก่ เครื่องจักรและชิ้นส่วน วัตถุดิบทางอุตสาหกรรม น้ำมัน ก๊าซธรรมชาติ และยานพาหนะ

ในส่วนของการค้าระหว่างไทยกับคาซัคสถานนั้นฝ่ายไทยได้เปรียบดุลการค้ามาโดยตลอด การส่งออกของไทยไปคาซัคสถานมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ สินค้าส่งออกที่สำคัญของไทย ได้แก่ เครื่องซักผ้า เครื่องอบแห้งและส่วนประกอบ อุปกรณ์และส่วนประกอบของเครื่องจักร ตู้เย็น ตู้แช่แข็ง และส่วนประกอบ รถยนต์ เครื่องปรับอากาศ เฟอร์นิเจอร์ ใบยาสูบ เสื้อผ้าสำเร็จรูป อาหารทะเลกระป๋องและแปรรูปผลไม้กระป๋อง เคหะ สิ่งทอ เครื่องมือแพทย์ และอุปกรณ์เครื่องใช้บนโต๊ะอาหาร ในครัว และในบ้านเรือน รองเท้าและชิ้นส่วน ผลิตภัณฑ์เบ็ดเตล็ด และเส้นใยประดิษฐ์ ส่วนสินค้าสำคัญที่นำเข้าจากคาซัคสถาน ได้แก่ เหล็ก เหล็กกล้า และผลิตภัณฑ์สินแร่โลหะอื่นๆ เศษโลหะ ผลิตภัณฑ์เคมีภัณฑ์ เครื่องเพชรพลอย อัญมณี เงินแท่ง ทองคำ แร่ดิบ และเส้นใยใช้ในการทอ

ข้อมูลการค้า-การลงทุน

สาธารณรัฐคาซัคสถานเป็นประเทศที่มีพื้นที่ใหญ่เป็นอันดับสองในกลุ่มประเทศอดีตสหภาพโซเวียต มีทรัพยากรที่สำคัญจำนวนมาก เช่น น้ำมันดิบ แร่ธาตุ ตลอดจนมีขีดความสามารถทางการเกษตรอันเนื่องมาจากพื้นที่สำหรับเพาะปลูก และทำปศุสัตว์ที่กว้างขวาง ภาคเกษตรกรรมเป็นภาคที่มีการจ้างงานมากที่สุด คิดอัตราส่วนเป็นหนึ่งในสามของการส่งออก ผลผลิตหลักได้แก่ เมล็ดพันธุ์พืช ส่วนด้านการค้า ที่อยู่อาศัย และการคมนาคม ก็มีการขยายตัวอย่างรวดเร็วเช่นกัน

สำหรับการลงทุนนั้นมีมูลค่าร้อยละ 19 ของ GDP โดย 1 ใน 4 ของการลงทุนมาจากบริษัทต่างชาติที่เข้ามาลงทุนในอุตสาหกรรมน้ำมันและก๊าซธรรมชาติ ตลอดจนเหมืองแร่ ซึ่งเป็นอุตสาหกรรมหลักที่ทำรายได้ให้แก่ประเทศ โดยที่คาซัคสถานเป็นแหล่งสำรองน้ำมันของโลกประมาณร้อยละ 2.5 และจะสามารถผลิตน้ำมันได้วันละ 3 ล้านบาร์เรลภายใน พ.ศ.2558 ซึ่งจะทำให้คาซัคสถานอยู่ในกลุ่ม 1 ใน 10 ของประเทศผู้ส่งออกน้ำมันของโลก ศักยภาพเหล่านี้ทำให้คาซัคสถานมีการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างต่อเนื่อง ดังจะเห็นได้จากมูลค่าผลิตภัณฑ์มวลรวม (GDP) ของสาธารณรัฐคาซัคสถานที่เพิ่มขึ้นเฉลี่ยประมาณร้อยละ 9.5 ต่อปี และมีแนวโน้มจะขยายตัวต่อไประหว่างร้อยละ 8.5-9.2 ต่อปี ซึ่งนับว่าสูงที่สุดในกลุ่มประเทศเอเชียกลาง และคาดว่าจะขยายตัวเช่นนี้ไปจนถึง พ.ศ.2558

มูลค่าการส่งออกของคาซัคสถานอยู่ที่ประมาณ 71.97 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ สำหรับการนำเข้ามีมูลค่าประมาณ 38.48 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ โดยตลาดส่งออกสำคัญ ได้แก่ สหภาพยุโรป จีน และรัสเซีย ในขณะที่นำเข้าจากรัสเซีย เยอรมนี จีน อิตาลี สหรัฐอเมริกา อุซเบกิสถาน ตุรกี สหราชอาณาจักร ยูเครน และเกาหลีใต้ สินค้าส่งออกสำคัญ ได้แก่ น้ำมัน เหล็กและโลหะต่างๆ เครื่องจักร เคมีภัณฑ์เมล็ดพืช ฝ้าย เนื้อสัตว์ ถ่านหิน ส่วนสินค้านำเข้าสำคัญ ได้แก่ เครื่องจักรและชิ้นส่วน วัตถุดิบทางอุตสาหกรรม น้ำมัน ก๊าซธรรมชาติ และยานพาหนะ

ในส่วนของการค้าระหว่างไทยกับคาซัคสถานนั้นฝ่ายไทยได้เปรียบดุลการค้ามาโดยตลอด การส่งออกของไทยไปคาซัคสถานมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ สินค้าส่งออกที่สำคัญของไทย ได้แก่ เครื่องซักผ้า เครื่องอบแห้งและส่วนประกอบ อุปกรณ์และส่วนประกอบของเครื่องจักร ตู้เย็น ตู้แช่แข็ง และส่วนประกอบ รถยนต์ เครื่องปรับอากาศ เฟอร์นิเจอร์ ใบยาสูบ เสื้อผ้าสำเร็จรูป อาหารทะเลกระป๋องและแปรรูปผลไม้กระป๋อง เคหะ สิ่งทอ เครื่องมือแพทย์ และอุปกรณ์เครื่องใช้บนโต๊ะอาหาร ในครัว และในบ้านเรือน รองเท้าและชิ้นส่วน ผลิตภัณฑ์เบ็ดเตล็ด และเส้นใยประดิษฐ์ ส่วนสินค้าสำคัญที่นำเข้าจากคาซัคสถาน ได้แก่ เหล็ก เหล็กกล้า และผลิตภัณฑ์สินแร่โลหะอื่นๆ เศษโลหะ ผลิตภัณฑ์เคมีภัณฑ์ เครื่องเพชรพลอย อัญมณี เงินแท่ง ทองคำ แร่ดิบ และเส้นใยใช้ในการทอ

กฎระเบียบการทำธุรกิจ

มาตรการในการนำเข้า-ส่งออกสินค้า

คาซัคสถานได้แก้ไขกฎระเบียบข้อบังคับต่างๆ เพื่อให้ภาคการค้าต่างประเทศเป็นไปโดยเสรีคือ ยกเลิกโควตาสินค้าส่งออก ลดรายการสินค้าที่ต้องการอนุญาต ยกเลิกภาษีส่งออกทุกประเภท ยกเว้น น้ำมัน ก๊าซ และโลหะที่ไม่ใช่เหล็ก ยกเลิกการขออนุญาตศุลกากร และผลประโยชน์ด้านภาษี ยกเลิกองค์กรควบคุมด้านส่งออกสินค้า ตั้งเขตเศรษฐกิจเสรี ให้สิทธิพิเศษทางภาษีศุลกากรแก่ประเทศที่ยังไม่พัฒนา และประเทศที่กำลังพัฒนา ซึ่งมีการยกเว้นในบางส่วนหรือทั้งหมด เพื่อป้องกันสินค้าต่ำกว่ามาตรฐานเข้ามาในสาธารณรัฐ และให้ความอิสระในการนำเข้ามากขึ้น

มาตรการด้านการลงทุน

รัฐบาลคาซัคสถานอนุญาตให้นักลงทุนต่างชาติลงทุนในกิจการได้เกือบทุกประเภท รวมถึงกิจการแปรรูปรัฐวิสาหกิจทุกโครงการได้อย่างเสรี อย่างไรก็ตาม ยังมีการจำกัดสัดส่วนการลงทุนของนักลงทุนต่างชาติในกิจการบางประเภท อาทิ การก่อสร้าง การสื่อสาร และโทรคมนาคม นักลงทุนต่างชาติลงทุนได้ไม่เกินร้อยละ 49 ธุรกิจธนาคาร นักลงทุนต่างชาติลงทุนได้ไม่เกินร้อยละ 25 ของมูลค่าเงินลงทุนรวมในระบบธนาคารทั้งหมด ธุรกิจประกันชีวิต นักลงทุนต่างชาติลงทุนได้ไม่เกินร้อยละ 50 ของมูลค่าเงินลงทุนรวมในธุรกิจประกันชีวิตทั้งหมด สำหรับธุรกิจประกันภัยอื่นๆ ลงทุนได้ไม่เกินร้อยละ 25 ของมูลค่าเงินลงทุนรวม

กฎระเบียบการทำธุรกิจ

มาตรการในการนำเข้า-ส่งออกสินค้า

คาซัคสถานได้แก้ไขกฎระเบียบข้อบังคับต่างๆ เพื่อให้ภาคการค้าต่างประเทศเป็นไปโดยเสรีคือ ยกเลิกโควตาสินค้าส่งออก ลดรายการสินค้าที่ต้องการอนุญาต ยกเลิกภาษีส่งออกทุกประเภท ยกเว้น น้ำมัน ก๊าซ และโลหะที่ไม่ใช่เหล็ก ยกเลิกการขออนุญาตศุลกากร และผลประโยชน์ด้านภาษี ยกเลิกองค์กรควบคุมด้านส่งออกสินค้า ตั้งเขตเศรษฐกิจเสรี ให้สิทธิพิเศษทางภาษีศุลกากรแก่ประเทศที่ยังไม่พัฒนา และประเทศที่กำลังพัฒนา ซึ่งมีการยกเว้นในบางส่วนหรือทั้งหมด เพื่อป้องกันสินค้าต่ำกว่ามาตรฐานเข้ามาในสาธารณรัฐ และให้ความอิสระในการนำเข้ามากขึ้น

มาตรการด้านการลงทุน

รัฐบาลคาซัคสถานอนุญาตให้นักลงทุนต่างชาติลงทุนในกิจการได้เกือบทุกประเภท รวมถึงกิจการแปรรูปรัฐวิสาหกิจทุกโครงการได้อย่างเสรี อย่างไรก็ตาม ยังมีการจำกัดสัดส่วนการลงทุนของนักลงทุนต่างชาติในกิจการบางประเภท อาทิ การก่อสร้าง การสื่อสาร และโทรคมนาคม นักลงทุนต่างชาติลงทุนได้ไม่เกินร้อยละ 49 ธุรกิจธนาคาร นักลงทุนต่างชาติลงทุนได้ไม่เกินร้อยละ 25 ของมูลค่าเงินลงทุนรวมในระบบธนาคารทั้งหมด ธุรกิจประกันชีวิต นักลงทุนต่างชาติลงทุนได้ไม่เกินร้อยละ 50 ของมูลค่าเงินลงทุนรวมในธุรกิจประกันชีวิตทั้งหมด สำหรับธุรกิจประกันภัยอื่นๆ ลงทุนได้ไม่เกินร้อยละ 25 ของมูลค่าเงินลงทุนรวม

นโยบายการส่งเสริมการลงทุน

รัฐบาลมีการให้สิทธิประโยชน์ด้านการลงทุนแก่นักลงทุนต่างชาติหลายประการ อาทิ ยกเว้นการเก็บภาษีเงินได้นิติบุคคลในอุตสาหกรรมทุกประเภท ในช่วง 3 ปีแรกของการดำเนินกิจการ ยกเว้นการเก็บภาษีที่ดิน และภาษีอสังหาริมทรัพย์แก่โครงการลงทุนให้เงินอุดหนุนเป็นพิเศษแก่โครงการลงทุนที่ตั้งอยู่ในพื้นที่ซึ่งยังไม่ได้รับการพัฒนา สูงถึงร้อยละ 20 ของค่าใช้จ่ายทั้งหมดของโครงการลงทุนนั้นๆ ออกกฎหมายส่งเสริมการลงทุน และการดำเนินธุรกิจเสรี ออกกฎหมายลดความซ้ำซ้อนของระบบการจัดเก็บภาษีที่เรียกเก็บเดิมจาก 45 ประเภท เหลือเพียง 11 ประเภท และกำหนดภาษีธุรกิจในอัตราเดียวร้อยละ 30 และภาษีส่วนบุคคลไม่เกินร้อยละ 40 ออกกฎหมายที่ให้หลักประกันว่าจะไม่มีการริบทรัพย์สิน หรือจะไม่มีผลกระทบทางลบจากการเมืองต่อการลงทุน และนักลงทุนต่างชาติจะได้รับการปฏิบัติอย่างเท่าเทียมกันกับนักลงทุนท้องถิ่น

สิทธิประโยชน์

คาซัคสถานกำหนดให้นักลงทุนสามารถขอรับสิทธิพิเศษด้านการลงทุนได้ เช่น ลดหย่อนภาษีเงินได้นิติบุคคลสูงสุด 10 ปี (ยกเว้นภาษีทรัพย์สินและภาษีที่ดิน) ส่วนภาษีธุรกิจอื่นๆ จะได้รับการลดหย่อนสูงสุด 5 ปี นอกจากนี้ ยังยกเว้นหรือลดหย่อนภาษีนำเข้าสินค้าหรือวัตถุดิบที่ไม่สามารถจัดหาได้ในคาซัคสถาน หรือหากจัดหาได้ก็ไม่ตรงตามมาตรฐาน เป็นเวลา 1 ปีหรือสูงสุด 5 ปี

การคุ้มครองการลงทุน

บุคคลหรือนิติบุคคลที่เข้ามาลงทุนในคาซัคสถานอย่างถูกต้องตามกฎหมายจะได้รับการคุมครองการลงทุนจากรัฐบาลภายใต้ Law on Investment ในกรณีที่มีการยึดกิจการเป็นของรัฐ นักลงทุนจะได้รับเงินชดเชยค่าเสียหายเต็มจำนวน ยกเว้นการควบรวมกิจการ นักลงทุนจะได้รับเงินชดเชยค่าเสียหายตามมูลค่าตลาดของสินทรัพย์ของกิจการเท่านั้น นอกจากนี้ยังมีการประกันสัญญาการลงทุนที่นักลงทุนได้ทำไว้กับรัฐบาล ยกเว้นกรณีที่มีการเปลี่ยนแปลงอันเนื่องมาจากเหตุผลด้านความมั่นคงของชาติ และการคุ้มครองสิ่งแวดล้อมและสุขอนามัยของประชาชนที่การประกันสัญญาการลงทุนดังกล่าวไม่ได้ให้ความคุ้มครองเต็มจำนวน

การครอบครองที่ดินและสิ่งก่อสร้าง

ภายใต้กฎหมาย Land Code ไม่อนุญาตให้นักลงทุนต่างชาติเป็นเจ้าของที่ดินและทรัพยากรธรรมชาติในคาซัคสถาน แต่อนุญาตให้เช่าที่ดินได้สูงสุด 5 ปีสำหรับการลงทุนทั่วไป และสูงสุด 10 ปีสำหรับการลงทุนในภาคเกษตรกรรม โดยนักลงทุนต่างชาติสามารถครอบครองที่ดินเพื่อทำเกษตรกรรมได้ในกรณีที่เป็นการร่วมทุนกับชาวคาซัคสถาน ทั้งนี้ การโอนธุรกิจที่ดินให้เป็นของภาคเอกชนกำลังดำเนินไปอย่างช้าๆ และรัฐบาลอนุญาตให้ชาวคาซัคเท่านั้นเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ที่ดินเกษตรกรรมได้ ในกรณีที่ชาวต่างชาติและประชาชนทั่วไปต้องการครอบครองกรรมสิทธิ์ที่ดินอื่นๆ จะต้องมีบ้านหรือทรัพย์สินอยู่บนที่ดินผืนนั้น ส่วนที่ดินนอกเหนือจากนั้นถูกครอบครองโดยภาครัฐ

เขตเศรษฐกิจพิเศษ

รัฐบาลคาซัคสถานได้จัดตั้งเขตเศรษฐกิจพิเศษ (Special Economic Zones: SEZs) ขึ้น โดยนักลงทุนที่เข้าไปลงทุนในเขต SEZs จะได้รับสิทธิพิเศษทางภาษี เช่น ได้รับการลดหย่อนภาษีเงินได้นิติบุคคลสูงสุดถึงร้อยละ 100 ได้รับยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่ม ภาษีทรัพย์สิน ภาษีที่ดิน ภาษีนำเข้า รวมถึงสิทธิประโยชน์อื่นๆ อาทิ การเก็บค่าสาธารณูปโภคในอัตราที่ตํ่ากว่านอกเขต SEZs ทั้งนี้ การลงทุนที่จะได้รับสิทธิประโยชน์ดังกล่าวจะต้องสอดคล้องกับวัตถุประสงค์ของการจัดตั้งเขตเศรษฐกิจพิเศษแต่ละแห่ง

สิทธิประโยชน์

คาซัคสถานกำหนดให้นักลงทุนสามารถขอรับสิทธิพิเศษด้านการลงทุนได้ เช่น ลดหย่อนภาษีเงินได้นิติบุคคลสูงสุด 10 ปี (ยกเว้นภาษีทรัพย์สินและภาษีที่ดิน) ส่วนภาษีธุรกิจอื่นๆ จะได้รับการลดหย่อนสูงสุด 5 ปี นอกจากนี้ ยังยกเว้นหรือลดหย่อนภาษีนำเข้าสินค้าหรือวัตถุดิบที่ไม่สามารถจัดหาได้ในคาซัคสถาน หรือหากจัดหาได้ก็ไม่ตรงตามมาตรฐาน เป็นเวลา 1 ปีหรือสูงสุด 5 ปี

การคุ้มครองการลงทุน

บุคคลหรือนิติบุคคลที่เข้ามาลงทุนในคาซัคสถานอย่างถูกต้องตามกฎหมายจะได้รับการคุมครองการลงทุนจากรัฐบาลภายใต้ Law on Investment ในกรณีที่มีการยึดกิจการเป็นของรัฐ นักลงทุนจะได้รับเงินชดเชยค่าเสียหายเต็มจำนวน ยกเว้นการควบรวมกิจการ นักลงทุนจะได้รับเงินชดเชยค่าเสียหายตามมูลค่าตลาดของสินทรัพย์ของกิจการเท่านั้น นอกจากนี้ยังมีการประกันสัญญาการลงทุนที่นักลงทุนได้ทำไว้กับรัฐบาล ยกเว้นกรณีที่มีการเปลี่ยนแปลงอันเนื่องมาจากเหตุผลด้านความมั่นคงของชาติ และการคุ้มครองสิ่งแวดล้อมและสุขอนามัยของประชาชนที่การประกันสัญญาการลงทุนดังกล่าวไม่ได้ให้ความคุ้มครองเต็มจำนวน

การครอบครองที่ดินและสิ่งก่อสร้าง

ภายใต้กฎหมาย Land Code ไม่อนุญาตให้นักลงทุนต่างชาติเป็นเจ้าของที่ดินและทรัพยากรธรรมชาติในคาซัคสถาน แต่อนุญาตให้เช่าที่ดินได้สูงสุด 5 ปีสำหรับการลงทุนทั่วไป และสูงสุด 10 ปีสำหรับการลงทุนในภาคเกษตรกรรม โดยนักลงทุนต่างชาติสามารถครอบครองที่ดินเพื่อทำเกษตรกรรมได้ในกรณีที่เป็นการร่วมทุนกับชาวคาซัคสถาน ทั้งนี้ การโอนธุรกิจที่ดินให้เป็นของภาคเอกชนกำลังดำเนินไปอย่างช้าๆ และรัฐบาลอนุญาตให้ชาวคาซัคเท่านั้นเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ที่ดินเกษตรกรรมได้ ในกรณีที่ชาวต่างชาติและประชาชนทั่วไปต้องการครอบครองกรรมสิทธิ์ที่ดินอื่นๆ จะต้องมีบ้านหรือทรัพย์สินอยู่บนที่ดินผืนนั้น ส่วนที่ดินนอกเหนือจากนั้นถูกครอบครองโดยภาครัฐ

เขตเศรษฐกิจพิเศษ

รัฐบาลคาซัคสถานได้จัดตั้งเขตเศรษฐกิจพิเศษ (Special Economic Zones: SEZs) ขึ้น โดยนักลงทุนที่เข้าไปลงทุนในเขต SEZs จะได้รับสิทธิพิเศษทางภาษี เช่น ได้รับการลดหย่อนภาษีเงินได้นิติบุคคลสูงสุดถึงร้อยละ 100 ได้รับยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่ม ภาษีทรัพย์สิน ภาษีที่ดิน ภาษีนำเข้า รวมถึงสิทธิประโยชน์อื่นๆ อาทิ การเก็บค่าสาธารณูปโภคในอัตราที่ตํ่ากว่านอกเขต SEZs ทั้งนี้ การลงทุนที่จะได้รับสิทธิประโยชน์ดังกล่าวจะต้องสอดคล้องกับวัตถุประสงค์ของการจัดตั้งเขตเศรษฐกิจพิเศษแต่ละแห่ง

ประเด็นท้าทายในการทำธุรกิจ

- คาซัคสถานเป็นประเทศที่ร่ำรวยมากประเทศหนึ่ง แต่เป็นประเทศที่ยังมีปัญหาเรื่องการกระจายรายได้ และเป็นตลาดใหม่ซึ่งยังไม่เป็นที่รู้จักนัก

- การขนส่งสินค้าไปคาซัคสถานต้องใช้เวลานานทำให้มีต้นทุนสูง และการนำเข้าส่วนใหญ่เป็นการนำเข้าโดยผ่านประเทศที่สาม ได้แก่ รัสเซีย ประกอบกับขาดข้อมูลในการดำเนินธุรกิจ และการลงทุนระหว่างกันทำให้นักธุรกิจไทยสนใจตลาดนี้ค่อนข้างน้อย และนักธุรกิจคาซัคสถานก็มีความสนใจตลาดไทยน้อยเช่นกัน

- คาซัคสถานจัดเป็นประเทศที่มีนโยบายทางการค้าที่ค่อนข้างปิด ภาวะธุรกิจยังคงมีความจำกัดโดยเฉพาะด้านเงินทุน การลงทุนจากต่างชาติยังมีน้อย มูลค่าการนำเข้ายังมีไม่มาก ระบบกฎหมายด้านธุรกิจไม่มีประสิทธิภาพ ขาดแคลนสาธารณูปโภคพื้นฐานทางธุรกิจ และระบบราชการมีขั้นตอนซับซ้อน ภาคการลงทุนยังขาดแคลนเงินทุน ขาดผู้ลงทุนจากต่างชาติ ธุรกิจภายในประเทศขาดธุรกิจที่จะให้บริการด้านสินเชื่อเพื่อการลงทุน และขาดผู้ร่วมลงทุนที่ต้องร่วมทุนในสัดส่วนมูลค่าหุ้นตามกฎหมายกำหนด (ร้อยละ 25-50)

- ผู้ประกอบการต่างชาติที่จะทำธุรกิจเกี่ยวกับสื่อมวลชน รวมทั้งการจัดตั้งสำนักข่าวจะสามารถถือหุ้นได้ไม่เกินร้อยละ 20

- ธนาคารและบริษัทประกันต่างชาติจะเข้ามาดำเนินธุรกิจในคาซัคสถานได้ก็ต่อเมื่อบริษัทได้ร่วมลงทุนกับบริษัทของคาซัคสถานเท่านั้น โดยบริษัทต่างชาติจะถือหุ้นได้ไม่เกินร้อยละ 25 สำหรับการประกันภัยทั่วไป และไม่เกินร้อยละ 50 สำหรับการประกันชีวิต

- การลงทุนของต่างชาติในคาซัคสถานส่วนใหญ่เป็นการลงทุนในธุรกิจขุดเจาะน้ำมันและก๊าซธรรมชาติ กำหนดให้นักลงทุนต่างชาติต้องจ้างแรงงานคาซัคสถาน และใช้บริการของคนคาซัคสถาน และจะถือหุ้นสำหรับ offshore projects ได้ไม่เกินร้อยละ 50 และจะต้องให้บริษัท KazMunayGas ถือหุ้นอย่างน้อยร้อยละ 50

- นักลงทุนต่างชาติสามารถเช่าที่ดินเพื่อการเกษตรได้ไม่เกิน 10 ปี

- มีความยุ่งยากในการขอใบอนุญาตทำงาน (Work Permit) เพราะคาซัคสถานจะสนับสนุนให้มีการจ้างงานคนคาซัคสถานมากกว่าคนต่างชาติ

ประเด็นท้าทายในการทำธุรกิจ

- คาซัคสถานเป็นประเทศที่ร่ำรวยมากประเทศหนึ่ง แต่เป็นประเทศที่ยังมีปัญหาเรื่องการกระจายรายได้ และเป็นตลาดใหม่ซึ่งยังไม่เป็นที่รู้จักนัก

- การขนส่งสินค้าไปคาซัคสถานต้องใช้เวลานานทำให้มีต้นทุนสูง และการนำเข้าส่วนใหญ่เป็นการนำเข้าโดยผ่านประเทศที่สาม ได้แก่ รัสเซีย ประกอบกับขาดข้อมูลในการดำเนินธุรกิจ และการลงทุนระหว่างกันทำให้นักธุรกิจไทยสนใจตลาดนี้ค่อนข้างน้อย และนักธุรกิจคาซัคสถานก็มีความสนใจตลาดไทยน้อยเช่นกัน

- คาซัคสถานจัดเป็นประเทศที่มีนโยบายทางการค้าที่ค่อนข้างปิด ภาวะธุรกิจยังคงมีความจำกัดโดยเฉพาะด้านเงินทุน การลงทุนจากต่างชาติยังมีน้อย มูลค่าการนำเข้ายังมีไม่มาก ระบบกฎหมายด้านธุรกิจไม่มีประสิทธิภาพ ขาดแคลนสาธารณูปโภคพื้นฐานทางธุรกิจ และระบบราชการมีขั้นตอนซับซ้อน ภาคการลงทุนยังขาดแคลนเงินทุน ขาดผู้ลงทุนจากต่างชาติ ธุรกิจภายในประเทศขาดธุรกิจที่จะให้บริการด้านสินเชื่อเพื่อการลงทุน และขาดผู้ร่วมลงทุนที่ต้องร่วมทุนในสัดส่วนมูลค่าหุ้นตามกฎหมายกำหนด (ร้อยละ 25-50)

- ผู้ประกอบการต่างชาติที่จะทำธุรกิจเกี่ยวกับสื่อมวลชน รวมทั้งการจัดตั้งสำนักข่าวจะสามารถถือหุ้นได้ไม่เกินร้อยละ 20

- ธนาคารและบริษัทประกันต่างชาติจะเข้ามาดำเนินธุรกิจในคาซัคสถานได้ก็ต่อเมื่อบริษัทได้ร่วมลงทุนกับบริษัทของคาซัคสถานเท่านั้น โดยบริษัทต่างชาติจะถือหุ้นได้ไม่เกินร้อยละ 25 สำหรับการประกันภัยทั่วไป และไม่เกินร้อยละ 50 สำหรับการประกันชีวิต

- การลงทุนของต่างชาติในคาซัคสถานส่วนใหญ่เป็นการลงทุนในธุรกิจขุดเจาะน้ำมันและก๊าซธรรมชาติ กำหนดให้นักลงทุนต่างชาติต้องจ้างแรงงานคาซัคสถาน และใช้บริการของคนคาซัคสถาน และจะถือหุ้นสำหรับ offshore projects ได้ไม่เกินร้อยละ 50 และจะต้องให้บริษัท KazMunayGas ถือหุ้นอย่างน้อยร้อยละ 50

- นักลงทุนต่างชาติสามารถเช่าที่ดินเพื่อการเกษตรได้ไม่เกิน 10 ปี

- มีความยุ่งยากในการขอใบอนุญาตทำงาน (Work Permit) เพราะคาซัคสถานจะสนับสนุนให้มีการจ้างงานคนคาซัคสถานมากกว่าคนต่างชาติ


    

สาระน่ารู้

  • One Galle Face is Colombo's first internationally developed integrated lifestyle destination that makes living, working, entertainment and hospitality possible all in one location. Hong Kong's leisure entity Shanri-La Hotels and Resorts foresees the completion of this project by 2018 with a hefty investment of over US$ 600 million. The twin towers will be used for residence, which consist of 50 floors each, 16 penthouses and 8 duplex and simplex units. The target market is expatriates, international investors and the expanding population of Sri Lanka.
  • Following the tremendous success of the Exhibition 2018 and the 36th Annual Sessions, which took place at the Bandaranaike Memorial International Conference Hall in Colombo from February 22 to 25 earlier this year, the SLIA is proud to prsent  the next edition in a superior manner.<br />
    <br />
    Save the date :February 20th to 24th, 2019
  • The Institution of Engineers, Sri Lanka is the successor to the ‘Engineering Association of Ceylon’, which was founded in 1906. In 1968, the Institution of Engineers, Sri Lanka was made an incorporated body of the government, by an Act of Parliament. The IESL being the Apex body for engineering professionals in Sri Lanka, having a membership of more than 20,000, is called upon to represent the profession at many national forums and contribute to national development. By virtue of agreements it has entered into with the International Engineers’ Alliance (IEA) for mutual recognition of competencies, members assessed to have such competencies by IESL are eligible to practice engineering in the member countries including Japan, Australia, United Kingdom, Singapore, Pakistan, India, USA, Canada and South Korea.<br />
    <br />
    IESL with the Vision to be among the leading professional institutions of engineering and technology in the world, has Missioned Techno Sri Lanka’s for “Bringing out and Unleashing the Country’s Multi – Disciplinary Engineering Talents, to Drive Sri Lanka into Technological Excellence for Revolutionary Uplifting of Peoples’ Living Conditions and Prosperity”. Engineers are driven by passion to look beyond the regular, push borders and create the impossible. This is also reflective of the fact that Engineers over centuries are really innovators, who think beyond the realm and invent solutions for mankind, ahead of their time. That’s what engineering is all about and it’s the reason Engineers will always be the ingenious inventors and imaginative innovators throughout time.<br />
    <br />
    The flagship event of IESL, Techno Sri Lanka, since its inception in 1985 has grown to be the largest and the only engineering and technology exhibition held annually in Colombo. Techno, living up to its standards, has provided the means for uplifting peoples’ living conditions and has become an ideal venue for industry professionals, business heads, technologists and keen public to come together on a single global platform.<br />
    <br />
    The world is changing; engineers are in the forefront of this change. Expectations are very high in today’s society. However, the Planet’s resources are fast depleting and engineers have to be smart and innovative to achieve high goals with very low resource consumption. Technology should reach the masses and make them do things differently, as doing ‘business as usual’ will not leave a healthy planet for our children and grandchildren. We need ‘sustainable technologies’ that will revolutionize the day-to-day activities, such as mobile technology, nanotechnology, household solar PV technology and perhaps other inventions and breakthroughs to satisfy the society’s expectations and still not be blamed by our future generations for not leaving them a livable Planet Earth.<br />
    <br />
    Considering these facts, Techno Sri Lanka has redefined its Theme for the year 2018, aiming to fulfill the expectations of all stakeholders.
  • 01. - 03. November 2018 | Trade fair for hotels, hospitality, tourism and food businesses<br />
    <br />
    The Hotel, Hospitality & Food Asia in Sri Lanka has been designed by the dynamic development of the hotel and catering industry and the tourism and food companies to take account of South Asia. She is a specifically targeted at this sector business-to-business event. This exhibition is communication and information platform in the industry and provides the exhibiting companies the opportunity to present to an audience of experts here. Visitors can find information here thoroughly and comprehensively about the latest developments, trends, products and services in various fields. HHF Sri Lanka is the leading marketplace for regional networking and distribution, as well as a new basis for the procurement of products. The program will be held a culinary competition and other live features.<br />
    <br />
    The Hotel Hospitality & Food Asia will take place on 3 days from Thursday, 01. November to Saturday, 03. November 2018 in Colombo.
  • Infotel theme will be Towards a Digital Economy, is aligning with national priorities of enhancing the digital infrastructure of the country for facilitating a digitally empowered ecosystem while improving the Citizens’ engagement in a digital society.
  • The Western Region MegapolisDevelopment Plan, also called Western Region Megapolis Planning Project(WRMPP), is a urban planning, zoning and development project aimed at creating a Megapolis in the Western Province of Sri Lanka by 2030 , which would help address the issues of waste management, traffic congestion, slums and environmental pollution. This project is intended to build a Megacity that matches other well-known economic hubs such as Dubai,Singapore,Seoul and Tokyo. For more information, please visit <a class="txttohtmllink" href="http://www.megapolis.gov.lk/">http://www.megapolis.gov.lk/</a>




เอกสารอ้างอิง
  • สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน.คู่มือการลงทุนสาธารณรัฐคาซัคสถาน - BOI (ออนไลน์). สืบค้นจาก: www.boi.go.th/thai/CentralAsia/Kazakhstan.pdf [15 มีนาคม 2553]
  • บริษัท บาลานซ์ โนว์เล็จ ดีไซน์ จำกัด. คู่มือการลงทุนสาธารณรัฐคาซัคสถาน (ออนไลน์). สืบค้นจาก: www.nitipoom.com/swf/research_18.swf [ตุลาคม 2552]
  • THE WORLD BANK 2012. GDP per capita (current US$) (ออนไลน์). สืบค้นจาก: http://data.worldbank.org/indicator/NY.GDP.PCAP.CD/countries [17 กรกฎาคม 2556 ]